10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ - National Geographic Thailand

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

10 อันดับ สึนามิ ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ในอดีต เมื่อจู่ๆ น้ำทะเลเหือดหายไปและปรากฏกำแพงคลื่นสูงตระหง่านถาโถมเข้าใส่ฝูงชนในเวลาต่อมา ผู้คนมักคิดไปว่านี่คือความโกรธเกรี้ยวของพระเจ้า หรือเมืองนั้นๆ ต้องทำผิดบาปใดสักประการ แต่ทุกวันนี้เราทราบดีแล้วว่า “คลื่นสึนามิ” หาใช่บทลงโทษหรือพลังอำนาจจากสวรรค์ หากคือพลังงานจลน์ที่เคลื่อนที่จากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทรขึ้นสู่ผิวน้ำ และขยายตัวเข้าสู่ชายฝั่งต่างหาก

ปกติแล้วคลื่นในทะเลจะเกิดจากกระแสลม ทว่าคลื่นสึนามิแตกต่างออกไป ถึงแม้จะใช้คำว่าคลื่นก็ตาม แต่สึนามิเกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลที่มุดตัวหรือเคลื่อนตัวเข้าหากัน ดังนั้นเมื่อแผ่นเปลือกโลกปะทะกันจึงเกิดแรงสั่นสะเทือนและปลอดปล่อยพลังงานจลน์ขึ้นสู่ผิวน้ำ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทำให้น้ำทะเลกระจายออกในทุกทิศทาง บางครั้งไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นสึนามิยังสามารถเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลได้อีกด้วย

ผมพึ่งเห็นข่าวจาก AFP ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ .. AFP รายงานอัพเดทสถานการณ์ แผ่นดินไหวและสึนามิ ซัดถล่มชายฝั่งเกาะสุลาเวสี ทางตอนกลางของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ที่ผ่านมาว่า ปัจจุบันนี้พบยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 1,763 ราย ขณะที่ทางการอินโดนีเซียได้แถลงถึงความหวาดวิตกว่า "จำนวนผู้สูญหายจะเพิ่มเป็นมากถึง 5,000 คน จากเดิมที่ประเมินไว้ว่าจะมีอีกกว่า 1,000 คน" .. สึนามิ (Tsunami) คืออะไร และ ทำไมเรา ซึ่งอยู่ในยุค 4.0 แล้ว แต่เทคโนโลยีและการเฝ้าระวังของมนุษย์ก็ยังไม่สามารถป้องกันเหตุร้ายได้ทัน .. วีดีโอคลิปนี้ (พากษ์ไทย) มีคำตอบครับ เครดิต: อยู่ท้ายสุดของวีดีโอคลิป

โพสต์โดย Somnuck Jongmeewasin เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคม 2018

 

ในการจัดอันดับคลื่นสึนามิที่รุนแรงที่สุด Australiangeographic จัดอันดับตามความรุนแรงและความเสียหายที่เกิดขึ้น และคุณผู้อ่านคงไม่ประหลาดใจที่จะได้รับทราบว่า สึนามิที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

 

อันดับ1 เกาะสุมาตรา, อินโดนีเซีย – 26 ธันวาคม 2004

แผ่นดินไหวขนาด 9.1 แมกนิจูดนอกชายฝั่งของอ่าวสุมาตราที่ระดับความลึก 30 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิที่พัดถล่มไปไกลถึง 1,300 กิโลเมตร ประมาณกันว่าสึนามิในครั้งนั้นมีความสูงถึง 50 เมตร และถาโถมเข้าไปในแผ่นดินลึกถึง 5 กิโลเมตร เหตุที่คลื่นสึนามินี้ได้รับการจัดอันดับให้มีความรุนแรงที่สุดก็เพราะภัยพิบัติในครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 230,000 คน ในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย, ศรีลังกา, อินเดีย, ไทย หรือแม้แต่หมู่เกาะเซเชลส์ที่ตั้งอยู่ใกล้แอฟริกาก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งนี้แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นยังถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีคาบเวลายาวนานที่สุดอีกด้วยอยู่ที่ราว 8 – 10 นาที และส่งผลให้แผ่นเปลือกโลกทั้งหมดเคลื่อนตัวไป 1 เซนติเมตร

