โลกร้อนส่งผลต่อ ธารน้ำแข็ง บนยอดภูเขา – กระทบแหล่งน้ำจืดของผู้คนนับพันล้าน

โลกร้อนส่งผลต่อธารน้ำแข็งบนยอดภูเขา – กระทบแหล่งน้ำจืดของผู้คนนับพันล้าน

หอคอยกักน้ำ (water tower) จาก ธารน้ำแข็ง บนยอดเขาสูงเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดของโลกในอัตราส่วนจำนวนมาก แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นภัยต่อแหล่งน้ำเหล่านี้

ในพื้นที่สูงเหนือเทือกเขาหิมาลัยบริเวณใกล้ ธารน้ำแข็ง กังโกตรี (Gangotri Glacier) มีน้ำไหลรินไปกับแม่น้ำสายเล็ก ไหลต่อลงสู่กระแสน้ำเบื้องล่าง น้ำจากเทือกเขานี้จะไหลเป็นระยะทางนับพันกิโลเมตรเพื่อหล่อเลี้ยงชาวบ้าน พื้นที่การเกษตร และที่ราบสินธุ (Indus Plain) อันเป็นพื้นที่ธรรมชาติขนาดกว้างใหญ่ ผู้คนมากกว่าสองร้อยล้านคนต่างพึ่งพาน้ำที่มาจากกระแสน้ำดังกล่าว

แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลต่อพื้นที่เทือกเขาสูงเช่นนี้มากกว่าพื้นที่อื่นของโลกโดยเฉลี่ย และการเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้ “หอคอยกักน้ำ” (water tower) ที่ผู้คนนับพันล้านต่างพึ่งพิง อยู่ในภาวะอันตรายยิ่งขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ตามงานวิจัยใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เหตุใดเราต้องใส่ใจหอคอยกักน้ำเหล่านี้

เทือกเขาสูงโอบอุ้มน้ำแข็งและหิมะบนยอดเขามากกว่าที่ใดในโลกหากไม่นับรวมพื้นที่ขั้วโลก และเทือกเขาเหล่านี้ประกอบไปด้วยน้ำจืดปริมาณครึ่งหนึ่งที่มนุษย์ใช้อุปโภคบริโภค

หิมะและธารน้ำแข็งที่อยู่บนเทือกเขาต่างๆมีความสำคัญต่อผู้คนมากกว่า 1,600 ล้านคน หรือมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรโลก โดยแหล่งน้ำที่เราใช้กันทุกวันนี้อาจมาจากเทือกเขาเหล่านี้

ธารน้ำแข็ง

ธารน้ำแข็ง
แผนที่หอคอยกักน้ำทั่วโลก ซึ่งมักเริ่มจากเทือกเขาสูงต่างๆ ที่มีหิมะละลายกลายเป็นแม่น้ำสายสำคัญต่างๆ ของโลก

หอคอยกักน้ำที่อยู่บนเทือกเขาสูงทำหน้าที่เป็นเหมือนแท็งก์เก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีวาล์วปิดเปิด ตัวอย่างเช่น เมื่อหิมะตก ก็จะเป็นการเติมแท็งก์น้ำ และน้ำแข็งเหล่านี้ก็จะละลายอย่างช้าๆ ผ่านวันผ่านเดือน หรืออาจเป็นปี ก่อนจะปล่อยน้ำที่ละลายไหลลงจากเทือกเขา

ความคงที่ของการละลายของน้ำแข็งนี้มีบทบาทสำคัญยิ่งโดยเฉพาะกับผู้ที่อาศัยอยู่บนภูเขาสูง เนื่องจากการละลายของหิมะที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ว่าต่อเนื่องนี้ ก่อให้เกิดความเสียหายน้อยกว่าฝนตกครั้งใหญ่ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันหรือแผ่นดินถล่ม และมีความสำคัญต่อเมืองหลายเมืองที่ต้องการใช้น้ำตลอดทั้งปี เนื่องจากเทือกเขาสูงเหล่านี้เป็นบ้านของความหลากหลายทางชีวภาพบนพื้นดินของโลก (Earth’s land-based biodiversity) ถึงหนึ่งในสาม

ธารน้ำแข็ง, หิมาลัย
ธารน้ำแข็ง Ngozumpa เป็นธารน้ำแข็งที่ยาวที่สุดของเทือกเขาหิมาลัย ภาพถ่ายโดย BRITTANY MUMMA

