ไต่เขาไปชมวิวสูงสุดเมืองกาญจน์บนสันหนอกวัว เข้าป่าไปแช่ตัวในน้ำตกผาแตก

ตะลุยอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ไต่เขาไปชมวิวสูงสุดเมืองกาญจน์บน ‘สันหนอกวัว’ แล้วเข้าป่าไปแช่ตัวที่น้ำตกผาแตก กับ ‘สวัสดีคนแปลกหน้า’

สายเขาน่าจะรู้กันดี หากมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาแหลม จังหวัดกาญจนบุรี คุณต้องมาปีนป่ายที่นี่ให้ได้ นั่นคือ ‘เขาสันหนอกวัว’ จุดสูงสุดของจังหวัด

แต่สายป่ารู้ไหมว่า ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาแหลมยังมีสถานที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนสายนี้ด้วยเช่นกัน

ใครที่ชื่นชอบการเดินป่าหรือศึกษาเส้นทางธรรมชาติ แนะนำว่าต้องมาสัมผัสความเย็นฉ่ำของ ‘น้ำตกผาแตก’ เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสดใหม่ของกาญจนบุรี ซึ่งเพิ่งเปิดให้เที่ยวกันได้ไม่นานมากนี้เอง เดินป่ามาร้อน ๆ เหนื่อย ๆ ก็สามารถทิ้งความเมื่อยล้า แล้วแช่กายให้เพลิดเพลินไปกับน้ำตกแห่งนี้ได้เต็มที่
.
#เขาสันหนอกวัว

เริ่มจากจุดสูงสุดของเมืองกาญจน์บนเทือกเขาตะนาวศรี บริเวณชายขอบของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ‘เขาสันหนอกวัว’ หรือเขาเขียว คือยอดเขาที่มีลักษณะภูมิประเทศคล้าย ‘หนอกวัว’ จนกลายเป็นชื่อเรียกสถานที่แห่งนี้ในเวลาต่อมา ที่นี่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,767 เมตร เป็นยอดเขาในประเทศไทยที่อยู่ในลิสต์ต้น ๆ ของนักเดินเขาหลายคน ซึ่งต่างก็ใฝ่ฝันว่าต้องมาพิชิตมันให้ได้สักครั้ง

ไฮไลต์ของการขึ้นมายืนบนจุดสูงสุดของเขาสันหนอกวัว คือภาพวิวเบื้องหน้าที่สวยงามตระการตา จากบริเวณสันหนอกเล็ก และสันหนอกใหญ่ ที่สามารถมองเห็นทั้งเขื่อนวชิราลงกรณ รวมถึงทะเลหมอกยามเช้าที่ลอยปกคลุมเหนือภูเขาลูกอื่น ๆ ที่เรียงรายสลับกันไปมา

แต่กว่าจะมาถึงส่วนยอดที่นี่ได้ ต้องผ่านระยะทางการเดินไกลกว่า 9 กิโลเมตร ต้องใช้เวลาเดินราว ๆ 6 ชั่วโมง ตั้งต้นจากเชิงเขาหัวโล้น โดยที่ต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ขับรถนำเรามาส่ง และนำทางเราเดินขึ้นไปด้วยเท่านั้น และต้องใช้เวลา 2 วัน กับ 1 คืน เพื่อกางเต็นท์ค้างแรมบนเขา มีเวลาแค่วันเดียวไม่พอและต้องโทรจองล่วงหน้า บอกเลยว่าคิวแน่นมากนะ

#น้ำตกผาแตก

แต่ถ้ามีเวลาแค่วันเดียว ขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแบบ Unseen แห่งใหม่ของจังหวัดกาญจนบุรี กับทริปที่คุณจะเปียกเหงื่อจากการเดินป่า และเปียกปอนจากการแช่ตัวในน้ำตกผาแตกที่ยังสดใหม่อยู่มาก

น้ำตกผาแตก เป็นน้ำตกหินปูนที่มีชั้นหินงดงามกว่า 4 ชั้น แต่ละชั้นสูงประมาณ 5 – 20 เมตร และเกือบทุกชั้นจะมีแอ่งน้ำที่สามารถเอาตัวลงไปแช่ได้ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี แต่การจะเข้าไปถึงจุดหมายนี้ได้จะต้องนั่งรถ 4×4 ของอุทยานฯ จากที่ทำการอุทยานฯ ไปถึงจุดเริ่มต้นที่หมู่บ้านทิพุเย ระยะทางประมาณ 9 กิโลเมตร ก่อนเดินเท้าเข้าป่าไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณที่ตั้งแคมป์

