ความงามใต้โลกน้ำแข็งแห่งแอนตาร์กติกา ที่น้อยคนได้สัมผัส - National Geographic Thailand

ความงามใต้โลกน้ำแข็งแห่งแอนตาร์กติกา ที่น้อยคนได้สัมผัส

การสำรวจชีวิตใต้ทวีปนํ้าแข็งซึ่งแทบไม่เคยมีใครทำมาก่อน เผยให้เห็นโลกหลากสีสันและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ที่ซึ่งเพนกวิน แมวน้ำ และสิ่งมีชีวิตแปลกตาอีกหลายชนิด เจริญงอกงามภายใน ใต้โลกน้ำแข็ง

ในตอนเช้า เมื่อเราเดินเท้าจากดูมงดูร์วีล ซึ่งเป็นสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศสบนชายฝั่งอะเดลีในแอนตาร์กติกาตะวันออก มาถึงจุดหมาย เราต้องกะเทาะชั้นนํ้าแข็งบางๆ ที่ก่อตัวขึ้นปิดปากหลุมที่เราเจาะไว้
เมื่อวันก่อน หลุมดังกล่าวเจาะลงไปจนทะลุชั้นแพนํ้าแข็งหนาสามเมตร กว้างพอให้คนคนหนึ่งสอดตัวลงไปได้เท่านั้น และเบื้องล่างคือทะเลเย็นเยียบ เราไม่เคยลองดำนํ้าลงทางปากหลุมแคบขนาดนี้มาก่อน และผมลงไป ใต้โลกน้ำแข็ง เป็นคนแรก

ผมแทรกตัวลงไปตามหลุมอย่างทุลักทุเล และเมื่อลงไปสู่ท้องนํ้าเบื้องล่างได้ในที่สุด ผมก็หันกลับไปเห็นภาพที่ชวนให้ขนหัวลุก เมื่อปากหลุมเริ่มปิดตัวลงด้านหลังผม

พื้นผิวที่อยู่ใต้นํ้าของนํ้าแข็งทะเลมีลักษณะเป็นนํ้าผสมเกล็ดนํ้าแข็งข้นหนา และการทิ้งตัวลงไปของผมก็ทำให้มันเคลื่อนตัวและไหลไปรวมกันที่ปากหลุม กว่าผมจะสอดแขนข้างหนึ่งเข้าไปในนํ้าแข็งเหลวข้นนี้ได้ มันก็
ไหลมารวมกันจนหนาเกือบหนึ่งเมตรแล้ว ผมคว้าเชือกนิรภัยและดึงตัวเองขึ้นไปทีละเซนติเมตร ในที่สุดมือของใครคนหนึ่งก็คว้ามือผมไว้ แล้วดึงผมขึ้นไปจนพ้นปากหลุม การดำนํ้าวันนี้สิ้นสุดลงแล้ว แต่นั่นเป็นเพียงหนึ่งในการดำ 32 เที่ยวเท่านั้น

เพนกวิน, เพนกวินจักรพรรดิ, โลกใต้น้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา photography
เพนกวินจักรพรรดิมุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรเปิดเพื่อหาอาหาร
ดาวขนนก, โลกใต้น้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา
ลึกลงไป 30 เมตรใต้ผืนนํ้าแข็ง ดาวขนนกตัวหนึ่งโบกพัดแขนที่ดูละม้ายใบเฟิน เพื่อดักจับอนุภาคอาหาร ดาวขนนกไม่ใช่พืช แต่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นญาติกับดาวทะเลและว่ายนํ้าได้
แมงกระพรุน, ดำน้ำ, ใต้โลกน้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา
แมงกะพรุนมงกุฎเรืองแสงกว้าง 36 เซนติเมตรตัวนี้ ว่ายผ่านหน้าช่างภาพไปที่ความลึก 40 เมตร ลำตัวของมันเรืองสว่างโดยมีหนวดพิษสิบสองเส้นอยู่เบื้องหลัง

