ขยะพลาสติกในแม่น้ำ กว่า 1,000 สาย กำลังไหลลงสู่มหาสมุทร

ขยะพลาสติกกำลังเดินทางสู่มหาสมุทรผ่านแม่น้ำมากกว่า 1,000 สาย

นักวิทยาศาสตร์เคยคิดว่ามีแม่น้ำแค่ไม่เกิน 20 สายเท่านั้นที่นำพาขยะพลาสติกออกสู่มหาสมุทร แต่ในปัจจุบันเหล่านักวิทยาศาตร์ได้เรียนรู้ว่ามันมีแม่น้ำจำนวนมากกว่านั้นมาก และทำให้การหาหนทางแก้ไขปัญหานี้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ขยะพลาสติกในแม่น้ำ

ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับความพยายามยับยั้งขยะพลาสติกที่ไหลจากแม่น้ำไปสู่มหาสมุทรทั่วโลก ขยะพลาสติกในแม่น้ำ

แม่น้ำคือช่องทางหลักที่ส่งขยะพลาสติกออกสู่ทะเล ในปี 2017 นักวิทยาศาสตร์สองกลุ่มได้ข้อสรุปตรงกันว่า ร้อยละ 90 ของขยะพลาสติกที่ลอยไปกับสายน้ำ ซึ่งมีปลายทางสู่มหาสมุทร ได้ถูกลำเลียงจากแม่น้ำสายหลักบนภาคพื้นทวีปเพียงไม่กี่สาย ประกอบด้วย แม่น้ำไนล์ แม่น้ำแอมะซอน และแม่น้ำแยงซี แม่น้ำสามสายที่ยาวที่สุดในโลก งานวิจัยแรกได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 10 สาย และงานวิจัยที่สองได้อ้างอิงถึงแม่น้ำจำนวน 20 สาย ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า การทำความสะอาดแม่น้ำเหล่านั้น สามารถส่งผลระยะยาวต่อการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติกที่กำลังเคลื่อนออกสู่ทะเล

แต่งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในวารสาร Science Advances ได้เปลี่ยนความคิดข้างต้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ นักวิทยาศาสตร์พบว่าร้อยละ 80 ของขยะพลาสติกที่เคลื่อนตัวออกสู่ทะเลมีที่มาจากแม่น้ำมากกว่า 1000 สาย ไม่ใช่แค่เพียง 10 หรือ 20 สายอย่างที่เคยคิดไว้ และพวกเขาได้ค้นพบว่า ขยะพลาสติกส่วนใหญ่ถูกพัดพาจากแม่น้ำสายย่อยมากมายที่ไหลผ่านพื้นที่เขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ไม่ใช่จากแม่น้ำสายใหญ่
ดังนั้น แม่น้ำแยงซีที่ลัดเลาะผ่านประเทศจีนและไหลออกไปสู่ทะเลจีนใต้ และมีความยาวกว่า 63,007 กิโลเมตร ซึ่งถูกจัดอันดับให้เป็นแม่น้ำที่มีมลภาวะจากขยะพลาสติกมากที่สุด ยังถูกล้มแชมป์ด้วยแม่น้ำปาซิกที่มีความยาวเพียง 25.75 กิโลเมตร ที่ไหลผ่านกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีประชากรกว่า 14 ล้านคน

มะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ หนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ / ภาพถ่าย Wander Fleur

นั่นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ และมันสื่อถึงกุญแจสำคัญสองข้อ ที่ใช้ทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก งานวิจัยเน้นย้ำถึงความจริงของการกระจายตัวของขยะพลาสติกในแทบทุกขอบทวีปของโลกเรา และยังช่วยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องหาทางแก้ไขปัญหาที่มีความซับซ้อนในการดำเนินการมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโครงการรณรงค์คำขวัญเรื่องขยะพลาสติก งานวิจัยนี้ยังสนับสนุนสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลและเหล่าผู้เชี่ยวชาญถกเถียงกันว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะปกป้องมหาสมุทรและแหล่งน้ำจืด คือการจำกัดให้ขยะพลาสติกอยู่บนแผ่นดินซึ่งพลาสติกถูกสร้างขึ้น

