ขยะอาหาร สามารถลดลงได้หากเปลี่ยนคำบ่งวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์

ลด ขยะอาหาร ควรพิจารณาวันหมดอายุบนฉลาก

การเปลี่ยนคำที่ใช้บ่งวันหมดอายุบนบรรจุภัณฑ์อาหารป้องกันการเกิด ขยะอาหาร ได้จริงหรือ?

เมื่อคุณเปิดตู้เย็น คุณมักหยิบของโปรดที่เกือบลืมไปแล้วว่ามีอยู่ในตู้เย็น และหลังจากนั้นคุณพบว่าพึ่งเลยวัน “ควรบริโภคก่อน” มาสองวันแล้ว คุณถอนหายใจอย่างหัวเสียแล้วทิ้งอาหารลงขยะ คุณบอกกับตัวเองว่าจะระวังมากกว่านี้ และไม่สิ้นปลืองอาหารอีกต่อไป แต่คุณจำเป็นต้องทิ้งอาหารที่ยังน่ากินจริง ๆ หรือ?

ขึ้นอยู่กับประเภทของอาหาร และบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุอาหาร “มากกว่าครึ่งของอาหารที่เราทิ้งไปเป็นของที่เรายังกินได้” เอมม่า มาร์ช ผู้นำ Love Food Hate Waste กล่าว

ขยะอาหาร เป็นปัญหาที่ทั่วโลกกังวล โดยข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (United Nations’ Food and Agriculture Organization) ระบุว่า ขยะอาหาร มีปริมาณ 1.3 พันล้านตัน ซึ่งพอ ๆ กับหนึ่งในสามของอาหารที่ผลิตได้ทั่วโ,กในแต่ละปี คิดเป็นมูลค่า 750 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ในขณะที่คนประมาณ 800 ล้านคนเข้านอนด้วยความหิวโหย และมากกว่าครึ่งของพื้นที่การเกษตรในโลกกำลังปลูกพืชที่คนไม่บริโภค

ข้อมูลจาก Love Food Hate Waste ระบุว่า ความสับสนของผู้บริโภคและความไม่อยากรับประทานอาหารที่อาจ “หมดอายุ” แล้ว นำไปสู่การทิ้งอาหารที่ยังอยู่ในสภาพดีถึงล้านกว่าตัน ขยะเหล่านี้คิดเป็นเงินประมาณ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปีสำหรับหนึ่งครอบครัวในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา เทียบเท่ากับการทิ้งอาหารหกมื้อในแต่ละสัปดาห์ ผัก ผลไม้สด เครื่องดื่ม และขนมปังเป็นอาหารที่ผู้คนทิ้งมากที่สุด

ขยะอาหาร/

การประชุมสุดยอดของ The World Cold Chain Summit เรื่องการลดขยะอาหาร มีการพูดคุยในประเด็นโซ่ความเย็น (cold chain) หรือการควบคุมอุณหูมิการขนส่งและเก็บอาหารของผู้ประกอบการ เพื่อเก็บรักษาอาหารให้สดใหม่และลดการทิ้งอาหาร โดยขยะอาหารในประเทศกำลังพัฒนามักมีสาเหตุมาจากโซ่ความเย็นที่ไม่มีประสิทธิภาพจากการผลิตและการจำหน่ายอาหาร ในขณะที่ประเทศรายได้ปานกลางและรายได้สูง ผู้บริโภคกว่าครึ่งเป็นผู้สร้างขยะอาหารเอง

วิน มอร์แกน ศาสตราจารย์วิชาเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนอตทิงแฮม กล่าวในที่ประชุมว่า ราคาอาหารที่ถูกลงมากทำให้คนทิ้งอาหารมากขึ้น

