ดาวเคราะห์แดง : จับตาภารกิจของยานอินไซต์หลังลงจอดบนดาวอังคาร

จับตาภารกิจของยานอินไซต์หลังลงจอดบน ดาวเคราะห์แดง

จับตาภารกิจของยานอินไซต์หลังลงจอดบน ดาวเคราะห์แดง

หลังเดินทางในห้วงอวกาศเป็นเวลาเจ็ดเดือน และเข้าสู่ระยะสุดท้ายที่เรียกว่า “เจ็ดนาทีแห่งความพรั่นพรึง” ในที่สุด ยานอินไซต์ (Insight Lander) ขององค์การนาซาก็สามารถลงจอดบนพื้นผิว ดาวเคราะห์แดง  ได้โดยสวัสดิภาพ ทันทีที่ลงจอด ยานส่งสัญญาณ “บี๊ป” อย่างเป็นทางการกลับมายังนาซ่า เพื่อบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี พร้อมภาพถ่ายพื้นผิวบริเวณที่ลงจอด เจ้าหน้าที่นาซ่าในห้องปฏิบัติการภาคพื้นดินพากันปรบมือ สวมกอด และส่งเสียงเชียร์ให้กับความสำเร็จครั้งนี้ ต่อไปนี้คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับปฏิบัติการครั้งนี้

ภารกิจของยานอินไซต์คือศึกษาลักษณะภายในอันเก่าแก่ของดาวอังคาร ซึ่งเป็นภารกิจที่อาจเผยข้อมูลใหม่ๆเกี่ยวกับโลกของเราเอง นั่นเป็นเพราะการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกแบบเดียวกันซึ่งทำให้เกิดเทือกเขาบนโลก และเงื่อนไขต่างๆสำหรับสิ่งมีชีวิตได้เปลี่ยนแปลงลักษณะทางธรณีวิทยาของเรามาเป็นเวลายาวนาน ในทางกลับกัน ดาวอังคารมีอดีตที่ค่อนข้างธรรมดาตลอดสามพันล้านปีที่ผ่านมา น่าจะเป็นเพราะดาวเคราะห์ดวงนี้มีขนาดเล็กเกินกว่าจะผลิตพลังงานสำหรับการเปลี่ยนแปลงของแผ่นเปลือกโลกชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ดังนั้นดาวอังคารจึงอาจยังเก็บเงื่อนงำว่า ดาวที่เต็มไปด้วยหินเหมือนโลกของเรา ก่อตัวขึ้นครั้งแรกและมีวิวัฒนาการอย่างไร

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับยานอินไซต์และภารกิจบนดาวเคราะห์แดง

ดาวเคราะห์แดง
ภาพวาดแสดงส่วนประกอบสำคัญต่างๆ ของยานอินไซต์ เช่น แผงเซลล์สุริยะสำหรับให้พลังงาน แขนกล เครื่องส่งสัญญาณวิทยุ เครื่องวัดความไหวสะเทือน และเครื่องตรวจวัดความร้อน

การให้พลังงาน

แผงเซลล์สุริยะสองแผงซึ่งมีขนาดใหญ่พอที่จะเดินเครื่องยานควบคุมจากระยะไกลในระหว่างเกิดพายุฝุ่นได้ จะคลี่ออก หลังลงจอดได้ไม่นาน

เตรียมตัวสำหรับการสำรวจ

แขนกลที่ติดตั้งมือกลและกล้องถ่ายภาพ วางเครื่องวัดความไหวสะเทือนและเครื่องตรวจวัดความร้อนบนพื้นผิวของดาวอังคาร

ดาวเคราะห์แดง
แผนที่แสดงจุดลงจอดของยานอินไซต์

จุดลงจอดของยาน

บริเวณที่เรียกว่า เอลิเซียมแพลนิเชีย (Elypsium Planitia)  ซึ่งมีสภาพเหมาะสมเพราะพื้นผิวเรียบและระดับความสูงไม่มาก จุดนี้ยังได้รับแสงสว่างในแต่ละวันอย่างเพียงพอเพื่อให้พลังงานแก่ยานลงจอด และทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของยานไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง

คำถามสำคัญ

ยานอินไซต์ซึ่งใช้เครื่องมือที่ตรวจวัดกิจกรรมแผ่นดินไหว การสั่น และความร้อนภายใน เสาะหาคำตอบว่าอะไรคือองค์ประกอบของแกนดาวอังคาร