เส้นทางเดินป่าระยะทาง 6 กิโลเมตรส่วนใหญ่จะเป็นทางราบ แต่ก็มีบ้างที่ชันเพราะต้องขึ้นเขา แต่สภาพป่าโดยรอบเต็มไปด้วยป่าไผ่ และมีสะพานไม้ไผ่ที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ สร้างเอาไว้ให้เราเดินข้ามลำธารน้ำประมาณ 5 ช่วง เมื่อถึงจุดกางเต็นท์จะอยู่ห่างจากน้ำตกประมาณ 200 เมตร ซึ่งสามารถเดินลงไปเล่นน้ำได้สบาย ๆ

ใครสนใจรอสัญญาณไฟเขียวจากอุทยานแห่งชาติเขาแหลมอีกครั้ง แต่โดยสภาวะปกติอุทยานฯจะเปิดให้ท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนตุลาคม จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ติดต่อสอบถามรายละเอียดและจองทริปล่วงหน้าได้ที่ โทร. 0-3451-0431 และ 08-9228-7612
.
ทริปไต่เขาสันหนอกวัว แช่ตัวน้ำตกผาแตก เป็นส่วนหนึ่งในโปรเจ็กต์พิเศษที่บ้านและสวน Explorers Club ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชักชวน 10 บล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวออกไปประสบ ‘กาญจน์’ ใหม่กับ 12 หมุดหมายสำคัญด้านการท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อสัมผัสประสบการณ์หาจุดกางเต็นท์ ปีนเขา วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน พายเรือคายัค และอีกหลากหลายกิจกรรมใน 5 อุทยานแห่งชาติ 2 เขื่อน 5 แม่น้ำที่จะทำให้การออกจากบ้านเที่ยวนี้ได้อะไรกลับมามากกว่าที่คิด ติดตามอ่านเรื่องราวทั้งหมดได้ทุกวันอังคารและศุกร์ ต่อเนื่องไปทุกสัปดาห์ตลอดเดือนกันยายน ตุลาคม และพฤศจิกายนนี้
.
EXPLORERS: ก้อย
.
ติดตามเรื่องราวของผู้หญิงสายลุย ก้อย – ดารณี หิมะสุทธิเดช จากเพจ สวัสดีคนแปลกหน้า ได้ที่ https://www.facebook.com/hellostrangerpage

เรื่องแนะนำ

ภาพที่หาชมได้ยากของกองทัพขนาดมหึมาแห่งเกาหลีเหนือ

ภาพที่หาชมได้ยากของกองทัพขนาดมหึมาแห่ง เกาหลีเหนือ เมื่อนับจำนวนพลแล้ว กองทัพบก เกาหลีเหนือ เป็นหนึ่งในกองทัพที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอำนาจประการหนึ่งของกองทัพขึ้นอยู่กับ “ภาพ” ที่สื่อออกมาให้โลกเห็น เดวิด กุทเทนเฟลเดอร์ ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ได้รับโอกาสที่หาได้ยากที่สุดครั้งหนึ่งในโลก โดยเป็นช่างภาพตะวันตกเพียงผู้เดียวที่ได้รับอนุญาตให้ก้าวเข้าสู่ประเทศที่ได้ชื่อว่า “ดินแดนฤาษี” (Hermit Kingdom) แม้ว่าการเดินทางของเขาจะมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่ก็ไม่มากเท่าที่เราคิด โดยเฉพาะเมื่อได้บันทึกภาพของกองทัพเกาหลีเหนือ “เราจะเห็นพวกเขาอยู่ทุกหนทุกแห่ง ทหารไม่ได้เป็นแค่รั้วของชาติ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ของเกาหลีเหนืออีกด้วยครับ” กุทเทนเฟลเดอร์ บอก ทหารยังทำงานด้านพัฒนาต่างๆ โดยเป็นผู้ก่อสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภค และดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนภายในกรุงเปียงยางให้ดำเนินไปอย่างสงบเรียบร้อย การเดินทางสู่เกาหลีเหนือของกุทเทนเฟลเดอร์ยังทำให้เขาได้มีโอกาสชมการแสดง Mass Games performance อันเป็นการแสดงแสนยานุภาพด้านสรรพาวุธและการสวนสนามของเหล่าทหารหาญที่ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี ทุกๆคนในสถานที่แสดงล้วนได้รับบทบาท ไม่เว้นแม้แต่ผู้ชม ซึ่งจะใช้สมุดภาพระบายสีเพื่อแปรอักษรจากอัฒจันทร์ โดยที่ภาพมักสื่อถึงวีรกรรมของผู้นำประเทศหรือกองทัพ บรรดาสมาชิกกองทัพเกาหลีเหนือนั่งอยู่เต็มอัฒจันทร์ในกรุงเปียงยาง ในการสวนสนามปี 2012 เพื่อเชิดชูเกียรติคิม อิล ซุง ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือ Photograph by David Guttenflder, National Geographic Creative สโมสรสุขภาพและศูนย์เพาะกายแห่งใหม่ในกรุงเปียงยาง Photograph by […]

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจากเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์

ภาพถ่ายบุคคลแห่งความหวังและการฟื้นตัวหลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ ทุกวันนี้ ผู้คนราว 40,000 คนอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงทั่วรัฐเทกซัส ลุยเซียนา และเทนเนสซี หลังจาก เฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ พัดถล่ม วิลเลียม วิดเมอร์ ช่างภาพ เดินทางไปยังศูนย์การประชุมจอร์จ อาร์. บราวน์ ในเมืองฮิวสตัน เพื่อบันทึกเรื่องราวเหล่านั้นบางส่วนให้เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก พายุลูกนี้พัดถล่มเมืองฮิวสตันและภูมิภาคโดยรอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 60 ราย ตอนนี้นอกจากผู้คนหลายพันคนที่อยู่ในศูนย์พักพิง คนอีกมากยังต้องการความช่วยเหลือในการสร้างที่พักอาศัยขึ้นใหม่ หน่วยงาน Federal Emergency Management Agency กล่าวว่า ผู้คนกว่า 500,000 คนลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือด้านภัยพิบัติ ซึ่งรวมถึงการซ่อมแซมและการสูญเสียทรัพย์สิน ตอนที่วิดเมอร์มาถึง น้ำลดลงจากย่านใจกลางเมืองฮิวสตันแล้ว ผู้คนนับหมื่นส่วนใหญ่ซึ่งมาหลบภัยที่ศูนย์การประชุมในช่วงที่ภัยพิบัติรุนแรงที่สุดได้เริ่มย้ายออกไปแล้ว ส่วนคนที่ยังอยู่ล้วนมีความบอบช้ำในระดับต่างๆกัน ภาพถ่ายบุคคลของวิดเมอร์คือบทพิสูจน์ของประสบการณ์แห่งความโศกเศร้า ความสูญเสีย และความอยู่รอด ที่มนุษย์แบ่งปันกัน ภาพถ่าย วิลเลียม วิดเมอร์, National Geographic อ่านเพิ่มเติม : เมื่อพายุมาทุกคนวิ่งหนี […]

เด็กๆ ของฮูรา กับโลกที่ร้อนขึ้นทุกที

ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด   “เราสอนเด็กๆ ตั้งแต่อายุสามขวบแล้วว่า ความเปราะบางทางสิ่งแวดล้อมของเกาะเราเป็นอย่างไรค่ะ” อมินาท ริชฟา หัวหน้าครูโรงเรียนประถมบนเกาะฮูรา เขตอะทอลล์คาฟูของมัลดีฟส์ เอ่ย  เธอสวมชุดดำสีเดียวกับฮิญาบคลุมใบหน้าทั้งหมด เหลือไว้เพียงช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าให้เราเห็นเธอแค่ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้น  น้ำเสียงของเธอกระตือรือร้นมีพลัง และยากจะเดาอายุ  อาจจะ 30 ต้นๆ หรือมากกว่านั้น “แต่เพราะอายุเท่านั้นยังเป็นวัยเล่นอยู่  เราจึงให้เด็กๆ เรียนรู้ผ่านการเล่นค่ะ” อาจารย์ริชฟาพูดราวกับรู้ทันเราคิด  เด็กๆ บนเกาะฮูราเรียนรู้เรื่องความเปราะบางของบ้านเกิดของตัวเองจากความจริงที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  ในวันที่คนมัลดีฟส์ถือว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาสำคัญที่สุดของประเทศ เด็กทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะเคารพและรู้จักคุณค่าของทรัพยากรที่ตนมีอยู่จำกัด ฮูรา (Huraa, Hoora) เป็นเกาะที่กว้างเพียง 300 เมตร ยาว 850 เมตร มีชะตากรรมเหมือนเกาะอื่นๆ ของมัลดีฟส์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าแบนราบที่สุดในโลก ซึ่งเสี่ยงจมอยู่ใต้ระดับทะเลที่สูงขึ้นทุกที อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอย่างเร็วภายในปี 2085 น้ำจะท่วมทุกเกาะของมัลดีฟส์ อย่างช้าคือปี 2100 ในระดับประเทศ รัฐบาลมัลดีฟส์วางแผนแก้ปัญหาด้วยเทคนิคทางวิศวกรรม เช่น การสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองหลวงมาเล่ ถมทะเลเพื่อยกระดับแผ่นดิน ป้องกันน้ำใต้ดินและเพิ่มการเก็บกักน้ำฝน รวมทั้งเตรียมอพยพประชาชนไปยังถิ่นอื่น ในระดับเกาะอย่างที่ฮูรา ซึ่งอยู่ห่างจากมาเล่เพียงครึ่งชั่วโมง […]