บิล และ เมลินดา เกตส์: สุขภาพ การศึกษา และ เกษตรกรรม กุญแจสู่ประเทศที่ยั่งยืน

บิล และ เมลินดา เกตส์: มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมาย

ความฝันของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก และภรรยา เมลินดา เกตส์ คือการแก้ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลก นี่คือบทสัมภาษณ์ที่แสดงความตั้งใจจริงของพวกเขา

สัมภาษณ์โดย ซูซาน โกลด์เบิร์ก 

ภาพถ่าย BRINSON + BANKS

เมื่อปี 2015 บรรดาผู้นำในที่ประชุมสหประชาชาติได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายแห่งการพัฒนาอันยั่งยืน 17 ข้อขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลกให้ได้ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน มหาเศรษฐีผู้ใจบุญอย่าง บิล และ เมลินดา เกตส์ มุ่งมั่นเดินทางสู่ เป้าหมายเหล่านี้มาก่อนนานแล้ว ดังนั้น ในปี 2017 มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ จึงจัดตั้งโครงการ Goalkeepers ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติและติดตามความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ ฉันมีโอกาสนั่งคุยกับทั้งคู่เกี่ยวกับ รายงานประจำปี 2018 นับเป็นการให้สัมภาษณ์พร้อมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ฉันเพิ่งอ่านรายงานของ Goalkeepers อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำโครงการนี้
เมลินดา เกตส์: เพราะข่าวคราวเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในโลกยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ทั้งจำนวนผู้คนที่รอดชีวิตจากการเจ็บไข้ได้ป่วย และปัญหาความยากจนที่ลดลง สหประชาชาติตั้งเป้าหมายน่าทึ่งเหล่านี้สำหรับอนาคต เพื่อช่วยให้พวกเราสามารถจัดการกับปัญหาความยากจนได้อย่างต่อเนื่อง และเราอยากให้ผู้คนมีส่วนรับผิดชอบต่อความก้าวหน้านั้น ตลอดจนสร้างแรงบันดาลใจให้บรรดาผู้นำรุ่นถัดไปที่จะก้าวขึ้นมารับช่วงภารกิจเหล่านี้ต่อไป

บิล และ เมลินดา เกตส์
ความยากจน: อัตราส่วนของประชากรที่อยู่อย่างยากจนที่สุดลดลงแต่เป็นไปอย่างช้ากว่าในภูมิภาคซับสะฮาราของแอฟริกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศโตเร็วหลายประเทศที่มีปัญหาความยากจน

คุณเห็นอะไรในแต่ละประเทศ ประเทศไหนทำได้ดีบ้าง
บิล เกตส์: แม้แต่ประเทศที่ยากจนมาก ๆ ก็สามารถสร้างความก้าวหน้าในเรื่องสุขภาพ เกษตรกรรม และ การศึกษา นั่นช่วยจุดประกายความหวังเป็นอย่างมาก เพราะคุณสามารถใช้แบบอย่างของประเทศเหล่านั้นได้ รวันดาเป็นประเทศที่โดดเด่นในเรื่องการให้บริการด้านสุขภาพ ขณะที่ในเอธิโอเปีย เกษตรกรรมที่นั่นเติบโตขึ้นมากกว่าร้อยละห้าทุกปี ส่วนในเรื่องการศึกษาคงต้องยกให้เวียดนาม เพราะพวกเขาพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่คุณจะคาดหวังหากพิจารณาจากความรํ่ารวยของประเทศ เมื่อคุณมีสามสิ่งนี้อยู่ด้วยกัน นั่นคือสุขภาพ การศึกษา และ เกษตรกรรม ประเทศเหล่านี้จะสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง
เมลินดา: สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจก็คือ [ในแง่ประชากร] รวันดาเป็นประเทศที่เล็กมาก ขณะที่เอธิโอเปียถือว่าใหญ่เป็นอันดับสองของทวีป แต่ทั้งสองประเทศต่างศึกษาบทเรียนด้านการพัฒนาจากประเทศอื่น ๆ ดังนั้นพวกเขาจึงศึกษาว่าเกิดอะไรขึ้นกับการเกษตรในเอเชีย เหตุใดบราซิลจึงประสบความสำเร็จอย่างเป็นประวัติการณ์ในการลดอัตราภาวะแคระแกร็น [ในหมู่เด็กขาดสารอาหาร] ทั้ง ๆที่เป็นประเทศใหญ่โตและประสบปัญหาความยากจนอยู่

