10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ - National Geographic Thailand

10 อันดับสึนามิร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

คลื่นสึนามิเข้าพัดถล่มอ่าวมิยากิ เมื่อปี 2011 ภาพจาก Kyodo News / AP

10 อันดับ สึนามิ ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

ในอดีต เมื่อจู่ๆ น้ำทะเลเหือดหายไปและปรากฏกำแพงคลื่นสูงตระหง่านถาโถมเข้าใส่ฝูงชนในเวลาต่อมา ผู้คนมักคิดไปว่านี่คือความโกรธเกรี้ยวของพระเจ้า หรือเมืองนั้นๆ ต้องทำผิดบาปใดสักประการ แต่ทุกวันนี้เราทราบดีแล้วว่า “คลื่นสึนามิ” หาใช่บทลงโทษหรือพลังอำนาจจากสวรรค์ หากคือพลังงานจลน์ที่เคลื่อนที่จากแผ่นดินไหวใต้มหาสมุทรขึ้นสู่ผิวน้ำ และขยายตัวเข้าสู่ชายฝั่งต่างหาก

ปกติแล้วคลื่นในทะเลจะเกิดจากกระแสลม ทว่าคลื่นสึนามิแตกต่างออกไป ถึงแม้จะใช้คำว่าคลื่นก็ตาม แต่สึนามิเกิดจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลที่มุดตัวหรือเคลื่อนตัวเข้าหากัน ดังนั้นเมื่อแผ่นเปลือกโลกปะทะกันจึงเกิดแรงสั่นสะเทือนและปลอดปล่อยพลังงานจลน์ขึ้นสู่ผิวน้ำ แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นทำให้น้ำทะเลกระจายออกในทุกทิศทาง บางครั้งไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นสึนามิยังสามารถเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟใต้ทะเลได้อีกด้วย

 

ในการจัดอันดับคลื่นสึนามิที่รุนแรงที่สุด Australiangeographic จัดอันดับตามความรุนแรงและความเสียหายที่เกิดขึ้น และคุณผู้อ่านคงไม่ประหลาดใจที่จะได้รับทราบว่า สึนามิที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมานั้นเพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 14 ปีนี้เอง และประเทศไทยเราเองก็ได้รับผลกระทบอย่างใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน

 

อันดับ1 เกาะสุมาตรา, อินโดนีเซีย – 26 ธันวาคม 2004

แผ่นดินไหวขนาด 9.1 แมกนิจูดนอกชายฝั่งของอ่าวสุมาตราที่ระดับความลึก 30 กิโลเมตร ส่งผลให้เกิดคลื่นสึนามิที่พัดถล่มไปไกลถึง 1,300 กิโลเมตร ประมาณกันว่าสึนามิในครั้งนั้นมีความสูงถึง 50 เมตร และถาโถมเข้าไปในแผ่นดินลึกถึง 5 กิโลเมตร เหตุที่คลื่นสึนามินี้ได้รับการจัดอันดับให้มีความรุนแรงที่สุดก็เพราะภัยพิบัติในครั้งนั้นคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 230,000 คน ในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย, ศรีลังกา, อินเดีย, ไทย หรือแม้แต่หมู่เกาะเซเชลส์ที่ตั้งอยู่ใกล้แอฟริกาก็ได้รับผลกระทบไปด้วย ทั้งนี้แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นยังถือว่าเป็นแผ่นดินไหวที่มีคาบเวลายาวนานที่สุดอีกด้วยอยู่ที่ราว 8 – 10 นาที และส่งผลให้แผ่นเปลือกโลกทั้งหมดเคลื่อนตัวไป 1 เซนติเมตร

แผนภาพกราฟิกแสดงการเดินทางของคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2004

 

อันดับ2 ชายฝั่งแปซิฟิกโทโฮกุ, ญี่ปุ่น – 11 มีนาคม 2011

คลื่นสึนามิความเร็ว 800 กิโลเมตรต่อขั่วโมง ความสูง 10 เมตร เข้าถาโถมกลืนกินชายฝั่งทางตะวันออกของญี่ปุ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 18,000 คน สึนามิในครั้งนั้นเกิดขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวขนาด 9 แมกนิจูด ที่ระดับความลึก 24.4 กิโลเมตร นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีความรุนแรงมากเป็นอันดับ 4 เท่าที่เคยมีบันทึกมา ซึ่งนอกเหนือจากความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแล้ว คลื่นสึนามิยังพัดถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะส่งผลให้แกนปฏิกรณ์ปรมาณูหลอมละลาย ชาวญี่ปุ่นนับแสนคนต้องอพยพจากที่อยู่อาศัย และปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่สามารถเข้าอยู่ได้เนื่องจากมีการรั่วไหลของรังสี

 

