เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน - National Geographic Thailand

เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน

นี่คือโฉมหน้าสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของตุตันคามุน

กว่าหนึ่งร้อยปีของการขุดค้นในและบริเวณรอบๆ หุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) เผยหลุมฝังศพ 64 หลุม และคูหาเกี่ยวข้องอื่นๆ  ในจำนวนนี้หลุมฝังพระศพที่อัดแน่นไปด้วยสมบัติของ ตุตันคามุน เป็นที่รู้จักและโด่งดังมากที่สุด ทว่าหลุมฝังพระศพและมัมมี่จากราชวงศ์ 18 และ 19 ของอียิปต์โบราณก็ได้รับเปิดเผยเช่นกัน

นับตั้งแต่ปี 2007 นักวิทยาศาสตร์ชาวอียิปต์ใช้การทดสอบทางพันธุกรรมกับมัมมี่พระราชวงศ์ 16 พระองค์ สมาชิกพระราชวงศ์ที่ปรากฏในสารคดีนี้ล้วนเกี่ยวดองกับ ตุตันคามุน ไม่ว่าจะเป็น พระอัยกาและพระอัยยิกา พระบิดาและพระมารดา พระมเหสี และมัมมี่ทารกสองร่างที่พบในหลุมฝังพระศพของพระองค์ซึ่งน่าจะเป็นพระธิดา

มัมมี่
ฟาโรห์ตุตันคามุน: ฟาโรห์ผู้โด่งดังที่สุดของอียิปต์โบราณ ทรงเป็นพระโอรสที่ประสูติจากการอภิเษกสมรสในหมู่พี่น้อง ซึ่งนั่นอาจส่งผลเชิงลบในแง่พันธุกรรมให้ตุตันคามุนทรงมีอาการของโรคเท้าปุก (เท้าพิการลักษณะเหมือนกำปั้น) และอาจส่งผลให้พระองค์ไม่สามารถมีรัชทายาทกับพระมเหสีซึ่งอาจเป็นพี่น้องต่างพระมารดาของพระองค์เอง

ทว่ามีมัมมี่สมาชิกพระราชวงศ์พระองค์หนึ่งจากยุคนี้ที่ยังค้นหาไม่พบ และชื่อของพระองค์จะปรากฏเป็นข่าวที่ครั้งที่มีการค้นพบใหม่ในสุสานนี้ เช่น กรณีล่าสุดที่มีข่าวอาจมีห้องลับอยู่ด้านหลังกำแพงด้านหนึ่งของสุสานตุตันคามุน นั่นคือ พระราชินีผู้เลอโฉมพระนามว่า เนเฟอร์ติตี พระองค์ทรงเป็นมเหสีเอกของอเคนาเตน พระบิดาของตุตันคามุน ทว่าตุตันคามุนทรงถือกำเนิดจากมเหสีอีกพระองค์ที่เราไม่ทราบพระนาม นั่นทำให้ราชินีเนเฟอร์ติตีทรงอยู่ในสถานะพระมารดาเลี้ยงของตุตันคามุน

มัมมี่
พระมเมหสีของตุตันคามุน: ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอชี้ว่า มัมมีร่างนี้ซึ่งส่วนศีรษะขาดหายไปเนื่องจากการปล้นสุสาน อาจเป็นมารดาของทารกในครรภ์ร่างหนึ่งที่พบในสุสานของตุตันคามุน หากเป็นเช่นนั้นจริง พระนางอาจมีพระนามว่า อังเคเซนามุน พระธิดาในฟาโรห์อเคนาเตน และเป็นพระมเหสีพระองค์เดียวเท่าที่ทราบของตุตันคามุน