การมองโลกในแง่บวกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการมองเห็นความเป็นไปได้รูปแบบหนึ่งซึ่งนำไปสู่การพยายามทำให้สิ่งนั้นเป็นจริงขึ้นมา   – เมลินดา เกตส์ 

เมื่อพูดถึงทวีปแอฟริกา จำนวนประชากรหนุ่มสาวที่นั่นเป็นทั้งความท้าทายใหญ่หลวงและโอกาสอันยิ่งใหญ่ คุณอยากจะพูดถึงเรื่องนี้สักหน่อยไหม
บิล: ทุกวันนี้ ทวีปแอฟริกามีประชากรประมาณหนึ่งพันล้านคนจากประชากรทั้งหมดเจ็ดพันล้านคนทั่วโลก ภายในศตวรรษนี้ประชากรหนุ่มสาวกว่าครึ่งหนึ่งของโลกจะอยู่ที่นั่น การเคลื่อนตัวเข้าสู่ตลาดแรงงานของคนหนุ่มสาวเหล่านี้ หากมีการลงทุนที่เหมาะสมในด้านความมั่นคงการศึกษา และสุขภาพ แอฟริกาจะมีอัตราการเติบโตและนวัตกรรมมากกว่าที่อื่น ๆ ในทางกลับกัน หากเราไม่แก้ปัญหาวิกฤติเอชไอวีอย่างจริงจัง สุดท้ายก็จะมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และหากเราไม่จัดการความเป็นอยู่ให้เหมาะสม
คนรุ่นใหม่เหล่านี้โดยเฉพาะผู้ชายก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของความไม่มั่นคง

บิล และ เมลินดา เกตส์
ปัญหาเอชไอวี: ขณะที่ประชากรในแอฟริกาเพิ่มสูงขึ้นยอดผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็อาจสูงตามไปด้วยความสำเร็จกรณีหนึ่งอยู่ที่ซิมบับเว ซึ่งการทุ่มเทความพยายามช่วยลดอัตราการติดเชื้อลงอย่างมาก

คุณพูดถึงวิกฤติเอชไอวี บอกได้ไหมคะว่า ประเทศต่าง ๆ ในแอฟริกาจัดการกับปัญหานี้อย่างไร
บิล: แอฟริกาตอนใต้และตะวันออกคือภูมิภาคที่ประสบปัญหาหนักหนาสาหัสที่สุด กล่าวคือร้อยละ 80 ของผู้ติดเชื้ออยู่ที่นั่น อัตราการระบาดจัดว่าสูง ในหลายพื้นที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักติดเชื้อในช่วงอายุ 20 ปลาย ๆ การนำยาต้านไวรัสเข้ามาช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงอัตราการเสียชีวิตลดลงมาก ส่วนปัญหาการติดเชื้อระหว่างแม่สู่ลูก หลายประเทศจัดการได้ดี เรามีชุมชนที่ถูกตราหน้า เช่น กลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด ผู้ค้าบริการทางเพศ หรือผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกัน ตอนนี้ เราต้องมองไปที่แต่ละประเทศแล้วดูว่าพวกเขาจัดการกับชุมชนต่าง ๆ ได้ดีแค่ไหน กลยุทธ์ในการป้องกันที่เห็นผลที่สุดคืออะไร
เมลินดา: เรื่องน่าเป็นห่วงที่สุดเรื่องหนึ่งก็คือพวกผู้หญิงที่อายุยังน้อย อย่างที่บิลได้พูดไปแล้วว่า เอดส์กำลังระบาดอย่างหนักในชุมชนและโอกาสที่พวกเธอจะติดเชื้อก็มีสูงมาก ดังนั้นการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีป้องกันตัวและชวนให้ทุกคนไปตรวจโรคอย่างสมํ่าเสมอจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ การคุมกำเนิดและการวางแผนครอบครัวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องได้รับการประชาสัมพันธ์ออกไป แม้ว่าจะไม่เกี่ยวกับเอชไอวีหรือเอดส์โดยตรง แต่เรื่องนี้ก็ยังมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ

เมลินดา นี่เป็นปัญหาหนึ่งที่คุณมีส่วนเกี่ยวข้องมากที่สุดช่วยขยายความให้เราฟังหน่อยค่ะ
เมลินดา: การคุมกำเนิดเป็นเรื่องสำคัญไม่ว่าที่ไหนในโลก ถ้าผู้หญิงสามารถเลือกได้ว่า พวกเธอจะมีลูกหรือไม่และจะมีเมื่อไร เธอจะมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ลูกของเธอก็เช่นเดียวกัน นี่เป็นข้อมูลจากการวิจัยด้านสุขภาพระดับโลกที่มีมานานแล้ว ตอนที่เดินทางไปแอฟริกา สิ่งที่ฉันติดใจมากที่สุดคือ แม้ว่าพวกผู้หญิงที่นั่นจะรู้จักการคุมกำเนิดและต้องการใช้มัน แต่กลับไม่สามารถทำได้ เพราะเครื่องมือหรืออุปกรณ์คุมกำเนิดไม่ได้ถูกจัดส่งไปด้วยวิถีทางหรือพื้นที่ที่พวกเธอต้องการ ตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน เรามีผู้หญิงที่คุมกำเนิดเพิ่มขึ้น 40 ล้านคน นับเป็นความก้าวหน้าที่ยังไม่ก้าวไกล เพราะเป้าหมายของเราคือการทำให้ผู้หญิง 200 ล้านคนสามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดได้หากทำได้ แต่ละครอบครัวจะมีโอกาสหลุดพ้นจากความยากจนได้มากขึ้น เพราะถ้าพวกเขาเว้นระยะในการมีบุตรได้ พวกเขาจะสามารถเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่เด็กที่เกิดมาได้ ส่วนพวกผู้หญิงก็จะสามารถออกไปทำงานและนำรายได้มาช่วยจุนเจือครอบครัวได้ การคุมกำเนิดเปลี่ยนพลวัตภายในครอบครัว เปลี่ยนชุมชน และที่สำคัญคือช่วยยกระดับประเทศซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับทุกคน

บิล และ เมลินดา เกตส์
การคาดการณ์จำนวนประชากร: คาดว่าประชากรในแอฟริกาจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในปี 2050 การเข้าถึงมาตรการคุมกำเนิดจะช่วยชะลอการเติบโตนี้
ซึ่งนำไปสู่การลงทุนทางการศึกษาและสุขภาพมากขึ้น

จากการที่คุณเดินทางไปทั่วโลกและมีโอกาสสัมผัสปัญหาอย่างใกล้ชิด หากคุณมีไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือและสามารถใช้มันได้เพียงครั้งเดียว คุณจะทำอะไร

เมลินดา: ฉันจะเลือกการคุมกำเนิดอย่างแน่นอน การช่วยให้ผู้หญิงเข้าถึงการคุมกำเนิดได้มากขึ้น จะเปิดโอกาสให้พวกเธอเลือกได้ว่า จะใช้วิธีการคุมกำเนิดแบบไหนและเมื่อไร เพื่อที่พวกเธอจะสามารถเว้นระยะในการมีบุตรได้ สิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับเธอและลูก ๆ ดังนั้นถ้าฉันมีพลังวิเศษ ฉันจะเสกให้ผู้หญิง 200 ล้านคนที่กำลังต้องการการคุมกำเนิดอยู่ในตอนนี้สามารถเข้าถึงมันได้

แล้วคุณล่ะ บิล
บิล: สำหรับผมคือพัฒนาการของเด็กครับ ทุกวันนี้ร่างกายและจิตใจของเด็กในแอฟริกามากกว่าครึ่งไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่ สาเหตุมาจากภาวะทุพโภชนาการ อาหารที่พวกเขากิน และโรคภัยที่พวกเขาเผชิญ การศึกษาจุลชีพในลำไส้ของมนุษย์ช่วยให้เราเข้าใจภาวะแคระแกร็นมากขึ้น ผมตื่นเต้นมากเมื่อคิดว่าเมื่อถึงปลายทศวรรษนี้ เราจะมีอุปกรณ์ราคาไม่แพงมาช่วยแก้ปัญหาพัฒนาการของ เด็ก ๆ ซึ่งนั่นหมายความว่า การลงทุนทางการศึกษาที่คุณทุ่มเทลงไปจะเห็นผลมากขึ้น ดังนั้น ถ้าต้องเลือกเพียงอย่างเดียวผมคงเลือกที่จะหยุดภาวะทุพโภชนาการเหล่านี้