การทำฉลากให้ถูกต้อง

มีการรณรงค์มากขึ้นให้ผู้บริโภคคิดอย่างรอบคอบก่อนหยิบอาหารจากตู้เย็น

“มีหลายวิธีในการลดช่วยลดการทิ้งอาหาร เช่น ซื้อในปริมาณที่พอเหมาะ การเก็บให้ถูกต้อง การเก็บในช่องแช่แข็งก่อนที่อาหารจะถึงวันหมดอายุ หรือการนำอาหารเหลือมาทำเมนูใหม่ ๆ” มาร์ช กล่าว และเสริมว่า “หากทำตามวิธีดังกล่าวอย่างถูกต้อง อาหารก็จะไม่กลายเป็นขยะ”

“ความสับสนของการใช้คำแสดงวันหมดอายุบนฉลากอาหารมีนัยสำคัญในการลดการทิ้งอาหาร” มาร์ช กล่าว คำว่า “นำมาปรุงอาหารก่อน” (use by) “ควรบริโภคก่อน” (best before) และ “ควรอยู่บนชั้นวางสินค้าถึงวันที่” (display until) มีความหมายต่างกัน แต่สำหรับผู้บริโภคบางท่านเมื่อตระหนักว่าวันบริโภคเลยวันหมดอายุไปแล้วมักทิ้งอาหารลงถังขยะทันที

วันที่หลังคำว่า “ควรบริโภคก่อน” (best before) แสดงถึงคุณภาพของอาหาร เป็นการประเมินจากผู้ผลิตว่าอาหารจะมีความสดและรสชาติดีที่สุดได้นานถึงวันไหน ซึ่งใช้กับอาหารหลายประเภท บนชั้นวางสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ต  “อาหารที่เลยวันที่ ‘ควรบริโภคก่อน’ มาแล้วยังสามารถรับประทานได้ ตราบใดที่ยังอยู่ในสภาพดี ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม และรสชาติปกติ ยกเว้นไข่ไก่” มาร์ช กล่าว

แต่วิธีดังกล่าวยากต่อทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค “ร้านค้าปลีกและผู้ผลิตกลัวถูกฟ้อง และผู้บริโภคมีความหวาดกลัวเชื้อ listeria และ E.coli จากอาหารเก่า จึงเลือกที่จะทิ้งมากกว่าจะเสี่ยงรับประทาน” มอร์แกน กล่าว

คำว่า “นำมาปรุงอาหารก่อน” (use by) แสดงถึงความปลอดภัยของอาหาร โดยใช้กับเนื้อสัตว์ ปลา หรือเนื้อไก่ที่เสื่อมสภาพได้ ผู้บริโภคจึงควรยึดวันที่บนฉลากนี้อย่างเคร่งครัด โดยไม่ต้องคำนึงถึงสภาพหรือกลิ่นของอาหารเหล่านั้น ควรนำมาใช้หรือปรุงอาหารก่อนวันที่ที่ระบุไว้บนฉลาก

นอกจากนี้ยังมีคำว่า “ควรอยู่บนชั้นวางสินค้าถึงวันที่” (display until) ช่วยให้ร้านค้าหรือผู้ขายจัดการการวางสินค้า โดยนำอาหารที่ใกล้วันที่ระบุบนฉลากหรือใกล้วันหมดอายุไว้ด้านหน้าสุด และวางอาหารสดใหม่ไว้ด้านหลัง เพื่อไม่ให้เหลืออาหารที่ใกล้หมดอายุและถูกนำไปทิ้ง

ความท้าทายของการลดขยะอาหาร คือ การสร้างความรับรู้ให้ผู้บริโภคเรียนรู้ถึงความแตกต่างของคำต่าง ๆ ที่แสดงบนฉลากอาหาร

 

