การปกป้อง พื้นที่ธรรมชาติ และสัตว์ป่าจะบรรเทาภาวะโรคระบาดใหม่ในอนาคตได้

การปกป้องพื้นที่ธรรมชาติและสัตว์ป่าจะช่วยบรรเทาภาวะโรคระบาดใหม่ในอนาคตได้

การสูญเสีย พื้นที่ธรรมชาติ พื้นที่อาศัยของสัตว์ เป็นหนึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสูญพันธุ์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ๆ ในอนาคตขึ้นอีก – กลุ่มนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ กล่าว

การขาดทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักและการลงทุนนับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในการปกป้อง พื้นที่ธรรมชาติ และสัตว์ป่า อาจทำให้โลกได้เห็นการแพร่ระบาดของโรคระบาดในรูปแบบเดียวกับ COVID-19 อีกครั้ง — คำเตือนจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายชาติ

การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพสามารถรักษาชีวิตมนุษย์กล่าวอ้าง ตามรายงานฉบับใหม่ ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ตรวจสอบว่า การลดลงของ พื้นที่ธรรมชาติ และสัตว์ป่าทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับโรคภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

นี่เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่มีข้อโต้แย้ง การทำลายป่าไม้คือตัวเร่งที่สำคัญของโรคระบาด ลี ฮานนาห์ นักวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศขององค์กร Conservation International ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องของผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ โดยรายงานนี้ได้รวบรวมในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจากการเวิร์กช็อปโดยองค์การการประชุมเวทีวิทยาศาสตร์-นโยบายระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernment Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services – IPBES) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มาจากทั้งหน่วยงานการศึกษา รัฐบาล และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร

โดยในรายงานกล่าวว่า “หากไร้ซึ่งกลยุทธ์เชิงป้องกัน จะเกิดโรคระบาดประเภทใหม่ๆ มากขึ้น แพร่กระจายรวดเร็วขึ้น ทำให้มีคนเสียชีวิตมากขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและส่งผลกระทบที่ทำลายล้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”

พื้นที่ธรรมชาติ, การตัดไม้ทำลายป่า, บราซิล
Garimpo do Juma – เหมืองทองบนแม่น้ำ Juma River ประเทศบราซิล ซึ่งมีพื้นที่กว่า 10 เฮกตาร์ (ราว 63 ไร่) ได้ถูกขุดไปมากกว่า 25 เมตร การทำลายป่าอันเนื่องมาจากการทำเหมืองนั้นส่งผลในแบบที่ไม่หวนกลับ ภาพถ่ายโดย EMILIANO MANCUSO, CONTRASTO/RED​UX

การสูญเสียที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและโรคภัยเกี่ยวข้องกันอย่างไร

คำแนะนำจากรายงานฉบับนี้คือให้ใช้วิธีการเชิงป้องกันเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสที่มักจะเกิดขึ้นจากสัตว์

โดยนักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ว่ามีไวรัสกว่า 1.7 ล้านชนิดที่ยังไม่ถูกค้นพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์ปีก และครึ่งหนึ่งของไวรัสเหล่านี้สามารถติดต่อสู่มนุษย์ได้ ซึ่งเรื่องนี้จะไม่ใช่เหตุบังเอิญ ผู้เขียนรายงานกล่าวและเสริมว่า โรคระบาดเหล่านั้นกำลังเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ที่เพิ่มความตึงเครียดต่อธรรมชาติและทำให้ผู้คนต้องสัมผัสติดต่อกับสัตว์ป่ามากขึ้น

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2019 บรรดานักวิทยาศาสตร์ได้ออกคำเตือนว่า การเพิ่มขึ้นของการตัดไม้ทำลายป่าได้สร้างสภาวะที่เอื้อต่อการระบาดของโรค พื้นที่ธรรมชาติที่สูญไปย่อมหมายถึงความเสี่ยงตามมา โดยฮานนาห์เรียกให้มีการสนใจในเรื่องของพื้นที่ป่าซึ่งเต็มไปด้วยความหนาแน่นทางความหลากหลายทางชีวภาพและสถานที่ที่เป็นพาหะของโรคระบาดต่างๆ

เขาได้ยกตัวอย่างการตัดไม้ทำลายป่าแอมะซอนของบราซิล ซึ่งต้นไม้มักถูกโค่นทำลายเพื่อการปศุสัตว์ โดยสัตว์ในการปศุสัตว์เหล่าอาจเป็นตัวกลางระหว่างสัตว์ป่าที่ติดเชื้อและคนที่ทำงานใกล้ชิดกับสัตว์ป่าเหล่านี้

การทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าจะเร่งให้บรรดาสัตว์ต้องเข้าไปยังดินแดนใหม่ๆ ในรายงานกล่าวและเสริมว่า ซึ่งเป็นการกดดันให้สัตว์ป่า อันรวมไปถึงค้างคาวและสัตว์ปีกต้องเข้าไปในพื้นที่สิ่งแวดล้อมเมืองในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น

ทางแก้ปัญหาในราคาที่สูงลิบ

“ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจขนาดของสิ่งที่เราต้องดำเนินการ” ฮานนาห์กล่าวและเสริมว่า “นี่ไม่ใช่แค่การพยายามอย่างเต็มที่เท่านั้น แต่รวมไปถึงการลงมือไปในระดับที่เราไม่เคยทำมาก่อนอีกด้วย”

พื้นที่ธรรมชาติ,
พื้นที่ป่าฝนที่ถูกเคลียร์พื้นที่เพื่อการปศุสัตว์ตามเส้นทางทางหลวงทรานส์-แอมะซอนเนียน ภาพถ่ายโดย RICHARD BARNES, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ในรายงานมีเป้าประสงค์ถึงการให้คณะที่ปรึกษานานาชาติเพื่อดูแลการป้องกันโรคระบาด กองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และการลงทุนในเรื่องของการลงทุนและการศึกษา ด้วยสถาบันแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ พวกเขาหวังว่าจะช่วยลดอุตสาหกรรม (ที่ส่งเสริมการทำลายพื้นที่ป่า) เช่นการผลิตน้ำมันปาล์ม การค้าไม้ และการเพาะเลี้ยงปศุสัตว์

และคณะที่ปรึกษานี้จะช่วยในเรื่องของการกำหนดจุดแพร่กระจายของไวรัสรวมไปถึงการบริการทางสุขภาพที่เข้มแข็งให้กับบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยง

โดยการดำเนินกลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโลกต้องใช้งบประมาณระหว่าง 40 – 58 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (124 – 180 ล้านล้านบาท) ในทุกปี ซึ่งเป็นการประมาณการโดยผู้เขียนรายงาน อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการประมาณมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปเนื่องจากโรคระบาด ซึ่งมีมูลค่านับล้านล้านดาลลาร์สหรัฐ งานศึกษาก่อนหน้าซึ่งเผยแพร่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเผยว่า โควิด-19 ส่งผลให้สหรัฐฯ สูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจไปแล้วถึง 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (52 ล้านล้านบาท)

ขณะนี้มี 30 กว่าประเทศที่ให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนโครงการ Campaign for Nature เป้าหมายระดับโลกที่จะปกป้องพื้นที่บกและทะเลกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2030 แต่ผู้อำนวยการโครงการอย่าง ไบอัน โอ’ดอนเนลล์ กล่าวว่ายังมีอีกหลายขั้นตอนที่จะต้องทำเพื่อให้คำมั่นในโครงการนี้เป็นจริง (โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก)

“เราต้องให้ทุกประเทศยอมรับข้อตกลงนี้” เอ็นริค ซาลา นักสำรวจประจำของเนชั่นเนล จีโอกราฟฟิก กล่าวเพื่อสนับสนุนเป้าหมายอันทะเยอทะยานนี้ และกล่าวเสริมว่า “โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่มีความเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์หลงเหลืออยู่บนโลก ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงแหล่งของความหลากหลายทางชีวภาพเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเป็นวิธีแก้ปัญหาโดยใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อบรรเทาปัญหาเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเช่นกัน”

