เทรนด์วัสดุทดแทนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กที่ขับเคลื่อนโลกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน - National Geographic Thailand

เทรนด์วัสดุทดแทนจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กที่ขับเคลื่อนโลกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

จากเทรนด์วัสดุทดแทน สู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) หนทางในการขับเคลื่อนโลกรูปแบบใหม่ที่มนุษยชาติกำลังมุ่งไป

ปี 2020 โลกเผชิญภัยพิบัติที่รุนแรงที่สุด

ตั้งแต่การตรวจพบคลื่นความร้อนในทวีปแอนตาร์กติกาพื้นที่ที่ควรจะหนาวเย็นที่สุดในโลก รวมถึงการถล่มลงของธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในกรีนแลนด์ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลต่อระดับน้ำทะเลที่เพิ่มระดับสูงขึ้นทั่วโลก

การเพิ่มขึ้นของกองทัพตั๊กแตนที่บุกทำลายพื้นที่เกษตรกรรมในทวีปแอฟริกาตะวันออกและเอเชีย ซึ่งการระบาดครั้งใหญ่ของฝูงตั๊กแตนนี้ ได้นำพามาซึ่งวิกฤตการขาดแคลนอาหารครั้งสำคัญ

การมาถึงของพายุไซโคลนที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีของอินเดียและบังคลาเทศ ซึ่งมีความเร็วลมสูงถึง 185 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พัดถล่มสร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนและผู้คนจำนวนมาก

มาจนถึงไฟป่าในออสเตรเลียที่เผาผลาญผืนป่าไปกว่า 30 ล้านไร่ และไฟป่าในสหรัฐอเมริกาที่ลุกลามกินพื้นที่ไปกว่า 5 ล้านไร่ สัตว์ป่าหลายล้านตัวต้องสังเวยชีวิตไปในเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อม ๆ กับปัญหาเขม่าควันที่ปกคลุมท้องฟ้าจนเป็นม่านหมอกทึบ

ไฟป่าในออสเตรเลีย ครอบคลุมพื้นที่หลายล้านไร่และมีสัตว์ป่าล้มตายไปนับล้านตัว ภาพถ่ายโดย Marcus Kauffman

และล่าสุดกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ใน 11 จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้ได้รับผลกระทบหลายแสนคน ซึ่งนับเป็นอุทกภัยที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี

ทั้งหมดนี้คือตัวบ่งชี้ว่าโลกของเรามีสุขภาพที่แย่ลงจากการเสียสมดุลของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติที่เล่าไปข้างต้น เกิดขึ้นจากการสะสมต้นตอปัญหามาตลอดหลายศตวรรษ นับตั้งแต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ทุก ๆ ปีเราใช้ทรัพยากรบนโลกมากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการทำประมงเกินขนาด รวมถึงเปลี่ยนป่าทั่วโลกให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุของการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าที่ระบบนิเวศจะดูดซับไหว

ดังนั้นในการขับเคลื่อนโลกไปข้างหน้า เราจะใช้วิธีการแบบเดิม ๆ ที่เป็นมาไม่ได้อีกต่อไป โดยเฉพาะเศรษฐกิจรูปแบบเดิมที่หัวใจหลักมุ่งเน้นไปที่การใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตสินค้า แล้วจบลงด้วยการสร้างขยะมหาศาล เห็นได้จากในแต่ละวัน เรามีขยะมูลฝอยมากกว่า 3.5 ล้านตัน ที่ทิ้งลงไปในหลุมขยะทั่วโลก

เพื่อไม่ให้โลกต้องเผชิญกับสภาวะที่รอวันย่ำแย่ลงไปเรื่อย ๆ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จึงน่าจะเป็นหนทางในการขับเคลื่อนโลกรูปแบบใหม่ที่พวกเรากำลังมุ่งไป

ในอนาคต การพัฒนาเศรษฐกิจต้องเติบโตควบคู่ไปกับการดำรงอยู่ของธรรมชาติและระบบนิเวศ ภาพถ่ายโดย JING GUO