แกรี เบนช์กิบ ผู้นำกลุ่มกิจกรรมทำความสะอาดแม่น้ำ SUNGAI WATCH ซึ่งจนถึงปัจจุบันทำความสะอาดแม่น้ำไปกว่า 45 สายบนเกาะบาหลี กล่าวว่า งานวิจัยในปี 2017 ไม่ค่อยเป็นเหตุเป็นผลสำหรับเขา

“งานวิจัยที่กล่าวถึงแม่น้ำเพียง 10 สายหลัก ทำให้เขาประหลาดใจมากกว่าสิ่งอื่นใดเมื่อเห็นการเผยแพร่ออกมา” เขากล่าวและเสริมว่า “มันไม่ได้สนับสนุนสิ่งที่เราพบเจอในพื้นที่จริงของแม่น้ำสายย่อยต่างๆ ในประเทศอินโดนีเชีย เราอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตร้อนที่เต็มไปด้วยภูเขาไฟ ซึ่งมีแม่น้ำในทุกๆ 500 เมตร และแม่น้ำเหล่านั้นเต็มไปด้วยขยะพลาสติก

ขยะพลาสติกในแม่น้ำ, ขยะพลาสติก
ภาพถ่าย Juliaj Joppien

ข้อมูลที่ดีกว่านำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่

มนุษย์เราได้ใช้แม่น้ำสำหรับการทิ้งสิ่งปฏิกูลตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของอารยธรรม แต่ปัญหาขยะพลาสติกได้เกิดขึ้นเพียงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา งานวิจัยส่วนมากมุ่งเน้นไปที่การศึกษาขยะพลาสติกในทะเล ทำให้การวิเคราะห์ระบบน้ำจืดและแม่น้ำกลายเป็นเรื่องที่ตามมาทีหลัง เช่น การศึกษาขยะพลาสติกในแม่น้ำคงคาอย่างเต็มรูปแบบ ที่กระทำโดยสมาคม เนชั่นแนล จีโอกราฟิก พึ่งได้ข้อสรุปเมื่อ 18 เดือน ที่ผ่านมา และในแม่น้ำมิซซิสซิปปีเริ่มมีการวิเคราะห์ที่คล้ายเคียงกันในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่นายกเทศมนตรีของแต่ละเมืองที่แม่น้ำไหลผ่าน 100 คน ร่วมมือกันสนับสนุนการศึกษาครั้งนี้ เพื่อเป็นก้าวแรกในการลดจำนวนของขยะพลาสติก นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นกำลังมีการสำรวจเพื่อติดตามจำนวนขยะพลาสติกในน้ำคงคาและแม่น้ำโขงเช่นกัน

งานวิจัยชิ้นใหม่ใช้วิธีการศึกษาโดยสร้างแบบจำลองรูปแบบใหม่ และมีนักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยจากทีมวิจัยที่เคยศึกษาเกี่ยวกับแม่น้ำเมื่อปี 2017 พวกเขากล่าวว่า ข้อมูลที่มีเมื่อสี่ปีที่แล้วนั้นมีจำกัด ทำให้ความสนใจส่วนใหญ่ไปอยู่กับขนาดของลุ่มน้ำ และความหนาแน่นของประชากร

ในงานวิจัยชิ้นใหม่ นักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์ขยะพลาสติกจากแม่น้ำ 1656 สาย

แบบจำลองใหม่ได้นำกิจกรรมในลุ่มน้ำเหล่านั้นมาศึกษา เช่น ระยะห่างของแม่น้ำจากชายฝั่ง ผลกระทบจากฝน ลม กระแสน้ำ และลักษณะภูมิประเทศ รวมไปถึงความชันที่ช่วยขับเคลื่อนพลาสติกไปกับกระแสน้ำ ยกตัวอย่างเช่น ขยะพลาสติกจากพื้นที่ชุมชนเมืองสามารถไหลเข้าไปในแม่น้ำได้ง่ายกว่าพื้นที่ป่า และในช่วงฤดูฝน ขยะพลาสติกสามารถเคลื่อนที่ไปได้ไกลกว่าฤดูอื่นๆ นอกจากนี้ นักวิจัยได้นำข้อมูลของระยะห่างของที่ทิ้งขยะ และหลุมฝังกลบขยะจากริมฝั่งแม่น้ำ มาประกอบในการวิเคราะห์ และได้ข้อสรุปว่า สถานที่ทิ้งขยะและหลุมฝังกลบขยะที่มีระยะห่างจากแม่น้ำไม่เกิน 10 กิโลเมตร สามารถทำให้แม่น้ำปนเปื้อนได้