ผมมาที่นี่พร้อมแวงซอง มูนีเยร์ ช่างภาพอีกคนหนึ่ง ตามคำเชื้อเชิญของลุก ชักเก นักสร้างภาพยนตร์ซึ่งกำลังถ่ายทำภาคต่อของภาพยนตร์สารคดีที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเมื่อปี2005 เรื่อง เพนกวิน หัวใจจักรพรรดิ (March of the Penguins) ระหว่างที่ชักเกบันทึกเรื่องราวของเหล่าเพนกวินจักรพรรดิลงบนแผ่นฟิล์ม และมูนีเยร์ถ่ายภาพนิ่งของพวกมัน ทีมของผมจะบันทึกภาพชีวิตใต้นํ้าแข็งทะเลเอาไว้ ในช่วงฤดูหนาว นํ้าแข็งจะแผ่ขยายออกไปในทะเลบริเวณนี้ไกลถึง 100 กิโลเมตร แต่เรามากันในเดือนตุลาคม ปี 2015 ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ในช่วงเวลา 36 วัน ระหว่างที่นํ้าแข็งแตกตัวและถอยร่นเข้ามาจนพ้นชายฝั่งออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร เราจะดำผ่านน่านนํ้าแข็งนี้ลงสู่ความลึก 70 เมตรเบื้องล่าง ลึกกว่าที่ใครเคยฝ่าลงไปใต้ผืนนํ้าแข็งแอนตาร์กติกาในสภาพแวดล้อมที่ยิ่งกว่าทารุณ

เราใช้เวลาเตรียมการในฝรั่งเศสนานถึงสองปี ผมเลือกจุดดำนํ้าที่มีความลึกของพื้นท้องนํ้าในระดับแตกต่างกันไว้หลายจุด และอยู่ภายในรัศมี 10 กิโลเมตรจากสถานีดูมงดูร์วีล อุณหภูมิของนํ้าในบริเวณนั้นน่าจะอยู่ที่ลบ  1.8 องศาเซลเซียส (นํ้าเค็มจะยังคงสภาพเป็นของเหลวที่อุณหภูมิตํ่ากว่าจุดเยือกแข็งของนํ้าจืด) ถ้าไม่สวมชุดดรายสูท เราจะเสียชีวิตภายในเวลาแค่ 10 นาที แต่เมื่อมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ก้าวหน้าขึ้น เราอาจอยู่ใต้นํ้าได้นานสุดถึงห้าชั่วโมง

ว่าแต่มีอะไรหรือที่คุ้มค่าพอจะแลกมาด้วยสิ่งนี้ อันดับแรกคือ แสง ภาพที่เห็นจะทำให้ช่างภาพไม่ว่าคนไหนก็ตามรู้สึกลิงโลดใจ ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ หลังจากรัตติกาลอันยาวนานของขั้วโลกผ่านพ้นไป เมื่อเหล่าแพลงก์ตอนเล็กจิ๋วยังไม่เริ่มสะพรั่ง และยังไม่ทำให้นํ้าขุ่น ผืนนํ้าใต้แพนํ้าแข็งจะใสกระจ่างมากเป็นพิเศษ เพราะมีอนุภาคต่างๆ ลอยอยู่น้อยมากจนไม่ทำให้แสงฟุ้งกระจาย แสงน้อยนิดอันใดที่ปรากฏอยู่จะลอดผ่านลงมาทางรอยแยกหรือหลุมของแมวน้ำเหมือนแสงจากไฟถนนทอดแสงเรื่อเรืองลงมากระทบภูมิทัศน์ใต้นํ้า

ช่างเป็นภูมิทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก แถบนี้ของแอนตาร์กติกาตะวันออกมีแมวนํ้า เพนกวิน และนกอื่นๆ เพียงไม่กี่ชนิดอาศัยอยู่ และไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกอยู่เลยแม้แต่ชนิดเดียว คุณอาจคิดว่า ก้นสมุทรคงมีสภาพเป็นทะเลทรายเช่นกัน แต่อันที่จริง กลับเป็นอุทยานงามสะพรั่งที่หยั่งรากอยู่ในห้วงลึกของกาลเวลา

