ชม ภาพโลกจากอวกาศ อันน่าตื่นตาตื่นใจ - National Geographic

ชมภาพโลกจากอวกาศอันน่าตื่นตาตื่นใจ

ชม ภาพโลกจากอวกาศ อันน่าตื่นตาตื่นใจ

เตรียมพบกับโลกของเราในแบบที่ต่างออกไปจากเดิม ด้วยความงามอันน่าทึ่งของ ภาพโลกจากอวกาศ ที่ได้จากดาวเทียมตรวจสภาพอากาศในอนาคต

ดาวเทียม GOES-16 เป็นดาวเทียมดวงล่าสุดในชุดดาวเทียมตรวจตราโลกของ U.S. National Oceanic and Atmospheric Administration หรือ NOAA ที่ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ปัจจุบัน ดาวเทียมดวงนี้สำรวจโลกของเราจากระยะทางราว 35,888 กิโลเมตรเหนือพื้นดิน

ภาพโลกจากอวกาศ
ชั้นฝุ่นของทะเลทรายสะฮาราที่เห็นทางขอบขวาสุดของภาพถ่ายโลกภาพนี้ คืออากาศแห้งจากชายฝั่งแอฟริกาซึ่งอาจมีอิทธิพลต่อการก่อตัวและความรุนแรงของพายุหมุนเขตร้อน

ดาวเทียมดวงนี้ส่งภาพถ่ายชุดแรกจากอุปกรณ์ถ่ายภาพเส้นฐานขั้นสูง (Advanced Baseline Imager instrument) ซึ่งแสดงให้เห็นโลกและบรรยากาศด้วยรายละเอียดคมชัดเป็นพิเศษ “ดาวเทียม GOES-16 ทำงานได้ดีกว่าที่เราคิดเสียอีกครับ” สตีฟ กู๊ดแมน เจ้าหน้าที่โปรแกรมดาวเทียมจาก NOAA กล่าว

ภาพโลกจากอวกาศ
ดาวเทียม GOES-16 เก็บภาพซีกโลกตะวันตกทั้งหมดภาพนี้เมื่อวันที่ 15 มกราคม

อุปกรณ์ถ่ายภาพของดาวเทียมให้ภาพที่คมชัดของทั้งซีกโลกด้วยความละเอียดมากกว่าที่ยานอวกาศ GOES อื่นๆบันทึกได้ถึงสี่เท่า อุปกรณ์ใหม่ๆที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วนี้ยังให้ภาพแผ่นดินใหญ่สหรัฐฯแบบเต็มทุกห้านาที และภาพโลกแบบเต็มทุก 15 นาที

ความก้าวหน้าอื่นๆประกอบด้วยอุปกรณ์ทำแผนที่สายฟ้าซึ่งมี “สมรรถนะในการทำงานใหม่เอี่ยม และอุปกรณ์ตรวจสภาพอากาศในอวกาศซึ่งมีความไวมากกว่าอุปกรณ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันครับ” กู๊ดแมนบอก

นักวิทยาศาสตร์จะสามารถใช้ภาพถ่ายและข้อมูลอื่นๆที่รวบรวมได้จากดาวเทียมเพื่อปรับปรุงการตรวจสอบ การพยากรณ์ และการเตือนภัยสภาพอากาศ รวมถึงการติดตามพายุท้องถิ่น เฮอร์ริเคน ไฟป่า พายุฝุ่น การปะทุของภูเขาไฟ และอื่นๆ ได้ดีขึ้น

ภาพโลกจากอวกาศ
ในเดือนมกราคม ดาวเทียม GOES-16 จับภาพระบบพายุขนาดมหึมาซึ่งพัดข้ามทวีปอเมริกาเหนือ และทำให้เกิดสภาวะน้ำแข็งปกคลุมที่เป็นอันตรายไปทั่วประเทศสหรัฐฯ

“อุปกรณ์เหล่านี้ทั้งหมดช่วยปรับปรุงข้อมูลให้ทันเวลาและแม่นยำ ซึ่งจะทำให้นักพยากรณ์อากาศพยากรณ์และเตือนภัยได้แม่นยำและล่วงหน้ามากขึ้นครับ” กู๊ดแมนบอก นั่นน่าจะก่อให้เกิดแบบจำลองที่ดีขึ้นสำหรับทำความเข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาของเรา

“ดาวเทียม GOES-16 และข้อมูลที่ตามมาจะค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของแบบจำลองการพยากรณ์สภาพอากาศ และขณะที่แบบจำลองในอนาคตมีความละเอียด ความทันเวลา และความแม่นยำมากขึ้น… ก็จะมีความต้องการสมรรถนะที่สูงขึ้นเพื่อให้ทันกับการสังเกตการณ์ ตรวจสอบ และพยากรณ์ผลกระทบที่มีต่อพวกเราทุกคน”

เรื่อง อเล็กซานดรา อี. เพทรี

 

อ่านเพิ่มเติม

เพชรจากอวกาศ ก่อตัวบนดาวเคราะห์แรกเริ่ม

เรื่องแนะนำ

รูปถ่ายที่ผู้อพยพชาวซีเรียพกติดตัว

ภาพถ่ายของบุคคลอันเป็นที่รักเหล่านี้เปรียบดั่งสมบัติอันล้ำค่าที่ผู้อพยพชาวซีเรียพกติดตัว และหวนย้อนให้คิดถึงอดีตเมื่อครั้งที่ชีวิตของพวกเขายังมีความสุข

