ปานถ่อง - ปานซอย ศิลปะที่อยู่คู่กับศาสนสถานของชาวไทยใหญ่ ที่ไม่ซ้ำแบบใคร

ปานถ่อง – ปานซอย มนต์เสน่ห์ของไทใหญ่

มนต์เสน่ห์ ปานถ่อง – ปานซอย
เพชรน้ำเอกพุทธศิลป์เมืองสามหมอก

สัญจรสู่เมืองสามหมอกคราใด ถ้ามีเวลาว่าง ผมจะซอกแซกไปตามวัดวาอาราม เพราะเสน่ห์หนึ่งที่ตรึงใจผมยิ่งนัก คืออัตลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของชาวไทใหญ่ที่ไม่ซ้ำแบบใครเลย โดยเฉพาะการตอกลายบนโลหะ ทั้งสังกะสี อลูมิเนียม แผ่นเงิน นำไปประดับชายคาวัดวาวิจิตรตระการตายิ่งนัก เรียกในภาษาไทใหญ่ว่า “ปานซอย – ปานถ่อง” หรือที่ชาวล้านนาในจังหวัดอื่นนิยมเรียก “แป้นน้ำย้อย” นั่นเอง

“ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชายคาโบสถ์วิหาร ส่วนโลหะตอกลายที่ปลายชี้ขึ้นด้านบน เรียก “ปานถ่อง” ลวดลายที่รังสรรค์เป็นลายดอกไม้ ลายพรรณพฤกษา ลายเครือเถา ที่น่าทึ่งคือแม้จะใช้วัสดุที่แข็ง แต่ “สล่า” หรือช่างตอกชาวไทใหญ่ มีกลวิธีตอกให้ลวดลายนูนมีมิติ ไม่แบนราบ ทว่าราวกับจะพลิ้วไหวยามเมื่อต้องแรงลม เฉกเช่นเดียวกับศิลปะเขมรแบบ “บันทายสรี” ที่แกะสลักหินแบบนูนสูงจนแลคล้ายลวดลายลอยเด่นขึ้นมาโลดเต้นได้

ปานถ่อง, ปานซอย, สถาปัตยกรรม, เมียนมา, วัด, พม่า
วัดหัวเวียง เพชรน้ำเอกของพุทธศิลป์ไทใหญ่

วัดที่ทำให้ผมตะลึงในความงามของปานซอย – ปานถ่อง เป็นวัดแรก คือวัดหัวเวียง ซึ่งตั้งอยู่อยู่บนถนนสิงหนาทบำรุง ใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน อารามสำคัญที่สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเมื่อ 157 ปีก่อน สร้างด้วยพุทธศิลป์ไทใหญ่อย่างอลังการ โดยเฉพาะหลังคาโบสถ์ วิหารที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นอกจากประดับปานซอย – ปานถ่องที่ชายคาแล้ว ยังนิยมทำหลังคาซ้อนกันหลายชั้น โดยยกจั่วขึ้น แล้วมีหลังคาขนาดเล็กกว่าทิ้งชายครอบลงมา ถ้ามีสองจั่ว และหลังคาซ้อนสามชั้น เรียก “อาคารสองคอสามชาย” หรือในภาษาไทใหญ่เรียก “เจตบุน” แต่ถ้าเป็นอาคารสามคอจั่ว ซ้อนหลังคาสี่ชาย จะเรียกอาคาร “ยอนแซก” 

ปานถ่อง, ปานซอย, สถาปัตยกรรม, เมียนมา, วัด, พม่า
“ปานซอย” คือโลหะตอกลายที่ห้อยลงตรงชาย