สัตว์ทะเลแถบขั้วโลกใต้ส่วนใหญ่ถูกตัดขาดจากโลกที่เหลือมานานหลายสิบล้านปี ตั้งแต่ตอนที่ทวีปดังกล่าวแยกตั;ออกจากทวีปอื่นๆ แล้วกลายเป็นนํ้าแข็งทั้งทวีปนับแต่นั้นมา กระแสนํ้าเย็นรอบขั้วโลกใต้ (Antarctic Circumpolar Current) ก็เคลื่อนตัวหมุนวนจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกรอบทวีปแอนตาร์กติกาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระดับอุณหภูมิมีความสูงตํ่าแตกต่างกันอย่างสุดขั้วและขวางกั้นการแพร่กระจายของสัตว์ทะเล การตัดขาดอันยาวนานนี้เปิดทางให้สิ่งมีชีวิตที่มีความหลากหลายอย่างมากและเป็นชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่น วิวัฒน์อยู่ตรงก้นสมุทรนั่นเอง

แมวน้ำ, โลกใต้น้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา
แมวนํ้าเวดเดลล์อายุไม่กี่สัปดาห์ว่ายเข้ามาให้ช่างภาพถ่ายภาพระยะใกล้ ปีแยร์ เชอวัลดอนเน นักชีววิทยาทางทะเล ผู้ทำงานอยู่ที่สถานีวิจัยดูมงดูร์วีล บอกว่า นี่อาจเป็นการลงว่ายน้ำครั้งแรกของลูกแมวนํ้าตัวนี้
เพรียงหัวหอม, สัตว์ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง, แอนตาร์กติกา
เพรียงหัวหอมสีส้มยึดเกาะอยู่กับก้นสมุทรลึกลงไปมากกว่า 60 เมตร และลักนํ้าเข้าทางท่อในลำตัวเพื่อกรองกินอาหาร เพรียงหัวหอมเหล่านี้ “อาจดูเรียบง่ายมากเหมือนพวกฟองนํ้า แต่อันที่จริงพวกมันมีวิวัฒนาการสูงแล้ว” เชอวัลดอนเนอธิบาย

เมื่อดำลึกลงไปกว่า 50 เมตรลงไป แสงจะมืดสลัวลงและเราไม่เห็นสาหร่ายเคลป์หรือพืชพรรณชนิดอื่นใดอีก ก้นสมุทรจะปกคลุมด้วยไฮดรอยด์หรือขนนกทะเลอย่างหนาแน่น (พวกมันเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นคอโลนี และมีความเกี่ยวข้องกับปะการัง) และหอยพัดนับพันๆตัว หอยพัดเหล่านี้มีขนาดกว้าง 10 เซนติเมตร แต่อาจมีอายุถึง 40 ปีหรือมากกว่านั้น เพราะสรรพชีวิตเติบโตอย่างเชื่องช้า ในแอนตาร์กติกา ที่ความลึกระดับนี้ เรายังสังเกตเห็นไครนอยด์ สัตว์ในอันดับดาวขนนก ซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับดาวทะเล พวกมันดักจับอนุภาคอาหารที่ล่องลอยอยู่ด้วยแขนพลิ้วไหวซึ่งอาจมีมากถึง 20 เส้น และมีสัตว์จำพวกไอโซพอดหน้าตาคล้ายแมลง ปีกแข็งขนาดใหญ่แหวกว่ายและคืบคลานอยู่ท่ามกลางพวกมัน

ความหลากหลายนั้นมากมายละลานตาที่สุดที่ระดับความลึก 70 เมตร ซึ่งเป็นขีดจำกัดของการดำนํ้าของเรา เราเห็นกัลปังหาพุ่ม สัตว์จำพวกมีกระดอง ปะการังอ่อน ฟองนํ้า ปลาเล็กปลาน้อย สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เกาะยึดตัวอยู่กับที่มีขนาดใหญ่โตเป็นพิเศษ สัตว์คล้ายพืชซึ่งปรับตัวได้เป็นอย่างดีในสภาพแวดล้อมค่อนข้างคงที่เหล่านี้เติบโตอย่างเชื่องช้า แต่ดูเหมือนจะโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดถ้าไม่มีอะไรมารบกวน เราอดสงสัยไม่ได้ว่า สิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะตอบสนองอย่างไรเมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้โลกของพวกมันร้อนขึ้น

