คดีอ่าวมาหยา ศาลไทยสั่ง 20th Century Fox จ่ายชดเชย 10 ล้านบาท หลังสู้นาน 24 ปี

คดีอ่าวมาหยา ศาลไทยสั่ง 20th Century Fox จ่ายชดเชย 10 ล้านบาท หลังสู้นาน 24 ปี

สรุปคดีอ่าวมาหยา ศาลไทยสั่ง 20th Century Fox เตรียมจ่ายเงินชดเชย 10 ล้านบาท หลังสู้กันนานกว่า 20 ปี

ในปี 2000 ภาพยนตร์ที่มีชื่อเรื่องว่า ‘The Beach’ ของลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ (Leo DiCaprio) นักแสดงที่มีชื่อเสียงจาก ‘ไททานิค’ ในขณะนั้น ได้ออกฉายสู่สายตาชาวโลก ทำให้อ่าวมาหยา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ในประเทศไทยโด่งดังขึ้นมา

อย่างไรก็ตามความมีชื่อเสียงนั้นทำให้เกาะต้องรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพื่อเยี่ยมชมเกาะที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้กว่าวันละ 4,000 คน ส่งผลให้เกาะมีสภาพเสื่อมโทรมอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังระบุว่าทางทีมถ่ายทำยังได้ทำการปรับเปลี่ยนพื้นที่ในบริเวณอ่าวมาหยา ไม่ว่าจะเป็นการตัดต้นไม้รอบๆ ก่อสร้างนั่งร้าน สร้างที่พักชั่วคราว นำเอาแพยานยนต์เพื่อขนย้ายเครื่องจักรขนาดใหญ่ รวมทั้งการนำพืชต่างถิ่นมาปลูก ส่งผลให้ระบบนิเวศปกติมีความเสียหายอย่างรุนแรง

ชาวกระบี่และนักอนุรักษ์หลายคนจึงรวมตัวกันคัดค้าน และในที่สุดจึงได้ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเอาผิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะที่เป็นผู้อนุญาตให้มีการถ่ายทำ และบริษัทผู้ผลิตภาพยนต์ 20th Century Fox ให้ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

กระนั้น ต้องใช้เวลากว่า 12 ปีนับตั้งแต่ภาพยนต์ออกฉาย ศาลแพ่ง แผนกคดีธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็รับคำฟ้องร้อง และสืบค้นหาหลักฐานด้วยตัวเอง ดร. สมบูรณ์ พรพิเนตรพงศ์ นักวิชาการประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ ดร. สรณรัชฏ์ กาญจนะวณิชย์ เลขาธิการมูลนิธิโลกสีเขียว ได้ชี้ให้เห็นว่า อ่าวมาหยานั้นมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนหาดอื่น ๆ เนื่องจากว่ามีการทับถมของซากปะการังมาเป็นเวลานาน ทำให้เม็ดทรายมีความละเอียดและขาวใส ดังนั้นการปรับหรือต่อเติมพื้นที่ชายหาด จึงเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่สามารถกลับมาฟื้นฟูให้ดีดังเดิมได้

ในที่สุด หลังจากผ่านมากว่า 24 ปี นับตั้งแต่การสิ้นสุดการถ่ายทำภาพยนตร์ ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ ‘กรมป่าไม้’ เยียวยาฟื้นฟูสภาพอ่าวมาหยาให้กลับมาสวยงามดังเดิมเนื่องจากเป็นผู้อนุญาตให้เอกชนเข้าไปสร้างภาพยนต์ และ 20th Century Fox ต้องจ่ายเงินชดเชยเป็นจำนวน 10 ล้านบาทเพื่อใช้ในการดำเนินการฟื้นฟูอ่าวมาหยาต่อไป และต้องมีการรายงานผลการปฏิบัติงานต่อศาลทุก ๆ 1 ปีต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี หรือจนจะใช้เงินจนหมด

ปัจจุบันอ่าวมาหยาถูกห้ามให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำเด็ดขาด สามารถเดินเล่ย ถ่ายรูป และพักผ่อนได้เท่านั้น อีกทั้งจำกัดจำนวนไว้ที่ 375 คนต่อ 1 ชั่วโมงเพื่อให้เกาะได้มีเวลาในการฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะสามารถกลับมาเหมือนดังเดิมได้หรือไม่

สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

เรื่องแนะนำ

ชมแผ่นน้ำแข็งทรงกลมค่อยๆ หมุนอยู่บนผิวน้ำ

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์ ภาพที่เกิดขึ้นนี้ดูราวกับเป็นความสมบูรณ์แบบทางธรรมชาติ เมื่อแผ่นน้ำแข็งรูปทรงกลมกำลังหมุนอย่างช้าๆ บนผิวของแม่น้ำ คลิปวิดีโอนี้ถูกบันทึกไว้ในปี 2016 จากแม่น้ำใน Omsk Oblast ภูมิภาคทางตอนกลางของรัสเซีย และทางตอนเหนือของคาซัคสถาน เมื่อมองในแวบแรก แผ่นน้ำแข็งดูเหมือนว่ากำลังหยุดนิ่ง แต่หากดูให้ดีจะพบว่ามันกำลังหมุนอย่างช้าๆ และที่น่าทึ่งก็คือแผ่นน้ำแข็งรูปวงกลมนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างสมมาตร หรือเรียกได้ว่าเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ คำบอกเล่าจากผู้ถ่ายวิดีโอ (ที่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) แผ่นน้ำแข็งแผ่นนี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 ฟุต ในรัสเซียแผ่นน้ำแข็งทรงกลมขนาดใหญ่เช่นนี้หาดูได้ยาก แต่ปรากฏการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องผิดธรรมชาติแต่อย่างใดและแผ่นน้ำแข็งลักษณะนี้ก็มีรายงานการพบใน รัฐนอร์ทดาโกตา, วอชิงตัน และมิชิแกนเช่นกัน ทฤษฎีแรกที่เกิดจากการสังเกตแผ่นน้ำแข็งในปี 1987 และ 1994 ที่อยู่ระหว่างการไหลของแม่น้ำ อธิบายถึงสาเหตุของการเกิดลงใน Royal Meteorological Society ว่า การไหลของแม่น้ำทำให้เกิดกระแสน้ำวนขึ้น และส่งผลให้เกิดแผ่นน้ำแข็งเป็นรูปวงกลม แต่ผลการศึกษาเพิ่มเติม เมื่อเดือนมีนาคม ปีที่ผ่านมา ระบุว่าทฤษฎีนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้เท่าไหร่ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Physical Review E นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลีแยฌ ในเบลเยียม พบว่า อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นตัวทำให้เกิดน้ำวนขึ้น โดยเกิดจากเมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้นจะมีความหนาแน่นน้อยลงในขณะที่พื้นผิวยังคงเย็นอยู่ด้วยน้ำแข็ง จึงเกิดเป็นน้ำวนขึ้นมา ทีมนักวิจัยทดลองทฤษฎีนี้ในห้องปฏิบัติการ […]

มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 1)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น พนมเปญ ประเทศกัมพูชา – เซบ โฮแกน หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในฐานะนักมีนวิทยา และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมเคียงกับแม่น้ำโขง ชายหนุ่มผู้เติบโตในทะเลทายแอริโซนา สถานที่ซึ่งแม่น้ำมักจะเหือดแห้ง มันเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขาที่ได้มาเยือนแม่น้ำที่มีผลผลิตมากที่สุดในโลก “ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ” โฮแกนกล่าว “เหมือนผมกำลังมองดูโลกผ่านมุมมองใหม่ ความแตกต่างจากแอริโซนาอย่างสิ้นเชิง” แม้ว่าโครงการแลกเปลี่ยนของเขาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่โฮแกนยังกลับมาเยี่ยมเยียนนทีสายนี้อยู่เนืองๆ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้หลายครั้งหลายครา กลมกลืนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งไทยและกัมพูชา สองประเทศที่เป็นทางผ่านของแม่น้ำโขง ความสนใจเรื่องการอพยพของปลา ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาบึก ซึ่งนับว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ปลาบึกขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีน้ำหนักตัวถึง 293 กิโลกรัม ปัจจุบัน ล่วงผ่านไปสองทศวรรษ โฮแกนเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเจ้าของรายการ Monster Fish บนช่อง Nat Geo Wild ซึ่งเกิดจากโครงการวิจัยตลอดเวลาห้าปี และได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก USAID ในคณะวิจัยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันป้องกันระบบนิเวศวิทยาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก โครงการวิจัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังเปลี่ยนไปจากหลายสาเหตุทั้งการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นอาศัย อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเมืองในภูมิภาคอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งนี้ “ในความคิดของผม แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดในโลก” […]

เมื่ออิสรภาพของ แม่น้ำ ส่งผลโดยตรงต่อความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศและผู้คน