***แปลและเรียบเรียงโดย ภูม บุญมาแย้ม

โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

เรื่องแนะนำ

ป่าไม้ดื่มคาเฟอีน : กาแฟ ช่วยให้ป่าไม้เติบโตเร็วขึ้นได้อย่างไร

ของเสียที่เหลือทิ้งจากกรรมวิธีการผลิต กาแฟ ช่วยเร่งให้ป่าเสื่อมโทรมกลับมามีชีวิต เหมือนกับมนุษย์เรา  ป่าไม้โตเร็วขึ้นเมื่อได้รับ กาแฟ เพียงเล็กน้อยเติมเข้าสู่ระบบ การทดลองเมื่อไม่นานมานี้พบว่าส่วนที่หุ้มเมล็ดกาแฟ ที่เหลือจากกระบวนการปลูกกาแฟ ช่วยฟื้นฟูป่าฝนในประเทศคอสตาริกาให้กลับมามีชีวิต นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาวายแอตมานัว ออกแบบการทดลองโดยแบ่งพื้นที่ป่าเป็นสองแปลง เพื่อทดสอบว่า ของเสียจากกระบวนการผลิตกาแฟส่งผลกระทบต่อพื้นที่ที่ถูกตัดไม้ทำลายป่าอย่างไร โดยแปลงที่หนึ่งใช้ของเสียจากกระบวนการผลิตกาแฟคุลมดินความหนาประมาณ 50 เซนติเมตร และอีกหนึ่งแปลงปล่อยไปตามธรรมชาติ ในแต่ละแปลงที่ทำการทำทดลองถูกใช้ประโยชน์เป็นเวลาหลายปี ทั้งเพื่อปลูกกาแฟ หรือเลี้ยงวัว และในที่สุดก็ถูกทิ้งร้าง พื้นที่เหล่านี้ถูกปกคลุมด้วยหญ้าต่างถิ่นสายพันธุ์แอฟริกัน ที่เรียกว่า หญ้าพาลิเซด ซึ่งใช้เป็นอาหารปศุสัตว์ หญ้าชนิดนี้สามารถสูงได้ถึง 5 เมตร หากไม่มีสัตว์มาแทะเล็ม และส่งผลให้พืชท้องถิ่นกลับมาเจริญเติบโตได้ยาก หลังจากการทดลองผ่านไปสองปี แปลงทดลองที่ได้รับกากจากกระบวนการผลิตกาแฟแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ชั้นเรือนยอดของต้นพืชอายุน้อยสามารถปกคลุมพื้นที่ได้ถึงร้อย 80 ต้นไม้บางต้นสูงถึง 4.5 เมตร รวมไปถึงพบต้นไม่ที่มีความสูงถึง 18 เมตร ต่างกับแปลงที่ไม่ได้กากจากกระบวนการผลิตกาแฟ ซึ่งมีการปลกคุลมของพืชเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ความสูงโดยเฉลี่ยของต้นไม้ในแปลงที่ได้รับกากจากกระบวนการผลิตกาแฟมีมากกว่า 4 เท่า เมื่อเทียบกับแปลงควบคุม อีกทั้งดินตัวอย่างจากแปลงที่ใส่กากกาแฟมีแร่ธาตุสูงกว่า และหญ้าต่างถิ่นก็ไม่เจริญขึ้นมาเป็นพืชเด่น ผลการทดลองดังกล่าวได้รับการเยยแพร่ในวารสาร Ecological Solutions and […]