หอยพัด, ขั้วโลกใต้, สัตว์ทะเล
หอยพัดขั้วโลกใต้ขนาดตัวยาว 7.5 เซนติเมตร อาจมีอายุหลายสิบปีแล้ว
ไอโซพอด, ชีวิตใต้ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง
ไอโซพอดหน้าตาเหมือนตัวกะปิตัวนี้ม้วนตัวเมื่อถูกคุกคาม มันมีขนาดตัวยาวเกือบ 12 เซนติเมตร
แมงมุมทะเล, สัตว์ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง
แมงมุมทะเลเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของ “ความใหญ่ยักษ์ในเขตขั้วโลก” ขณะที่แมงมุมทะเลในที่อื่นๆ มีขนาดเล็กจ้อย แต่ตัวนี้ในแอนตาร์กติกามีขาที่ยาวถึง 18 เซนติเมตร
ดาวทะเล, สัตว์ทะเล, ใต้โลกน้ำแข็ง
ส่วนดาวทะเลที่ซุกอยู่ข้างฟองนํ้ารูปทรงเหมือนต้นไม้และมีหนอนไต่อยู่ มีขนาดตัวกว้างกว่า 30 เซนติเมตร

ระหว่างกลับขึ้นสู่ผิวนํ้า ความหลากหลายทางชีวภาพก็เริ่มลดลง น่านนํ้าระดับตื้นกว่ามีสภาพแวดล้อมที่เสถียรหรือคงที่น้อยกว่า ภูเขานํ้าแข็งและนํ้าแข็งทะเลที่ล่องลอยอยู่มักครูดไปกับก้นสมุทร อีกทั้งการแข็งตัวและการละลายของพื้นผิวทะเลตามฤดูกาล ซึ่งดึงนํ้าจืดออกไปจากมหาสมุทรแล้วปล่อยคืนกลับลงมาใหม่ ทำให้ค่าความเค็มของนํ้าแกว่งไปมาอย่างสุดขั้ว แต่ก็ยังมีอะไรมากมายให้ดูเพลินตา สาหร่ายขนาดเล็ก (microalgae) เกาะตามเพดานนํ้าแข็งเปลี่ยนให้เป็นเพดานรุ้งสีส้ม เหลือง และเขียว อันที่จริงเพดานที่ว่านี้ดูเหมือนเขาวงกตสลับซับซ้อนมากกว่า เพราะประกอบด้วยชั้นนํ้าแข็งสูงๆ ต่ำๆ

อีกวันหนึ่ง ชองตีลก็เรียกให้ผมดูทุ่งดอกไม้ทะเลโปร่งแสงตัวจิ๋วๆ ที่เกาะห้อยลงมาจากแพนํ้าแข็ง พวกมันฝังตัวลึกเข้าไปสองสามเซนติเมตรในนํ้าแข็งที่เหมือนหิน หนวดของพวกมันที่มีแสงอาทิตย์ส่องผ่าน โบกพัดอยู่ในกระแสนํ้า ดูคมและแวววาว พวกมันช่างตราตรึงใจยิ่งนักโลกใต้นํ้าแข็งแอนตาร์กติกก็เหมือนกับเมานต์เอเวอเรสต์ เพราะงดงามน่าอัศจรรย์ แต่ขณะเดียวกันก็อาจโหดร้ายทารุณ

ตอนที่เฮลิคอปเตอร์ของพวกเราบินอยู่เหนือเกาะนอร์แซลก็อยู่ในทะเลเปิดแล้ว พอเฮลิคอปเตอร์หย่อนเราลงไปบนเกาะ เราก็ถูกรายล้อมด้วยมหาสมุทรและภูเขานํ้าแข็งใหญ่ยักษ์ และตระหนักถึงอภิสิทธิ์ของการได้อยู่ในที่ที่ไม่เคยมีใครเคยดำลงไปมาก่อน

