World Update: ปลูกป่า ไม่คำนึงสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี

World Update: ปลูกป่า ไม่คำนึงสิ่งแวดล้อม ส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี

ปลูกป่า แบบไม่คำนึงสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลเสียระบบนิเวศมากกว่าผลดี กระทบความหลากหลายทางชีวภาพ

การปลูกต้นไม้ ปลูกป่า สามารถนำประโยชน์มาให้ระบบนิเวศทั้งกับภาพรวมและสัตว์ที่อยู่อาศัยได้ แต่มีงานวิจัยที่นำโดย Matthew Fagan ผู้ช่วยศาสตราจารย์แห่งภาควิชาภูมิศาสตร์และระบบสิ่งแวดล้อมแห่งมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ บัลติมอร์เคาน์ตี (University of Maryland, Baltimore County) สหรัฐอเมริกา เผยว่าต้นไม้ที่ปลูกในเขตร้อนอาจสร้างโทษมากกว่า 

ในช่วงปี 2000 – 2012 มีการปลูกต้นไม้ใหม่ร้อยละ 92 ในเขตที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ และอีกร้อยละ 14 ในพื้นที่แห้งแล้ง โดยต้นไม้ในพื้นที่ได้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศที่มีอยู่ และการปลูกต้นไม้ได้เบียดเบียนพื้นที่คุ้มครองร้อยละ 9 ในเขตพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้น เช่น อุทยานแห่งชาติ 

ถึงแม้ว่าต้นไม้เหล่านี้ช่วยเรื่องการดักจับคาร์บอน และเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่ความเสี่ยงเรื่องพืชและสัตว์ที่ได้รับผลกระทบด้านความหลากหลายก็เป็นอีกหนึ่งข้อกังวลที่สร้างผลเสียในระยะยาวได้

ผลกระทบที่ตามมาของการปลูกต้นไม้โดยไม่คำนึงถึงระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมอาจทำลายสภาพดินหรือรบกวนสิ่งมีชีวิตได้ โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้ในสายพันธุ์ที่ไม่ได้มีอยู่ในพื้นที่แต่เดิม นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้ในเขตทุ่งหญ้าหรือเขตทุ่งหญ้าสะวันนาอาจทำลายสมดุลทางระบบนิเวศจนไม่สามารถคืนสภาพได้ดังเดิม

ยกตัวอย่างเช่น ประเทศจีนกำลังพยายามปลูกต้นไม้ที่ริมทะเลทรายโกบี เช่นเดียวกับหลายประเทศในแอฟริกาที่พยายามปลูกต้นไม้ในพื้นที่รอยต่อของทะเลทรายสะฮาราและทุ่งหญ้าซาเฮล เพื่อหยุดการแผ่ขยายของพื้นที่ทะเลทราย แต่ต้นไม้ที่ปลูกนั้นอาจขัดขวางกระบวนการปล่อยคาร์บอนของดิน และดูดซับความชุ่มชื้นมากเกินไปจนให้พืชทั้งหมดต้องตายในที่สุด ซึ่งในกรณีนี้ การปลูกป่ามีแต่เสียกับเสีย 

“อย่างในสหรัฐฯ เรามีพื้นที่ที่มีต้นไม้ดูดซับน้ำเยอะเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว แต่เราก็ยังพยายามเทิดทูนการปลูกป่าเป็นการกระทำที่แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ เรายังมีพื้นที่ทุ่งหญ้าและทุ่งหญ้าสะวันนาซึ่งมีคุณค่าเพียงพอ และผมไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะไปปลูกป่าตรงนั้น ซึ่งเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมครับ”

“ผมอยากให้รัฐบาลทั่วโลกประเมินแผนการฟื้นฟูพื้นป่าของตัวเอง หรือทำให้แผนการปลูกป่ามีความโปร่งใสมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่มีความจำเป็นต้องปลูกป่าครับ” Fagan กล่าว

ดังนั้น แผนการฟื้นฟูพื้นที่จึงควรปรับไปตามความเหมาะสมและความต้องการในแต่ละพื้นที่ให้มากขึ้น ด้านคนทั่วไปสามารถช่วยฟื้นคืนธรรมชาติโดยการเลือกใช้สินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่มีความยั่งยืนทดแทนได้เช่นเดียวกัน 

โดยทีมนักวิจัยหวังว่าในอนาคตแผนการปลูกป่าจะเป็นไปอย่างรอบคอบและเกิดประโยชน์สูงสุดกับสิ่งแวดล้อม

สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.sciencedaily.com/releases/2022/06/220606111530.htm

https://greeneconews.com/beyond-plant-trees-research-finds-tree-plantations-encroaching-on-essential-ecosystems/

https://www.climatechange.ie/beyond-plant-trees-research-finds-tree-plantations-encroaching-on-essential-ecosystems/

https://shantihearthospital.com/research-finds-tree-plantations-encroaching-on-important-ecosystems/

https://www.enn.com/articles/70491-beyond-plant-trees-umbc-research-finds-tree-plantations-encroaching-on-essential-ecosystems


