100 ปีของการตามล่าอุปราคา (eclipse) เผยให้เห็นในภาพถ่ายแปลกประหลาด

เรื่อง เรเชล บราวน์

ความมืดกลืนกินกลางวัน ทันใดนั้นอากาศก็หนาวเย็น ดวงอาทิตย์หายไปจากท้องฟ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บรรพบุรุษของเราจะต้องตื่นตระหนกต่อปรากฏการณ์สุริยุปราคา

หลายวัฒนธรรมเชื่อว่า สุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ถูกพลังเหนือธรรมชาติกลืนกิน เช่น สุนัขเพลิงของวัฒนธรรมเกาหลี หมาป่าแห่งท้องฟ้าของชาวไวกิ้ง หรือพระราหูที่มีแต่ร่างกายท่อนบน

ทว่าในที่สุดนักดาราศาสตร์ก็ได้คำตอบว่า สุริยุปราคาเกิดจากดวงจันทร์โคจรผ่านมาอยู่ในแนวเดียวกันระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ และจันทรุปราคาเกิดจากโลกโคจรผ่านระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์

จากการสังเกตการณ์อย่างละเอียด นักดาราศาสตร์ยุคแรกๆจึงเรียนรู้ที่จะทำนายวันเวลาในการเกิดอุปราคา ชาวแคลเดียในเมืองบาบิโลนบันทึกการเกิดวัฏจักรซารอส (Saros cycle) หรือช่วงเวลา 18 ปี 11.3 วัน ที่จะเกิดอุปราคาซ้ำ เป็นครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่เจ็ดก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ตาม เราต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะคิดหาวิธีปกป้องลูกตาของเราจากการมองดูอุปราคาได้อย่างแท้จริง

ในปี 1896 นักดาราศาสตร์อาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วโลก 165 คนลงเรือเดินทางนานหนึ่งเดือนไปยังเมือง Vadsø ประเทศนอร์เวย์ เพื่อเฝ้าสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม ที่นี่ โจเซฟ ลันต์ จาก British Astronomical Association ปรับเปลี่ยนกล้องถ่ายภาพที่ออกแบบเป็นพิเศษซึ่งต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานสี่คน

Photograph by ALINARY, GETTY IMAGES

สมาชิกของ British Astronomical Association มาถึงเมือง Vadsø ประเทศนอร์เวย์ หนึ่งสัปดาห์ก่อนเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาในปี 1896 เพื่อให้มีเวลาพอที่จะติดตั้งอุปกรณ์ รวมถึงกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ แม้ว่าภารกิจนี้จะล้มเหลว เพราะเมฆปกคลุมบดบังตลอด 106 วินาทีที่สุริยุปราคาเต็มดวง แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่าสำหรับการสำรวจครั้งต่อๆมา

Photograph by ALINARY, GETTY IMAGES

กลุ่มนักดาราศาสตร์ชาวรัสเซียเตรียมตัวเฝ้าสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงในวันที่ 14 มกราคม ปี 1907 สถานที่นี้อยู่สูงขึ้นไปบนเทือกเขาเทียนชานในเอเชียกลาง เป็นที่สังเกตการณ์ซึ่งเหมาะสมที่สุด

Photograph by UIG, GETTY IMAGES

สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้ ซึ่งมองเห็นได้ในซีกโลกใต้เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ปี 1919 ได้รับคุณูปการอย่างใหญ่หลวงจากฟิสิกส์สมัยใหม่ กล่าวคือในการทดสอบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ครั้งแรก เซอร์อาร์เทอร์ เอดดิงตัน นักดาราศาสตร์ วัดตำแหน่งของดาวบางดวงก่อนและระหว่างการเกิดอุปราคา เขาพบว่า ตำแหน่งของดาวแตกต่างกันไปในวิถีทางที่อธิบายได้ด้วยการที่แรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์หักเหแสงของดาวเหมือนกับเลนส์เท่านั้น ด้วยผลลัพธ์นี้ เอดดิงตันช่วยปูทางให้ทฤษฎีสัมพัทธภาพได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง

Photograph by SSPL, GETTY IMAGES

เซอร์อาร์เทอร์ เอดดิงตัน ทดสอบทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์จากเกาะปรินซิปี นอกชายฝั่งตะวันตกของแอฟริกา ระหว่างการเกิดอุปราคาเมื่อปี 1919 ในกรณีที่เมฆปกคลุมทำให้การทดลองล้มเหลว เอดดิงตันยังได้จัดเตรียมให้นักดาราศาสตร์ทำการสังเกตแบบเดียวกันจากเมืองซูบราล ประเทศบราซิล ซึ่งติดตั้งกล้องโทรทรรศน์ตัวนี้ไว้ ความสำเร็จจากการสังเกตการณ์ทั้งสองแห่งเริ่มทำให้ทฤษฎีของไอน์สไตน์เป็นที่สนใจ

Photograph by SSPL, GETTY IMAGES

เมื่อวันที่ 10 กันยายน ปี 1923 สุริยุปราคาที่เกิดนานสามชั่วโมงบดบังแสงอาทิตย์ร้อยละ 90 ในนครลอสแอนเจลิส ฝูงชนที่ชมดูปรากฏการณ์สวมแว่นตาป้องกัน แต่ยังคงอันตรายต่อสายตา เพราะสีหรือฟิล์มเอกซเรย์กรองแสงที่มองเห็น แต่ไม่ได้ป้องกันรังสีอินฟราเรดและอัลตราไวโอเลต ซึ่งอาจเผาไหม้ประสาทจอตาอย่างถาวร

