จีนห้ามการซื้อขายงาช้าง บังคับใช้ภายในสิ้นปี 2017 - National Geographic Thailand

จีนห้ามการซื้อขายงาช้าง บังคับใช้ภายในสิ้นปี 2017

เรื่องโดย จานี แอคแมน

คำแถลงการณ์มีขึ้นหลังจากปีกว่า เมื่อประธานาธิปดีสี จิ้งผิงของจีน และ ประธานาธิปดีบารัก โอบามาของสหรัฐอเมริกา ให้คำปฏิญาณว่าจะออกกฏหมายห้ามนำเข้าและส่งออกงาช้าง ซึ่งข้อตกลงนี้ ราเชล เบล นักข่าวของไวลด์ไลฟ์ วอช กล่าวว่า มันเป็นก้าวสำคัญในความพยายามที่จะยกเลิกธุรกิจซึ่งนำไปสู่การล่าช้างอย่างผิดกฎหมาย

การซื้อขายงาช้างถูกแบนทั่วโลกตั้งแต่ปี 1989 แต่ในปีที่ผ่านมา การล่าจำนวนมากกลับมาอีกครั้ง ทำให้จำนวนประชากรช้างลดลงเหลือเพียง 415,000 ตัว ซึ่งลดลงมากกว่า 110,000 ตัว จากปี 2007 กลุ่มผู้อนุรักษ์เชื่อว่า ตลาดงาช้างถูกกฏหมายภายในประเทศ ทำให้การซื้อขายอย่างผิดกฏหมายยังคงอยู่ เพราะยากที่จะแยกงาช้างชุดเก่าก่อนมีการห้าม กับงาช้างที่ลักลอบนำเข้ามาได้

ประชากรช้างแอฟริกันลดจำนวนลง เพราะการล่าเพื่อการค้างาช้าง จีนประกาศว่าจะยุติกตลาดงาช้างถูกกฏหมาย ภายในสิ้นปีนี้ เป็นข่าวที่น่ายินดีสำหรับนักอนุรักษ์สัตว์

สหรัฐอเมริกาเองก็เป็นตลาดงาช้างที่สำคัญ การให้ความร่วมมือในข้อตกลงกับจีนในช่วงมิถุนายนปีที่ผ่านมา ทำให้มีออกกฏหมายห้ามการซื้อขายงาช้างแอฟริกัน โดยให้ขายได้แค่เพียงงาช้างที่มีอยู่ก่อนเก่าและยืนยันได้ว่านำเข้าอย่างถูกกฎหมาย โดยกฎหมายใหม่ที่ออกมานี้ เพิ่มการจำกัดการนำเข้าและขายข้ามรัฐ และกำหนดให้มีการนำเข้าสินค้าจากงาช้างของพรานที่ผ่านการอนุมัติแล้วไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี

ขณะเดียวกันจีนได้มีความพยายามในปีที่ผ่านมาที่จะบรรลุเป้าหมายในการห้ามการค้างาช้าง โดยจีนได้รวบรวบรวมคณะนักวิจัยจากหลายสาขา เพื่อประเมินทางเลือกและยื่นข้อเสนอแก่รัฐบาล

จีนในปัจจุบันมี บริษัทแปรรูปงาช้าง 34 แห่ง และร้านค้างาช้างที่ได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง 130 แห่ง เว่ยจี นักวิจัยอิสระของไวลด์ไลฟ์ ได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่า จีนจะทำการเพิกถอนใบประกอบในเดือนมีนาคม ปี 2017 และหยุดการค้างาช้างแกะสลักและการค้างาช้างภายในสิ้นปี โดยเสนอแผนที่จะสนับสนุนให้ใช้วัสดุอื่นในการแกะสลักแทน

เรื่องแนะนำ

เอเลี่ยนสปีชีส์เดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยขยะพลาสติก

บรรดาสัตว์ต่างถิ่นพากันเดินทางจากญี่ปุ่นมายังสหรัฐอเมริกา ด้วยการโดยสารมากับขยะพลาสติก ที่น่าทึ่งก็คือพวกมันมีชีวิตรอดได้อย่างไรเป็นปี?

