Farm to Table กับแนวคิดเรื่อง การเกษตรกรรม ที่ใส่ใจต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

Farm to Table กับการทำเกษตรอย่างยั่งยืน

“ตั้งแต่จำความได้ ยุ้ยก็ช่วยที่บ้านทำ การเกษตรกรรม ช่วยทุกอย่างที่เด็กในวัยนั้นสามารถช่วยได้ ตื่นตั้งแต่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเพื่อมาดูแลพืชผลที่เราปลูก แต่กลับขายได้ในราคาถูกแสนถูก พอเริ่มใช้สารเคมี ยุ้ยเกิดอาการแพ้ แต่ก็ต้องทน สภาพดินเริ่มเสื่อมโทรม ผลผลิตมีปริมาณน้อยลง ฐานะทางบ้านจากที่ไม่ดีอยู่แล้วก็ยิ่งแย่ลงไป สิ่งที่สร้างความทรมานทั้งกายและใจที่ครอบครัวยุ้ยต้องเจอคือ สภาวะความเครียด… แต่ก็ต้องก้มหน้าทำต่อไป”

นี่คือคำบอกเล่าของคุณญัฐสุดา จั่นบางยาง หรือยุ้ย เจ้าของร้านปลาวัน Farm to Table ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาที่ครอบครัวของเธอเคยประสบ และปฏิเสธไม่ได้ว่าปัญหาเหล่านี้เป็นปัญหาที่เกษตรกรไทยบางส่วนกำลังประสบเช่นกัน หลายครัวเรือนจึงเลือกหันหลังให้กับ การเกษตรกรรม ซึ่งเห็นได้จากอัตราส่วนภาคเกษตรกรรมต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2562 ลดลงถึงร้อยละ 22

การเกษตรกรรม, การทำเกษตรอนย่างยั่งยืน, ความยั่งยืนทางอาหาร, การทำเกษตร, คนรุ่นใหม่ทำเกษตร, เกษตร, เกษตรกรรม
คุณยุ้ย-ญัฐสุดา จั่นบางยาง ต้อนรับพวกเราที่ศาลากลางสระบัว

ณ ศาลากลางสระบัวของร้านปลาวัน บรรยากาศยามเช้าตรู่มีลมพัดโชยเบาๆ ปะทะกับผิวกาย อากาศเย็นสบาย รายล้อมด้วยดอกบัวสีชมพูสดใส และปลานิลตัวเขื่องที่แหวกว่ายอยู่ในสระบัว เป็นบรรยากาศที่แสนสบายตรงข้ามกับบทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

เราจึงเข้าประเด็นถึงเหตุผลที่ครอบครัวของเธอยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม และในปัจจุบันพวกเขามีวิธีการทำเกษตรกรรมอย่างไร จึงส่งผลให้วันนี้ “มีความสุขและความยั่งยืน

การเกษตรกรรม, การทำเกษตรอนย่างยั่งยืน, ความยั่งยืนทางอาหาร, การทำเกษตร, คนรุ่นใหม่ทำเกษตร, เกษตร, เกษตรกรรม
สระบัวที่ใช้เลี้ยงปลา และปลูกดอกบัว

ที่ต้องทนทำ การเกษตรกรรม เพราะ… ไม่มีทางเลือกจริงหรือ

ตั้งแต่คุณญัฐสุดาจำความได้ สิ่งที่เธอเห็นมาตลอดคือ ที่บ้านต้องตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้นและหมดเวลาไปกับการดูแลต้นมะม่วง ถึงแม้จะปลูกมะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ แต่ในที่ดินของเธอไม่มีพืชชนิดอื่นเลย

เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหน้าสวน แต่ราคาไม่คุ้มค่ากับต้นทุนที่จ่ายไป ทางครอบครัวก็ไม่มีอำนาจต่อรองอะไร ส่งผลให้รายรับไม่แน่นอน พ่อแม่ของเธอจึงตัดสินใจใช้สารเคมี เพื่อหวังจะได้ผลผลิตที่เร็วและมีปริมาณเยอะขึ้น แต่กลับเป็นการเพิ่มปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงสภาพดินในพื้นที่เพาะปลูกและสุขภาพของครอบครัวที่แย่ลง

เนื่องจากรายได้ไม่แน่นอนทำให้รู้สึกว่าอาชีพนี้ไม่มั่นคง แต่ครอบครัวเธอก็ยังทนทำการเกษตรแบบนี้ต่อไปด้วยภาวะเครียด

ครอบครัวเราต้องอยู่แบบนี้ตลอดไป มันไม่มีทางเลือกอื่นจริงเหรอ จะทำอย่างไรให้ครอบครัวเรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้บ้าง คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในสมองของยุ้ยตลอดเวลา” เธอเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวานพร้อมสีหน้าและแววตาที่มุ่งมั่น