ขยะพลาสติกในแม่น้ำ, ขยะพลาสติก
บ่อขยะ หรือพื้นที่ฟังกลบ ที่ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำ เป็นอีกหนึ่งสาดเหตุที่ขยะหลุดรอดลงสู่แม่น้ำ / ภาพถ่าย Hermes Rivera

ข้อแตกต่างหลักของงานวิจัยนี้จากงานวิจัยเมื่อหลายปีก่อน คือเราไม่ได้มองแม่น้ำเป็นเพียงแค่สายพานในการขนส่งขยะพลาสติก” เลาเรนซ์ เจ.เจ. เมเออร์ ผู้นำการวิจัย กล่าวและเสริมว่า “ถ้าคุณทิ้งขยะพลาสติกลงไปในแม่น้ำหลายร้อยกิโลเมตรห่างจากปากแม่น้ำ มันไม่ได้แปลว่าขยะพลาสติกนั้นจะเดินทางไปสู่มหาสมุทร

ยิ่งขยะพลาสติกลอยอยู่ในแม่น้ำได้ไกลเท่าไร นั่นยิ่งทำให้ขยะพลาสติกมีโอกาสไปถึงมหาสมุทรได้น้อยลง ตัวอย่างเช่น ในแม่น้ำแซนของประเทศฝรั่งเศส ขวดน้ำพลาสติกที่ติดฉลากผลิตช่วงในทศวรรษที่ 1970 จำนวนมาก ถูกพัดขึ้นฝั่งตามริมแม่น้ำ

หนึ่งในความประหลาดใจ” เมเออร์กล่าว “คือแม่น้ำสายย่อยทั้งหลายในหมู่เกาะเขตร้อน อย่างประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศอินโดนีเชีย และสาธารณรัฐโดมินิกัน นำพาขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลออกสู่ทะเล” เช่นเดียวกับแม่น้ำในประเทศมาเลเซีย และประเทศแถบอเมริกากลาง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายสั้นๆ แต่กลับปล่อยขยะพลาสติกจำนวนมากออกสู่ทะเลเช่นกัน

ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยหลักจะต้องเป็นแม่น้ำคงคาหรือแม่น้ำแยงซีเสมอไป” เมเออร์กล่าว

อีกหนึ่งการค้นพบคือสภาพอากาศมีผลต่อการไหลของขยะพลาสติก โดยในพื้นที่เขตร้อน แม่น้ำได้นำพาขยะพลาสติกออกสู่ทะเลอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่พื้นที่เขตอบอุ่นสามารถนำพาขยะพลาสติกจำนวนมากออกสู่ทะเลได้ในช่วงหนึ่งเดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเดือนสิงหาคมในหน้าฝน หรือช่วงที่มีน้ำท่วมฉับพลัน

ขยะพลาสติกในแม่น้ำ, ขยะพลาสติก
ภาพถ่าย Alexander Schimmeck

เรื่องราวหนึ่งที่ยังคงสภาพจากงานวิจัยเมื่อปี 2017 คือ แม่น้ำที่นำพาขยะพลาสติกออกสู่ทะเลมากที่สุดอยู่ในทวีปเอเชีย ในรายชื่อแม่น้ำ 50 สายที่นำพาขยะพลาสติกออกสู่ทะเลมากที่สุดของงานวิจัยใหม่ มีแม่น้ำ 44 สาย อยู่ในทวีปเอเชีย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความหนาแน่นของประชากร นักวิจัยกล่าว

พื้นที่ในทวีปเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพื้นที่หลักในตอนนี้ แต่มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้” โลฆองต์ เลอเบฆ์ต็อง ผู้ร่วมงานวิจัย กล่าว “ฉันกำลังกังวลถึงทวีปแอฟริกา เพราะเป็นทวีปใหม่ที่จำนวนประชากรกำลังเติบโต และสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจะทำให้ผู้คนจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

การมุ่งเป้าไปที่การหาทางออก

งานวิจัยชิ้นใหม่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเป็นระยะเวลากว่าสองปีก่อนจะได้รับการตีพิมพ์ และได้รับทุนวิจัยจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร The Ocean Cleanup ที่ก่อตั้งโดย โบแยน สแลต  ผู้ประกอบการชาวดัตช์ที่โด่งดังไปทั่วโลกจากการทุ่มทุนกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปกับความพยายามการทำความสะอาดขยะพลาสติกในมหาสมุทรแปซิฟิก