แผนภาพกราฟิกแสดงการเดินทางของคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2004

 

อันดับ2 ชายฝั่งแปซิฟิกโทโฮกุ, ญี่ปุ่น – 11 มีนาคม 2011

คลื่นสึนามิความเร็ว 800 กิโลเมตรต่อขั่วโมง ความสูง 10 เมตร เข้าถาโถมกลืนกินชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 18,000 คน สึนามิในครั้งนั้นเกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9 แมกนิจูด ที่ระดับความลึก 24.4 กิโลเมตร นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากเป็นอันดับ 4 เท่าที่เคยมีบันทึกมา ซึ่งนอกเหนือจากความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว คลื่นสึนามิยังพัดถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะส่งผลให้แกนปฏิกรณ์ปรมาณูหลอมละลาย ชาวญี่ปุ่นนับแสนคนต้องอพยพจากที่อยู่อาศัย และปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่สามารถเข้าอยู่ได้เนื่องจากมีการรั่วไหลของรังสี

 

อันดับ3 กรุงลิสบอน, โปรตุเกส – 1 พฤศจิกายน 1755

แผ่นดินไหวขนาด 8.5 แมกนิจูดส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สามระลอกเข้าถล่มชายฝั่งโปรตุเกสและชายฝั่งทางตอนใต้ของสเปน เชื่อกันว่าสึนามิในครั้งนั้นสูงถึง 30 เมตร แรงกระเพื่อมถูกส่งไปไกลถึง Carlisle Bay ประเทศบาร์เบโดส ในทะเลแคริบเบียน ซึ่งคลื่นได้ลดกำลังลงเหลือความสูงเพียง 1.5 เมตร ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 60,000 คน ในโปรตุเกส, โมร็อกโก และสเปน

สึนามิ
ภาพบรรยายความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในกรุงลิสบอน เมื่อปี 1755
ขอบคุณภาพจาก http://clareherald.com

 

อันดับ4 ภูเขาไฟกรากะตัว, อินโดนีเซีย – 27 สิงหาคม 1883

สึนามิในครั้งนั้นเป็นผลพวงจากการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวหลังเงียบสงบมานาน แรงระเบิดก่อคลื่นที่สูงถึง 37 เมตร พัดถล่มเกาะหลายแห่งบริเวณรอบๆ มีรายงานว่าชายฝั่งของเมืองบอมเบย์หรือมุมไบน้ำทะเลเกิดลดตัวลงอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นสัญญาณก่อนการเกิดคลื่นสึนามิ นอกจากนั้นยังมีรายงานผู้เสียชีวิตหนึ่งรายในศรีลังกา รวมมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 40,000 คน แต่ส่วนใหญ่แล้วเสียชีวิตจากการะเบิดของภูเขาไฟมากกว่าคลื่น

(จำเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายนปี 2018 ได้ไหม รู้หรือไม่ว่าลักษณะของภูมิประเทศมีผลให้คลื่นทวีความรุนแรงขึ้น)

สึนามิ
ภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดขึ้นในปี 1883 ส่งลให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน
ขอบคุณภาพจาก http://ofthebox.org

 

อันดับ5 ทะเลเอ็นชูนะดะ (Enshunada), ญี่ปุ่น – 20 กันยายน 1498

เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.3 แมกนิจูด ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิความสูง 17 เมตรเข้าพัดถล่มชายฝั่งคิอิ, มิกาวะ, ซูรูกุ และอีกหลายแห่ง ความรุนแรงของคลื่นยังส่งผลให้น้ำทะเลท่วมเข้าไปในทะเลสาบฮามานะ ในจังหวัดชิสุโอกะ ซึ่งแต่เดิมแยกจากน้ำทะเลอย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีรายงานน้ำท่วมบ้านเรือนมากมาย รวมยอดผู้เสียชีวิตอย่งาน้อย 31,000 ราย

 