กิจกรรมแผ่นดินไหว

เครื่องวัดแผ่นดินไหวจะวัดการสั่นสะเทือนจากแรงกระแทกของดาวตก และ “แผ่นดินไหวบนดาวอังคาร” ซึ่งเกิดจากหินที่เคลื่อนที่ นี่อาจช่วยให้ระบุความลึกและองค์ประกอบของเปลือก เนื้อ และแก่นดาวได้

การสั่น

การวัดการสะท้อนของสัญญาณวิทยุที่ส่งจากโลกมายังยานลงจอดจะเผยถึงการหมุนของแกนดาวอังคาร (หรือการส่าย) และการแกว่งไกวในการหมุนนั้น (หรือการกวัด) ภายในระยะ 10 เซนติเมตร

ความร้อนภายใน

เครื่องตรวจวัดจะขุดลงไปในดินเพื่อวัดอุณหภูมิภายในของดาวเคราะห์แดง นี่อาจให้ข้อมูลว่าความร้อนไหลเวียนอยู่ภายในดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างไร และเพราะเหตุใดดาวเคราะห์ที่เต็มไปด้วยหินบางดวงจึงวิวัฒน์การเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลก และบางดวงกลับไม่เป็นเช่นนั้น

ดาวเคราะห์แดง
ภาพประกอบเปรียบเทียบลักษณะทางธรณีสัณฐานของดวงจันทร์ ดาวอังคาร และโลก

 

ศิลปกรรม: โทมัส มึลเลอร์ แผนที่: แมตทิว ดับเบิลยู. ชวาสติก ที่มา: บรูซ แบเนิร์ดต์, NASA

 


อ่านเพิ่มเติม

ดาวอังคาร การแข่งขันสู่ดาวเคราะห์แดง

ดาวอังคาร

เรื่องแนะนำ

การเดินทางแสนทรมานของคุณแม่ผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี ราวเวลล์ ภาพถ่าย เมอร์โต ปาปาโดปูลอส เมื่อคุณได้ยินเรื่อง “วิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัย” คุณอาจนึกถึงภาพถ่ายเรือลำน้อยล่องลอยอยู่บนน่านน้ำมืดมิดและแออัดไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อชูชีพสีส้มสะท้อนแสง คุณอาจคิดถึงภาพมือที่ยื่นออกมาหาบุคคลอันเป็นที่รัก ภาพชายแดนที่มีผู้ชายถือปืนกลเฝ้ารักษาการณ์ หรือภาพเต็นท์ชั่วคราวในค่ายผู้ลี้ภัยที่ครอบครัวคนไร้บ้านอยู่กันอย่างเบียดเสียดยัดเยียด ภาพที่เรานึกถึงเหล่านี้มีพลัง วุ่นวายสับสน และเปี่ยมชีวิตชีวา ภาพถ่ายของช่างภาพข่าวชาวกรีก เมอร์โต ปาปาโดปูลอส กลับต่างออกไป ภาพถ่ายเหล่านี้ดูเงียบงัน นิ่งสงบ และลึกซึ้ง ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนเป็นแม่ บางคนกำลังตั้งครรภ์ บางคนกำลังอุ้มลูก ปาปาโดปูลอสบันทึกภาพวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ปี 2010 ตอนที่ใช้เวลาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศกรีซ เธอสังเกตเห็นว่า พวกผู้หญิงมักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังพร้อมกับลูกๆ ขณะที่สามีของพวกเธอออกไปค้นหาชีวิตใหม่ในยุโรป “ฉันรู้สึกว่าพวกผู้หญิงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็นคนที่ทนทุกข์ทรมานอย่างแท้จริงค่ะ” ปาปาโดปูลอสบอก “และในทางกลับกัน ฉันรู้สึกว่าพวกเธอทำให้ผู้คนเหล่านี้ยังคงมุ่งหน้าต่อไป พวกเธอและลูกๆคือเหตุผลที่ทำให้การเดินทางยังดำเนินต่อไปค่ะ” และสำหรับผู้หญิงเหล่านี้ การเดินทางเป็นเรื่องยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ บางคนคลอดบุตรระหว่างการเดินทาง ปาปาโดปูลอสเล่าว่า เธอเห็นพวกผู้หญิงกำลังเดินเท้าขณะอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดได้แค่สิบวัน แม่บางคนแท้งลูกเองเนื่องจากสภาพธรรมชาติที่ทารุณ บางคนต้องทำแท้ง และอีกหลายคนต้องทนทุกข์จากความตายของลูกน้อย มีองค์กรพัฒนาเอกชนในค่ายผู้ลี้ภัยบางแห่งที่ช่วยพยาบาลทั้งก่อนและหลังคลอด และจัดการคุมกำเนิดแบบต่างๆเมื่อทำได้ แต่โดยรวมแล้ว การตั้งครรภ์หรือการเป็นแม่ที่มีลูกเยาว์วัยทำให้ความยากลำบากที่ผู้ลี้ภัยทุกคนต้องเผชิญเพิ่มมากขึ้น เธอขอให้ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์ของตนเอง เรื่องราวของพวกเธอ  มาพร้อมกับภาพถ่ายบุคคลด้านล่าง ปาปาโดปูลอสบอกว่า ยิ่งสถานการณ์ยากลำบากเท่าไร แม่หลายคนก็มองลูกๆของตนเป็นดังแรงจูงใจสำคัญมากเท่านั้น […]

กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก

ใครๆ ก็รู้ว่าโกปิลูวัก หรือ กาแฟขี้ชะมด นั้นทำมาจากอึของชะมด แต่ทราบหรือไม่ว่ากว่าจะได้กาแฟรสละมุนที่มีราคาแพงที่สุดในโลก บรรดาชะมดต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

ไขปริศนาเบื้องหลังภูเขาน้ำแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าน่าอัศจรรย์

คงไม่มีใครนึกภาพภูเขาน้ำแข็งเช่นนี้เป็นแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าภาพที่เห็นไม่เพียงเป็นเรื่องจริง แต่ยังมีคำอธิบายที่ไม่ซับซ้อนอะไร

อุทยานแห่งอนาคต

เรื่อง มิเชลล์ ไนฮัส ภาพถ่าย คีท แลดซินสกี บนผืนดินแคบๆยาว 60 กิโลเมตรนอกชายฝั่งรัฐแมริแลนด์และเวอร์จิเนีย อุทยานชายฝั่งแห่งชาติเกาะแอสซาทีก (Assateague Island National Seashore) ค่อยๆเคลื่อนไปทางตะวันตกทีละน้อย ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เฮอร์ริเคนและพายุน้อยใหญ่พัดพาทรายจากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ข้ามเกาะไปถมหนองน้ำที่อยู่ริมชายฝั่งอีกด้านหนึ่ง ส่งผลให้เกาะขยับเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้นเรื่อยๆ “เจ๋งใช่ไหมล่ะครับ” อิชเมล เอนนิส พูดขึ้น “วิวัฒนาการไงครับ!” เขายิ้มให้ชายหาดเบื้องหน้าที่มีตอไม้ กิ่งก้านหงิกงอ และเศษพีตกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งหมดนี้คือร่องรอยของหนองน้ำซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของชายฝั่งด้านตะวันตกของเกาะ ก่อนพายุจะพัดทรายมาทับถม บัดนี้หนองน้ำปรากฏให้เห็นอีกครั้งทางตะวันออกเมื่อเกาะเคลื่อนขยับไปเรื่อยๆ เอนนิสผู้เพิ่งเกษียณจากการเป็นหัวหน้าฝ่ายซ่อมบำรุงประจำอุทยาน เผชิญพายุที่นี่มานักต่อนัก จะว่าไปแล้ว อุทยานชายฝั่งแห่งนี้ก่อตัวขึ้นจากพายุน้อยใหญ่ที่พัดในแนวตะวันออกเฉียงเหนือ ย้อนหลังไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1962 พายุใหญ่พัดถล่มแอสซาทีกพร้อมกับลบชื่อของโอเชียนบีช รีสอร์ตตากอากาศใหม่เอี่ยม โดยทำลายถนนและอาคาร 30 หลังแรก รวมทั้งความฝันของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เจ้าของโครงการให้พังภินท์ นักอนุรักษ์อาศัยโอกาสนี้เสนอให้รัฐสภาออกกฎหมายปกป้องพื้นที่ส่วนใหญ่บนเกาะในฐานะส่วนหนึ่งของระบบอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 1965 ทุกวันนี้ แอสซาทีกคือเกาะสันดอนปลอดโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวที่สุดริมชายฝั่งของรัฐแถบแอตแลนติกตอนกลาง โด่งดังเรื่องม้าแคระป่าแหล่งดูดาวโล่งไร้สิ่งกีดขวาง และทัศนียภาพเงียบสงบของมหาสมุทร นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มจะทำให้พายุรุนแรงขึ้น ระดับทะเลสูงขึ้น และการเคลื่อนสู่ตะวันตกอย่างเนิบช้าของเกาะแอสซาทีกอาจเร็วขึ้น เอนนิสรู้จักเกาะนี้ดีพอที่จะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นเริ่มขึ้นแล้ว ที่ปลายเกาะด้านใต้ […]