แมวน้ำเวดเดลล์, แมวน้ำ, อุ๋งอุ๋ง, ใต้โลกน้ำแข็ง photography
แม่แมวนํ้าเวดเดลล์พาลูกลงมาว่ายนํ้าใต้ผืนนํ้าแข็ง เมื่อลูกแมวนํ้าโตเต็มวัยแล้ว มันจะมีขนาดเท่ากับแม่ โดยมีลำตัวยาวราว 3 เมตร และหนักครึ่งตัน
ปลาน้ำแข็ง, สัตว์ทะเล, สาหร่ายทะเล
ปลานํ้าแข็ง (ปลาไอซ์) ขี้ระแวงตัวนี้มุดไปหลบอยู่ในกอสาหร่ายเคลป์ ปลาหน้าดินกลุ่มนี้มีโปรตีนต้านการเยือกแข็งอยู่ในกระแสเลือด ซึ่งช่วยให้พวกมันทนทานต่ออุณหภูมิลบ 1.8 องศาเซลเซียสได้

ฤดูร้อนกำลังจะมาถึง วันนั้นอากาศไม่หนาวจัด อุณหภูมิใกล้จุดเยือกแข็ง แต่นํ้ายังคงเย็นถึงลบ 1.8 องศาเซลเซียส บลองช์ผู้เป็นแพทย์ของเราเริ่มจับเวลาด้วยนาฬิกามาตรเวลา (chronometer) เขาให้เวลาเราสาม ชั่วโมงสี่สิบนาที แล้วเราก็ดำดิ่งลงไปอีกครั้งสู่อีกโลกหนึ่งเบื้องล่าง

ดอกไม้ทะเล, ไฮดรา, สัตว์ทะเล
ดอกไม้ทะเลตัวนี้ฝังตัวอยู่ในนํ้าแข็งแล้วปล่อยหนวดแกว่งไกวอยู่ในนํ้ามืดมิด แมรีเมแกน ดาลี นักชีววิทยาทางทะเล บอกว่า เท่าที่รู้ พวกมันเป็นดอกไม้ทะเลเพียงชนิดเดียวที่อาศัยอยู่ในนํ้าแข็ง
หมึกยักษ์, แอนาตาร์กติกา, โลกใต้น้ำแข็ง photography
หมึกยักษ์พุ่งทะยานเหนือก้นสมุทรที่เต็มไปด้วยสรรพชีวิตแอนตาร์กติกามีหมึกยักษ์อาศัยอยู่อย่างน้อย 16 ชนิด

เรื่องและภาพถ่าย : โลรอง บาเลสตา


อ่านเพิ่มเติม สัตว์มหัศจรรย์แห่งทะเลใต้ผืนน้ำแข็งอาร์กติก

อาร์กติก
กุ้งโครงกระดูก หรือที่รู้จักในชื่อ Caprellas กำลังเดินไต่ไปมา เห็นพวกมันตัวเล็กเช่นนี้แต่พลังงานล้นเหลือ พวกมันจะหาอาหารและต่อสู้กันทั้งวันไม่หยุดหย่อน ส่วนที่ด้านบนคือหวีวุ้น สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังชนิดหนึ่ง

เรื่องแนะนำ

รังนกเทียมช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก

รังนกเทียม ช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก อัตราการเกิดของลูกนกอัลบาทรอสกำลังลดต่ำลงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ผลการศึกษาพบว่ามีลูกนกจำนวนมากที่ตายลงเพราะอากาศร้อน นอกจากนั้นนกอัลบาทรอสจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถหาวัสดุตามธรรมชาติได้เพียงพอสำหรับการสร้างรัง ดังนั้นแล้วหากไม่ทำอะไรปัญหาดังกล่าวนี้จะกลายเป็นวิกฤติใหญ่ บรรดานักวิทยาศาสตร์จึงร่วมกันสร้างรังนกเทียมขึ้นมา ด้วยคุณสมบัติแข็งแรงทนทานต่อการผันแปรของสภาพอากาศ เพื่อช่วยให้นกอัลบาทรอสเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ ผลการศึกษาทดลองพบว่ารังนกเทียมเหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกนกเกิดใหม่ถึง 20%   อ่านเพิ่มเติม นกแสนรู้ : ไขปริศนาความฉลาดของนก

กลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ดุหยง เกาะลิบง การรวมตัวของคนชุมชนเพื่อภารกิจฟื้นฟูท้องทะเล

อาสาสมัครพิทักษ์ดุหยง เกาะลิบง เมื่องานอนุรักษ์เริ่มต้นจากคนในชุมชน สู่การทำงานกับวิจัยและนักอนุรักษ์ เพื่อคืนทรัพยากรบ้านเกิดให้กลับคืนมา พี่ฉัตร-ทิพย์อุสา แสงสว่าง เป็นชาวเกาะลิบง จังหวัดตรัง มาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ ภาพจำในวัยเด็กที่เด่นชัดมาจนถึงปัจจุบัน คือความเหนียวแน่นของชุมชนมุสลิมบนเกาะ ที่อยู่กันแบบพี่น้องถ้อยทีถ้อยอาศัยมาช้านาน และความอุดสมบูรณ์ของบ้านเกิดกลางทะเลอันดามันแห่งนี้ “ตอนเด็ก ๆ ทั้งเกาะมีเรือยนต์เล็ก ๆ อยู่ลำเดียวที่วิ่งไปกลับระหว่างเกาะลิบงกับท่าเรือกันตัง ที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่ ใครจะขนน้ำแข็ง หยูกยาหรืออาหารอะไรจากในเมืองมาที่เกาะ ต้องไปให้ทันเรือขนาดยี่สิบที่นั่งลำนี้ที่วิ่งรอบเดียวเท่านั้น ถ้าตกเรือแล้วก็พลาดเลย ต้องรอวันต่อไป “ท้องทะเลรอบเกาะอุดมสมบูรณ์มาก มีแนวหญ้าทะเลเขียวชอุ่มสุดสายตาเต็มไปหมด เดินลุยน้ำไปตอนเช้า ๆ จะพบสัตว์ทะเลตัวเล็กหลายสิบชนิดบ้างแหวกว่าย บ้างซ่อนตัวอยู่ในแนวหญ้า ส่วนสัตว์ใหญ่อย่างพะยูน คิดว่าน่าจะมีเกินสามร้อยตัว เห็นแทบทุกวัน แต่ด้วยความที่ตอนนั้นมันไม่ใช่สัตว์ทะเลหายากอย่างทุกวันนี้ เราเลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไร” พี่ฉัตรบอกว่า สำหรับคนวัย 40 ขึ้นไป ภาพความทรงจำของท้องทะเลที่อุดมสมบูรณ์นั้นยังตราตรึงอยู่ในใจ เพราะเกิดทันได้เห็นความมหัศจรรย์ที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ อาจนึกภาพไม่ออก เพราะเกิดมาพร้อมกับทรัพยากรที่เสื่อมโทรมลงและสัตว์ทะเลที่ลดปริมาณลงเรื่อย ๆ จุดชมวิวบนเขาบาตู ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาเกาะลิบงต่างพากันขึ้นไปสอดส่อง เพราะเป็นจุดเดียวที่จะชื่นชมวิถีชีวิตของฝูงพะยูนในช่วงน้ำขึ้นได้จากยอดเขา พี่ฉัตรและเพื่อน ๆ เคยปีนป่ายเล่นกันตั้งแต่เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ตอนนั้นไม่มีบันได […]