อันดับ6 ภูมิภาค Nankaido, ญี่ปุ่น – 28 ตุลาคม 1707

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาด 8.4 แมกนิจูดก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ความสูง 25 เมตร ถาโถมเข้าใส่อ่าว Kyushyu, Shikoku และ Honshin เมืองโอซาก้า เมืองท่าที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่นเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วย รวมผู้เสียชีวิต 30,000 ราย นอกจากนั้นยังมีรายงานระลอกคลื่นอีกหลายสิบลูกเข้าพัดถล่มไม่หยุดในช่วง 15.00 – 16.00 น. หลังเกิดเหตุ เชื่อกันว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากการปะทุของภูเขาไฟฟุจิ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจนวันนี้ภูเขาไฟฟุจิก็ไม่เคยปะทุขึ้นอีกเลย

สึนามิ
ความเสียหายจากแผ่นดินไหวขนาด 8.4 แมกนิจูดที่เกิดขึ้นในภูมิภาค Nankaido
ขอบคุณภาพจาก http://www.teninsider.com

 

อันดับ7 ชายฝั่งซันริคุ, ญี่ปุ่น – 15 มิถุนายน 1896

คลื่นสึนามิความสูง 38.2 เมตร อันเป็นผลจากแผ่นดินไหวขนาด 7.6 แมกนิจูด เข้าพัดถล่มอ่าวซันริคุ ส่งผลให้บ้านเรือนมากกว่า 11,000 หลังได้รับความเสียหาย ผู้คนอีก 22,000 คนเสียชีวิต มากไปกว่านั้นยังมีรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวพัดเอาคลื่นเข้ากระแทกชายฝั่งทางตะวันออกของจีนด้วย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 4,000 ราย และทำลายเรือกสวนไร่นา

 

อันดับ8 ตอนเหนือของชิลี – 13 สิงหาคม 1868

แผ่นดินไหวขนาด 8.5 แมกนิจูด ที่มีจุดศูนย์กลางบริเวณท่าเรือเมืองเอริกาซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเปรู แต่ปัจจุบันเป็นของชิลี ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปยังประเทศอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ตามแนววงแหวนแห่งไฟ ทั้งยังก่อให้เกิดคลื่นสึนามิความสูง 21 เมตร ภัยพิบัติในครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 25,000 ราย ความเสียหายต่อทรัพย์สินอยู่ที่ 300 ล้านดอลาร์สหรัฐ

สึนามิ
ภาพบรรยายความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งชิลี เมื่อปี 1868
ขอบคุณภาพจาก http://www.drgeorgepc.com

 

อันดับ9 หมู่เกาะรีวกีว, ญี่ปุ่น – 24 เมษายน 1771

เชื่อกันว่าแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดคือตัวการก่อคลื่นสึนามิที่เข้าพัดถล่มหมู่เกาะรีวกีว อย่างไรก็ดีความเสียหายที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นกับเกาะอิชิงากิ และเกาะมิยาโกะ แต่เดิมข้อมูลจากหน่วยงานญี่ปุ่นระบุว่าคลื่นมีความสูงถึง 85.4 เมตร แต่ภายหลังพบว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะเกิดจากการวัดที่ผิดพลาด เพราะคลื่นจริงๆ น่าจะสูงเพียง 11 – 15 เมตรเท่านั้น ภัยพิบัติดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12,000 คน และบ้านเรือนอีก 3,137 หลังได้รับความเสียหาย

 

อันดับ10 อ่าวอิเสะ, ญี่ปุ่น – 18 มกราคม 1586

แผ่นดินไหวที่ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิถล่มอ่าวอิเสะ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดมิเอะกับจังหวัดไอชิในญี่ปุ่น ประมาณกันว่ามีความรุนแรง 8.2 แมกนิจูด ความสูงของคลื่นราว 6 เมตร สร้างความเสียหายให้แก่เมือง Nagahama ซึ่งเดิมได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีรายงานน้ำท่วมจากทะเลสาบ Biwa รวมจำนวนผู้เสียชีวิต 8,000 ราย

 

แหล่งข้อมูล

The 10 most destructive tsunamis in history

คลื่นสึนามิ

ประวัติเกี่ยวกับสึนามิที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมหลายคนเลือกสร้างบ้านใกล้ภูเขาไฟ?

