วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 คน - National Geographic Thailand

วัตถุดิบน่าเกลียดเหล่านี้เป็นอาหารของคน 5,000 คน

เป็นคุณจะทำอย่างไรกับผลผลิตปริมาณ 2,000 ปอนด์ที่นำไปประกอบอาหารได้ เพียงแต่ว่าพวกมันมีตำหนิหรือรูปลักษณ์ที่ไม่สวยสดงดงามนัก? แน่นอนว่าที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตลูกค้าคนไหนก็อยากได้วัตถุดิบสวยๆ เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่พวกเขาจ่ายไปแต่ทราบหรือไม่ว่าเพราะเหตุนี้จึงทำให้ทั่วโลก 1 ใน 3 ของผลผลิตต้องกลายเป็นขยะอาหาร

อาสาสมัครในวอชิงตัน ดี.ซี. จะมาสาธิตให้ดูว่าอาหารที่ถูกทิ้งเพียงเพราะรูปลักษณ์ของมันนี้ สามารถนำไปประกอบอาหารเลี้ยงผู้คนได้มากมายขนาดไหน คำตอบคือ 5,000 คน รู้อย่างนี้แล้วครั้งหน้าที่คุณไปจับจ่ายหาซื้อวัตถุดิบ ลดความสำคัญกับรูปลักษณ์ของมันลงและตระหนักถึงคุณค่าที่เราจะได้รับจากอาหารมื้อนั้นๆ จะดีกว่า ว่าไหม?

 

อ่านเพิ่มเติม : การเดินทางของอาหาร, เทศกาลปามะเขือเทศเป็นการสิ้นเปลืองอาหารหรือไม่?

เรื่องแนะนำ

ครอบครัวนี้ปฏิเสธแพมเพิส และกลับไปใช้ผ้าอ้อมธรรมดา

เลี้ยงเด็กทารกยากและเหนื่อยแค่ไหนใครๆ ก็รู้ ท้าทายกว่านั้นเป็นไปได้ไหมที่จะเลี้ยงเด็กโดยไม่ทำร้ายโลกไปด้วย พบกับครอบครัวเล็กๆ แสนน่ารัก ผู้ตั้งมั่นไว้ว่าจะเลี้ยงดูลูกน้อยของพวกเขาให้เติบโตขึ้นมาโดยก่อขยะให้น้อยที่สุด

World Update: กระเบนขนาดยักษ์ในแม่น้ำโขง ทำสถิติปลาน้ำจืดใหญ่ที่สุดในโลก

พบกระเบนขนาดยักษ์ในแม่น้ำโขง ทำลายสถิติโลกปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก เซ็บ โฮแกน (Zeb Hogan) นักชีววิทยาและนักสำรวจของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ผู้ศึกษาปลาในแม่น้ำโขงมายาวนานเกือบ 20 ปีได้บันทึกภาพปลากระเบนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมาจากชาวบ้านที่ทำการประมงบนเกาะเพรียห์ในแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของกัมพูชา “มันพิสูจน์ให้เห็นว่าสัตว์ใต้น้ำเหล่านี้ยังคงมีอยู่ในพื้นที่ที่ถูกคุกคาม” โฮแกนกล่าว การค้นพบของเขาเริ่มต้นจากความสงสัยว่า “มีสัตว์ยักษ์ใหญ่ในแม่น้ำที่อื่นอีกไหม?” หลังจากที่ได้พบกับปลาดุกยักษ์ขนาด 293 กิโลกรัมเมื่อปี 2005 เขาจึงเริ่มโครงการ ‘เมกะฟิช (Megafishes)’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เขาตั้งใจสำรวจแหล่งน้ำทั่วโลกที่มีความยากลำบาก ทั้งในการปะติปะต่อข้อมูลจากการบอกเล่า หรือจากภาพถ่ายเก่าๆ เขาเคยพบกันปลาอะราไพม่า (Arapaima) ในแอมะซอนและปลาดุกยักษ์ที่กินนกพิราบเป็นอาหารในยุโรป จนมาถึงแม่น้ำโขง สถานที่ล่าสุดที่เขาทำการค้นหา ก่อนหน้านี้เมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา โฮแกนได้พบกับปลากระเบนขนาดยักษ์ที่มีความยาวกว่า 3.93 เมตรและหนักกว่า 180 กิโลกรัมที่ชาวประมงกัมพูชาจับได้ สร้างความหวังว่าอาจมียักษ์ใหญ่กว่านี้ซ่อนอยู่ จนกระทั่งทีมวิจัยของเขาได้รับโทรศัพท์จาก มูล ทูน (Moul Thun) ชาวประมงกัมพูชาบอกว่าเขาจับ “ตัวที่ใหญ่กว่า” ได้จนเขาคิดว่ามันอาจเป็นสายพันธุ์อื่น เมื่อทีมมาถึง พวกเขาตรวจสอบและวัดขนาดมันซึ่งพบว่ามันกลายเป็น “ปลาน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก”ด้วยขนาดที่ยาวกว่า 3.96 เมตรและหนักกว่า 299.82 กิโลกรัม ปลากระเบนตัวนี้ได้สร้างสถิติใหม่ […]