“ในอดีต เทือกเขาไม่ได้รับการมองว่าเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบภายในโลก เหมือนกับป่าในเขตร้อนหรือมหาสมุทร” วอลเตอร์ อิมเมอร์ซีล นักวิทยาศาสตร์ด้านภูเขาและภูมิอากาศที่มหาวิทยาลัยอูเทรคต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ ผู้เขียนหลักของงานวิจัย กล่าวและเสริมว่า “เราเพิ่งรับรู้ความสำคัญของมันครับ”

เป็นเวลาหลายทศวรรษที่นักวิทยาศาสตร์รับรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลต่อปริมาณน้ำที่กักเก็บอยู่ในเทือกเขาสูง ซึ่งกำลังอุ่นขึ้นเร็วกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ตัวอย่างเช่น อุณหภูมิในเทือกเขาหิมาลัยพุ่งสูงขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียสนับตั้งแต่เริ่มต้นศตวรรษเป็นต้นมา โดยค่าเฉลี่ยของพื้นที่ทั่วโลกอยู่ที่ 1 องศาเซลเซียสเท่านั้น

ความตึงเครียดที่อาจเพิ่มมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อขนาดและรูปร่างของธารน้ำแข็งในเทือกเขาสูงเหล่านี้ เช่นเดียวกับชนิดและปริมาณหิมะที่ตกสู่พื้นดิน มีหลายกรณีที่ปริมาณหยาดน้ำฟ้านั้นเพิ่มขึ้น แต่ไม่อาจทดแทนธารน้ำแข็งที่ละลายไปได้อย่างเพียงพอ

ในช่วงเวลาเดียวกัน ความต้องการแหล่งน้ำและความขัดแย้งกำลังเพิ่มขึ้นในหอคอยแหล่งน้ำทุกแห่งบนโลก การเติบโตและพัฒนาของจำนวนประชากรทั่วโลกส่งผลให้ความต้องการน้ำเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อิมเมอร์ซีลกล่าว ซึ่งความต้องการน้ำนี้ประจวบเหมาะกับประสิทธิภาพอันจำกัดของรัฐบาล และความตึงเครียดทางการเมืองในเรื่องสิทธิการใช้น้ำในหลายพื้นที่ของโลก ยิ่งทำให้เรื่องหอคอยกักน้ำเหล่านี้เปราะบางมากขึ้น

ธารน้ำแข็ง, ปากีสถาน
ผู้หญิงสองคนดูแลสวนฝรั่งในหุบเขา Chipursan ประเทศปากีสถาน ภูมิภาคนี้เป็นส่วนหนึ่งของหอคอยกักน้ำของแม่น้ำสินธุ ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดน้ำให้ระบบน้ำ (water system) มากที่สุดในโลก ภาพถ่ายโดย MATTHIEU PALEY, NAT GEO IMAGE COLLECTION

แม่น้ำสินธุเป็นแหล่งน้ำที่เปราะบางมากที่สุดของโลก อิมเมอร์ซีลบอก เช่นเดียวกับแม่น้ำอามูดาร์ยา (แถบเอเชียกลาง) แม่น้ำคงคา แม่น้ำทาริม (เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ประเทศจีน) แม่น้ำซีร์ดาร์ยา (แถบเอเชียกลาง) หอคอยกักน้ำในทวีปอเมริกาใต้ก็มีความเปาะบางอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน
ด้านทวีปอเมริกาเหนือและยุโรปเองก็ไม่ได้รับการยกเว้นจากผลกระทบนี้ที่เกิดขึ้นในที่ราบสูงโคลัมเบีย ที่ราบลุ่มแม่น้ำโคโลราโด แม่น้ำโรน (ยุโรป) แม่น้ำโป (ยุโรป) และแม่น้ำอื่นๆ

“ความเปราะบางของหอคอยกักน้ำไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในบริเวณเทือกเขาในเอเชีย แต่เกิดขึ้นในทั้งสองซีกโลกและกลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลกโดยแท้จริง” จัสติน แมนคิน นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศของวิทยาลัยดาร์ตมัท สหรัฐอเมริกา ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในงานวิจัย กล่าว

ควรพุ่งความสนใจไปที่ใด

นักวิทยาศาสตร์กังวลว่าความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ภูเขาสูงกำลังจะเกิดขึ้น