เศรษฐกิจหมุนเวียนคืออะไร

องค์การสหประชาชาติระบุว่า ด้วยความเร็วของการเผาผลาญทรัพยากรธรรมชาติ และการปล่อยขยะมลพิษของระบบอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มนุษยชาติเหลือเวลาอีกเพียงทศวรรษเดียวเท่านั้นในแก้ไขปัญหานี้ หากเรายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการบริโภค ยังไม่เปลี่ยนระบบเศรษฐกิจและการผลิต เราจะไม่สามารถอาศัยอยู่บนพื้นผิวโลกได้ในอนาคต  ท่ามกลางอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้น กับปัญหาความแห้งแล้งที่เป็นภัยต่อการดำรงชีวิต สภาพอากาศที่ไม่สามารถคาดเดาได้ และผันผวนมากขึ้นด้วยพายุรูปแบบต่าง ๆ

แนวคิดของเศรษฐกิจหมุนเวียนคือการลดขยะและมลพิษ ด้วยการนำวัสดุและผลิตภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเปลี่ยนมุมมองต่อสิ่งที่เคยถูกเรียกว่า “ขยะ” ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งของที่ใช้แล้วนั้น ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้ง และจบชีวิตลงที่หลุมขยะเสมอไป

ปัจจุบัน ขยะมูลฝอยหลายล้านตันเล็ดลอดลงสู่แหล่งน้ำและไหลไปยังมหาสมุทร และยังไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม ภาพถ่ายโดย Alexander Schimmeck

มูลนิธิ Ellen MacArthur แห่งสหราชอาณาจักร องค์กรแนวหน้าที่เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันคนรุ่นใหม่ให้ร่วมกันคิด ดีไซน์ และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านกรอบรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมาตลอดทศวรรษของการก่อตั้ง ระบุถึงหลักสำคัญของเศรษฐกิจหมุนเวียน คือการออกแบบของเสียและมลพิษ โดยเก็บวัสดุและผลิตภัณฑ์ไว้ใช้เรื่อย ๆ เพื่อฟื้นฟูระบบธรรมชาติ

ดังนั้นแทนที่จะทิ้งขว้าง เราต้องหาวิธีเพิ่มมูลค่าให้ขยะด้วยการใช้ซ้ำ (Reuse) ผลิตซ้ำ (Remanufacturing) เปลี่ยนรูปแบบการใช้ซ้ำ (Recycle) และออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่จากวัสดุเดิม (Upcycling) กลายเป็นรูปแบบเศรษฐกิจที่วัสดุและผลิตภัณฑ์ถูกใช้หมุนเวียนเป็นวงกลม ใช้เสร็จแล้วก็อัปเกรดพวกมันไปเรื่อย ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผ่านกระบวนการคิดเชิงสร้างสรรค์ แทนรูปแบบเศรษฐกิจแบบเดิมที่ซื้อ – ใช้ – ทิ้งทันที แบบเป็นเส้นตรง (Linear)

ศิลปินออกแบบหน้ากาก พร้อมรูระบายอากาศหายใจ จากกล่องน้ำดื่ม ภาพถ่ายโดย Utopia By Cho

ทำไมวัสดุทดแทนจึงสำคัญ

เศรษฐกิจหมุนเวียน หมายถึงรูปแบบที่จะทำให้เรายังสามารถบรรลุการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ โดยไม่ต้องสูญเสียความเป็นอยู่ของโลก หลายปีที่ผ่านมาแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนได้เติบโต และได้รับการนำไปประยุกต์ใช้ในหลายธุรกิจทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่ที่สามารถสร้างความเป็นไปได้ได้มากมาย

เทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันสามารถเปลี่ยนโครงสร้างทางชีวภาพของวัสดุได้ ทำให้เกิดวัสดุทดแทนหลากหลายประเภทการใช้งาน ซึ่งล้วนแต่ผลิตขึ้นมาจากวัสดุรีไซเคิล จึงช่วยลดการใช้ทรัพยากรจากธรรมชาติ ลดการปล่อยของเสีย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อมนุษย์มากขึ้น

หลากหลายผลิตภัณฑ์จาก Precious Plastic กลุ่มนักออกแบบชาวเดนมาร์ก ที่คิดค้นการหลอมละลายพลาสติก PE เพื่อขึ้นรูปใหม่

หนึ่งในผลิตภัณฑ์นั้นคือ Sci Wood ไม้สังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นจากผงไม้เนื้อแข็ง และเม็ดพลาสติกรีไซเคิล โดยผงไม้เนื้อแข็งเหล่านี้ แปรรูปมาจากขี้เลื่อยไม้เนื้อแข็ง ซึ่งเป็นเศษเหลือทิ้งจากการใช้งานในโรงงานไม้แปรรูป ดังนั้นนอกจากจะเป็นการลดการตัดต้นไม้ และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าแล้ว ไม้สังเคราะห์ชนิดนี้ยังช่วยหมุนเวียนการใช้พลาสติก ผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ  ที่นำไปใช้งานได้หลากหลายและทนทาน

ไม้สังเคราะห์ Sci Wood ในงานออกแบบ ด้วยเทคโนโลยีการขึ้นรูป จากพลาสติกรีไซเคิล และผงไม้เนื้อแข็งที่หลงเหลือจากโรงงานแปรรูปไม้

เราจะรู้ได้อย่างไรว่า สินค้าที่ใช้อยู่นั้น เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจริงๆ

ลองมองหาฉลากสิ่งแวดล้อม (Environment Label) ไม่ว่าจะเป็นฉลากเขียว ฉลากคาร์บอน ฉลากประหยัดพลังงาน ฉลากรับรองไม่ทำลายป่าไม้ ไปจนถึงฉลากลดการใช้น้ำ ที่ปรากฏบนสินค้าที่จะแสดงให้รู้ว่าสินค้านั้น ๆ ได้รับการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อมจากภาครัฐและองค์กรอย่างละเอียดมาแล้วว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (มากกว่าสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ไม่มีฉลากรับรอง)

อย่างไม้ Sci Wood ที่ได้รับฉลากเขียวจากสภาสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสิงคโปร์ ต่อเนื่อง 5 ปี ติดต่อกัน โดยได้รับการระบุว่า เป็นสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Eco-Product) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตด้วยขั้นตอนที่มุ่งประหยัดพลังงาน และลดมลพิษระหว่างการใช้งาน ช่วยให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภคมากขึ้น โดยเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำวัสดุกลับมารีไซเคิลใหม่ หรือคืนสภาพ (Recovery) ได้

ต่อมาคือสัญลักษณ์ FSC (Forest Stewardship Council) หรือ องค์กรระหว่างประเทศที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของสมาชิกที่มาจากหลากหลายหน่วยงาน ได้แก่ หน่วยงานทางด้านสิ่งแวดล้อม ทางด้านสังคม กลุ่มผู้ผลิตซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ และกลุ่มผู้ทำสวนป่าจากทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เดียวกัน นั่นคือมุ่งเน้นในการปรับปรุงพื้นที่ส่วนอนุรักษ์ ลดการตัดไม้ทำลายป่าธรรมชาติ และป่าอนุรักษ์

มาตรฐาน FSC จึงมีขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ผู้ซื้อว่า ผลิตภัณฑ์นั้นผลิตจากไม้ในป่าที่ได้รับการควบคุมเป็นอย่างดี อย่าง Sci Wood แม้จะมีส่วนผสมเพียงผงไม้เนื้อแข็งจากขี้เลื่อย แต่ก็เป็นเศษไม้จากป่าปลูก ไม่ได้รบกวนป่าตามธรรมชาติแต่อย่างใด