Photograph by CORBIS, GETTY IMAGES

เรื่องแนะนำ

เด็กๆ ของฮูรา กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกที

ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด   “เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่อายุสามขวบแล้วว่า ความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมของเกาะเราเป็นอย่างไรค่ะ” อมินาท ริชฟา หัวหน้าครูโรงเรียนประถมบนเกาะฮูรา เขตอะทอลล์คาฟูของมัลดีฟส์ เอ่ย  เธอสวมชุดดำสีเดียวกับฮิญาบคลุมใบหน้าทั้งหมด เหลือไว้เพียงช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เราเห็นเธอแค่ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น  น้ำเสียงของเธอกระตือรือร้นมีพลัง และยากจะเดาอายุ  อาจจะ 30 ต้นๆ หรือมากกว่านั้น “แต่เพราะอายุเท่านั้นยังเป็นวัยเล่นอยู่  เราจึงให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นค่ะ” อาจารย์ริชฟาพูดราวกับรู้ทันเราคิด  เด็กๆ บนเกาะฮูราเรียนรู้เรื่องความเปราะบางของบ้านเกิดของตัวเองจากความจริงที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด ฮูรา (Huraa, Hoora) เป็นเกาะที่กว้างเพียง 300 เมตร ยาว 850 เมตร มีชะตากรรมเหมือนเกาะอื่นๆ ของมัลดีฟส์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าแบนราบที่สุดในโลก ซึ่งเสี่ยงจมอยู่ใต้ระดับทะเลที่สูงขึ้นทุกที อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอย่างเร็วภายในปี 2085 น้ำจะท่วมทุกเกาะของมัลดีฟส์ อย่างช้าคือปี 2100 ในระดับประเทศ รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองหลวงมาเล่ ถมทะเลเพื่อยกระดับแผ่นดิน ป้องกันน้ำใต้ดินและเพิ่มการเก็บกักน้ำฝน รวมทั้งเตรียมอพยพประชาชนไปยังถิ่นอื่น ในระดับเกาะอย่างที่ฮูรา ซึ่งอยู่ห่างจากมาเล่เพียงครึ่งชั่วโมง […]

อาบป่า ดูผึ้งกล่อง ล่องแม่น้ำแควใหญ่ วันเดย์ทริป

วันเดย์ทริป เที่ยวช่องสะเดา ดูผึ้งกล่อง เดินศึกษาธรรมชาติ สนุกสนานกับแพเปียก ปิดท้ายวันกับกิจกรรมเล่น SUP Board กับบรรยากาศสุดเจ๋ง วิวสองข้างทางริม #แม่น้ำแควใหญ่ จังหวัดกาญจนบุรี แค่ได้ยินชื่อภาพในหัวก็ลอยมาเลย น้ำตก ภูเขา ธรรมชาติสีเขียวๆ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว คงเป็นภาพจำของใครหลาย ๆ คน เพราะจังหวัดนี้เป็นแหล่งรวบรวมที่เที่ยวดัง ๆ ไว้มากมาย และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯมาก ๆ เดินทางสะดวก วันหยุดสั้น ๆ เสาร์-อาทิตย์ ก็มาท่องเที่ยวได้อย่างชิล ๆ . การเดินทางในครั้งนี้เราเริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ปลายทางคือ ตำบลช่องสะเดา ใช้เวลาเดินทางราวๆ สามชั่วโมงก็ถึงที่หมาย เช้าวันนั้นเราได้นัดกับคุณวสันต์ สุนจิรัตน์ หรือกำนันตึ๋ง เอาไว้ ลุงกำนัน (ขออนุญาตเรียกง่าย ๆ แบบนี้ละกัน ฮ่าๆ) จะเป็นคนอาสาพาเราเที่ยวชุมชนที่ช่องสะเดากัน . #แกะกล่องส่องผึ้ง ที่แรกที่ไปก็ไฮไลต์กันเลย ก็คือการไปดู ‘ผึ้งกล่อง’ หลายคนคงงงว่า เอ๊ะ! ผึ้งกล่องน่าสนใจอย่างไร […]

สัตว์ป่าในบางกอก

สัตว์ป่า ในบางกอก จากหลักฐานคำบอกเล่าและบันทึกของชาวต่างชาติ เช่น สังฆราชฌอง บัปติสตา ปาลเลอกัวซ์ บาทหลวงคาทอลิกชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามายังกรุงสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 กล่าวถึงกรุงเทพฯ หรือบางกอกในยุคนั้นว่าเคยมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่อย่างชุกชุมและมีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์  ภายในเวลาสองศตวรรษถึงราว 50 ปีที่ผ่านมา บริเวณที่เป็นเมืองหลวงของเรายังเคยมีจระเข้ชุกชุม มีโขลงช้างป่าออกมาหากินในทุ่งราบ ชาวบ้านยังล่ากวาง มีนกขนาดใหญ่อย่างกระเรียนพันธุ์ไทยและอีแร้ง เสือปลา นาก และอื่นๆ  ก่อนจะค่อยๆ หายไปในเวลาต่อมาจากเนื่องจากการล่าและการขยายตัวของชุมชน  ปัจจุบันเริ่มมีข่าวคราวการพบสัตว์บางชนิดตามธรรมชาติในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียงแล้ว เช่น นากใหญ่ขนเรียบ วาฬบรูด้า และลิงแสม ชมภาพจำลองของสัตว์ป่าในบางกอกเมื่อครั้งอดีตได้ ที่นี่    หมายเหตุ : ภาพสัตว์ป่าในบางกอกพัฒนาจากข้อมูลและภาพสไลด์ชุด “Rewilding Bangkok ฟื้นชีวิตป่าเมืองกรุง” โดย ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ มูลนิธิโลกสีเขียว   อ่านเพิ่มเติม : ไพร่ฟ้าสามัญชน, ย้อนรอยสารคดีเกี่ยวกับเมืองไทย ใน National Geographic