ก่อนจะจบการสัมภาษณ์นี้ ฉันอยากจะถามเกี่ยวกับแนวคิดการมองโลกในแง่บวกซึ่งปรากฏอยู่ตลอดรายงานฉบับนี้
บิล: ข่าวแง่ลบในสื่อที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ผู้คนมีความเข้าใจไปในทางที่ผิด คุณอาจฟันธงว่า ทุกอย่างดูสิ้นหวัง แต่มันไม่ใช่แบบนั้น คุณต้องหัดเรียนรู้จากเรื่องราวดี ๆ บ้าง อย่างเรื่องของปาฏิหาริย์ที่เกิดจากการส่งวัคซีนออกไป ระดับการรู้หนังสือของผู้คนทั่วโลกรวมถึงแอฟริกาที่กำลังพุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์ บางปัญหาอาจดูหนักหนา แต่ในไม่ช้าก็อาจมีนวัตกรรมหรือกลุ่มคนหนุ่มสาวที่มาพร้อมกับหนทางใหม่ ๆ ในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้ คุณ ต้องหัดมองโลกในแง่บวก ไม่ใช่ปล่อยให้ข่าวแย่ ๆ มาบั่นทอนกำลังใจ
เมลินดา: การมองโลกในแง่บวกเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการมองเห็นความเป็นไปได้รูปแบบหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การพยายามทำให้สิ่งนั้นเป็นจริงขึ้นมา การตั้งเป้าหมายก่อนหน้านี้ทำให้พวกเราตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาได้ และเราก็เห็นความก้าวหน้าต่าง ๆ ที่ปรากฏอยู่ในตัวเลขรายงาน และที่สำคัญคือประชาชนในพื้นที่เราเห็นความเฉลียวฉลาดอันน่าทึ่งนี้แล้วถ้าเราสามารถนำมันมาใช้ได้ในระดับโลก สิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน!

(บทสัมภาษณ์ได้รับการขัดเกลาเพื่อความกระชับและชัดเจน)


อ่านเพิ่มเติม แอฟริกาแผ่นดินอาบยาพิษ

เรื่องแนะนำ

ชั้นดินเยือกแข็งคงตัว : ระเบิดเวลาใต้แผ่นดินอาร์กติก

ในทางภูมิศาสตร์ อาร์กติกกำลังหลอมละลายชนิดชั่วข้ามคืน และยังปลดปล่อยคาร์บอนมหาศาลที่ถูกกักเก็บอยู่ใต้ดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost) นานนับพันปีออกมา เมื่อก๊าซเข้าสู่บรรยากาศในรูปมีเทนหรือคาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนจะเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเร็วขึ้น

การสูญพันธุ์ : เราสูญเสียอะไร เมื่อชนิดพันธุ์อันตรธาน

มาเลเซียเพิ่งสูญเสียแรดสุมาตราหรือกระซู่ตัวสุดท้าย และโลกก็อาจสูญเสียแรดขาวเหนือไปตลอดกาล เมื่อเพศผู้ตัวสุดท้ายเพิ่งตายลงเมื่อไม่นานมานี้ ชะตากรรมเดียวกันนี้กำลังเกิดขึ้นกับสัตว์โลกอีกมากมาย องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหรือไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature: IUCN) ขึ้นบัญชีชนิดพันธุ์และชนิดพันธุ์ย่อยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกว่า 200 ชนิดว่ามีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง บางชนิด เช่น โลมาแม่น้ำแยงซี แม้ไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าสูญพันธุ์ แต่ก็อาจล้มตายไปจนหมดสิ้นแล้ว โลกกำลังก้าวเข้าสู่การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) ครั้งที่หกจริงหรือ

ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ฝุ่น PM 2.5 (ตอนที่ 2)