สายสัมพันธ์ในพระราชวงศ์ของตุตันคามุนดูจะซับซ้อนขึ้นไปอีกจากธรรมเนียมแต่งงานในหมู่เครือญาติซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในยุคนั้น ตุตันคามุนทรงอภิเษกสมรสกับพระขนิษฐาต่างพระมารดา พระนามว่า อังเคเซนามุน พระธิดาในเนเฟอร์ติตีกับฟาโรห์อเคนาเตน ดังนั้น ราชินีเนเฟอร์ติตีจึงทรงอยู่ในสถานะพระสัสสุ (แม่ยาย) ของตุตันคามุน อีกด้วย

มัมมี่
พระอัยกาของตุตันคามุน: ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่สามทรงครองราชย์ในรัชสมัยอันยิ่งใหญ่เมื่อราว 3,400 ปีก่อน นักโบราณคดีพบมัมมี่ของพระองค์เมื่อปี 1898 โดยอยู่รวมกับมัมมี่เชื้อพระวงค์อีกกว่า 10 ร่างภายในสุสาน KV35 ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของอเมนโฮเทปที่สอง พระอัยกาของพระองค์เอง
มัมมี่
พระอัยยิกาของตุตันคามุน: ผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอเผยว่า มัมมี่ทรงพระสิริโฉมงดงามร่างนี้คือ ไทยี มเหสีของฟาโรห์อเมนโฮเทปที่สามและพระอัยยิกาของตุตันคามุน พระนางอยู่ในท่าบรรทมโดยมีพระกรข้างซ้ายแนบบนพระอุระ ซึ่งตีความว่าเป็นท่าฝังพระศพของราชินี พระเกศาของพระนางยังคงสภาพอยู่ได้เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนแล้งของอียิปต์

เรื่องแนะนำ

ภาพถ่ายทางอากาศเผยให้เห็นแดนอัศจรรย์ทางธรรมชาติของอาร์กติก

เรื่อง ซาราห์ พอลเจอร์ ภาพถ่าย โฟลรียอง เลอดู ภูมิภาคอาร์กติกที่มีความเป็นธรรมชาติและสวยงาม จับใจช่างภาพ โฟลรียอง เลอดู ตั้งแต่เขาอายุสิบขวบ “ขนาดของภูมิทัศน์และชนิดพันธุ์อันเหลือเชื่อซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นดึงดูดผมมายังอาร์กติก ผมรู้สึกประทับใจอย่างลึกซึ้งตอนที่ออกเดินทางครั้งแรกไปยังภูมิภาคเหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล และความรู้สึกนั้นรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อผมสำรวจไปไกลขึ้นครับ” เลอดูบอก ทุกวันนี้ เลอดูเดินทางผ่านไอซ์แลนด์ กรีนแลนด์ แคนาดา และไกลออกไป เขาให้ความสนใจกับการถ่ายภาพฟุตเทจของภูมิทัศน์และสัตว์ป่า ขณะทำงานเป็นช่างภาพข่าวในกองทัพเรือของฝรั่งเศส เลอดูฝึกฝนทักษะในโครงการถ่ายภาพส่วนตัวซึ่งเขาถ่ายภาพวัฒนธรรมอินูอิตของกรีนแลนด์และความสัมพันธ์ของผู้คนเหล่านั้นกับผืนดิน เลอดูส่งภาพถ่ายหลายภาพเข้าร่วมในโครงการประกวด National Geographic Nature Photographer of the Year ประจำปี 2017 ในปี 2017 เลอดูออกเรือเพื่อตามหาหมีขั้วโลกใกล้กับเทรมเบลย์ซาวด์ของแคนาดา หลังจากค่ำคืนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ในวันรุ่งขึ้นเลอดูและทีมของเขาพบกับชิ้นส่วนน้ำแข็งขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีความหวัง เพราะน้ำแข็งนั้นเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับให้หมีขั้วโลกออกล่าเหยื่อ เมื่อเข้าไปใกล้บริเวณนั้น พวกเขาพบว่าพวกเขากำลังตามหาหมีขั้วโลกสี่ตัวที่กระโดดจากพืดน้ำแข็งแผ่นหนึ่งไปยังอีกแผ่นหนึ่งเพื่อมองหาแมวน้ำ เพื่อหามุมมองใหม่ๆของภาพ เลอดูจึงถ่ายภาพหมีท่องไปตามน้ำแข็งจากข้างบนโดยใช้โดรน เลอดูเข้าใกล้ถิ่นอาศัยทุกแห่งด้วยความระมัดระวัง เขาทำวิจัยเรื่องพฤติกรรมของสัตว์และใช้เวลาเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ป่าก่อนที่จะออกภาคสนาม เขามุ่งถ่ายภาพเรื่องราวที่ใหญ่ขึ้นของภูมิภาคอาร์กติกและสรรพสัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ที่นั่นแม้ว่าจะเป็นไปได้ยาก แล้วโครงการต่อไปของเขาคืออะไร เลอดูวางแผนจะทำโครงการถ่ายภาพอาร์กติกในระยะยาว โดยการถ่ายฟุตเทจทางอากาศในช่วงเวลาที่แตกต่างกันของปี ในขณะเดียวกัน เขากับเพื่อนร่วมงานจะนำเที่ยวอาร์กติกเพื่อช่วยให้ความรู้แก่ผู้มาเยือนและแบ่งปันความหลงใหลในการถ่ายภาพของเขา   อ่านเพิ่มเติม : มหัศจรรย์แห่งชีวิตใต้ทะเล, ชมสุดยอดภาพถ่ายสัตว์แห่งปีที่คุณต้องหันมาสนใจ