จากเหตุการณ์และคำถามเหล่านี้ เธอตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรกรไทยในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทยกับ Japan Agricultural Exchange Council (JAEC) ของญี่ปุ่น และเธอก็พบว่า ไม่ใช่ครอบครัวเธอไม่มีทางเลือก แต่พวกเขาไม่มีข้อมูลจึงไม่กล้าเพิ่มทางเลือกเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

สำหรับยุ้ยการเดินทางไปต่างประเทศด้วยงบประมาณของตนเองนั้นเรียกว่าไม่เคยคิดเลยดีกว่า เพราะฐานะทางบ้านไม่ดี ชีวิตยุ้ยก็อยู่แต่ในสวนมะม่วง พอมีโอกาสไปเปิดหูเปิดตาถึงต่างประเทศ” คุณยุ้ยเล่าด้วยและเสริมว่า “ยุ้ยจึงทุ่มสุดตัวเรื่องการฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น เพื่อให้ตนเองสื่อสารกับคนญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะต้องการได้รับความรู้จากพวกเขาให้ได้มากที่สุด

การเกษตรกรรม, การทำเกษตรอนย่างยั่งยืน, ความยั่งยืนทางอาหาร, การทำเกษตร, คนรุ่นใหม่ทำเกษตร, เกษตร, เกษตรกรรม
ของที่ระลึกเพื่อเป็นการขอบคุณที่ลูกค้ามาอุดหนุนที่ร้านปลาวัน โดยจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม

ครอบครัวเกษตรชาวญี่ปุ่นที่คุณยุ้ยไปร่วมอาศัยและเรียนรู้นั้นทำการเกษตรแบบผสมผสาน ภายในพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 สำหรับทำฟาร์มหมูคุโรบูตะ  ส่วนที่ 2 ปลูกผลไม้หลากหลายชนิด  ส่วนที่ 3 พื้นที่สำหรับแปรรูปผลผลิตที่ได้จากสวนผลไม้และฟาร์มหมูคุโรบูตะ  และส่วนที่ 4 บริเวณที่พักอาศัย

ระหว่างนั้นเธอได้ปฏิบัติและเรียนรู้จากประสบการณ์การลงมือทำจริงร่วมกับชาวญี่ปุ่น เธอเข้าใจแนวคิดของการปลูกพืชหลากหลายชนิด ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารจัดการความเสี่ยง การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร รวมไปถึงการทำการตลาดออนไลน์ที่ทำให้เกษตรเป็นผู้กำหนดราคาเองได้

การที่เกษตรกรสามารถกำหนดราคาผลผลิตของตนเองได้ มันทำให้เด็กอายุ 21 ปีอย่างยุ้ยประหลาดใจและประทับใจมาก มันคือการตัดพ่อค้าคนกลางออกไปจากวงจรของชาวเกษตรกรเลย ยุ้ยทึ่งมาก” คุณยุ้ยเล่าถึงความทรงจำในวันนั้น ปัจจุบันเธออายุ 32 ปี

การเกษตรกรรม, การทำเกษตรอนย่างยั่งยืน, ความยั่งยืนทางอาหาร, การทำเกษตร, คนรุ่นใหม่ทำเกษตร, เกษตร, เกษตรกรรม
สินค้าที่วางจำหน่ายบริเวณหน้าร้านปลาวัน

ตลอดหนึ่งปีที่คุณยุ้ยฝึกงานในประเทศญี่ปุ่น นอกจากความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมทั้งหมดที่เธอได้รับแล้ว ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณยุ้ยมีความมั่นใจและกล้าเปลี่ยน นั่นคือ “ความรัก” เธอเล่าว่า เกษตรกรที่นั่นทำงานอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องมีใครมาคอยควบคุม เพราะพวกเขารักในงานที่ตัวเองทำ รักพืชผลที่ตัวเองปลูก รักเพื่อนร่วมงาน รักผู้บริโภค เมื่อเรารักสิ่งใดเราก็จะทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด เช่นกัน เมื่อเรารักใครเราก็อยากให้คนนั้นได้รับสิ่งดีๆ พวกเขาจึงตั้งใจทำเกษตรกรรมและไม่ใช้สารเคมี

ยุ้ยเพิ่งรู้ตัวว่าครอบครัวยุ้ยไม่ได้ทำเกษตรกรรมด้วยความรัก พวกเราทำเพราะเป็นอาชีพที่สืบทอดกันมามากกว่า จึงไม่เปิดใจเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม และไม่กล้าเปลี่ยนแปลงวิถีเกษตรแบบเดิม ครอบครัวญี่ปุ่นบอกเสมอว่า ยุ้ยสามารถกลับไปเปลี่ยนรูปแบบการทำการเกษตรของครอบครัวตัวเองได้ พอยุ้ยได้รับกำลังใจและได้เห็นกับตาตัวเองจริงๆ ว่าที่นี่ทำได้ ยุ้ยจึงกล้าที่จะกลับไปเปลี่ยน” เธอกล่าว