กลไกเบื้องหลัง ตั๊กแตน ระบาด

สำนักข่าวในประเทศลาวรายงานการระบาดของฝูง ตั๊กแตน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในเนื้อหารายงาน ความเสียของพืชผลทางการเกษตรเป็นจำนวนมาก ช่วงก่อนหน้านั้น สื่อหลายแห่งรายงานข่าวการระบาดของแมลงในประเทศอินเดียเช่นกัน หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า จากอินเดียแมลงบินข้ามพรมแดนไประบาดในประเทศลาวได้อย่างไร จากกรณีดังกล่าว ผู้เชี่ยวชาญพบว่า “ตั๊กแตน ที่ระบาดในประเทศลาวและอินเดียเป็นคนละชนิดพันธุ์” ศรุต สุทธิอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวและอธิบายว่า “ตั๊กแตนที่ระบาดในประเทศลาวคือตั๊กแตนไผ่ (Yellow-spined bamboo locust ชื่อวิทยาศาสตร์ Ceracris kiangsu) ส่วนที่พบระบาดในอินเดียคือ ตั๊กแตนทะเลทราย (Desert locust ชื่อวิทยาศาสตร์ Schistocerca gregaria)” สำหรับวงจรชีวิตของของตั๊กแตนไผ่จะแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะวางไข่ใต้ผิวดินในช่วงเดือน มกราคม-เมษายน ระยะตัวอ่อน (46 – 69 วัน) ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ระยะตัวเต็มวัย (40 วัน) ในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน และระยะไข่ในช่วงเดือน ตุลาคม – ธันวาคม ซึ่งมีรายงานพบว่า ตั๊กแตนชนิดนี้วางไข่บริเวณใต้ผิวดินจำนวนมาก โดยไข่จะฟักในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึง […]

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้โลกทั้งใบเข้าสู่จุดพลิกผันอันตราย

ภาพจากภารกิจ “ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่มีต่อระบบนิเวศและทางเคมีในสภาพแวดล้อมของทวีปอาร์กติกด้านแปซิฟิก” ของนาซา เมื่อปี 2011 ภาพถ่ายโดย KATHRYN HANSEN, NASA นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า “ผู้คนคงไม่ตระหนักว่าเราเหลือเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” ในการหยุดการเปลี่ยนแปลงที่ทำลายล้างและไม่อาจหวนคืนของระบบภูมิอากาศโลก แต่ก็ยังพอมีความหวังอยู่ โลกของเราได้ปรากฏหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงระบบภูมิอากาศโลกที่กำลังดำเนินอยู่ซึ่งไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิม สถานการณ์นี้หมายความว่าเรากำลังอยู่ในสภาวะฉุกเฉิน ซึ่งอาจนำไปสู่จุดพลิกผัน (tipping point) ในระดับที่โลกทั้งระบบจะเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจหวนคืน สิ่งนี้อาจนำไปสู่ความเป็นไปได้ของ “ภัยคุกคามอารยธรรมโลก” ทิม เลนตัน และทีมงานผู้เขียนงานวิจัยในนิตยสาร Nature กล่าว การล่มสลายของโลกทั้งระบบนี้อาจนำไปสู่สภาวะ “Hothouse Earth” ซึ่งเปรียบได้ว่าโลกทั้งใบเป็นเตาอบ อันเป็นสภาวะที่อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 องศาเซลเซียส ระดับทะเลเพิ่มขึ้นราว 6-9 เมตร ปะการังและป่าแอมะซอนหายไปอย่างสิ้นเชิง และพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกไม่สามารถอยู่อาศัยได้ นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลกยังเตือนอีกว่า วิธีการตอบสนองสภาวะฉุกเฉินของโลกนี้คือต้องลดอุณหภูมิโลกให้ได้ 1.5 องศาเซลเซียส “ทั้งเสถียรภาพและความสามารถในการฟื้นฟูของโลกเราจะอยู่ในภาวะถูกคุกคาม” พวกเขากล่าว (เชิญชมวิดีโออธิบายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ที่นี่) จากการคาดการณ์ทางทฤษฎีสู่ความเป็นจริง แนวคิดเรื่องจุดพลิกผันของโลกเริ่มต้นเมื่อ 20 ปีที่แล้วโดยคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change: […]