อ่านเพิ่มเติม กลยุทธ์-หลักวิทยาศาสตร์เพื่อการ รักษาป่า จากโลกร้อน จะทำวิธีใดได้บ้าง

รักษาป่า

เรื่องแนะนำ

รังนกเทียมช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก

รังนกเทียม ช่วยอัลบาทรอสเพิ่มจำนวนลูกนก อัตราการเกิดของลูกนกอัลบาทรอสกำลังลดต่ำลงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ส่งผลให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ผลการศึกษาพบว่ามีลูกนกจำนวนมากที่ตายลงเพราะอากาศร้อน นอกจากนั้นนกอัลบาทรอสจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถหาวัสดุตามธรรมชาติได้เพียงพอสำหรับการสร้างรัง ดังนั้นแล้วหากไม่ทำอะไรปัญหาดังกล่าวนี้จะกลายเป็นวิกฤติใหญ่ บรรดานักวิทยาศาสตร์จึงร่วมกันสร้างรังนกเทียมขึ้นมา ด้วยคุณสมบัติแข็งแรงทนทานต่อการผันแปรของสภาพอากาศ เพื่อช่วยให้นกอัลบาทรอสเหล่านี้สามารถปรับตัวได้ ผลการศึกษาทดลองพบว่ารังนกเทียมเหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกนกเกิดใหม่ถึง 20%   อ่านเพิ่มเติม นกแสนรู้ : ไขปริศนาความฉลาดของนก

วิกฤติ น้ำ ในดินเดีย

การเดินเท้าผ่านอินเดียเป็นระยะทาง 3,900 กิโลเมตร เผยให้เห็นพลังดึงดูดลี้ลับของมหานทีศักดิ์สิทธิ์ และวิกฤติ น้ำ ที่คุกคามวิถีชีวิตของผู้คน ผมกำลังเดินเท้าท่องโลก ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมเดินทางย้อนรอยเส้นทางของ โฮโม เซเปียนส์ ที่รอนแรมจากแอฟริกาในยุคหินออกมาสำรวจโลกสมัยบรรพกาล ไม่มีที่แห่งใดในการเดินทางด้วยเท้าของผม ไม่ว่าจะในชาติหรือทวีปใด ที่ผมได้พบเห็นเคราะห์กรรมทางสิ่งแวดล้อมในระดับเดียวกับวิกฤติขาดแคลน น้ำ ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับอินเดีย ซึ่งร้ายแรงน่ากลัวจนแทบไม่อยากนึกถึง เรื่อง พอล ซาโลเพก ภาพถ่าย จอห์น สแตนเมเยอร์ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก บ้านของผู้คนกว่า 1,300 ล้านคน และภูมิทัศน์ได้รับการสลักเสลาจากมหานทีศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสินธุ คงคา พรหมบุตร และลำน้ำสาขาอันทรงพลังทั้งปวง อินเดียกำลังยืนโงนเงนอยู่บนขอบผาแห่งภาวะฉุกเฉินทางน้ำโดยยังไม่ทราบผลพวงที่จะเกิดขึ้น ผู้คนราว 100 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในมหานคร 21 แห่งของอินเดีย รวมถึงกรุงเดลี เมืองเบงกาลูรู (บังคาลอร์) และไฮเดอราบาด อาจสูบน้ำบาดาลจนเหือดแห้งภายในสิ้นปีนี้ เกษตรกรในรัฐปัญจาบทางภาคเหนือของอินเดีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของเอเชีย คร่ำครวญว่าระดับน้ำบาดาลที่ถูกสูบขึ้นมาใช้อย่างไม่หยุดหย่อนลดลง 12 ถึง 18 หรือกระทั่ง 30 เมตรภายในชั่วรุ่นเดียว และมลพิษในรูปกากของเสียอุตสาหกรรม […]

World Update: อเมริกาฯ ทุ่มสามพันล้านผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า