อ่านต่อหน้า 2

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายของสัตว์ในโลกพลาสติก

ตั้งแต่ปูที่ใช้เศษพลาสติกพรางตัว ไปจนถึงฝูงไฮยีน่าที่หากินบนกองขยะ เหล่านี้คือวิถีชีวิตของสรรพสัตว์ที่ต้องรับมือกับโลกที่ท่วมท้นไปด้วยขยะพลาสติก

วิกฤติ น้ำ ในดินเดีย

การเดินเท้าผ่านอินเดียเป็นระยะทาง 3,900 กิโลเมตร เผยให้เห็นพลังดึงดูดลี้ลับของมหานทีศักดิ์สิทธิ์ และวิกฤติ น้ำ ที่คุกคามวิถีชีวิตของผู้คน ผมกำลังเดินเท้าท่องโลก ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ โฮโม เซเปียนส์ ที่รอนแรมจากแอฟริกาในยุคหินออกมาสำรวจโลกสมัยบรรพกาล ไม่มีที่แห่งใดในการเดินทางด้วยเท้าของผม ไม่ว่าจะในชาติหรือทวีปใด ที่ผมได้พบเห็นเคราะห์กรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับเดียวกับวิกฤติขาดแคลน น้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอินเดีย ซึ่งร้ายแรงน่ากลัวจนแทบไม่อยากนึกถึง เรื่อง พอล ซาโลเพก ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก บ้านของผู้คนกว่า 1,300 ล้านคน และภูมิทัศน์ได้รับการสลักเสลาจากมหานทีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสินธุ คงคา พรหมบุตร และลำน้ำสาขาอันทรงพลังทั้งปวง อินเดียกำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบผาแห่งภาวะฉุกเฉินทางน้ำโดยยังไม่ทราบผลพวงที่จะเกิดขึ้น ผู้คนราว 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในมหานคร 21 แห่งของอินเดีย รวมถึงกรุงเดลี เมืองเบงกาลูรู (บังคาลอร์) และไฮเดอราบาด อาจสูบน้ำบาดาลจนเหือดแห้งภายในสิ้นปีนี้ เกษตรกรในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเอเชีย คร่ำครวญว่าระดับน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อนลดลง 12 ถึง 18 หรือกระทั่ง 30 เมตรภายในชั่วรุ่นเดียว และมลพิษในรูปกากของเสียอุตสาหกรรม […]

ลูกเพนกวินนับพันตัวกำลังหายไปเพราะแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาละลาย

ลูก เพนกวินจักรพรรดิ นับพันตัวต้องจมน้ำไปหลังจากที่แผ่นน้ำแข็งที่พวกมันเติบโตมาละลายเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย งานวิจัยฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal Antarctic Science เปิดเผยว่า นิคมที่อยู่อาศัยของ เพนเกวินจักรพรรดิ ที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกกำลังละลาย พร้อมกับลูกนกเพนเกวินที่หายไปหลังจากแผ่นน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาเริ่มแตกกระจาย หลังจากหายนะการพังทลายของแผ่นน้ำแข็ง Halley Bay ซึ่งเคยเป็นนิคมที่อยู่อาศัยของเพนกวินจักรพรรดิที่ใหญ่ที่สุดในปี 2016 ก็ไม่พบว่ามีนกเพนกวินขยายพันธุ์ในพื้นที่ตรงนั้นอีก นอกจากนี้ หลังจากผ่านมา 3 ปี นกเพนกวินเหล่านี้ก็ไม่ได้ส่งสัญญาณใดๆ ในการสร้างประชากรขึ้นมาใหม่อีกครั้งเช่นกัน โดยปกติแล้ว เพนกวินจักรพรรดิ ราว 15,000-24,000 คู่ จะไปยังจุดผสมพันธุ์ที่ Halley Bay ซึ่งคิดเป็นจำนวนร้อยละ 5-9 ของจำนวนเพนกวินทั้งโลก แต่ทว่าในปัจจุบัน ไม่มีเพนกวินจักรพรรดิไปที่นั่นอีกแล้ว ตามคำกล่าวของนักเหล่าวิทยาศาสตร์จาก British Antarcic Survey ซึ่งพวกเขาค้นพบปรากฏการณ์น่าเศร้านี้จากภาพถ่ายทางอากาศเพื่อสำรวจประชากรเพนกวิน “ผมไม่เคยเห็นความล้มเหลวในการขยายพันธุ์ของเพนกวินแบบนี้มา 60 ปีแล้ว” ฟิล ทราธาน หัวหน้านักชีววิทยาเชิงอนุรักษ์ (conservation biology) ของ British Antarcic Survey ซึ่งเป็นผู้เขียนงานวิจัยนี้ […]