“น้ำกำลังจะเปลี่ยนไปครับ” วาวเตอร์ บายเทิร์ต นักอุทกวิทยาจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน (Imperial College London) กล่าวและเสริมว่า “ดังนั้น ก้าวต่อไปคือการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่สามารถทำได้ และชุมชนต่างๆจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างไร” ซึ่งต้องมีความสร้างสรรค์และหาทางออกอื่นๆเพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำในหอคอยกักน้ำให้ได้

ธารน้ำแข็ง, หิมาลัย
Dingboche เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในเชิงเทือกเขาหิมาลัย ในหนึ่งหมู่บ้านที่ต้องพึ่งพาน้ำจากหอคอยกักน้ำในเทือกเขาสูง ภาพถ่ายโดย ERIC DAFT

ในลาดักห์ (อินเดีย) ทางแก้ปัญหาอาจหมายถึงการสร้างสถูป หรือแผ่นน้ำแข็งเล็กๆที่สามารถคงอยู่ได้ไปตลอดช่วงหน้าแล้ง ในเปรูอาจใช้วิธีการนำระบบประปาแบบโบราณกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นการนำน้ำจากหอคอยกักน้ำไปสู่ช่องทางหรืออ่างเก็บน้ำต่างๆ แต่ก็อาจหมายถึงสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น นั่นคือการแก้ปัญหาในระดับโลก เช่น การพูดถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการตั้งคำถามทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อเฝ้าจับตาความเปราะบางนี้

“ในจุดนี้ เราจำต้องคิดถึงโลกทั้งใบค่ะ” มิเชล โคปป์ส นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศและธารน้ำแข็งจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ซึ่งเป็นผู้เขียนรายงาน กล่าวและเสริมว่า “นี่เป็นภาวะคับขันของโลกที่กำลังพัฒนาและกลุ่มประเทศ Global South (ทวีปแอฟริกา อเมริกาใต้ ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย และประเทศในตะวันออกกลาง) แต่ภาวะเปราะบางนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้ในสวนหลังบ้านของเรา และต้องได้รับการใส่ใจทันที”

เรื่อง ALEJANDRA BORUNDA


อ่านเพิ่มเติม แผ่นน้ำแข็งของกรีนแลนด์กำลังละลายเร็วขึ้นถึงสี่เท่า – และส่งผลร้ายต่อโลกกรีนแลนด์

เรื่องแนะนำ

สำรวจโลก : พิราบตรวจอากาศ

พิราบตรวจอากาศ เช้าอากาศสดใสวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิปี 2016 นกพิราบสื่อสาร 10 ตัวถูกปล่อยขึ้นสู่ฟากฟ้าเหนือ กรุงลอนดอน บางตัวได้รับการติดอุปกรณ์ ขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลปริมาณไนโตรเจนไดออกไซด์และโอโซนในอากาศของมหานครแห่งนี้ นี่เป็นภารกิจแรกของโครงการ “พิราบตรวจอากาศ” (Pigeon Air Patrol) นับตั้งแต่ยุคโบราณ ผู้คนใช้ประโยชน์จากนกที่มีพรสวรรค์ด้านการนำทางนี้ เจงกิสข่านและชาวโรมันใช้พวกมันเป็นผู้ส่งสาร ฝรั่งเศสถึงกับมอบเหรียญกล้าหาญให้นกพิราบสองตัวที่รับใช้ชาติในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง นกพิราบถูกฝึกให้นำจรวดไปยังเป้าหมายด้วยการจิกไปที่ เป้าหมายบนจอซึ่งติดตั้งไว้ภายในหัวจรวด (ระบบนำวิถีด้วยวิทยุทำให้พวกมันไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์นี้ แต่เทคโนโลยีที่ใช้ในการฝึกก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจอสัมผัสหรือทัชสกรีนในปัจจุบัน) โครงการพิราบตรวจอากาศสมัยใหม่ได้รับการพัฒนาโดยห้องปฏิบัติการพลูมแลบส์ (Plume Labs) ของโรเมน ลาคอมบ์ เพื่อช่วย สร้างความเข้าใจให้สาธารณชนเกี่ยวกับอากาศที่ พวกเขาหายใจ การศึกษาชิ้นหนึ่งประมาณการว่า มลพิษในอากาศของลอนดอนเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตถึง 9,416 รายในแต่ละปี โครงการพิราบตรวจอากาศได้ผลเกินคาดจนสามารถชักจูงให้อาสาสมัครที่เป็นมนุษย์สวมใส่อุปกรณ์แบบเดียวกัน ซึ่งนับแต่นั้นสามารถทำแผนที่คุณภาพอากาศของเส้นทางต่างๆ ในลอนดอนรวมแล้ว 2,100 กิโลเมตร “เราใช้อะไรที่ตรงข้ามกับเทคโนโลยีเพื่อทำ สิ่งที่ลํ้าสมัยเอามาก ๆ” ลาคอมบ์บอก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้านกพิราบช่วยให้คนหันมาสนใจปัญหานี้ได้ ก็จะเป็นอะไรไปเล่า” เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย: DIGITASSLBI; APIC/HULTON ARCHIVE/GETTY IMAGES […]