และความพิเศษของวัสดุทดแทน คือแม้จะถูกสังเคราะห์และออกแบบมาทดแทนวัสดุทางธรรมชาติ แต่คุณสมบัติของมันกลับดียิ่งกว่า เห็นได้จาก Sci Wood ไม่มีปัญหาไม้ผุ เปื่อย หักเปราะ สีหลุดลอก หรือปัญหาปลวกกินไม้ มันจึงมีความคงทน ไม่กลายเป็นของเสียง่าย ๆ และนั่นคือหัวใจอีกหนึ่งข้อของเศรษฐกิจหมุนเวียน

หนทางสู่ความยั่งยืน

ไม่ใช่แค่แวดวงวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ แวดวงแฟชั่นก็ตอบรับรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนกันอย่างคึกคัก เห็นได้จากการนำเศษผ้าเหลือใช้ไปอัพไซเคิลเป็นเสื้อผ้าชิ้นใหม่ของเหล่าดีไซเนอร์และแบรนด์สินค้าทั่วโลก

และอย่างที่อธิบายไปข้างต้น เศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้มีแค่การผลิตซ้ำเท่านั้น แต่ครอบคลุมไปถึงการเพิ่มอายุการใช้งานด้วย ซึ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีทางการสื่อสารง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว เราสามารถเพิ่มความถี่การใช้ข้าวของร่วมกับคนอื่นได้ เช่น แทนที่จะซื้อชุดราตรีที่ได้ใส่แค่ครั้งเดียว เราสามารถใช้บริการแอปพลิเคชั่นเช่าเสื้อผ้า โดยที่ชุด 1 ชุด จะถูกใช้งานนับสิบนับร้อยครั้ง

การเคลื่อนไหวในแวดวงแฟชั่น ที่ทำให้คนหันมาตระหนักถึงผลเสียและผลกระทบมหาศาลของ Fast Fashion ภาพถ่ายโดย Francois Le Nguyen

ทศวรรษนับจากนี้ คือช่วงเวลาที่เราจะได้เห็นการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี และการปรับตัวของมนุษย์ทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งนั่นจะกลายเป็นวิถีสู่ความยั่งยืนได้จริงในอนาคต


ทำความรู้จัก Sci Wood ไม้สังเคราะห์ที่ผลิตขึ้นจากผงไม้เนื้อแข็งและเม็ดพลาสติกรีไซเคิล เพิ่มเติมได้ที่ www.sci-wood.com

ข้อมูลอ้างอิง

เรื่องแนะนำ

คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร : คนอยู่ได้ ป่าอยู่ได้ สัตว์ป่าก็อยู่ได้ เพียงสิบวันหลังงานพระราชทานเพลิงศพสืบ นาคะเสถียร หรือ 18 วันหลังจากเขาเสียชีวิต กลุ่มคนร่วมแนวคิดและอุดมการณ์เดียวกันกับสืบได้ช่วยก่อตั้ง มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ขึ้น มีภารกิจสำคัญที่สุดประการหนึ่ง คือการเฝ้าระวังติดตามนโยบายและโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่คุกคามสัตว์ป่าและธรรมชาติ โดยยึดหลักการสื่อสารบนพื้นฐานงานวิชาการ และความกล้าหาญทางจริยธรรม กล้าส่งเสียงพูดในนามของสัตว์ป่า ในช่วงแรก มูลนิธิสืบนาคะเสถียรทำหน้าที่คล้ายแขนขาของกรมป่าไม้ สนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ที่จำเป็น รวมไปถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าและเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนภายใต้การนำของหัวหน้าชัชวาลย์ พิศดำขำ ผู้เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งคนถัดจากสืบ นอกจากนี้ มูลนิธิสืบนาคะเสถียรยังมีบทบาทสำคัญในการประสานงานให้ฝ่ายต่าง ๆ ร่วมกันตั้งคณะกรรมการอนุรักษ์ผืนป่าตะวันตกหกจังหวัดขึ้นมา ในเวลานั้นเองที่แนวคิดการจัดการผืนป่าตะวันตกเชิงระบบนิเวศตามแนวคิดของสืบที่มองว่า ธรรมชาติไม่มีพรมแดนก็ได้รับการพัฒนาอย่างเข้มแข็งด้วย แต่ถึงที่สุดแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่การจัดการพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าแต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมและความต้องการของมนษุย์ โดยเฉพาะที่อยู่รอบ ๆ ป่านั้นด้วย สืบ นาคะเสถียร เองเข้าใจดีว่า การอนุรักษ์ย่อมหมายถึงการนำความรู้ทางนิเวศวิทยามาปรับใช้กับกระบวนการทางสังคมอย่างไม่อาจแยกขาดจากกัน “ผมคิดว่าป่าไม้จะอยู่ได้ คนจะต้องอยู่ได้ก่อน เพราะว่าคนที่ด้อยโอกาสในสังคม เขาไม่สามารถจะไปเรียกร้องอะไร เขาไม่มีอำนาจ คนเหล่านี้อยู่กับธรรมชาติ ผ มคิดว่าป่าจะอยู่หรือจะไป อยู่กับคนกลุ่มนี้ด้วย” สืบ นาคะเสถียร เคยกล่าวไว้เช่นนั้น ซึ่งตรงกับแนวคิดของวีรวัธน์ […]