ความสุขอย่างยั่งยืน : ท่องเที่ยวมิติใหม่ในฟิลิปปินส์

เกาะโบราไกย์ในฟิลิปปินส์เสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้ทุกคนมี ความสุขอย่างยั่งยืน ช่วงที่ผ่านมา การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นหนึ่งในรูปแบบของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่คุณต้องรักษาความสะอาดของพื้นที่ แต่คุณจำเป็นต้องคิดถึงผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวรวมไปถึงประชากรในท้องถิ่น เมื่อคุณเดินทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ใช่แค่การคงสภาพดั้งเดิมของพื้นที่นั้นไว้ แต่คุณควรสร้างผลกระทบเชิงบวกกับพื้นที่นั้นด้วยเพื่อกระจาย ความสุขอย่างยั่งยืน ทั้งผู้มาเยือนและเจ้าบ้าน การท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญของประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศอุษาคเนย์นี้ยังเต็มไปด้วยโอกาสที่นักท่องเที่ยวจะได้ลองท่องเที่ยวแบบยั่งยืน ถ้าคุณกำลังวางแผนการเดินทาง คำแนะนำเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถท่องเที่ยวพร้อมไปกับการให้บางสิ่งบางอย่างกลับคืนแก่โลก ผ่านจุดท่องเที่ยวยอดนิยม 3 แห่งในฟิลิปปินส์ เกาะโบราไกย์ ความสวยงามของหาดทรายขาวอันเลื่องชื่อ โบราไกย์เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของฟิลิปปินส์มาช้านาน อย่างไรก็ตาม ในปี 2018 ความมีชื่อเสียงนี้เป็นเหตุให้ทางการจำเป็นต้องประกาศปิดเกาะเป็นเวลา 6 เดือน และปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันที่จะเข้าชมเกาะ ถ้าคุณอยากเดินทางไปโบราไกย์ คุณควรพิจารณาถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่เลย การเล่นไคต์เซิร์ฟ คุณต้องอาศัยแรงลมสำหรับการควบคุมทิศทาง คุณสามารถเคลื่อนที่ไปบนผืนน้ำได้อย่างรวดเร็ว หากมีสภาพอากาศที่เหมาะสม ที่หาดบูลาบ็อก ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม และอีกหนึ่งสถานที่คือหาดไวท์บีช ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม ซิปไลน์ การห้อยโหนไปบนเส้นสลิงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มจินตนาการในการชมทิวทัศน์ในมุมมองเดียวกับนกที่กำลังโผบิน และกิจกรรมนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ฟรีไดฟ์ หรือการดำน้ำโดยไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยหายใจ ที่แม้จะใช้อุปกรณ์ในการดำน้ำน้อยลงแล้ว คุณยังได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่อัศจรรย์ใต้ท้องทะเลแบบใกล้ชิด การเดินชมธรรมชาติบนเกาะ นอกจากเป็นกิจกรรมที่ยั่งยืนแล้ว คุณยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับพืชและสัตว์นานาพันธุ์บนเกาะแห่งนี้ พร้อมกับเผาผลาญพลังงานไปในตัว กิจกรรมนี้อาจเป็นแค่การเดินทอดน่องเรื่อย ๆ หรือการเดินป่าจริงจังตลอดสองชั่วโมง […]

ขนำน้อยหอยใหญ่ กินหอย นอนขนำ

ขนำน้อยหอยใหญ่ : เราอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่ได้ ที่เกริ่นว่า ขนำน้อยหอยใหญ่ เพราะผมมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนแหล่งเลี้ยงหอยนางรมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี “ขนำ” ในภาษาปักษ์ใต้ เป็นคำที่ชาวบ้านใช้เรียกกระท่อมชั่วคราว คือกระท่อมเฝ้าหอยนางรมที่อยู่กลางทะเล เหมือนกระท่อมปลายนาที่คนภาคกลางหรือภาคอื่นๆ คุ้นเคยกันนี่ล่ะครับ แต่ยกมาไว้กลางทะเล นอกจากนี้ ผมยังได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของคนเลี้ยงหอยนางรมบริเวณปากอ่าวคลองกระแดะแจะ ที่ตำบลท่าทองใหม่ แห่งนี้ด้วย เล่ามาถึงตรงนี้ ผมขอนำทุกท่านไปพูดคุยกับเจ้าของขนำ ที่ดัดแปลงและต่อเติมขนำเฝ้าหอยนางรมของตัวเอง ให้เป็นร้านอาหาร เสิร์ฟหอยนางรมที่เลี้ยงเองแบบไม่อั้น คุณสิริพล ใจงาม หรือพี่เชน เล่าให้ผมฟังว่า “เขาทำธุรกิจเลี้ยงหอยนางรมเข้าสู่ปีที่ 10 แล้ว” พี่เชนเป็นคนสุราษฎร์ธานีโดยกำเนิด แต่ก่อนจะมาประกอบอาชีพเลี้ยงหอยนางรม พี่เชนเคยเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างมาก่อน ร้านขนำน้อยหอยใหญ่เกิดจากการชวนเพื่อนฝูงมาพักผ่อนสังสรรค์และตกปลากัน จนกลายเป็นที่กล่าวขานกันในกลุ่มเพื่อน และมีคนแสดงเจตจำนงค์มาเยี่ยมพี่เชนมากขึ้น จึงทำให้เกิดแนวคิดนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจ จากเดิมที่เลี้ยงหอยนางรม พี่เชนจึงขยายกิจการมาเปิดร้านอาหารด้วย “พื้นที่ทำฟาร์มหอยนางรม กลายมาเป็นจุดเด่นในเรื่องวัตถุดิบ เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งชุมชนดั้งเดิมที่ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงพื้นบ้าน” เพราะวัตถุดิบทั้งหมดที่นำเสนอในร้านล้วนเป็นผลิตผลจากการประมงพื้นบ้านทั้งสิ้น เช่น ปลาที่ชาวบ้านจับมาได้จากธรรมชาติ พี่เชนมักไปจับจองและรับซื้อเอาไว้ ก่อนที่ชาวบ้านนำไปขายต่อกับพ่อค้าคนกลาง รวมถึงปูและหอยก็รับซื้อจากชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง นอกจากที่ชาวบ้านมีรายได้แล้ว ทางร้านยังสามารถรับรองเรื่องความสดของอาหารได้ด้วย ส่วนเรื่องของการปรุงอาหารเพื่อให้ได้รสมือของคนพื้นถิ่นอย่างแท้จริง […]