คุยกับ ซิลเวีย เอิร์ล “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก”

นักสมุทรศาสตร์ ซิลเวีย เอิร์ล ได้สมญาว่า “เจ้าหญิงแห่งห้วงลึก” หรือ “Her Deepness” จากการอุทิศตนเพื่อการสำรวจและการอนุรักษ์มหาสมุทรของเธอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอ แบบสบายๆ (และไม่ต้องเปียกน้ำ) เมื่อไม่นานมานี้ NG: ซิลเวีย เราได้ยินข่าวลือว่าจริงๆ แล้วคุณเกิดใต้นํ้า และคุณยังมีเหงือกเหมือนปลา ที่ผ่านมาคุณเสแสร้งมาตลอดว่าเป็นมนุษย์ ที่เห็นเดินดินอยู่นี่เป็นภาพลวงตาใช่ไหม ซิลเวีย: เป็นอย่างนั้นได้ก็ดีสิ!   NG: เกิดอะไรขึ้นกับคุณตอนเป็นเด็ก ทำไมจู่ๆ การใช้ชีวิตอยู่บนบกถึงกลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญรองลงไปสำหรับคุณ ซิลเวีย: สมัยเด็กๆ ที่ชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์ มีอยู่ครั้งหนึ่งฉันถูกคลื่นซัดจมนํ้า ฉันหายใจ ไม่ออก จนกระทั่งนิ้วเท้าสัมผัสพื้น ถึงทะลึ่งพรวดขึ้นมาได้ ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกว่า มันทั้งสนุกและเจ๋งสุดๆ หลังจากนั้น พอครอบครัวย้ายไปอยู่ฟลอริดาตอนฉันอายุ 12 หลังบ้าน เราคืออ่าวเม็กซิโก คุณก็รู้นี่นาว่า เด็กๆ คือ นักสำรวจโดยธรรมชาติ พวกเขาเป็นนัก วิทยาศาสตร์มาตั้งแต่ต้น ชอบถามคำถามไม่หยุดหย่อน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเรื่องใหม่และน่าทึ่งไปเสียหมด   NG: ถ้าเป็นเด็กๆ […]

อินเดียรถชนระนาว หมอกควันเป็นเหตุ

เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางตอนเหนือของอินเดียประสบกับปัญหาจากหมอกควัน ที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นถึง 10 เท่าจากปริมาณปกติ ที่ปลอดภัยต่อร่างกาย ข้อมูลจากหน่วยงานเพื่อสุขภาพออกคำเตือน การสูดหายใจในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน มีอันตรายเทียบเท่ากับการสูบบุหรี่จำนวนมากถึง 50 มวนต่อวันเลยทีเดียว นอกจากหมอกควันเหล่านี้จะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจแล้ว ยังรบกวนทัศนวิสัยจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนมากถึง 18 คันรวด ในกรุงนิวเดลีอีกด้วย ผู้คนที่ยังอยู่ในรถจึงต้องรีบออกจากรถ เนื่องจากไม่ทราบว่ารถคันหลังๆ ที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะมาชนท้ายอีกหรือไม่   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : การยืดอายุผักผลไม้แนวใหม่, สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ

พวกลักลอบล่าสัตว์ในแอฟริกาใต้ถูกสิงโตกิน

ขนมปัง, อาวุธ และชิ้นส่วนมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่อย่างกระจัดกระจายรอบๆ เป็นหลักฐานบ่งชี้ถึงชะตากรรมสุดท้ายของกลุ่มคนที่ตั้งใจมาล่านอแรดผิดกฎหมาย