เสียงเพรียกจากมวลบุปผา

ความสร้างสรรค์ระหว่างธรรมชาติไม่มีที่สิ้นสุดดังจะเห็นได้จากกรณีของค้างคาวกินนํ้าต้อยและเถาไม้เลื้อยที่ผลิดอกยามคํ่าคืน ซึ่งใช้ชีวิตร่วมกันในป่าเขตร้อนลุ่มตํ่าของอเมริกากลาง ค้างคาวลิ้นยาวสีนํ้าตาล (Glossophaga commissarisi) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีปีกตัวเล็กจ้อยที่มีขนาดร่างกาย ไม่ใหญ่กว่านิ้วโป้ง และโผบินท่ามกลางมวลดอกหมามุ่ย (Mucuna holtonii) เพื่อลิ้มเลียนํ้าต้อยเฉกเช่นนกฮัมมิงเบิร์ดและแมลงภู่ โดยผสมเกสรเป็นการแลกเปลี่ยน ในเวลากลางวัน ดอกได้อวดสีสันสดใส แต่ในยามคํ่าคืน กระทั่งเฉดสีสุกสว่างที่สุดก็ยังซีดจางในแสงจันทร์ ดอกหมามุ่ยจึงต้องหันไปพึ่งเสียงเพื่อดึงดูดค้างคาว ที่สถานีชีววิทยาลาเซลวาทางเหนือของคอสตาริกา เถาหมามุ่ยเก่าแก่ที่ยังงอกงามเลื้อยกระหวัดถักทอเป็นเพดานใบไม้เหนือที่ว่างในป่า และทอดกิ่งเขียวยาวที่มี ดอกหมามุ่ยนับสิบ ๆ ดอกลงสู่เบื้องล่าง เมื่อสิ้นแสงอาทิตย์ ดอกตูมของเถาหมามุ่ยเตรียม แต่งองค์ทรงเครื่องรอรับค้างคาว เริ่มจากกลีบดอกสีเขียวอ่อนด้านบนสุดที่หุ้มดอกตูมอยู่ค่อย ๆ เปิดขึ้นในแนวตั้ง ราวกับไฟส่งสัญญาณวับวาม ถัดจากกลีบส่งสัญญาณนี้ ลงไปเป็นกลีบด้านข้างเล็ก ๆ สองกลีบที่สยายออกราวกับปีก เผยให้เห็นร่องด้านบนของฝักถั่วอันเป็นที่มาของกลิ่นคล้ายกระเทียมโชยอ่อนไปไกลเย้ายวนให้ทาสติดปีกรุดมาเยือน ค้างคาวใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเป็นเครื่องมือในการระบุสิ่งกีดขวางหรือเป้าหมาย พวกมันใช้เส้นเสียงสร้างเสียงที่สั้น รัว ส่งผ่านรูจมูกหรือปาก และตีความรูปแบบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับมายังหูที่ไวต่อเสียง ข้อมูลที่กลับเข้ามาได้รับการประมวลอย่างรวดเร็วและ ต่อเนื่อง ช่วยให้ค้างคาวสามารถปรับเส้นทางการบินกลางอากาศได้อย่างคล่องแคล่ว ค้างคาวส่วนใหญ่กินแมลงเป็นอาหาร พวกมันมักส่งสัญญาณเสียงอันทรงพลัง ครอบคลุมระยะทางไกล ๆ ขณะที่ค้างคาวกินนํ้าต้อยส่งสัญญาณเสียงที่แผ่วเบา แต่ ซับซ้อนกว่า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกว่า การกลํ้าความถี่ (frequency modulation) สัญญาณอย่างหลังนี้ชดเชย […]