ซึ่งหาชมได้ยาก เพราะหากจะทำหลังคาสูงเกินกว่าสองชั้นแบบ “เจตบุน” ก็มักนิยมทำเป็นหลังคาทรงปราสาทซ้อนกันขึ้นไปห้าหรือเจ็ดชั้นไปเลย โดยเป็นทรงปราสาทแบบ “ปราสาทยืด” คือแต่ละชั้นมีฝาสูงเป็นศอกคั่นไว้ แล้วประดับโลหะฉลุลายดอกไม้หรือดวงดาว ไว้ที่ฝาคั่น แลอลังการยิ่งขึ้นไปอีก ปลายยอดของหลังคาทรงปราสาทยืดจะเรียวแหลมคล้ายยอดเจดีย์สวมฉัตรโลหะที่แขวนกระดิ่งโดยรอบ ยามลมพัดพลิ้วเสียงกระดิ่งดังกังวานหวานจับใจ ซึ่งทั้งหลังคาทรงปราสาทและฉัตรครอบปลายยอดนี้ กล่าวได้ว่าชาวไทใหญ่รับอิทธิพลพุทธศิลป์แบบมอญ-พม่ามาอย่างชัดเจน รวมถึงเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบมอญ ตั้งบนฐานซ้อนสามชั้น ชั้นหนึ่งเป็นทรงกลม อีกชั้นเป็นสี่เหลี่ยมและอีกชั้นเป็นแปดเหลี่ยม

ฐานแต่ละชั้นประดับงานประติมากรรมปูนปั้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคล อาทิ “ปูรณคตะ” หรือ หม้อดอกไม้แห่งความเจริญรุ่งเรือง และ “มนุษย์สิงห์” ที่มีลำตัวเป็นสิงห์สองตน แต่มีใบหน้าเป็นมนุษย์ใบหน้าเดียว นัยว่าเป็นสัญลักษณ์ของ พระอุตตระ กับพระโสณะ สมณฑูตที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรณภูมิเมื่อราว ๒,๓๐๐ ปีก่อน ซึ่งตามตำนานของชาวมอญระบุว่า สมณฑูตทั้งสองแสดงอภินิหารแปลงร่างเป็นมนุษย์สิงห์ให้นางยักขินีหวาดกลัวไม่มารบกวนการเผยแผ่ศาสนา ซึ่งทั้งมนุษย์สิงห์ และปูรณคตะ เป็นพุทธศิลป์ยอดนิยมที่พบเห็นได้ทั่วไปในวัดวาอารามทั่วประเทศพม่าตราบจนวันนี้

ปานถ่อง, ปานซอย, สถาปัตยกรรม, เมียนมา, วัด, พม่า
หลังคาทรงปราสาทยืด อลังการด้วยปานถ่อง – ปานซอย

ที่วัดหัวเวียง ยังมีวิหารสำคัญที่ไมน่าพลาดชม คือวิหารประดิษฐานพระเจ้าพาราละแข่ง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอน สร้างจำลองพระมหามัยมุนี หรือ เมี๊ยะมุนี ที่แปลว่ามหาปราชญ์ พระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องกษัตริย์ฝีมือช่างหล่อชาวยะไข่ ที่ได้รับการยกย่องว่างามที่สุดองค์หนึ่งในดินแดนสุวรรณภูมิ ทั้งยังเชื่อกันว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทานลมหายใจให้พระปฏิมาองค์นี้เป็นตัวแทนพระองค์ในการเผยแผ่พุทธศาสนา จึงต้องมีพิธีล้างพระพักตร์พระมหามัยมุนีทุกเช้าตรู่มาจนถึงวันนี้ ยืนยันความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีชีวิตมีลมหายใจนั่นเอง ปัจจุบัน ประดิษฐานที่วัดยะไข่ ในเมืองมัณฑะเลย์ ในพม่า สำหรับพระเจ้าพาราละแข่ง องค์พระหล่อด้วยทองเหลือง แต่เฉพาะพระพักตร์มีส่วนผสมของทองคำ จึงเปล่งประกายวาววามอยู่เสมอ

ปานถ่อง, ปานซอย, สถาปัตยกรรม, เมียนมา, วัด, พม่า
วิหารพระเจ้าพาราละแข่ง โดดเด่นด้วยหลังคาทรงปราสาทห้าชั้น
สถาปัตยกรรม, เมียนมา, วัด, พม่า
พระเจ้าพาราละแข่ง พระพุทธรูปจำลองจากพระมหามัยมุนีในพม่า

นอกจากนั้น วิหารพระเจ้าพาราละแข่ง เป็นพุทธศิลป์แบบไทใหญ่อันทรงคุณคาไม่แพ้กัน จุดเด่นสะดุดตาคือหลังคาทรงปราสาทซ้อนห้าชั้น มีฉัตรครอบ เชิงชายประดับปานถ่อง ปานซอยงามตาไม่น่าพลาดชมด้วยประการทั้งปวง

น่าปีติยินดี ที่พุทธศิลป์แบบสองคอสามชาย และลายประดับปานซอย – ปานถ่อง เป็นภูมิปัญญาทางสถาปัตยกรรมที่ชาวไทใหญ่แม่ฮ่องสอนภาคภูมิใจ สังเกตได้จากป้ายบอกชื่อถนน หรือป้ายชื่ออาคารสถานที่ อย่าง สถานีตำรวจภูธรเมืองแม่ฮ่องสอน ฯลฯ ก็ประยุกต์สองคอสามชาย และลายปานถ่อง-ปานซอย มาประดับไว้ บ่งบอกว่าชาวแม่ฮ่องสอนตระหนักในคุณค่าของภูมิปัญญาอันเป็นอัตลักษณ์ตน ด้วยยังมีชุมชนเก่าแก่อีกมากมายที่ละเลยหลงลืมภูมิปัญญาพื้นบ้าน วัฒนธรรมพื้นถิ่น เฉกเช่นคนเรามักมองไม่เห็นขนตาตนเอง ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้ตานิดเดียว แต่ไกลใจเสียเหลือเกิน

สถาปัตยกรรม, เมียนมา, วัด, พม่า
เอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมไทใหญ่ ปรากฏให้เห็นทั่วไปในตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

ไทใหญ่

ในทางวิชาการชาติพันธุ์วิทยา ไทใหญ่ ถือเป็นชาติพันธุ์ไท หรือ ไต (Tai / Dai) เช่นเดียวกับขาวไทขึน เชียงตุง ชาวไทลื้อสิบสองปันนา ไทดำเมืองแถน (หรือเดียนเบียนฟู) ฯลฯ ซึ่งเป็นชาติพันธุ์ที่มีมานานแล้ว ในขณะที่ชาติพันธุ์ไทในลุ่มเจ้าพระยา เพิ่งเปลี่ยนชื่อจากสยาม เป็น ไทย (มี ย.ยักษ์) ในสมัยรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม พ.ศ.๒๔๘๒ ทั้งนี้ ไทใหญ่แม่ฮ่องสอน อพยพย้ายถิ่นมาจากแคว้นฉาน ซึ่งเป็นชุนชนไทใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด ปัจจุบันมีสถานะเป็นรัฐหนึ่งของพม่าในนาม รัฐฉาน (Shan State) ถือเป็นต้นตระกูล ของชาวไทใหญ่แม่ฮ่องสอน

เรื่องและภาพถ่าย: ธีรภาพ โลหิตกุล 

………………………………….

ขอขอบคุณ อาจารย์สุรศักดิ์ ป้อมทองคำ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวัฒนธรรมไทใหญ่ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อข้อมูล

เอกสารอ้างอิง : หนังสือ ประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน  พ.ศ.๒๕๔๙


เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ปลัดขิก : โลกิยธรรมในวิถีพุทธของชาวภูฎาน

เรื่องแนะนำ

ภาพสะท้อนอดีตกาล ยุคโรมัน

โครงกระดูกในโลงหินบางโลงยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับใช้ศึกษา นักวิทยาศาสตร์ อาศัยการวิเคราะห์กระดูกเพื่อระบุว่า บุคคลใน ยุคโรมัน เหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างไร รวมทั้งเสียชีวิตอย่างไรในบางกรณี ที่สุสานชาวคริสต์ ยุคโรมัน ยุคแรกๆ นักโบราณคดีกำลังทำงานเพื่อไขปริศนาว่าด้วยตัวตนของสตรีนางหนึ่ง และเหตุใดคนจำนวนมากที่เสียชีวิตตามหลังเธอไปจึงปรารถนาจะอยู่ใกล้เธอในชีวิตหลังความตาย เมื่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เริ่มขึ้นในย่านกลางเมืองของกรุงลูบลิยานา บรรดานักโบราณคดีชาวสโลวีเนีย ในเมืองเก่าแก่โบราณแห่งนี้ย่อมคาดหมายการค้นพบน่าสนใจ แต่พวกเขาคาดไม่ถึงว่าจะได้เห็นอดีตอันไม่ธรรมดาใน ชุมชนชาวคริสต์ ยุคโรมัน แรกเริ่ม และสตรีคนสำคัญที่ยังเป็นปริศนา ผู้เป็นศูนย์กลางของสาวกที่ปรารถนาจะติดตามเธอไปสู่ ชีวิตนิรันดร์ เมืองหลวงของประเทศขนาดเล็กในยุโรปกลางแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 2,000 ปีก่อนในฐานะชุมชนเอโมนา ของจักรวรรดิโรมัน ประชากรคือชาวอาณานิคมหลายพันคนที่ถูกขับออกจากภาคเหนือของอิตาลีเพราะปัญหาขาดแคลน ที่ดินทำกิน และต้องหลีกทางให้ทหารผ่านศึกจากสงครามที่ช่วยก่อกำเนิดจักรวรรดิโรมัน ชุมชนชาวคริสต์ในท้องถิ่น เฟื่องฟูขึ้นหลังสิ้นสุดการกวาดล้างสังหารชาวคริสต์ครั้งใหญ่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิโรมันในช่วงต้นศตวรรษที่สี่ จากนั้นก็เสื่อมถอยลงพร้อมกับการรุกรานทำลายเมืองเอโมนาโดยชาวฮัน (หรือชาวฮวน) ในศตวรรษที่ห้า จากการขุดสำรวจก่อนหน้านี้ในบริเวณเดียวกัน นักโบราณคดีรู้ว่าส่วนหนึ่งของสุสานโรมันทอดตัวอยู่ใต้ถนน โกสโปสเวตสกา และจะต้องมีการขุดพบหลุมศพโบราณเพิ่มขึ้นอีก การขุดค้นครั้งหลังสุดเริ่มขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2017 ซึ่งเผยให้เห็นสุสานยุคโรมันตอนปลายที่มีหลุมฝังศพมากกว่า 350 หลุม ทั้งหมดตั้งล้อมรอบสุสานใหญ่โอ่อ่าของสตรี ที่น่าจะเป็นผู้ทรงอิทธิพลระดับสูง ตามการวิเคราะห์ของอันเดรย์ กัสปารี นักโบราณคดีชาวสโลวีเนีย “การศึกษาหลุมศพเป็นงานภาคสนามทางโบราณคดีที่จัดว่าหินที่สุดงานหนึ่งครับ” มาร์ติน ฮอร์วัต นักโบราณคดี ผู้นำการขุดค้น […]

การค้นพบทางโบราณคดีล่าสุดเผยว่ามนุษย์สูบกัญชามากว่า 2,500 ปี แล้ว

(ภาพปก) หลุมฝังศพ Jirzankal ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศจีนมีภาชนะใส่ถ่านที่เผาต้นกัญชาที่มีสาร THC อันเป็นสารเคมีใน กัญชา ที่มีผลต่อระบบประสาทในระดับที่สูง ภาพถ่ายโดย BY XINHUA WU หม้อไม้อายุราว 2,500 ปี ซึ่งถูกค้นพบในเส้นทางสายไหมสู่จีน ได้เปิดเผยเรื่องราวของการสูบ กัญชา ที่มีมาแต่โบราณ เมื่อไม่นานมานี้ มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งบอกว่ามนุษย์ใช้กัญชาในฐานะยารักษาโรคในสุสานที่มีอายุราว 2,500 ปีในภูมิภาคเอเชียกลาง ตามข้อมูลของงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Science Advances เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมนักวิจัยนานาชาติได้วิเคราะห์โครงสร้างและสิ่งของที่อยู่ภายในหม้อที่ทำจากไม้สิบใบซึ่งถูกขุดขึ้นมาจากสุสาน Jirzankal ที่ตั้งอยู่บริเวณที่ราบสูงปามีร์ (Pamir Plateau) ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณภูมิภาคตะวันตกของประเทศจีน หม้อเหล่านั้นบรรจุหินเล็กๆ ที่เคยถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนสูง โดยนักโบราณคดีระบุว่าหม้อเหล่านี้คือภาชนะใส่ถ่านสำหรับเผาธูปหรือพืชชนิดต่างๆ ผลการวิเคราะห์ทางเคมีของภาชนะใส่ถ่านเหล่านี้เปิดเผยว่า 9 ใน 10 ส่วนของมันประกอบไปด้วยกัญชา และนักวิจัยได้นำผลวิเคราะห์นี้ไปเปรียบเทียบกับลักษณะทางเคมีของตัวอย่างต้นกัญชาที่ถูกค้นพบที่สุสาน Jiayi อันเป็นสุสานในช่วงศตวรรษที่แปดถึงหกก่อนคริสตกาล ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกราว 1,600 กิโลเมตร ทีมนักวิจัยพบว่า กัญชาจากสุสาน Jirzankal นั้นมีสิ่งหนึ่งที่กัญชาจาก Jiayi นั้นไม่มี นั่นคือโมเลกุลของ เตตร้าไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol) หรือ […]

ฤาตำนานน้ำท่วมโลกจะมาจากน้ำท่วมใหญ่ในยุคน้ำแข็ง

เป็นไปได้ว่าระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นจากธารน้ำแข็งละลายเมื่อหมื่นปีก่อน คือจุดเริ่มต้นของตำนานน้ำท่วมโลกที่คล้ายคลึงกันในหลายวัฒนธรรม

สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร

ซัวชไดย… เปรี๊ยะวิเฮียร์ สวัสดี… ปราสาทพระวิหาร ปราสาทหินดูจะไม่ใช่หมุดหมายสำคัญอันดับแรกๆ สำหรับนักเดินทางชาวไทยทั่วไป เสียเท่าไหร่ นอกจากคนที่สนใจ ใคร่รู้ในเรื่องเฉพาะเรื่องของโบราณคดี สถาปัตยกรรม อารยธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ ของกลุ่มชนคนโบราณ ความรุ่งเรืองของอาณาจักรต่างๆ และรู้ถึงสัจธรรมที่ว่าในเบื้องลึกของทุกเรื่องราวเหล่านั้น มีความน่าสนใจแฝงเร้นไว้อีกมากมาย ไม่รู้จบ ปราสาทหินในเมืองไทยทุกวันนี้มีปรากฏอยู่ไม่ใช่น้อย ยิ่งใหญ่ เก่ากาล แตกต่างกันไปตามกาลเวลา แต่ที่ถือได้ว่าเป็นปราสาทหินที่ทรงคุณค่าอลังการ ทั้งด้านความยิ่งใหญ่ เก่าแก่ เอกอุแห่งความงดงาม ปราสาทพระวิหาร ไม่เป็นสองรองใคร เรื่องและภาพถ่าย: เจนจบ ยิ่งสุมล การจะไปเยือนปราสาทพระวิหารได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เช่นปราสาทหินอื่นๆ ทั่วไป ในประเทศไทย ทั้งระยะทางที่ยาวไกลกว่า 600 กิโลเมตรจาก กรุงเทำพฯ สู่จังหวัดศรีสะเกษ ความสูงชันของที่ตั้งตัวปราสาท หรือเหตุผลปัญหาด้านชายแดนไทยกับกัมพูชา นบางเวลา ฯลฯ… แต่พวกเราก็ดั้นด้นเดินทางมาถึงจนได้ อย่างที่วาดหวังไว้ ……………………………… เช้ามืด ก่อนดวงตะวันจะสาดแสง พวกเรารอเวลาเตรียมพร้อมกันอยู่ที่ผามออีแดง ทันทีที่ลูกไฟแห่งสุริยะจักรวาล โผล่พ้นขอบฟ้า เสียงชัตเตอร์ ก็ดังระรัวประชันกันราวกับข้าวตอกแตก ณ […]