เรื่อง SARAH GIBBENS


อ่านเพิ่มเติม คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้

เรื่องแนะนำ

คลิปนี้ดีต่อใจและจะทำให้คุณยิ้มได้

เพราะเหตุใดการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์แพนด้าจึงยุ่งยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย ลองไปฟังจากปากของผู้ชายเจ้าของฉายา “ป๊ะป๋า” แพนด้ากันดีกว่า “ลูกแพนด้าจะทำให้คุณนึกถึงลูกๆของตัวเอง  และทำให้คุณหลงรักพวกมันครับ” เขาผู้นี้คือ “ป๊ะป๋าแพนด้า” (Papa Panda) หรือตำแหน่งอย่างเป็นทางการคือ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และวิจัยแพนด้ายักษ์ของจีน (China Conservation and Research Center for the Giant Panda) ที่นี่คือศูนย์เพียงแห่งเดียวในโลกที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในการเพาะขยายพันธุ์แพนด้า แต่ยังรวมถึงการปล่อยพวกมันกลับคืนสู่ธรรมชาติด้วย “การเพาะขยายพันธุ์แพนด้ามีปัญหาหลักๆ 3 ประการ ประการแรก การจะให้แพนด้าจับคู่ผสมพันธุ์เป็นเรื่องยาก ประการที่สอง การจะให้แพนด้าตั้งท้องก็เป็นเรื่องยาก และประการที่สาม การจะเลี้ยงลูกแพนด้าให้รอดก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน แต่ด้วยการวิจัยอย่างต่อเนื่องยาวนาน 20 ปีของเราทำให้เราสามารถแก้ปัญหาทั้งสามประการนี้ได้” ลูกแพนด้าเมื่อแรกเกิดจะตาบอดและไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้ด้วยตัวเองโดยปราศจากความช่วยเหลือ ก่อนหน้าที่เราจะทราบเรื่องนี้ ลูกแพนด้าจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในความดูแลของมนุษย์ตายลงจากอาการท้องผูก ปัจจุบัน อัตราการรอดชีวิตของลูกแพนด้าเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 90 ผู้ดูแลแพนด้าต้องเลียนแบบการเลียของแม่แพนด้าเพื่อช่วยเหลือลูกแพนด้าให้ขับถ่ายอย่างสม่ำเสมอ ลูกแพนด้าในความดูแลของมนุษย์ไม่สามารถส่งหรือปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้ทันที ด้วยเหตุนี้ เราจึงจำเป็นต้องฝึกสอนพวกมัน กุญแจสู่ความสำเร็จในการปล่อยแพนด้ากลับคืนสู่ธรรมชาติคือการลดหรือขจัดการพึ่งพามนุษย์ของพวกมัน ที่ศูนย์วิจัยบางแห่ง ลูกและแม่แพนด้าอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมกึ่งธรรมชาติ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเกิดความคิดให้เราแต่งตัวด้วยชุดหมีแพนด้า ด้วยวิธีนี้ ลูกแพนด้าจะคุ้นเคยแต่กับ “แพนด้า” ตัวสีขาวดำเหมือนพวกมันเท่านั้น เพื่อช่วยกลบหรือลบกลิ่นมนุษย์  นักวิจัยต้องสเปรย์ฉี่และอุจจาระแพนด้าลงบนชุด […]

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร: ก้าวข้ามภารกิจเดิม

“ภารกิจสืบทอดเจตนารมณ์ของพี่สืบในเบื้องต้น 30 ปีนี้ ผมว่าเราไม่มีอะไรติดค้างพี่สืบแล้ว วันนี้ผืนป่าอนุรักษ์ที่พี่สืบเองเสนอให้มีพื้นที่ป่าอย่างน้อยร้อยละ 20 ตอนนี้เรามีการจัดตั้งผนวกรวมพื้นที่ป่าเป็นป่าอนุรักษ์เกือบจะร้อยละ 25 ตามแผนการจัดการป่าไม้แห่งชาติ เกินเป้าที่พี่สืบเคยฝันแล้ว” ศศินบอกผมเช่นนั้น ตลอดช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา ผมคิดว่าการกำหนดแผนยุทธศาสตร์อย่างมีส่วนร่วมทุกสี่ปี ทั้งด้านเป้าหมายแผนการทำงาน และการพัฒนาองค์กร ล้วนเป็นจุดเด่นในการทำงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ทำให้มูลนิธิปรับองค์กรได้ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง ทำงานอย่างมืออาชีพมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังเปิดกว้างให้คนรุ่นใหม่จากหลากหลายวงการเข้ามาร่วมทำงานอนุรักษ์มากขึ้น ทั้งที่เป็นกรรมการและเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯ เมื่อถึงปีที่ 30 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร นอกจากจะยังคงทำงานสืบสานงานอนุรักษ์เรื่องการรักษาป่าผืนใหญ่แล้ว “เราต้องการเป็นองค์กรสื่อสารเรื่องงานอนุรักษ์กับสังคมอีกด้วย” ภาณุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร เล่าให้ผมฟัง “เราถึงพยายามแตะประเด็นสิ่งแวดล้อมในระดับโลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกร้อนหรือวิกฤติการสูญพันธุ์ ซึ่งเป็นความเห็นร่วมกันของเจ้าหน้าที่มูลนิธิรุ่นปัจจุบัน” วิสัยทัศน์ดังกล่าวปรากฏอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ พ.ศ. 2563 – 2566 ของมูลนิธิฉบับล่าสุดและยังพยายามยกระดับการจัดการป่าตะวันตกทั้งผืนที่มีขนาดราว 20 ล้านไร่ให้ได้มาตรฐานเดียวกับพื้นที่มรดกโลก ซึ่งจำเป็นต้องมีการสร้างระบบติดตามข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพการใช้ประโยชน์ของชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานในป่าทั้ง 131 ชุมชน และเข้าไปส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ให้ดำเนินอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงทดลองใช้กลไกเศรษฐศาสตร์ใหม่ ๆ เช่น ระบบตอบแทนคุณระบบนิเวศ (payment for ecosystem services) […]