อเมริกาลงทุนสามพันล้านดอลลาร์ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า – หวังสกัดการเติบโตแบตฯ จากจีน – เสริมลดคาร์บอน  รัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะจัดสรรงบประมาณมากกว่าสามพันล้านดอลลาร์เพื่อเป็นเงินสนับสนุนการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยเงินทุนจะถูกจัดสรรโดยกระทรวงพลังงานจากงบประมาณกว่าล้านล้านดอลลาร์โดยหนึ่งในโครงการนี้จะประมวลแร่เพื่อใช้งานในแบตเตอรี่ความจุสูงและรีไซเคิลแบตเตอรี่เหล่านั้น  ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งเป้าให้ยานพาหนะที่ขายในอเมริกากว่าครึ่งหนึ่ง หรือร้อยละ 50 เป็นยานพาหนะไฟฟ้าภายในปี 2030 ซึ่งเล็งผลว่าจะเพิ่มงานผลิตในรัฐที่สำคัญต่อการเลือกตั้ง และหวังสกัดการแข่งขันของจีนในตลาดแบตเตอรรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตเร็ว ที่สำคัญที่สุดคือการลดการปล่อยคาร์บอน นอกจากนี้รัฐบาลได้มีการวางแผนเพื่อรักษาเป็นความเอกเทศด้านพลังงานและลดความกดดันทางพลังงานในระยะยาวจากรัสเซีย ซึ่งเกิดผลกระทบจากการบุกยูเครนตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้ห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ภายในประเทศ สร้างงานมากขึ้น และส่งเสริมให้ผู้ผลิตในอเมริกาแข่งขันในเวทีโลกได้  เงินอีกจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้ซื้อรถบัสไฟฟ้าและติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ EV อย่างไรก็ตาม เงินสนับสนุนตรงนี้ไม่ได้ครอบคลุมการพัฒนาเมืองใหม่ในประเทศเพื่อผลิตลิเธียม นิกเกิล โคบอลต์ และแร่ธาตุอื่นที่มีความต้องการสูงที่จำเป็นในการผลิตแบตเตอรี่ โดยในขณะนี้ สหรัฐอเมริกามีตลาดรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ตามหลังจีนและยุโรป โดยรถยนต์ที่จำหน่ายไปในปีที่แล้วภายในประเทศเป็นรถยนต์ไฟฟ้าเพียงร้อยละ 4 เท่านั้น สืบค้นและเรียบเรียง กานต์ ศุภนภาโสตถิ์   ข้อมูลอ้างอิง https://www.reuters.com/business/autos-transportation/us-spend-more-than-3-bln-ev-battery-manufacturing-white-house-2022-05-02/ https://www.channelnewsasia.com/business/us-spend-more-us3-billion-ev-battery-manufacturing-white-house-2660901​ https://www.saurenergy.com/ev-storage/us-federal-government-to-spend-3-billion-to-boost-electric-vehicles-and-battery-production-in-usa#:~:text=The%20administration%20of%20the%20US,powered%20vehicles%20to%20electric%20vehicles. https://www.itworldcanada.com/post/u-s-to-spend-more-than-3-billion-on-ev-battery-manufacturing https://www.carandbike.com/news/u-s-to-spend-more-than-3-billion-on-ev-battery-manufacturing-report-2942788

การปกป้องพื้นที่ธรรมชาติและสัตว์ป่าจะช่วยบรรเทาภาวะโรคระบาดใหม่ในอนาคตได้

การสูญเสีย พื้นที่ธรรมชาติ พื้นที่อาศัยของสัตว์ เป็นหนึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดการสูญพันธุ์ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะทำให้เกิดโรคระบาดชนิดใหม่ๆ ในอนาคตขึ้นอีก – กลุ่มนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ กล่าว การขาดทั้งการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักและการลงทุนนับหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในการปกป้อง พื้นที่ธรรมชาติ และสัตว์ป่า อาจทำให้โลกได้เห็นการแพร่ระบาดของโรคระบาดในรูปแบบเดียวกับ COVID-19 อีกครั้ง — คำเตือนจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากหลากหลายชาติ การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพสามารถรักษาชีวิตมนุษย์กล่าวอ้าง ตามรายงานฉบับใหม่ ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ตรวจสอบว่า การลดลงของ พื้นที่ธรรมชาติ และสัตว์ป่าทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับโรคภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างไร นี่เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่มีข้อโต้แย้ง การทำลายป่าไม้คือตัวเร่งที่สำคัญของโรคระบาด ลี ฮานนาห์ นักวิทยาศาสตร์สภาพภูมิอากาศขององค์กร Conservation International ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องของผลกระทบจากการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ โดยรายงานนี้ได้รวบรวมในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาจากการเวิร์กช็อปโดยองค์การการประชุมเวทีวิทยาศาสตร์-นโยบายระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernment Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services – IPBES) ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่มาจากทั้งหน่วยงานการศึกษา รัฐบาล และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยในรายงานกล่าวว่า “หากไร้ซึ่งกลยุทธ์เชิงป้องกัน จะเกิดโรคระบาดประเภทใหม่ๆ มากขึ้น แพร่กระจายรวดเร็วขึ้น ทำให้มีคนเสียชีวิตมากขึ้น และส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกและส่งผลกระทบที่ทำลายล้างอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน” การสูญเสียที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและโรคภัยเกี่ยวข้องกันอย่างไร คำแนะนำจากรายงานฉบับนี้คือให้ใช้วิธีการเชิงป้องกันเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสที่มักจะเกิดขึ้นจากสัตว์ […]