ยีราฟ : ความลับของสัตว์โลกผู้น่าทึ่ง

ยีราฟ : สัตว์โลกผู้น่าทึ่ง ทุกอย่างเกี่ยวกับลักษณะทางกายวิภาคของยีราฟดูจะแตกต่างอย่างสุดโต่ง ไม่ว่าจะคอยาวขึ้นชื่อ ขาเก้งก้าง (ยาวที่สุดในบรรดาสัตว์ทั้งหมด) ดวงตา (กว้างที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม) กะโหลกยืดยาว และลิ้นยาวเหมือนงวง หรือกระทั่งหัวใจที่สูบฉีดเลือดในแนวดิ่งได้มากกว่าสัตว์บกเลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆ 

เต่าทะเลกว่าพันตัว ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเย็นผิดปกติ

สภาพอากาศหนาวเย็นในเท็กซัสทำให้ชีวิตของเต่าทะเลหลายพันตัวตกอยู่ในอันตราย อาสาสมัครกลุ่มหนึ่งทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยชีวิต เต่าทะเล กว่าหนึ่งพันตัวจากสภาพอากาศอันเลวร้าย อาสาสมัครกลุ่มหนึ่ง และประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับเกาะปาเดรทางตอนใต้ของรัฐเทกซัส ออกช่วยเหลือ เต่าทะเล ที่เผชิญกับอากาศหนาวเย็นผิดปกติ อันเกิดจากสภาพกระแสลมวนขั้วโลก หรือ Arctic Outbreak “เต่าเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่ออุณหภูมิต่ำเกินไป จะเกิดภาวะ cold stun คล้ายๆ เข้าสู่ภาวะจำศีล ส่งผลให้เต่าขยับครีบไม่ได้ ว่ายน้ำไม่ได้ และลอยไปตามผิวน้ำ” ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์คณะประมง มหววิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวและเสริมว่า “บางที เต่าทะเลถึงขั้นเงยหน้าหายใจไม่ได้ เพราะเต่าทะเลหายใจด้วยปอด จึงสามารถจมน้ำได้ ภาวะนี้จึงอันตรายอย่างยิ่ง” Sea Turtle, Inc. องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานศึกษาการฟื้นฟูและการอนุรักษ์ในเกาะปาเดรทางตอนใต้ เข้าดำเนินการช่วยเหลือเต่าทะเลเกือบ 4,500 ตัว ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าว NPR โดยผู้อำนวยการบริหาร Wendy Knight กล่าวกับ NPR ว่า อาสาสมัครในพื้นที่ได้ลงช่วยเหลือเต่าทั้งที่อยู่ในทะเลและตามชายหาด “หลังจากข่าวนี้แพร่สะพัดอออกไป เราได้รับทั้งการสนับสนุนและความรักอย่างท่วมท้น […]