บิล และ เมลินดา เกตส์: มุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมาย

ความฝันของบิล เกตส์ มหาเศรษฐีผู้สร้างนวัตกรรมเปลี่ยนโลก และภรรยา เมลินดา เกตส์ คือการแก้ปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลก นี่คือบทสัมภาษณ์ที่แสดงความตั้งใจจริงของพวกเขา สัมภาษณ์โดย ซูซาน โกลด์เบิร์ก  ภาพถ่าย BRINSON + BANKS เมื่อปี 2015 บรรดาผู้นำในที่ประชุมสหประชาชาติได้ร่วมกันตั้งเป้าหมายแห่งการพัฒนาอันยั่งยืน 17 ข้อขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน ความไม่เท่าเทียม และปัญหาอื่นๆ ของโลกให้ได้ภายในปี 2030 ขณะเดียวกัน มหาเศรษฐีผู้ใจบุญอย่าง บิล และ เมลินดา เกตส์ มุ่งมั่นเดินทางสู่ เป้าหมายเหล่านี้มาก่อนนานแล้ว ดังนั้น ในปี 2017 มูลนิธิบิลและเมลินดาเกตส์ จึงจัดตั้งโครงการ Goalkeepers ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงมือปฏิบัติและติดตามความคืบหน้าของการบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น เมื่อไม่นานมานี้ ฉันมีโอกาสนั่งคุยกับทั้งคู่เกี่ยวกับ รายงานประจำปี 2018 นับเป็นการให้สัมภาษณ์พร้อมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ซูซาน โกลด์เบิร์ก: ฉันเพิ่งอ่านรายงานของ Goalkeepers อะไรทำให้คุณตัดสินใจทำโครงการนี้ เมลินดา เกตส์: เพราะข่าวคราวเกี่ยวกับความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในโลกยังไม่เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง […]

เหตุใดนิวตันจึงเชื่อว่า ดาวหางเป็นเหตุของน้ำท่วมโลก

แม้จะมีน้ำบนโลกและมีฝนตกลงมาทั้งวันทั้งคืนสี่สิบเก้าวัน ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้ ฉะนั้นแล้วต้องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อื่นๆสำหรับเรื่องราวอุทกภัยครั้งยิ่งใหญ่นี้

อนาคตบนเส้นด้ายของ แอนตาร์กติกา

หิ้งน้ำแข็งที่แตกตัวออกจากทวีปแอนตาร์กติกาอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะ มองจากด้านบนผิวขรุขระของหิ้งน้ำแข็งปรากฏรอยแตกขนาดใหญ่ที่บ่งชี้ว่ามันกำลังจะหลุดออกจากชั้นน้ำแข็งเดิมที่มีอายุหลายพันปี แผ่นน้ำแข็งที่กำลังจะหลุดออกนี้เป็นส่วนหนึ่งของหิ้งน้ำแข็งลาร์เซน ซี ที่ตั้งอยู่บนแหลมทางตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกา อุณหภูมิที่สูงขึ้นของน้ำทะเลโดยรอบคือสาเหตุ และการหลุดออกครั้งนี้จะเปลี่ยนหน้าตาของแผนที่ทวีปแอนตาร์กติกาตลอดไป ด้วยขนาดของหิ้งน้ำแข็งที่ใหญ่ถึง 6,000 ตารางกิโลเมตร เทียบเท่ากับพื้นที่กว้างใหญ่กว่ากรุงลอนดอน 4 เท่า และคิดเป็นราว 2 ใน 3 ของสาธารณรัฐไซปรัส เกาะบนทะเลเมดิเตอร์เรเนียน พืดน้ำแข็งฝั่งตะวันตกของทวีปแอนตาร์กติกานี้มีความหนาราว 2.5 ไมล์ และครอบคลุมพื้นที่ขนาด 2 เท่าของรัฐเท็กซัส รอบๆของพืดน้ำแข็งประกอบด้วยภูเขาน้ำแข็งจำนวนมาก นั่นแปลว่าหากมหาสมุทรยังคงอุ่นขึ้นเรื่อยๆจนละลายชั้นน้ำแข็งที่เปราะบางเหล่านี้จนหมด ทีมนักวิจัยเชื่อว่าระดับน้ำทะเลทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นประมาณ 10 ฟุต “หิ้งน้ำแข็งบริเวณนี้เป็นจุดที่ละลายเร็วที่สุดบนโลก” อีริค ริกนอท นักธรณีวิทยาจาก NASA Jet Propulsion Laboratory ในเมืองแพซาดีนา ของรัฐแคลิฟอร์เนียกล่าว ตัวเขาศึกษาชั้นน้ำแข็งในภูมิภาคนี้มานานกว่า 2 ทศวรรษ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเรดาห์และภาพถ่ายดาวเทียม ริกนอทเชื่อว่าการพังทลายของพืดน้ำแข็งตะวันตก ในทวีปแอนตาร์กติกานั้นไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แต่คำถามคือมันจะใช้เวลานานแค่ไหน 500 ปี หรือน้อยกว่า 100 ปี และมนุษย์เราเองเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไร “เราจำเป็นที่จะต้องได้ตัวเลขที่ถูกต้องแม่นยำ” เขากล่าว […]