Mango COVID – คอลเล็กชันงานศิลปะที่เกิดจากวิกฤติ

ในยามวิกฤติ เราเห็นภาพความช่วยเหลือของคนไทยเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งเป็นหนึ่งประจักษ์พยานที่ชัดเจนว่า คนไทยมีจิตใจโอบอ้อมอารีและไม่ทอดทิ้งกัน และในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่พลังของประชาชนชาวไทยได้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ในช่วงเวลาดังกล่าว เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย รับทราบถึงเรื่องผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ต่อกลุ่มอาชีพต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกลุ่มเกษตรกรผู้ส่งออกมะม่วง เนื่องจากการขนส่งในช่วงล็อกดาวน์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้ผลผลิตจำนวนมากที่กำลังรอออกสู่ท้องตลาดเกิดความเสียหาย จากนั้นชาวสวนมะม่วงจึงติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องผลผลิตล้นตลาด และขอคำปรึกษาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ร่วมกัน เมื่อกลุ่มศิลปินซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีชื่อเสียงและมีผู้ติดตามจำนวนมาก ได้ทราบเรื่องของเกษตรกรชาวสวนมะม่วง จึงเกิดแนวความคิดที่อยากนำศิลปะเข้ามาช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาเกษตรกรและรวมตัวกันเพื่อสร้าง ผลงานศิลปะจากมะม่วงภายใต้คอลเล็กชัน Mango COVID และประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร และกระตุ้นยอดขายให้เกิดขึ้นภายในประเทศ โดยคอลเล็กชันนี้ได้รับเกียรติจากศิลปินชื่อดัง 14 ท่าน จากเครือข่าย BAB (บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018) ผ่านการขับเคลื่อนของมูลนิธิ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ ซึ่งมีหัวเรือใหญ่อย่างบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนให้ศิลปินทั้งหมดมาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะด้วยเทคนิคต่างๆ ทั้งภาพวาดและภาพถ่าย หนึ่งในศิลปินรุ่นใหญ่ของเมืองไทย อย่าง ศ.ถาวร โกอุดมวิทย์ เผยถึงแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ผลงานว่า “ในคอนเซ็ปต์แรกผมก็จะใช้มะม่วงเป็นตัวสื่อ เป็นตัว Object ที่ถูกเคลื่อนไหวด้วยระบบการสั่งงานของโทรศัพท์มือถือ […]