พายุฝุ่นที่เกิดขึ้นในอินเดีย เหตุใดจึงส่งผลถึงตาย?

รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากพายุฝุ่นที่เกิดขึ้นนี้มากกว่า 100 คนแล้ว และถือเป็นหนึ่งในพายุฝุ่นที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้านนักอุตุนิยมวิทยาเตือนฝุ่นบดบังทัศนวิสัยและก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น

สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ

เรื่อง นีนา สตรอคลิก ไนจีเรียเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดของแอฟริกาที่ไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ แม้จะมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 35 ล้านตารางกิโลเมตรก็ตาม และต้องพึ่งพาการนำเข้าอาหารอย่างหนัก ในแต่ละปีมีหนุ่มสาวชาวไนจีเรียกว่าสองล้านคนเข้าสู่ตลาดแรงงาน แต่ต้องเผชิญกับอัตราการว่างงานในคนหนุ่มสาวที่สูงถึงร้อยละ 25 กลุ่มหัวรุนแรงอย่างโบโกฮารามจึงเกณฑ์กำลังพลจากกลุ่มประชากรที่มีพลังเหลือล้นทว่าไร้งานทำ การสนับสนุนให้คนหนุ่มสาวลุกขึ้นมาจับจอบเสียมแทนที่จะเป็นอาวุธจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ “คนหนุ่มสาวตกงานกับกลุ่มก่อการร้ายก็เหมือนออกซิเจนกับไฟยังไงยังงั้นเลยครับ” โคลา มาชา ผู้ประกอบการชาวไนจีเรีย-อเมริกัน บอก “ทำไมคนที่คับข้องใจกลุ่มเล็กๆ ถึงลุกขึ้นมาจัดตั้งกองทัพเล็กๆ ได้ นั่นเป็นเพราะคนหนุ่มสาวมีโอกาสทางเศรษฐกิจจำกัดจำเขี่ยอย่างไรละครับ” มาชาดำเนินโครงการชื่อบับบันโกนา (Babban Gona) แปลว่า ไร่นายิ่งใหญ่ (Great Farm) โดยมีเป้าที่จะยกระดับฐานะของเกษตรกรที่ทำไร่นาขนาดเล็กให้พ้นจากระดับพอยังชีพ โดยจะเน้นไปที่การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงตลาดที่ให้ราคาสูงกว่าเดิมได้ การลงทุนในภาคเกษตรเป็นรูปแบบของความช่วยเหลือจากต่างชาติที่บรรเทาความขัดแย้งได้ดีที่สุด ในขณะที่ความช่วยเหลือรูปแบบอื่นๆ อาจส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายลงได้ เอดวิน ไพรซ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทกซัสเอแอนด์เอ็ม ด้านความขัดแย้งและการพัฒนาบอก โครงการอย่างบับบันโกนาจึงเริ่มเปิดตัวทั่วทั้งทวีปและธนาคารพัฒนาแอฟริกา (African Development Bank) ซึ่งใช้โครงการนี้เป็นต้นแบบก็ตั้งเป้าที่จะสร้างงานในภาคธุรกิจการเกษตรสำหรับคนหนุ่มสาวใน 30 ประเทศให้ได้ 1.5 ล้านตำแหน่งภายในระยะ เวลาห้าปีข้างหน้า   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรง, สำรวจโลก : เพราะน้ำคือชีวิต