อันดับ3 กรุงลิสบอน, โปรตุเกส – 1 พฤศจิกายน 1755

แผ่นดินไหวขนาด 8.5 แมกนิจูดส่งผลให้เกิดคลื่นยักษ์สามระลอกเข้าถล่มชายฝั่งโปรตุเกสและชายฝั่งทางตอนใต้ของสเปน เชื่อกันว่าสึนามิในครั้งนั้นสูงถึง 30 เมตร แรงกระเพื่อมถูกส่งไปไกลถึง Carlisle Bay ประเทศบาร์เบโดส ในทะเลแคริบเบียน ซึ่งคลื่นได้ลดกำลังลงเหลือความสูงเพียง 1.5 เมตร ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 60,000 คน ในโปรตุเกส, โมร็อกโก และสเปน

สึนามิ
ภาพบรรยายความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในกรุงลิสบอน เมื่อปี 1755
ขอบคุณภาพจาก http://clareherald.com

 

อันดับ4 ภูเขาไฟกรากะตัว, อินโดนีเซีย – 27 สิงหาคม 1883

สึนามิในครั้งนั้นเป็นผลพวงจากการระเบิดของภูเขาไฟกรากะตัวหลังเงียบสงบมานาน แรงระเบิดก่อคลื่นที่สูงถึง 37 เมตร พัดถล่มเกาะหลายแห่งบริเวณรอบๆ มีรายงานว่าชายฝั่งของเมืองบอมเบย์หรือมุมไบน้ำทะเลเกิดลดตัวลงอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นสัญญาณก่อนการเกิดคลื่นสึนามิ นอกจากนั้นยังมีรายงานผู้เสียชีวิตหนึ่งรายในศรีลังกา รวมมีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 40,000 คน แต่ส่วนใหญ่แล้วเสียชีวิตจากการะเบิดของภูเขาไฟมากกว่าคลื่น

(จำเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิในอินโดนีเซีย เมื่อเดือนกันยายนปี 2018 ได้ไหม รู้หรือไม่ว่าลักษณะของภูมิประเทศมีผลให้คลื่นทวีความรุนแรงขึ้น)

สึนามิ
ภูเขาไฟกรากะตัวระเบิดขึ้นในปี 1883 ส่งลให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน
ขอบคุณภาพจาก http://ofthebox.org

อันดับ5 ทะเลเอ็นชูนะดะ (Enshunada), ญี่ปุ่น – 20 กันยายน 1498

เหตุแผ่นดินไหวขนาด 8.3 แมกนิจูด ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิความสูง 17 เมตรเข้าพัดถล่มชายฝั่งคิอิ, มิกาวะ, ซูรูกุ และอีกหลายแห่ง ความรุนแรงของคลื่นยังส่งผลให้น้ำทะเลท่วมเข้าไปในทะเลสาบฮามานะ ในจังหวัดชิสุโอกะ ซึ่งแต่เดิมแยกจากน้ำทะเลอย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังมีรายงานน้ำท่วมบ้านเรือนมากมาย รวมยอดผู้เสียชีวิตอย่งาน้อย 31,000 ราย

 

อันดับ6 ภูมิภาค Nankaido, ญี่ปุ่น – 28 ตุลาคม 1707

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวขนาด 8.4 แมกนิจูดก่อให้เกิดคลื่นยักษ์ความสูง 25 เมตร ถาโถมเข้าใส่อ่าว Kyushyu, Shikoku และ Honshin เมืองโอซาก้า เมืองท่าที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่นเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วย รวมผู้เสียชีวิต 30,000 ราย นอกจากนั้นยังมีรายงานระลอกคลื่นอีกหลายสิบลูกเข้าพัดถล่มไม่หยุดในช่วง 15.00 – 16.00 น. หลังเกิดเหตุ เชื่อกันว่าแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเป็นผลพวงจากการปะทุของภูเขาไฟฟุจิ ซึ่งหลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจนวันนี้ภูเขาไฟฟุจิก็ไม่เคยปะทุขึ้นอีกเลย

 

อันดับ7 ชายฝั่งซันริคุ, ญี่ปุ่น – 15 มิถุนายน 1896

คลื่นสึนามิความสูง 38.2 เมตร อันเป็นผลจากแผ่นดินไหวขนาด 7.6 แมกนิจูด เข้าพัดถล่มอ่าวซันริคุ ส่งผลให้บ้านเรือนมากกว่า 11,000 หลังได้รับความเสียหาย ผู้คนอีก 22,000 คนเสียชีวิต มากไปกว่านั้นยังมีรายงานว่าแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวพัดเอาคลื่นเข้ากระแทกชายฝั่งทางตะวันออกของจีนด้วย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 4,000 ราย และทำลายเรือกสวนไร่นา

 