โดยเมเออร์และเลอเบฆ์ต็องก็ทำงานให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเช่นกัน

ทีมของสแล็ตได้พัฒนาเครื่องจักรสำหรับการเก็บกวาดขยะที่เรียกว่า “อินเทอร์เซปเทอร์” หรือเครื่องดักขยะ (https://ngthai.com/sustainability/34237/the-ocean-cleanup/) เพื่อเก็บขยะจากแม่น้ำ มันเป็นนวัตกรรมที่ประยุกต์มาจาก มิสเตอร์ แทรช วีลล์ เรือเก็บขยะที่ขับเคลื่อนด้วยกังหันน้ำที่หน้าตาเหมือนดวงตาขนาดใหญ่ ที่เก็บขยะในบริเวณอินเนอร์ฮาเบอร์ของเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรีแลนด์ ตั้งแต่ปี 2008 และในปัจจุบันกำลังทำหน้าที่เป็นเรือนำกองเรือเก็บขยะ 4 ลำ ในบริเวณดังกล่าว

สิ่งที่คุณสามารถทำได้

  • เลือกใช้หลอดที่ใช้ซ้ำได้แทนหลอดพลาสติก
  • พกขวดน้ำที่ใช้ซ้ำได้ติดมือไว้เสมอ
  • ซื้อของอุปโภคบริโภคในปริมาณมากที่สุดที่เป็นไปได้ในแต่ละครั้ง
  • เข้าร่วมโครงการรีไซเคิลต่างๆ
  • แยกฟิล์มพลาสติกและขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ออกจากถังขยะรีไซเคิลของคุณ
  • เข้าร่วมโครงการทำความสะอาดชายหาดในชุมชนของคุณ

ในปี 2019 สแลตได้ประกาศแผนที่จะผลิตเครื่อง “อินเทอร์เซปเทอร์” กว่า 1000 เครื่อง และติดตั้งพวกมันลงในพื้นที่ต่างๆ ภายในระยะเวลา 5 ปี (รวมถึงประเทศไทย) แต่โรคระบาดทำให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความล่าช้า อย่างไรก็ตามมีเครื่องจักรหลายชิ้นที่ปฏิบัติงานอยู่บนแม่น้ำหลายสายในประเทศอินโดนีเชีย ประเทศมาเลเชีย ประเทศเวียดนาม และสาธารณรัฐโดมินิกัน สแลตกล่าวว่า สิ่งที่ท้าทายคือการขยายขนาดโครงการเพื่อตอบสนองเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนี้ “มันไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะดำเนินการในแม่น้ำหนึ่งสาย” เขากล่าวและเสริมว่า “แต่มันเป็นเรื่องยากมากที่จะดำเนินการในแม่น้ำหลายสิบสาย หรือหนึ่งร้อยสาย หรือหนึ่งพันสาย

จอร์จ เลียวเนาร์ด หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ขององค์กร Ocean Conservancy ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า ความท้าทายในการทำความสะอาดแม่น้ำ 1,000 สาย แม้จะมีความก้าวหน้าในอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับงานดังกล่าว แต่เขาก็เรียกร้องให้หันมาลองพิจารณาข้อความที่กำหนดโดยองค์กรของเขามาเป็นเวลานาน “เราเคยพูดเสมอว่า เราจำเป็นต้องเก็บพลาสติกออกจากมหาสมุทรตั้งแต่ต้นทาง แทนที่จะพึ่งพาการทำความสะอาดเป็นวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งนั่นหมายความว่า อย่าให้ขยะพลาสติกหลุดรอดลงไปในแม่น้ำด้วย

เรื่อง ลอรา พาร์กเกอร์
แปลและเรียบเรียง นายจอมพล ละมูนกิจ
โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษไทย


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : The Ocean Cleanup สตาร์ตอัปที่สร้างเรือดักเก็บขยะโซลาร์เซลล์ในเจ้าพระยาและทั่วโลก

เรื่องแนะนำ

เต่าทะเลกว่าพันตัว ได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวเย็นผิดปกติ