ตัวนิ่มจะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร

ตัวนิ่ม จะสูญพันธุ์ถ้าเรายังไม่ทำอะไร ลิ่น หรือ ตัวนิ่ม ไม่ใช่สัตว์ป่าอันดับต้นๆ ที่ผู้คนทั่วไปจะพูดถึงในประเด็นการอนุรักษ์ แต่ทุกวันนี้ชะตากรรมของพวกมันกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายไม่ต่างจากแรดและช้าง พวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพียงชนิดเดียวที่มีเกล็ดปกคลุมรอบตัว ตัวนิ่มมีขนาดตั้งแต่แมวบ้าน ไปจนถึงสุนัขสายพันธุ์ขนาดกลาง ในตัวนิ่มหนึ่งตัวมีเกล็ดมากถึง 1,000 เกล็ด อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ปกป้องมันจากผู้ล่าอย่างสัตว์จำพวกแมวใหญ่ ซึ่งเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ตัวนิ่มจะขดตัวเป็นลูกบอลก้อนกลม แต่น่าเศร้าที่เกล็ดซึ่งวิวัฒนาการขึ้นมาตามธรรมชาติไม่อาจปกป้องมันจากผู้ล่ารายใหม่ได้ นั่นคือ “มนุษย์” ข้อมูลจากองค์กรสัตว์ป่าชี้ว่าตั้งแต่ปี 2006 – 2015 มีตัวนิ่มถูกลักลอบล่าและค้าขายอย่างผิดกฎหมายไปแล้วมากถึง 1,122,756 ตัว โดยในจำนวนนี้ตัวนิ่มทั้งแบบที่ยังมีชีวิต หรือถูกแล่เฉพาะชิ้นส่วน และเกล็ดส่งต่อไปในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีตลาดใหญ่ที่สุดคือจีน และเวียดนาม ส่งผลให้ขณะนี้ทุกสายพันธุ์ทั้ง 8 สายพันธุ์ของตัวนิ่มในแอฟริกาและเอเชียกำลังมีสถานะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เหตุผลที่ตัวนิ่มกลายมาเป็นสินค้าสัตว์ป่ายอดนิยมมีหลากหลายตั้งแต่ การนำมันไปทำยาไปจนถึงเป็นสินค้าเครื่องประดับ แม้ว่าจะมีงานวิจัยบ่งชี้แล้วว่าตัวนิ่มไม่มีสรรพคุณทางยาในการรักษาโรคต่างๆ ก็ตาม แต่ด้วยความเชื่อที่ฝังลึกแน่นทำให้พวกมันยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด นอกจากนั้นผืนป่าที่ลดลงยังสร้างความกังวลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของตัวนิ่มอีกด้วย ปกติแล้วพวกมันเป็นสัตว์ที่มีอัตราการให้กำเนิดลูกช้า และมีลูกเพียงแค่หนึ่งตัวต่อปีเท่านั้น เจ้าลูกอ่อนตัวนิ่มนี้จะยังไม่มีเกล็ดแข็งปกคลุมร่างกาย และพวกมันต้องพึ่งพาแม่ไปชั่วระยะหนึ่งกว่าจะสามารถอยู่รอดได้ด้วยตนเอง มีงานวิจัยเสริมว่าการลดจำนวนลงของตัวนิ่มส่งผลกระทบต่อไร่นาและผลิตผลทางการเกษตร เนื่องจากไม่มีใครช่วยกำจัดปลวกที่เข้าทำลายพืชผล และเหล่าคือเรื่องราวบางส่วนของตัวนิ่ม ที่น้อยคนจะได้ทราบถึงชะตากรรมของพวกมัน   อ่านเพิ่มเติม กาแฟขี้ชะมด: ความลับเบื้องหลังกาแฟแพงที่สุดในโลก

งูหลามบอล เมื่อสัตว์ป่ากลายเป็นสัตว์เลี้ยง

องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เผยวงจรค้าสัตว์เลื้อยคลานระดับโลก เต็มไปด้วยความทารุณและเป็นแหล่งเพาะโรคร้าย ปัจจุบัน สัตว์ป่านานาชนิดจำนวนนับล้านตัว กำลังถูกคุกคามและตกเป็นเหยื่อในธุรกิจค้าสัตว์แปลกทั่วโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการลดจำนวนลงของประชากรสัตว์ป่าทั่วโลก ล่าสุด องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก (World Animal Protection) ได้จัดทำสารคดีชื่อว่า “Ball pythons are wildlife #NotPets” เพื่อแจ้งเตือนเกี่ยวกับการค้าสัตว์ป่าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในสัตว์เลื้อยคลาน คือ งูหลามบอล แอฟริกา (African Ball Pythons) งูหลามบอลแอฟริกามีการซื้อขายเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงมากที่สุดในทวีปแอฟริกา โดยในสารคดีได้เปิดเผยความน่าตกใจของอุตสาหกรรมลักลอบจับสัตว์ป่าพบว่าในช่วงระยะเวลา 45 ปีที่ผ่านมา งูหลามบอลมากกว่า 3 ล้านตัวถูกส่งออกจากแอฟริกาตะวันตก เพื่อนำไปขายเป็นสัตว์เลี้ยงยัง 3 ทวีป ได้แก่ ยุโรป เอเชีย และอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสัตว์เลื้อยคลานรายใหญ่ที่สุดของโลก องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลกเผยว่า “การค้าสัตว์ป่าเป็นเสมือนระเบิดเวลาสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อชีวิตของมนุษย์” เนื่องจากสัตว์ที่ถูกจับมาจากป่าธรรมชาติ หรือถูกเพาะพันธุ์ในกรงขังแคบๆ ภายใต้สภาพแวดล้อมสกปรก เสื่อมโทรม อาจกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ร้ายแรงถึงแก่ชีวิต และในขณะเดียวกันก็สร้างความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานอย่างโหดร้ายต่อสัตว์ป่าเช่นกัน อ่านเพิ่มเติม: เสือโคร่ง ข้างบ้าน : ตีแผ่ขบวนการค้าสัตว์ป่าในสหรัฐฯ […]

วันโชคดีของงูในท้อง

เมื่องูที่ถูกเขมือบซึ่งเกือบจะหายเข้าไปในท้องของงูอีกตัว เอาชีวิตรอดออกมาได้อย่างคาดไม่ถึง เรื่อง  คริสตินา นูเนซ 29 พฤษภาคม  2017: ฉากที่เกิดขึ้นข้างถนนในรัฐเทกซัสกลายเป็นเหตุการณ์ “บิ๊กเซอร์ไพรส์” สำหรับคริสโตเฟอร์ เรโนลด์สและภรรยา งูขนาดเขื่องตัวหนึ่ง (ยังไม่ทราบชนิดแน่ชัด) ซุกตัวอยู่ใต้ร่มไม้โดยมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากปาก ไม่นานหลังจากเรโนลด์สเริ่มใช้กล้องบันทึกภาพ เจ้างูตัวนั้นก็เริ่มขย้อนงูอีกตัวหนึ่งออกมา และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ เจ้างูที่ถูกกินยังมีชีวิตอยู่เสียด้วย เรย์โนลด์สสันนิษฐานว่า การปรากฏตัวและจับจ้องของมนุษย์อาจทำให้เจ้างูสีดำเกิดความเครียดจนยอมสละอาหารมื้อนี้และล่าถอยไป เขาพูดทีเล่นทีจริงว่า นี่คงเป็น “วันโชคดีแบบสุดๆ” ของเจ้างูที่เป็นเหยื่อ แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า งูทั้งสองชนิดในภาพคืองูอะไร แต่พฤติกรรมลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เหตุการณ์ทำนองนี้เคยเกิดขึ้นและมีผู้บันทึกภาพไว้หลายครั้ง  เช่น งูเหลือมในอินเดียขย้อนแอนทิโลปทั้งตัวออกมา (ชมวิดีโอเพิ่มเติมได้ที่ Watch a Python Devour, Then Regurgitate, an Antelope) เรย์โนลด์สอาจพูดถูกที่ว่า การปรากฏตัวของเขาทำให้งูนักล่าตัวนี้ยอมสละอาหารมื้อใหญ่ เคนนีย์ คริสโก ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลื้อยคลานและผู้จัดการด้านสัตว์จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาฟลอริดา ซึ่งเคยให้ความเห็นกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เกี่ยวกับคลิปงูเหลือมขย้อนแอนทิโลปเมื่อปีที่แล้ว  บอกว่า พฤติกรรมลักษณะนี้ของงูถือเป็นกลไกป้องกันตนเอง (defense mechanism) งูเป็นสัตว์ที่ไม่เคี้ยวอาหาร พวกมันจึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการย่อยอาหารที่กลืนกินเข้าไป ทว่าในหลายกรณี […]