อันดับ8 ตอนเหนือของชิลี – 13 สิงหาคม 1868

แผ่นดินไหวขนาด 8.5 แมกนิจูด ที่มีจุดศูนย์กลางบริเวณท่าเรือเมืองเอริกาซึ่งขณะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเปรู แต่ปัจจุบันเป็นของชิลี ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปยังประเทศอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ตามแนววงแหวนแห่งไฟ ทั้งยังก่อให้เกิดคลื่นสึนามิความสูง 21 เมตร ภัยพิบัติในครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 25,000 ราย ความเสียหายต่อทรัพย์สินอยู่ที่ 300 ล้านดอลาร์สหรัฐ

สึนามิ
ภาพบรรยายความรุนแรงของภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งชิลี เมื่อปี 1868
ขอบคุณภาพจาก http://www.drgeorgepc.com

 

อันดับ9 หมู่เกาะรีวกีว, ญี่ปุ่น – 24 เมษายน 1771

เชื่อกันว่าแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดคือตัวการก่อคลื่นสึนามิที่เข้าพัดถล่มหมู่เกาะรีวกีว อย่างไรก็ดีความเสียหายที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นกับเกาะอิชิงากิ และเกาะมิยาโกะ แต่เดิมข้อมูลจากหน่วยงานญี่ปุ่นระบุว่าคลื่นมีความสูงถึง 85.4 เมตร แต่ภายหลังพบว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะเกิดจากการวัดที่ผิดพลาด เพราะคลื่นจริงๆ น่าจะสูงเพียง 11 – 15 เมตรเท่านั้น ภัยพิบัติดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 12,000 คน และบ้านเรือนอีก 3,137 หลังได้รับความเสียหาย

 

อันดับ10 อ่าวอิเสะ, ญี่ปุ่น – 18 มกราคม 1586

แผ่นดินไหวที่ก่อให้เกิดคลื่นสึนามิถล่มอ่าวอิเสะ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดมิเอะกับจังหวัดไอชิในญี่ปุ่น ประมาณกันว่ามีความรุนแรง 8.2 แมกนิจูด ความสูงของคลื่นราว 6 เมตร สร้างความเสียหายให้แก่เมือง Nagahama ซึ่งเดิมได้รับความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวอยู่แล้ว นอกจากนั้นยังมีรายงานน้ำท่วมจากทะเลสาบ Biwa รวมจำนวนผู้เสียชีวิต 8,000 ราย

 

แหล่งข้อมูล

The 10 most destructive tsunamis in history

คลื่นสึนามิ

ประวัติเกี่ยวกับสึนามิที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

 

อ่านเพิ่มเติม

ทำไมหลายคนเลือกสร้างบ้านใกล้ภูเขาไฟ?

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ คลื่นสึนามิ จากเหตุภูเขาไฟอานักกรากาตัวระเบิด  