สภาพอากาศหนาวเย็นในเท็กซัสทำให้ชีวิตของเต่าทะเลหลายพันตัวตกอยู่ในอันตราย อาสาสมัครกลุ่มหนึ่งทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยชีวิต เต่าทะเล กว่าหนึ่งพันตัวจากสภาพอากาศอันเลวร้าย อาสาสมัครกลุ่มหนึ่ง และประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับเกาะปาเดรทางตอนใต้ของรัฐเทกซัส ออกช่วยเหลือ เต่าทะเล ที่เผชิญกับอากาศหนาวเย็นผิดปกติ อันเกิดจากสภาพกระแสลมวนขั้วโลก หรือ Arctic Outbreak “เต่าเป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่ออุณหภูมิต่ำเกินไป จะเกิดภาวะ cold stun คล้ายๆ เข้าสู่ภาวะจำศีล ส่งผลให้เต่าขยับครีบไม่ได้ ว่ายน้ำไม่ได้ และลอยไปตามผิวน้ำ” ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์คณะประมง มหววิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวและเสริมว่า “บางที เต่าทะเลถึงขั้นเงยหน้าหายใจไม่ได้ เพราะเต่าทะเลหายใจด้วยปอด จึงสามารถจมน้ำได้ ภาวะนี้จึงอันตรายอย่างยิ่ง” Sea Turtle, Inc. องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ทำงานศึกษาการฟื้นฟูและการอนุรักษ์ในเกาะปาเดรทางตอนใต้ เข้าดำเนินการช่วยเหลือเต่าทะเลเกือบ 4,500 ตัว ตั้งแต่วันอาทิตย์ ที่ผ่านมา ตามรายงานของสำนักข่าว NPR โดยผู้อำนวยการบริหาร Wendy Knight กล่าวกับ NPR ว่า อาสาสมัครในพื้นที่ได้ลงช่วยเหลือเต่าทั้งที่อยู่ในทะเลและตามชายหาด “หลังจากข่าวนี้แพร่สะพัดอออกไป เราได้รับทั้งการสนับสนุนและความรักอย่างท่วมท้น […]

ทางแพร่งของปากบารา

ที่จังหวัดสตูล บริเวณปากแม่น้ำที่มีชื่อเรียกว่า "ปากบารา" หนึ่งในระบบนิเวศ และแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย กำลังเผชิญกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากโครงการสร้างท่าเรือน้ำลึก ปากบารามีคุณค่ามากพอที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แต่สถานที่แห่งนี้กำลังอยู่ระหว่างทางแพร่งอันตราย ที่ซึ่งอนาคตยังเป็นเรื่องไม่แน่นอน

ปะการังกินขยะพลาสติก แทนอาหารตามธรรมชาติ

การศึกษาล่าสุดพบว่า อนุภาคเล็กๆ ของพลาสติกอาจเป็นตัวการนำเชื้อก่อโรคที่ส่งผลให้ปะการังป่วยหรือตายได้ นักวิทยาศาสตร์พบว่า ปะการังกินขยะพลาสติก ชิ้นเล็กๆ เข้าไป และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ดูเหมือนว่าพวกมันเลือกกินขยะพลาสติกชิ้นเล็กๆ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “ไมโครพลาสติก” มากกว่าอาหารตามธรรมชาติ แม้ว่าพลาสติกเหล่านี้มีแบคทีเรียที่อาจคร่าชีวิตได้ก็ตาม การศึกษาล่าสุดที่ตีพิมพ์ในวารสาร Proceedings of the Royal Society B: Biological Sciences รายงานการสำรวจปะการังที่อยู่แถบชายฝั่งโรดไอแลนด์ พบว่า ที่ผ่านมา ปะการังในทะเลเขตร้อนเริ่มคุ้นเคยกับการกินไมโครพลาสติกมากขึ้น ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อพวกมันเอง ผลการสำรวจล่าสุดพบว่า ไมโครพลาสติกเป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไปในสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ยอดภูเขาสูงไปจนถึงส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตหลายชนิด ตั้งแต่ปลาไปจนถึงนกต่างกินไมโครพลาสติกเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ที่กินไมโครพลาสติกผ่านการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและอาหาร แรนดี โรตชัน นักชีววิทยาแนวปะการัง มหาวิทยาลัยบอสตัน หัวหน้าทีมวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า ในช่วงแรกที่ทำวิจัยเรื่องระบบนิเวศทางทะเล เธอไม่คาดหวังการวิจัยที่เกี่ยวกับผลกระทบจากพลาสติก แต่พลาสติกเหล่านี้ปรากฏในการวิจัยอยู่เนืองๆ จนไม่สามารถเพิกเฉยต่อเรื่องนี้ได้ เมื่อคุณศึกษาระบบนิเวศหรือสิ่งมีชีวิตในทะเล คุณมักพบกับไมโครพลาสติกอยู่เสมอ ร้ายยิ่งกว่าอาหารขยะ โรตชันและทีมวิจัยเก็บตัวอย่างปะการังชนิด Astrangia poculata จากสี่โคโลนีที่อยู่นอกชายฝั่งแอตแลนติก จากแมสซาชูเซตส์ไปจนถึงอ่าวเม็กซิโก พวกเขาเลือกบริเวณนอกชายฝั่งของโรดไอแลนด์เป็นพื้นที่ศึกษา เพราะใกล้กับเมือง ซึ่งคาดว่าเป็นแหล่งที่ได้รับผลกระทบจากพลาสติกผ่านมลพิษทางน้ำ เมื่อกลับมายังห้องปฏิบัติการ […]