ภาพถ่ายโดย เอกรัตน์ ปัญญะธารา ข้อควรรู้เกี่ยวกับ ฝุ่น PM 2.5 (ตอนที่ 2) ประเทศมีค่าเฉลี่ยคุณภาพของอากาศที่ดีเป็นเพราะอะไร และภาคใดในประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยคุณภาพอากาศดีที่สุด จากสถานการณ์ฝุ่นละอองที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยงานจากภาครัฐต่างๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและช่วยออกมาตรการป้องกัน ซึ่งในต่างประเทศ หน่วยงานรัฐบาลได้ออกกฎหมายเพื่อควบคุมฝุ่นและมลพิษอย่างจริงจัง และรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้รถขนส่งสาธารณะอันเป็นการลดปริมาณรถยนต์ที่เผาไหม้เชื้อเพลิงบนท้องถนน รวมถึงปลูกต้นไม้เพื่อดักจับมลพิษและฟอกอากาศให้ดีขึ้น แต่ในประเทศไทย จังหวัดทางภาคใต้ และภาคตะวันออกมีค่าเฉลี่ยคุณภาพของอากาศดีที่สุดเพราะลักษณะภูมิภาคเป็นชายฝั่งทะเล และคาบสมุทรที่มีลมมรสุมพัดผ่านตลอดปี จึงก่อให้เกิดฝุ่นละอองสะสมในปริมาณน้อยกว่าภาคอื่น ในขณะที่ภาคกลางอย่างจังหวัดกรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดที่เสี่ยงต่อฝุ่นละอองมากที่สุด นอกจากนี้ทางภาคเหนือที่มีลักษณะภูมิภาคเป็นแอ่งกระทะ ลมไหลเวียนไม่สะดวก จึงทำให้มลพิษไม่สามารถพัดออกไปไหนได้ และทำให้เกิดการสะสมฝุ่นละอองเป็นเวลานาน เคยมีสถานการณ์ PM 2.5 ที่ประเทศอื่นไหม และประเทศนั้นแก้ไขปัญหาอย่างไร ในนานาประเทศที่เคยประสบปัญหาเช่นนี้ ต่างก็มีวิธีการรับมือกับฝุ่นละอองอย่างเข้มงวด ล่าสุดอย่างประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้ออกมาตรการลดการผลิตในโรงไฟฟ้า รณรงค์ให้ประชาชนทำกิจกรรมกลางแจ้งให้น้อยลง และห้ามเจ้าหน้าที่รัฐขับรถมาทำงาน ต่อมาคือกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสได้ออกมาตรการห้ามรถที่ผลิตก่อนปี 1997 ขับเข้าไปในย่านใจกลางเมืองช่วงวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00 – 20.00 รวมทั้งห้ามรถยนต์ดีเซลทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนก่อนปี 2001 ขับเข้าพื้นที่ดังกล่าวอีกด้วย หรือในประเทศจีนที่ประสบปัญหาหมอกควันพิษอย่างหนัก ในด้านการจราจร ได้กำหนดวันคี่วันคู่สำหรับรถยนต์ […]

งานวิจัยเผย ขณะนี้โลกใช้พลังงานฟอสซิลมากเกินกว่าจะลดโลกร้อนได้สำเร็จ

งานวิจัยชิ้นใหม่พบว่า โลกต้องปลดระวางโรงไฟฟ้าและโรงงานถ่านหินจำนวนมาก เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกให้ต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่ตั้งเป้าไว้ มีงานวิจัยฉบับใหม่ระบุว่า ณ ขณะนี้ โลกของเรามีโรงงานไฟฟ้า โรงงาน ยานพาหนะ และอาคารที่อาศัย พลังงานฟอสซิล อยู่มากมาย ถ้าสถานที่เหล่านี้ยังคงใช้พลังงานฟอสซิลอย่างเช่นทุกวันนี้ไปเรื่อยๆ อุณหภูมิของโลกจะสูงเกินความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้โลกได้รับอันตรายอย่างใหญ่หลวงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ งานวิจัยฉบับนี้ยังให้แนวทางว่า เพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของอุณหภูมิโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียส ไม่เพียงแต่โลกของเราต้องยุติการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใดๆ ที่มีการใช้ พลังงานฟอสซิล เท่านั้น แต่โรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานฟอสซิลที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้จำเป็นต้องปิดลงโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีแผนหรือการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานฟอสซิลอยู่อีกมากมาย “งานวิจัยของเรานั้นง่ายมาก” สตีเวน ดาวิส จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ไอร์วีน ผู้เขียนร่วมงานวิจัยฉบับนี้ที่เผยแพร่ลงในนิตยสาร Nature กล่าวและเสริมว่า “ เราอยากรู้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มีการสร้างโรงงานเชื้อเพลิงเผาไหม้ฟอสซิลดังเช่นในช่วงปี 2018 ที่ผ่านมา ” เพื่อตอบคำถามนี้ ดาวิสและผู้ร่วมงานวิจัยได้ตรวจสอบการปล่อยก๊าซของไฟฟ้า, แหล่งพลังงาน, การจราจรขนส่ง, ที่พักอาศัย และโครงสร้างพื้นฐานเชิงพาณิชย์ ของปี […]