เรื่องแนะนำ

วาด ต้นไม้ จากความทรงจำ

คนเมืองกรุงอย่างผมไม่ใส่ใจ ต้นไม้ มากนักตราบใดที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ใช่ต้นไม้หน้าบ้านเราเอง การได้เห็นต้นไม้ถูกตัดจนด้วนหรือแหว่งกลับกลายเป็นภาพชินตา “เดี๋ยวมันก็งอก” เราบอกกับตัวเองเช่นนั้น ผมเพิ่งมารับรู้ถึงความเจ็บใจก็เมื่อตอนที่พบว่าต้นไม้ใหญ่ฝั่งตรงข้ามหน้าปากซอยบ้านอาจจะไม่มีวันแตกกิ่งใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว ต้นไม้ต้นนี้ยืนต้นมานานแค่ไหนไม่มีใครทราบ แต่ทุกคนเพิ่งมาเริ่มเห็นคุณค่าของมันก็ตอนที่พระอาทิตย์ยามบ่ายสาดแสงลงมายังบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากับลูกค้าที่กำลังรับประทานอาหารในบริเวณนั้น เนื่องจากไม่มีกิ่งไม้ใหญ่คอยบังให้ร่มเงาอีกต่อไป ถ้าต้นไม้เลือกสถานที่อยู่อาศัยได้ คงไม่มีต้นไม้ต้นไหนอยากที่จะเกิดหรือเติบโตในฐานะต้นไม้ในเมือง อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการเจริญเติบโตใดๆ ที่ด้านล่างรากของมันต้องเผชิญกับฟุตบาทแข็งๆ หรือท่อระบายน้ำ บางต้นโชคร้ายกว่านั้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตัดสินใจเทปูนล้อมรอบ ในขณะที่ด้านบนกิ่งก้านของมันถูกตัดทิ้งได้ทุกเมื่อหากเติบโตแผ่ขยายจนไปกินพื้นที่ของสายไฟ นั่นจึงทำให้ชาวกรุงอย่างผมชินตากับภาพของต้นไม้ที่ถูกตัดจนเหี้ยนเหล่านี้ เคราะห์ดีบางต้นรอดและยังคงเติบโตแตกกิ่งก้านสาขาออกไปได้ แม้จะไม่แข็งแรงเหมือนเดิมก็ตาม ในขณะที่บางต้นกลับไม่โชคดีเช่นนั้น การตัดต้นไม้โดยขาดองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งผลให้พวกมันกลายเป็นต้นไม้พิการ ซึ่งในที่สุดแล้วต้นไม้เหล่านี้จะเติบโตช้าลงๆ อันเป็นผลมาจากใบและรากที่ไม่แข็งแรง ทำให้รับส่งอาหารและพลังงานได้ไม่เพียงพอ เมื่อต้นไม้อ่อนแอลงเรื่อยๆ ในที่สุดมันจะตายกลายเป็นแค่ซากไม้ยืนต้น หากบรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงตัดต้นไม้อย่างขาดความรู้เช่นนี้ทุกปี ภาพถ่ายชุดนี้ได้แนวคิดมาจากการรำลึกถึงอดีตของต้นไม้เหล่านั้น ก่อนที่จะถูกตัด หรือบั่นกิ่ง ต้นไม้พิการที่กุดแหว่ง หรือบิดเบี้ยวเหล่านี้ เคยมีหน้าตาเป็นอย่างไร? แผ่กิ่งก้านสาขายิ่งใหญ่ขนาดไหน? มีดอกหรือไม่? ด้วยความช่วยเหลือจากผู้คนในพื้นที่นั้นๆ คอลัมน์ “The Perspective” เดินเท้าออกสำรวจต้นไม้พิการหลายจุดในเมืองกรุง และขอให้พวกเขาช่วยวาดมันขึ้นมาอีกครั้งจากความทรงจำ 1. สากล จงนิรักษ์ วินมอเตอร์ไซต์ประจำอยู่ที่วินหน้าห้างเซ็นจูรี่มานานกว่า 10 ปี เล่าให้ฟังว่า เห็นต้นไม้ต้นนี้มาตั้งแต่วันแรกของการทำงาน แต่ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์อายุกว่าทศวรรษต้นนี้กลับต้องถูกตัดจนกุดอีกครั้ง เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา […]

ชีวิตในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของโลก

  ชีวิตในเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดของโลก จากท้องฟ้าจนถึงพื้นดินกรุงนิวเดลีเต็มไปด้วยมลพิษ เมืองหลวงของประเทศอินเดียนี้มีขนาดเทียบเท่ากับครึ่งหนึ่งของรัฐโรดไอแลนด์ และเป็นบ้านของประชากรที่มีจำนวนมากกว่าผู้คนในมหานครนิวยอร์กถึง 2 เท่า ปกติแล้วเมื่อพูดถึงมลพิษทางอากาศ กรุงปักกิ่ง ของจีนจะถูกนึกถึงขึ้นมาเป็นอันดับแรก แต่ผลการศึกษาเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศระดับโลก เมื่อปี 2014 โดยองค์การอนามัยโลกพบว่า กรุงนิวเดลีมีปริมาณฝุ่นละอองมากกว่ากรุงปักกิ่งหลายเท่า และด้วยปริมาณของมันทำให้มหานครแห่นี้กลายเป็นเมืองที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก เพื่อจะเข้าใจว่าชาวอินเดียมีชีวิตความเป็นอยู่กันอย่างไร กับมลพิษเหล่านี้ Matthieu Paley ช่างภาพ ใช้เวลา 5 วันในการเดินตะลอนไปในนิวเลี ด้วยภาพถ่ายของเขาช่วยให้เรามองเห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปริมาณรถยนต์อันหนาแน่นและการเผาขยะ หมอกควันสีเหลืองหนาทึบลอยปกคลุมตัวเมือง แม้แต่แม่น้ำยมุนา แม่น้ำอันศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่รอดพ้นจากปัญหานี้ แม่น้ำที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่สองรองจากแม่น้ำคงคานี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู ตัวแม่น้ำมีความยาว 1,376 กิโลเมตร ไหลผ่านหลายรัฐในอินเดียและเป็นสายธารหล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 57 ล้านคน 80% ของมลพิษในน้ำไหลผ่านนิวเดลีเป็นระยะทาง 22.5 กิโลเมตร การพังทลายของหน้าดิน, กระบวนการกำจัดของเสียและสารเคมีที่ถูกปล่อยลงน้ำส่งผลให้น้ำในแม่น้ำกลายเป็นสีดำ และเกิดแผ่นฟิล์มสีขาวลอยปกคลุมผิวน้ำ สุนิตา นาเรน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อม (CSE) ซึ่งตั้งอยู่นกรุงนิวเดลี และเธอยังติดอันดับ 1 ใน 100 คนที่มีอิทธิพลต่อโลกจากการดำเนินงานนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อม ในปี 2010 ระบุว่า […]

รังนกเทียมช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก

รังนกเทียม ช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก อัตราการเกิดของลูกนกอัลบาทรอสกำลังลดต่ำลงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ผลการศึกษาพบว่ามีลูกนกจำนวนมากที่ตายลงเพราะอากาศร้อน นอกจากนั้นนกอัลบาทรอสจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถหาวัสดุตามธรรมชาติได้เพียงพอสำหรับการสร้างรัง ดังนั้นแล้วหากไม่ทำอะไรปัญหาดังกล่าวนี้จะกลายเป็นวิกฤติใหญ่ บรรดานักวิทยาศาสตร์จึงร่วมกันสร้างรังนกเทียมขึ้นมา ด้วยคุณสมบัติแข็งแรงทนทานต่อการผันแปรของสภาพอากาศ เพื่อช่วยให้นกอัลบาทรอสเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ ผลการศึกษาทดลองพบว่ารังนกเทียมเหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกนกเกิดใหม่ถึง 20%   อ่านเพิ่มเติม นกแสนรู้ : ไขปริศนาความฉลาดของนก

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.