100 ปีของการตามล่าอุปราคา (eclipse) เผยให้เห็นในภาพถ่ายแปลกประหลาด

เรื่อง เรเชล บราวน์ ความมืดกลืนกินกลางวัน ทันใดนั้นอากาศก็หนาวเย็น ดวงอาทิตย์หายไปจากท้องฟ้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่า บรรพบุรุษของเราจะต้องตื่นตระหนกต่อปรากฏการณ์สุริยุปราคา หลายวัฒนธรรมเชื่อว่า สุริยุปราคาและจันทรุปราคาเกิดขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ถูกพลังเหนือธรรมชาติกลืนกิน เช่น สุนัขเพลิงของวัฒนธรรมเกาหลี หมาป่าแห่งท้องฟ้าของชาวไวกิ้ง หรือพระราหูที่มีแต่ร่างกายท่อนบน ทว่าในที่สุดนักดาราศาสตร์ก็ได้คำตอบว่า สุริยุปราคาเกิดจากดวงจันทร์โคจรผ่านมาอยู่ในแนวเดียวกันระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ และจันทรุปราคาเกิดจากโลกโคจรผ่านระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ จากการสังเกตการณ์อย่างละเอียด นักดาราศาสตร์ยุคแรกๆจึงเรียนรู้ที่จะทำนายวันเวลาในการเกิดอุปราคา ชาวแคลเดียในเมืองบาบิโลนบันทึกการเกิดวัฏจักรซารอส (Saros cycle) หรือช่วงเวลา 18 ปี 11.3 วัน ที่จะเกิดอุปราคาซ้ำ เป็นครั้งแรกในสมัยศตวรรษที่เจ็ดก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ตาม เราต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะคิดหาวิธีปกป้องลูกตาของเราจากการมองดูอุปราคาได้อย่างแท้จริง ในปี 1896 นักดาราศาสตร์อาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วโลก 165 คนลงเรือเดินทางนานหนึ่งเดือนไปยังเมือง Vadsø ประเทศนอร์เวย์ เพื่อเฝ้าสังเกตสุริยุปราคาเต็มดวงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 สิงหาคม ที่นี่ โจเซฟ ลันต์ จาก British Astronomical Association ปรับเปลี่ยนกล้องถ่ายภาพที่ออกแบบเป็นพิเศษซึ่งต้องใช้ผู้ปฏิบัติงานสี่คน Photograph by ALINARY, GETTY IMAGES สมาชิกของ […]