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 2)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น   แหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหานทีสายนี้เป็นแหล่งอาศัยของปลาเกือบ 1,000 ชนิด ซึ่งมีจำนวนมากเป็นอันดับสองรองจากแม่น้ำแอมะซอน นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งที่พบปลาขนาดใหญ่มากกว่าที่อื่นในโลก ตั้งแต่ปลากระเบนน้ำจืดจนถึงปลาคาร์ปหนัก 500 ปอนด์ “แม่น้ำโขงเป็นเหมือนสวรรค์ของนักมีนวิทยาเลยละครับ” โฮแกนกล่าว “มันสุดยอดในทุก ๆ ด้าน แต่มันก็กำลังเผชิญกับความเสี่ยงเช่นกัน” “ประเทศกัมพูชาเป็นแหล่งพักพิงสุดท้ายสำหรับความหลากหลายทางชีวภาพที่สั่นคลอนนี้ และหนึ่งในนั้น สัตว์น้ำประจำถิ่นส่วนใหญ่กำลังเข้าใกล้การสูญพันธุ์” จากเหตุผลข้างต้น สำนักงานของโครงการจึงตั้งอยู่ในกรุงพนมเปญ หากพิจารณาจากประเทศที่ติดต่อกับแม่น้ำโขงทั้งหมด กัมพูชาเป็นประเทศที่มีดินแดนติดต่อกับแม่น้ำโขงมากที่สุด ราวกับได้นั่งอยู่ใจกลางของแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการประมาณการณ์ว่า แม่น้ำโขงมอบผลผลิตทางประมงมากกว่าสามล้านตันต่อปี เป็นจำนวนที่มากถึงหนึ่งในสี่ของผลผลิตจากประมงน้ำจืดทั่วโลก บริเวณที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขงยังเป็นแหล่งเพาปลูกข้าวชั้นดี ประเทศกัมพูชารวมถึงประเทศอื่นๆ ที่อยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำโขงสามารถผลิตข้าวรวมกันได้มากกว่า 100 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 15 จากผลผลิตทั้งหมดของโลก ทุ่งนากว้างไกลสุดลูกหูลูกตาทางตอนกลางของกัมพูชาเกิดจากการทับถมของดินตะกอนแม่น้ำ ที่แม่น้ำโขงพัดพามาในช่วงฤดูน้ำหลากช่วงเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม ในความเป็นจริง หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงมันจะส่งผลกระทบไปยังสิ่งอื่นด้วย เหล่าผู้เชี่ยวชาญกำลังหวาดกลัวเกกับการสร้างเขื่อนในประเทศลาวและที่อื่นๆ บริเวณตอนบนของแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาจะทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาอพยพ และสามารถนำไปสู่การสูญพันธุ์ของปลาหลายชนิดที่เปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เช่น ปลาที่ใกล้สูญพันธุ์อย่าง “ปลาเทโพ” ที่มีความยาวได้ถึง 10 ฟุตเมื่อโตเต็มวัย   จากวิทยาศาสตร์แบบองค์รวมถึงเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ในขณะที่เศรษฐกิจในภูมิภาคนี้กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง […]