เขื่อนแม่น้ำโขง ขนาดใหญ่กำลังทำให้เหล่าปลายักษ์แม่น้ำโขงเสี่ยงสูญพันธุ์

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ความพยายามการสร้าง เขื่อนแม่น้ำโขง ในประเทศลาวและตามพื้นที่ใกล้เคียงมีผลกระทบต่อปลายักษ์และเสี่ยงต่อวิกฤตการสูญพันธุ์หลายชนิด รวมถึงปลาบึก

 ธารน้ำโขงที่ไหลผ่านเมืองหลวงพระบาง เมืองมรดกโลกยูเนสโกอันเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมผสมผสานในประเทศลาว เคยเป็นจุดผ่านไปยังแหล่งสืบพันธุ์ของเหล่าปลายักษ์ในแม่น้ำอย่างปลายี่สก ปลาสวาย และปลาบึก ปัจจุบันเราแทบไม่พบเห็นปลาเหล่านี้ สาเหตุหนึ่งมาจากการจับปลาเกินขนาดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

นักวิทยาศาสตร์หลายรายยังคงมีหวังในเรื่องการฟื้นตัวของสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำ การประมงขนาดเล็กและวิถีอนุรักษ์อื่นๆอาจนำไปสู่การฟื้นตัวจากวิกฤตการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ตราบใดที่แม่น้ำโขงทางตอนใต้ของจีนยังไม่ถูกกั้นโดยเขื่อน

ทว่า ความหวังนี้อาจดูเลือนลางเมื่อลาวมีแผนก่อสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนธารน้ำโขงสายหลักขึ้นถึง 10 จุด หนึ่งในโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าวคือโครงการ Nam Sang  ซึ่งเป็นโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำขนาดยักษ์ที่จะสร้างบนทางต้นน้ำของหลวงพระบาง

รัฐบาลคอมมิวนิสต์ลาวพยายามสร้างตัวเองให้เป็นแบตเตอรี่ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยการสร้างเขื่อนตามแนวของแม่น้ำโขงในหลายๆ จุด ด้วยความคาดหวังว่าเขื่อนใหม่ๆ เช่น Nam Sang ที่จะสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2570 จะสร้างรายได้จากการขายพลังงานให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศไทย

“ถ้าโครงการสร้างเขื่อนเหล่านี้ดำเนินการต่อไป สายธารแม่น้ำโขงที่เคยเป็นแหล่งสืบพันธุ์ให้กับเหล่าปลายักษ์ จะถูกตัดเป็นส่วนๆ” เซ็บ โฮแกน นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และนักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา เรโน (University of Nevada, Reno) ผู้ทำการศึกษาพันธุ์ปลาในแม่น้ำโขงมากว่าสองทศวรรษกล่าวและเสริมว่า “นี่อาจเป็นจุดจบของปลาที่ต้องอาศัยแม่น้ำตามธรรมชาติในการดำรงชีวิต”

แม่น้ำโขง, ปลาแม่น้ำโขง, เขื่อนแม่น้ำโขง
ชาวประมงล่องเรือบนแม่น้ำโขงทีมีระดับน้ำลดลง ซึ่งเป็นผลจากเขื่อนต้นน้ำในประเทศลาวและภัยแล้ง รูปภาพโดย LILLIAN SUWANRUMPHA/AFP จาก GETTY IMAGES

กลุ่มเปโตรเวียตนาม (PetroVietnam) ผู้พัฒนาโครงการ Nam Sang ชาวเวียดนามปฏิเสธให้ความเห็นกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับโครงการและผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ ภาพถ่ายดาวเทียมพบว่ามีการสร้างที่พักให้กับคนงานแล้ว แต่การก่อสร้างเขื่อนยังไม่เริ่มต้น

นอกเหนือไปจากแม่น้ำโขงแล้ว ปลาใหญ่ ปลาโลมา จระเข้ และสิ่งมีชีวิตน้ำจืดนานาชนิดต่างกำลังถูกคุกคามจากสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำทั้งที่กำลังวางแผนและกำลังก่อสร้างกว่า 3,400 โครงการทั่วโลก โครงการเหล่านี้ส่วนมากอยู่บนแม่น้ำเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ วารสาร Biological Conservation เผยแพร่การศึกษาที่นำโดย Fengzhi He นักนิเวศวิทยาน้ำจืดแห่งศูนย์ระบบนิเวศและประมงน้ำจืดไลป์นิซ ประเทศเยอรมนี ซึ่งค้นพบว่าเขื่อนในที่ต่างๆ เหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อเหล่าสัตว์น้ำขนาดใหญ่แตกต่างกันออกไป “การสร้างเขื่อนจะทำให้การดำรงชีวิตของสัตว์น้ำจืดหลายสายพันธุ์ไม่แน่นอน” He กล่าว

โฮแกนผู้ร่วมทำการศึกษากล่าวเพิ่มว่า “มันเป็นกรณีเดียวกับที่พบตามแม่น้ำในเขตร้อนแห่งอื่นๆ อย่างเช่นแม่น้ำแอมะซอนและคองโก  แต่แม่น้ำโขงเป็นตัวอย่างชัดเจนของปัญหานี้ สิ่งมีชีวิตที่โดดเด่นที่สุดจำนวนหนึ่งกำลังเสี่ยงสูญพันธุ์จากการเร่งสร้างเขื่อนโรงงานไฟฟ้าพลังน้ำ”

อดีตของแม่น้ำโขง

สัตว์น้ำจืดขนาดยักษ์ (Freshwater megafauna) ได้รับการนิยามไว้คร่าวๆ ว่าเป็นสัตว์ที่โดยทั่วไปมีน้ำหนักมากกว่า 30 กิโลกรัม กำลังตกเป็นสิ่งมีชีวิตเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดด้วยจำนวนประชากรสัตว์ทั่วโลกที่ลดลงฉับพลันกว่าร้อยละ 90 ตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2513 ซึ่งนับเป็นสองเท่าของการสูญเสียประชากรสัตว์มีกระดูกสันหลังบนบกหรือในมหาสมุทรจากการศึกษาในปี พ.ศ. 2562 โดย Global Change Biology  มลพิษ เขื่อน และการจับปลาเกินขนาดทำให้ปลาใหญ่อย่างปลาสเตอร์เจียน ปลาแซลมอนหรือปลาบึกที่อยู่ตามซีกโลกเหนือลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว

เส้นทางแม่น้ำโขงที่ไหลผ่านหกประเทศเป็นสถานที่ที่พบสายพันธุ์ปลายักษ์ได้มากกว่าแม่น้ำอื่นๆบนโลก แต่สายพันธุ์ยักษ์ที่ว่าเหล่านี้ต่างได้รับการระบุสถานะให้เป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ไปทั้งหมด โดยตัวโฮแกนเองก็ไม่เห็นปลาบึกมาตั้งแต่ พ.ศ. 2558 แล้ว

ปลาบึก, ชาวลาว, คนลาว, ลาว
ผู้คนกำลังชื่นชมเจ้าปลาบึกยักษ์ที่ตกจากแม่น้ำโขงใน พ.ศ. 2529 รูปโดย ROBERT NICKELSBERG/GETTY IMAGES

ที่ผ่านมา แรงกดดันจากนักอนุรักษ์เคยช่วยยับยั้งนโยบายการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขงแบบที่จีน โดยในตอนนี้ เหล่านักอนุรักษ์หวังว่าการสร้างเขื่อนใหม่ๆ จะทำตามรูปแบบของเขื่อนในลาว 2 แห่งที่สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในระดับที่ต่ำกว่า

เขื่อนแรกคือเขื่อน Don Sahong ที่อยู่บนจุดที่แม่น้ำโขงแยกร่องน้ำไปเป็นหลายทาง ทำให้ปลามีเส้นทางอ้อมเขื่อน อีกแห่งคือเขื่อนไซยะบุรีซึ่งทุ่มเงินมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราวหนึ่งหมื่นล้านบาท) เพื่อทำเส้นทางให้ปลาผ่าน เช่นการติดตั้ง “บันได” ให้ปลาสามารถผ่านได้

Lee Baumgartner นักนิเวศวิทยาปลาน้ำจืดที่มหาวิทยาลัยชาร์ล เสติร์ท (Charles Sturt University) ในซิดนีย์ ออสเตรเลีย ผู้ศึกษาผลกระทบของเขื่อนในแม่น้ำโขงหวังว่า “การลงทุนกับเขื่อนไซยะบุรีจะเป็นมาตรฐานหลักให้เขื่อนอื่นๆ ในอนาคตว่าต้องให้ทำได้ดีเท่ากันหรือยิ่งกว่า แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ไม่เลยสักนิด”

อุปสรรคในการอพยพ

ตัวอย่างที่อาจเด่นที่สุดของผลกระทบต่อปลายักษ์ของเขื่อนอาจเป็นครั้งที่นักวิจัยประกาศว่าปลาฉลามปากเป็ดจีน (Chinese paddlefish) ซึ่งสามารถเติบโตได้ถึงขนาด 7 เมตร ได้สูญพันธุ์แล้วในปี พ.ศ. 2562 แม้การจัยปลาเกินขนาดจะเป็นปัญหา แต่นักวิทยาศาสตร์สรุปสาเหตุว่ามาจากเขื่อนเกอโจวปาที่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2523 บนแม่น้ำแยงซีเกียง เป็นการตัดทางไปยังแหล่งสืบพันธุ์บนต้นน้ำของปลา

นอกจากจะขัดขวางการว่ายน้ำของปลา เขื่อนอาจเปลี่ยน “ธรรมชาติเดิม” ของน้ำที่ปลาใช้เป็นสัญญานในการหาอาหารและสืบพันธุ์ พลวัตน้ำหลาก (Flood pulse) ของแม่น้ำโขงในฤดูฝนสามารถเพิ่มระดับน้ำได้สูงถึง 12 เมตร แต่ช่วงปีที่ผ่านมา วงจรที่ขาดความต่อเนื่องนี้เป็นผลมาจากภัยแล้งรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและการกักน้ำของเขื่อนจีน ตามข้อมูลดาวเทียมจาก Stimson Center และข้อมูลเดียวกันยังได้แสดงให้เห็นว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา ระดับการหมุนเวียนน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ในระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

ปลาบึก, แม่น้ำโขง, เขื่อนแม่น้ำโขง
ปลาบึกแม่น้ำโขงซึ่งกำลังอยู่ภาวะใกล้เสี่ยงสูญพันธุ์อย่างยิ่ง ซึ่งกำลังอยู่บนเรือของชาวประมงลำนี้ คือหนึ่งในปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก อนุเคราะห์ภาพถ่ายโดย ZEB HOGAN/WWF CONSERVATION SCIENCE FELLOW/NATIONAL GEOGRAPHIC EMERGING EXPLORER

Aaron Koning นักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และนักนิเวศวิทยา มหาวิทยาลัยเนวาดา เรโน ที่เคยร่วมงานกับโฮแกนกล่าวว่า “ปลาวิวัฒนาการมาเพื่อย้ายถิ่นเมื่อเริ่มมีพลวัตน้ำหลาก ความแปรปรวนของกระแสน้ำอาจทำให้ปลาอพยพไปเจอช่วงที่สภาพแวดล้อมไม่เหมาะกับลูกปลา”

“ด้วยเหตุนี้ เขื่อนจะส่งผลกระทบไม่เพียงแต่ปลาแม่น้ำโขงในปัจจุบันเท่านั้น แต่รวมถึงในอนาคตด้วย” เขากล่าว

สถานการณ์อันยากลำบากของเหล่าโลมา

หากทั้ง 3,400 โครงการเขื่อนที่มีการเสนอขึ้นถูกดำเนินการ จะมีแม่น้ำกว่า 600 สายที่ยาวกว่า 97 กิโลเมตร จะไม่สามารถไหลได้ตามธรรมชาติ (free-flowing river) การศึกษาพบว่าปลาน้ำจืดใหญ่หลายชนิดมักย้ายถิ่นฐานอยู่เสมอและความสามารถในการเคลื่อนตัวตามกระแสแม่น้ำธรรมชาตินั้นจำเป็นต่อความอยู่รอด สัตว์เหล่านี้รวมถึงโลมาและฉลามอิรวดีในแม่น้ำอิรวดีประเทศเมียนมาที่กำลังเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เช่นกัน

ลุ่มน้ำแอมะซอนซึ่งเป็นแม่น้ำที่อุดมไปด้วยสัตว์หลากสายพันธุ์ที่สุดในโลก มีเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำกว่า 400 เขื่อนตามแม่น้ำสายย่อยหลายจุด ความน่ากังวลอยู่ที่โลมาแม่น้ำสองชนิดที่พึ่งได้รับการระบุให้เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์คือโลมาตูคูซีและโลมาแม่น้ำอเมซอน

แม้โลมาในแม่น้ำจะไม่ย้ายถิ่นฐานแบบปลาใหญ่ชนิดอื่น แต่โลมาอาศัยการย้ายถิ่นของปลาชนิดอื่นในการหาอาหาร เขื่อนยังอาจล้อมกรอบปลาโลมาให้อยู่อาศัยเป็นจำนวนน้อยซึ่งนำไปสู่การผสมพันธุ์เลือดชิด (Inbreeding) ทำให้เกิดการลดความหลากหลายของยีน

โฮแกนเตือนว่า “นี่เป็นกระบวนการการสูญพันธุ์ หากในอนาคตยังมีเขื่อนถูกสร้างในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงก็จะยิ่งแย่ไปอีก” เขาหวังว่าเขาจะไม่ต้องรับรู้ถึงการสูญพันธุ์ของปลาบึกในแม่น้ำโขงและสัตว์ในแม่น้ำอื่นๆ แม้ความหวังจะดูริบหรี่ แต่ก็มีตัวอย่างให้เห็นจากการชะลอโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำบนแม่น้ำโขงเป็นเวลา 10 ปีของประเทศกัมพูชาอยู่

เรื่อง STEFAN LOVGREN

แปล นิธิพงศ์ คงปล้อง

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม วิถีชาวลาวที่ (อาจ) สูญสลายไปกับการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขง

เรื่องแนะนำ

เจน กูดดอลล์ กับภารกิจส่งต่อความหวังสู่คนรุ่นใหม่

ในโลกที่รุมเร้าไปด้วยปัญหา เจน กูดดอลล์ นักอนุรักษ์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ ค้นพบความหวังในคนรุ่นใหม่ สมองอันปราดเปรื่องของมนุษย์ ความสามารถในการฟื้นตัวของธรรมชาติ โชเชียลมีเดีย และจิตวิญญาณที่ไม่เคยยอมแพ้ของเรา

น้ำท่วม 2554 บทเรียน วิกฤต และทางออก

พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เหตุการณ์ น้ำท่วม 2554 อุทกภัยครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทยยังไม่คลี่คลาย หลายฝ่ายประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจว่าอาจสูงถึงหลักแสนล้านบาท แต่นั่นอาจเทียบไม่ได้กับความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของมนุษย์สามัญที่เพียรหากินมาทั้งชีวิต มหาวารีปรี่ล้นท้นมาถึงใจกลางมหานครบันดาลให้เกิดภาพประวัติศาสตร์ที่ตากล้องทุกคนไม่ลังเลที่จะลุยน้ำเสี่ยงชีวิตจากไฟดูดและจระเข้หลุด เพื่อตามเก็บภาพเป็นเกียรติประวัติ นั่นคือภาพชาวกรุงหวาดผวาอพยพหนีน้ำอย่างตื่นตระหนก บ้างตะลีตะลานปกป้องบ้านช่อง โดยฝากความหวังไว้กับกระสอบทราย คันดินและเครื่องสูบน้ำ แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักจะชี้ว่าอุทกภัยครานี้ร้ายแรงกว่าครั้งไหน ๆ ทว่าใครหลายคนกลับเฝ้ารอ “น้องน้ำ” อย่างใจจดใจจ่อ พลางปลอบใจตัวเองลึกๆ ว่า จะได้หายเครียดกันเสียที หากมองข้ามวิวาทะทางการเมืองและสารพัดข่าวสับสนจากหลายกระแส เราจะพบว่าปฐมเหตุของวิกฤติคือฤดูมรสุมตามธรรมชาติของภูมิภาคแถบนี้ พระพิรุณกระหน่ำบันดาลน้ำปริมาณมหาศาลมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนก่อให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ และเติมน้ำให้เขื่อนใหญ่ต่างๆ จนมีระดับสูงเป็นประวัติการณ์ โดยธรรมชาติของฤดูกาล ฤดูฝนในภาคกลางและเหนือจะเริ่มตั้งแต่ราวกลางเดือนพฤษภาคม เมื่อมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทย และร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลาง ตะวันออก เหนือ และอีสาน ส่งผลให้ฝนตกเป็นบริเวณกว้าง ในช่วงเดียวกันนี้มักจะเกิดพายุหมุนเขตร้อนในทะเลจีนใต้ และเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก ก่อนมุ่งหน้าขึ้นฝั่งเวียดนาม แล้วพัดเข้าสู่ลาวและไทย แต่ถึงพายุเหล่านี้จะอ่อนแรงลงเป็นเพียงดีเปรสชันหรือความกดอากาศต่ำ ก็ยังนำพาฝนปริมาณมหาศาลมาสู่ผืนแผ่นดินใหญ่อยู่ดี ละครพายุเปิดฉากโหมโรงราวเดือนมิถุนายน เมื่อไต้ฝุ่น “ไหหม่า” ในทะเลจีนใต้หมุนคว้างขึ้นฝั่งอินโดจีนแม้จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ (กำลังแรง) ถึงกระนั้น น้ำตาคนเมืองน่าน พะเยา ตาก สุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียงก็ร่วงพรูจากอุทกภัยระลอกแรกของปี ตัวละครต่อมาคือไต้ฝุ่น “นกเตน” ที่ก่อตัวราวปลายเดือนกรกฎาคม […]