ปัจจุบัน แม่น้ำ สายยาวที่ไหลอย่างอิสระนั้นพบเจอได้ยากมากทำไมอิสรภาพของแม่น้ำจึงสำคัญ? แม่น้ำ ขนาดใหญ่ที่มีความคดโค้งเป็นส่วนสนับสนุนระบบนิเวศที่ควรปล่อยให้เกิดการถูกกีดขวางอย่างธรรมชาติไปตามการเคลื่อนที่และการเปลี่ยนแปลงของพลังงานมวลสารวิถีการใช้น้ำของสัตว์ป่าและภูมิทัศน์แวดล้อม ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมามนุษย์ได้เข้าควบคุมพลังงานมหาศาลของสายน้ำไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนแหล่งกักเก็บน้ำและสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ทำให้ปัจจุบันทั่วโลกหลงเหลือแม่น้ำที่ไหลอย่างอิสระและมีความยาวเกินกว่าพันกิโลเมตร (621 miles) เพียงร้อยละ 37 เท่านั้น สิ่งกีดขวางความต่อเนื่องของสายน้ำอาจส่งผลกระทบมากน้อยต่างกันไปตลอดเส้นแม่น้ำแต่ละสายแต่การทำความเข้าใจผลกระทบต่าง ๆ ที่ตามมานั้นเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นคืนระบบนิเวศภูมิทัศน์ตลอดทางแม่น้ำไหลผ่านพื้นที่ธรรมชาติหรือแหล่งชุมชนก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการแตกแยกหรือขวางทางน้ำ นี่คือ 6 แม่น้ำที่ยาวที่สุดในโลก ที่มีลักษณะการไหลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ไหลต่อเนื่องอย่างมีพลวัต ไปจนถึงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากเขื่อนและอิทธิพลของมนุษย์ 01 แม่น้ำมิสซิสซิปปี และแม่น้ำมิสซูรี เครือข่ายสาขาแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือมีลักษณะคดเคี้ยวไปมารอบข้างแม่น้ำเป็นที่ราบที่เกิดจากแม่น้ำพัดเอาดินตะกอนมาทับถมเป็นบริเวณกว้างจึงเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ แม่น้ำแห่งนี้ถูกใช้เพื่อการขนส่งทางอุตสาหกรรมเป็นหลักโดยบรรทุกสินค้าเกษตรและเหล็กกล้าจากปลายด้านหนึ่งของประเทศไปยังอีกด้านหนึ่งส่งเสริมการเติบโตของเมืองและชุมชนจำนวนนับไม่ถ้วน แม่น้ำมิสซิสซิปปีเปรียบเหมือนเส้นหลอดเลือดแดงทางการค้ามีการก่อสร้างโครงการวิศวกรรมขนาดใหญ่มากมายที่ควบคุมการไหลของแม่น้ำมานานกว่า 300 ปี เพื่อจำกัดปริมาณน้ำ นอกจากนี้ยังมีการขุดลอกกำจัดตะกอนหรือวัสดุอื่นๆจากก้นแม่น้ำเพื่อให้สามารถเดินเรือได้มากขึ้นตรงไหนเคยเป็นโค้งน้ำไหลเอื่อยก็ถูกตัดตรงที่ราบน้ำท่วมถึงในอดีตถูกตัดขาดจากกันด้วยคันดินและทำนบ มลพิษเป็นอีกปัญหาหนึ่งของระบบแม่น้ำแห่งนี้อุตสาหกรรมทั่วไปก่อให้เกิดขยะจำนวนมากที่ไม่มีทางออกอื่นนอกจากลงสู่แม่น้ำยาฆ่าแมลงและปุ๋ยจะถูกชะล้างออกไปในแม่น้ำส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศแม้จะมีกฎระเบียบของรัฐบาลควบคุมมลพิษเหล่านี้แต่มลพิษยังคงหาทางลงสู่น่านน้ำ 02 แม่น้ำแอมะซอน แม่น้ำแอมะซอนถือเป็นแม่น้ำไหลอย่างอิสระที่ยาวที่สุดในโลกอีกทั้งยังลำเลียงปล่อยน้ำออกสู่มหาสมุทรสูงที่สุดคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของปริมาณการไหลของน้ำทั้งโลก นอกจากนี้แม่น้ำแอมะซอนยังมีปริมาณน้ำมากถึง 1 ใน 5 ส่วนของโลก น้ำที่หมุนเวียนอยู่ในลุ่มแม่น้ำแอมะซอนคิดเป็นร้อยละ 16 ของน้ำจืดทั่วโลก มีแม่น้ำสาขาที่แยกออกจากแอมะซอนมากกว่า 1,100 สาขา การไหลของมันช่วยพัดพาตะกอนดินและแร่ธาตุไปเติมความอุดมสมบูรณ์ให้แก่พื้นที่สองฝั่งแม่น้ำดินดอนปากแม่น้ำและระบบนิเวศชายฝั่งอีกทั้งยังถือเป็นแม่น้ำที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตร้อยละ 25 ของโลกถูกพบในป่าแห่งนี้ พื้นที่ป่าฝนเขตร้อนตลอดแนวแม่น้ำแอมะซอนยังมีบทบาทสำคัญต่อชั้นบรรยากาศโลกเพราะเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนประมาณร้อยละ 20ที่หมุนเวียนอยู่ทั่วโลก ข้อมูลของโครงการ […]

ชมการสอดประสานเต้นรำของหมู่แมลงและมวลบุปผา

ชมการสอดประสานเต้นรำของหมู่แมลงและมวลบุปผา จะมีอะไรให้เราชมอย่างพึงใจได้เทียบเท่ากับธรรมชาติ ในโลกยุคเทคโนโลยีที่ทุกอย่างหมุนเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว ขอเชิญชวนคุณผู้อ่านพักจากทุกสิ่งชั่วครู่ และปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับความงดงามของดอกไม้และแมลง ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกแห่งธรรมชาติที่ย่นย่อขนาดลง ผลงานการสื่อสารระหว่างดอกไม้และแมลงชิ้นนี้เป็นของ Yoshiyuki Katayama ได้บันทึกช่วงเวลาพิเศษของมิตรสหายผู้พึ่งพากันมาแต่ยุคดึกดำบรรพ์ “ดอกไม้และแมลง” จะน่าตื่นตาแค่ไหนลองไปชมกัน   อ่านเพิ่มเติม ดอกไม้เรืองแสง