เรื่องแนะนำ

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า

ผลกระทบจากพลาสติก: เมื่อพลาสติกทำร้ายสัตว์ป่า บนเรือนอกฝั่งคอสตาริกา นักชีววิทยาใช้คีมจากมีดพับพยายามดึงหลอดพลาสติกจากจมูกเต่าทะเลตัวหนึ่ง เจ้าเต่าดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวดและเลือดก็ไหลไม่หยุด ตลอดแปดนาทีอันเจ็บปวดที่คลิปในยูทูบนี้ดำเนินไป และมีคนเข้ามาดูกว่า 20 ล้านครั้ง แม้จะเป็นสิ่งที่ต้องทนดูก็ตาม ในตอนท้าย นักชีววิทยาที่เริ่มจะหมดหวังก็สามารถดึงหลอดพลาสติกยาวสิบเซนติเมตรออกมาจากจมูกของเจ้าเต่าได้ ภาพดิบๆ เช่นนี้ซึ่งตีแผ่ผลกระทบของพลาสติกที่มีต่อสัตว์ป่าได้อย่างแจ่มแจ้ง กลายเป็นสิ่งที่เห็นคุ้นตามากขึ้นทุกที ทั้งวาฬและนกอัลบาทรอสที่ตายเพราะท้องเต็มไปด้วยขยะ และแมวน้ำที่ติดเศษอวนจับปลาที่ถูกโยนทิ้ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ความเสียหายมักเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ยากกว่า นักวิจัยบอกว่า นกจมูกหลอดตีนเนื้อซึ่งเป็นนกทะเลขนาดใหญ่สีน้ำตาลไหม้ที่ทำรังอยู่บนเกาะนอกชายฝั่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กินพลาสติกคิดเป็นสัดส่วนต่อมวลกายมากกว่าสัตว์ทะเลชนิดอื่นใด โดยในกลุ่มประชากรขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่ง ลูกนกร้อยละ 90 เคยกินพลาสติกเข้าไปแล้ว เศษพลาสติกแหลมคมชิ้นหนึ่งอาจเจาะลำไส้และทำให้นกตายลงอย่างรวดเร็ว แต่โดยทั่วไปแล้ว การกินพลาสติกจะทำให้นกมีอาการหิวอาหารเรื้อรัง “สิ่งน่าเศร้าที่สุดเกี่ยวกับเรื่องนี้คือ พวกมันกินพลาสติกเข้าไปเพราะนึกว่าเป็นอาหารครับ” แมตทิว ซาโวคา นักชีววิทยาทางทะเลที่ทำงานกับสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ หรือโนอา บอกและเสริมว่า “ลองนึกภาพคุณกินอาหารกลางวันอยู่ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขึ้นมา แถมยังหิวอยู่ทั้งวัน นั่นคงทำให้เราสับสนบอกไม่ถูก” ซาโควาพบว่า ปลาอย่างปลากะตักกินพลาสติกเพราะมีกลิ่นเหมือนอาหารเมื่อถูกสาหร่ายปกคลุม นกทะเลที่ใช้พลังงานจากร่างกายที่ขาดสารอาหาร จะต้องบินท่องเป็นระยะทางไกลมากขึ้นเพื่อหาอาหารจริงๆกินและพบเพียงแค่เศษขยะพลาสติกที่นำกลับมาป้อนลูกน้อย คุณสมบัติที่ทำให้พลาสติกมีประโยชน์ต่อมนุษย์ ทั้งความคงทนและมีน้ำหนักเบา กลับยิ่งเป็นอันตรายต่อสัตว์ พลาสติกมีอายุการใช้งานนานและหลายชนิดลอยน้ำได้ “พลาสติกใช้แล้วทิ้งเป็นชนิดที่เลวร้ายที่สุด ไม่มีอะไรเทียบได้อีกแล้ว” ซาโควาบอก เขาหมายถึงหลอดดูดน้ำ ขวดน้ำ และถุงพลาสติก […]

บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ

"บางปะกง : สายใยชีวิตแห่งพื้นที่ชุ่มน้ำ" การตระเวนถ่ายภาพพื้นที่ชุ่มน้ำในไทยและภูมิภาค เช่น แม่น้ำ บางปะกง นานกว่าทศวรรษ ทำให้ช่างภาพเข้าใจความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างสรรพสัตว์ ผู้คน และถิ่นอาศัย 

Explorer Awards 2019 : วีรยา โอชะกุล

"ถ้าเราทำอย่างเข้มข้น สม่ำเสมอ ไม่เลือกว่าอันนี้คุณทำได้ อันนี้คุณทำไม่ได้  เอาระเบียบเป็นตัวตั้ง เชื่อมั่นอย่างนั้นก็เลยทำ และรู้ว่าถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างต่อเนื่อง เอาจริงเอาจัง ทรัพยากรไม่มีทางจะหดหายไปได้มากขนาดนี้" คือจุดยืนในการทำงานของ วีรยา โอชะกุล "ดอกไม้เหล็กแห่งผืนป่าตะวันตก" ผู้รับรางวัล National Geographic Thailand Explorer Awards ประจำปี 2019

โลกร้อน ส่งผลอย่างไรต่อมหาสมุทร

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะ โลกร้อน ส่งผลอย่างไรต่อมหาสมุทร มหาสมุทรเป็นแหล่งอาศัยขนาดใหญ่ที่สุดและมีผลในการช่วยควบคุมอุณหภูมิของโลก แต่ปัจจุบัน มหาสมุทรกำลังถูกคุกคามอย่างรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือภาวะ โลกร้อน ที่กำลังเปลี่ยนแปลงมหาสมุทรทั่วโลก ภาวะโลกร้อนส่งผลให้อุณหภูมิของมหาสมุทรอุ่นขึ้น และอุ่นขึ้นเรื่อยๆ จากผลสำรวจตลอด 15 ปีที่ผ่านมา มหาสมุทรของเราอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลให้เกิดพายุที่รุนแรงขึ้น และทำลายแนวปะการังให้ตายลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของสัตว์น้ำจำนวนมาก อุณหภูมิที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนยังส่งผลให้ระดับทะเลเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้น้ำในมหาสมุทรมีความเป็นกรดมากขึ้นซึ่งจะไปกัดกร่อนทำลายแคลเซียมคาร์บอเนตในมหาสมุทร ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตจำพวกหอยไม่สามารถสร้างเปลือกแข็งห่อหุ้มร่างกายได้   อ่านเพิ่มเติม : 5 ตัวอย่างที่โดรนใต้น้ำกำลังช่วยปกป้องมหาสมุทรให้เรา, 91% ของพลาสติก ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่