สร้างถุงขยะภาพลักษณ์ใหม่ ให้การจัดการขยะกลายเป็นเรื่องสนุก

จากข้อมูลจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระหว่างปีพ.ศ.2552-2561 คนไทยทุกคนสร้างขยะเฉลี่ย 1.15 กิโลกรัมต่อวัน เมื่อกล่าวถึงปริมาณขยะที่เกิดจากพื้นที่ชุมชน ตามรายงานของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ในปี พ.ศ 2561 กลับพบว่ามีการกำจัดขยะที่ถูกต้องเพียงร้อยละ 39 และมีการนำกลับมาใช้ใหม่ ร้อยละ 35 แต่มีการกำจัดที่ไม่ถูกวิธีถึงร้อยละ 26 คิดเป็นปริมาณกว่า 7.32 ล้านตัน ซึ่งบรรดาขยะเหล่านี้มีทั้งขยะอินทรีย์หรือขยะเศษอาหารมากที่สุด ที่ร้อยละ 64 ตามมาด้วยขยะรีไซเคิล ร้อยละ 30 ที่เหลือคือขยะอื่นๆ และขยะอันตราย ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้คัดแยกขยะหรือใช้ถุงขยะแยกประเภท ปัญหาการกำจัดขยะเหล่านี้มีปัญหาที่สำคัญคือไม่ได้มีการคัดแยกด้วยถุงขยะแยกประเภทที่ถูกต้องจากต้นทาง โดยเฉพาะพลาสติกปนเปื้อน ทำให้ต้องใช้วิธีถมกลางแจ้ง ฝังกลบ หรือการเผา ซึ่งเป็นการก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมในช่วงที่โลกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศและอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมปัจจุบันเริ่มมีการรณรงค์การแยกขยะที่ถูกต้อง โดยเป็นหนทางในการแก้ปัญหาที่เป็นกระบวนการพื้นฐานที่สุด แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการแยกขยะยังถือเป็น “เรื่องที่ยังไม่คุ้นชิน” ในสังคม และวัสดุอุปกรณ์อาทิเช่นถุงขยะแยกประเภทที่ช่วยให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นยังไม่แพร่หลาย หรือแม้กระทั่งความคิดที่ว่าการจัดการขยะเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ชื่นชอบ แต่ตราบใดที่เรายังใช้ชีวิต เราก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างขยะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วเราจะมีส่วนช่วยให้ปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติกให้ดีขึ้นได้อย่างไร นำเสนอถุงขยะในภาพลักษณ์ใหม่ จากการที่บริษัท เอสดีเจ อินเตอร์ จำกัด ได้ดำเนินกิจการด้านพลาสติกบรรจุภัณฑ์อาหารประเภทต่างๆ ให้กับสินค้า ทั้งในระดับอุตสาหกรรมและห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่งมาเป็นเวลานานกว่า […]

World Update: ภาวะโลกร้อนเปลี่ยนเทือกเขาแอลป์สีขาวให้กลายเป็นสีเขียว

ภาวะโลกร้อนเปลี่ยนเทือกเขาแอลป์สีขาวให้กลายเป็นสีเขียว หิมะละลายเร็ว เร่งสร้างความเสียหายทั่วโลก เทือกเขาแอลป์เป็นเทือกเขาที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป โดยคำว่าแอลป์ (Alps) แปลว่า ‘สีขาว’ ในภาษาละติน (Albus) เทือกเขาแอลป์จึงมีความหมายว่า ‘เทือกเขาสีขาวที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ’ แต่ปัจจุบันสีขาวเหล่านั้นกลายเป็นสีเขียวเนื่องจากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น และสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ รายงานล่าสุดศาสตราจารย์ซาบีน รัมฟ์ (Prof. Sabine Rumpf) และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโลซานน์(University of Lausanne) ได้แผยแพร่ภาพความละเอียดสูงจากดาวเทียมที่บ่งบอกว่าพื้นที่ของต้นไม้และพืชพรรณสีเขียวในเทือกเขาแอลป์เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 77 นับตั้งแต่ปี 1984 อันเป็นผลมาจากความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก “ขนาดของการเปลี่ยนแปลงนั้นใหญ่มากในเทือกเขาแอลป์” ศ.รัมฟ์กล่าวและเสริมว่า “ความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของเทือกเขาแอลป์จึงอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมหาศาล” พวกเขาคาดการณ์ว่าเทือกเขาแอลป์จะสูญเสียมวลหิมะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 25 ในช่วง 10 ถึง 30 ปีข้างหน้าหากอุณหภูมิยังคงมีแนวโน้มเช่นนี้ต่อไป การศึกษาเมื่อปี 2021 แสดงให้ว่ามีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นร้อยละ 56 แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 77 การเพิ่มขึ้นของพืชพรรณจะยิ่งเร่งการละลายของหิมะ ส่งผลให้โลกสะท้อนแสงอาทิตย์ได้น้อยลง วงจรนี้จะไปเร่งกระบวนการโลกร้อนให้มากขึ้นยิ่งไปอีก และเร่งการละลายน้ำแข็งจนสร้างความเสียหายไปทั่วโลก “ภูเขาที่เขียวกว่าจะสะท้อนแสงอาทิตย์ได้น้อยลง จึงนำไปสู่ภาวะโลกร้อน และในทางเดียวกัน หิมะที่สะท้อนแสงอาทิตย์ได้ก็จะหดตัวมีน้อยลงไปอีก” รัมฟ์กล่าว ในขณะที่แอนเดรียน์ มาร์แชลล์ (Adrienne […]