การต่อสู้ของชนเผ่าแอมะซอนเพื่อความอยู่รอดของชาติพันธุ์

ปัจจุบันชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณเขื่อนต้องมองเห็นพื้นที่ที่เคยแห้งกลับท่วมขัง หลายคนต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต ภาพถ่ายเหล่านี้ตอกย้ำว่าความเจริญที่เดินทางมายังแอมะซอนได้ก่อผลกระทบใดบ้างแก่ผู้คนพื้นเมือง

วันโชคดีของงูในท้อง

เมื่องูที่ถูกเขมือบซึ่งเกือบจะหายเข้าไปในท้องของงูอีกตัว เอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างคาดไม่ถึง เรื่อง  คริสตินา นูเนซ 29 พฤษภาคม  2017: ฉากที่เกิดขึ้นข้างถนนในรัฐเทกซัสกลายเป็นเหตุการณ์ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” สำหรับคริสโตเฟอร์ เรโนลด์สและภรรยา งูขนาดเขื่องตัวหนึ่ง (ยังไม่ทราบชนิดแน่ชัด) ซุกตัวอยู่ใต้ร่มไม้โดยมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากปาก ไม่นานหลังจากเรโนลด์สเริ่มใช้กล้องบันทึกภาพ เจ้างูตัวนั้นก็เริ่มขย้อนงูอีกตัวหนึ่งออกมา และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ เจ้างูที่ถูกกินยังมีชีวิตอยู่เสียด้วย เรย์โนลด์สสันนิษฐานว่า การปรากฏตัวและจับจ้องของมนุษย์อาจทำให้เจ้างูสีดำเกิดความเครียดจนยอมสละอาหารมื้อนี้และล่าถอยไป เขาพูดทีเล่นทีจริงว่า นี่คงเป็น “วันโชคดีแบบสุดๆ” ของเจ้างูที่เป็นเหยื่อ แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า งูทั้งสองชนิดในภาพคืองูอะไร แต่พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นและมีผู้บันทึกภาพไว้หลายครั้ง  เช่น งูเหลือมในอินเดียขย้อนแอนทิโลปทั้งตัวออกมา (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ Watch a Python Devour, Then Regurgitate, an Antelope) เรย์โนลด์สอาจพูดถูกที่ว่า การปรากฏตัวของเขาทำให้งูนักล่าตัวนี้ยอมสละอาหารมื้อใหญ่ เคนนีย์ คริสโก ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานและผู้จัดการด้านสัตว์จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฟลอริดา ซึ่งเคยให้ความเห็นกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับคลิปงูเหลือมขย้อนแอนทิโลปเมื่อปีที่แล้ว  บอกว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ของงูถือเป็นกลไกป้องกันตนเอง (defense mechanism) งูเป็นสัตว์ที่ไม่เคี้ยวอาหาร พวกมันจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการย่อยอาหารที่กลืนกินเข้าไป ทว่าในหลายกรณี […]