มหานทีแห่งเอเชียอาคเนย์จะอยู่รอดหรือไม่ (ตอนที่ 1)

เรื่อง สตีเฟน โลฟเกร็น

พนมเปญ ประเทศกัมพูชา – เซบ โฮแกน หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เขารู้สึกประหลาดใจที่ได้มาเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรกในฐานะนักมีนวิทยา และได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมเคียงกับแม่น้ำโขง ชายหนุ่มผู้เติบโตในทะเลทายแอริโซนา สถานที่ซึ่งแม่น้ำมักจะเหือดแห้ง มันเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็กจบใหม่อย่างเขาที่ได้มาเยือนแม่น้ำที่มีผลผลิตมากที่สุดในโลก

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ดูสดใสและมีชีวิตชีวามากครับ” โฮแกนกล่าว “เหมือนผมกำลังมองดูโลกผ่านมุมมองใหม่ ความแตกต่างจากแอริโซนาอย่างสิ้นเชิง”

แม้ว่าโครงการแลกเปลี่ยนของเขาจะสิ้นสุดลงไปแล้ว แต่โฮแกนยังกลับมาเยี่ยมเยียนนทีสายนี้อยู่เนืองๆ เมื่อปีที่ผ่านมา เขาใช้เวลาอยู่ในภูมิภาคนี้หลายครั้งหลายครา กลมกลืนตัวเองให้เข้ากับวัฒนธรรมทั้งไทยและกัมพูชา สองประเทศที่เป็นทางผ่านของแม่น้ำโขง ความสนใจเรื่องการอพยพของปลา ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องปลาบึก ซึ่งนับว่าเป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ ปลาบึกขนาดที่ใหญ่ที่สุดที่เคยพบมีน้ำหนักตัวถึง 293 กิโลกรัม

ปัจจุบัน ล่วงผ่านไปสองทศวรรษ โฮแกนเป็นพันธมิตรกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก และเจ้าของรายการ Monster Fish บนช่อง Nat Geo Wild ซึ่งเกิดจากโครงการวิจัยตลอดเวลาห้าปี และได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก USAID ในคณะวิจัยประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา เพื่อร่วมกันป้องกันระบบนิเวศวิทยาอันยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก

โครงการวิจัยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดในลุ่มแม่น้ำโขง แม่น้ำที่หล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 60 ล้านคน กำลังเปลี่ยนไปจากหลายสาเหตุทั้งการสร้างเขื่อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นอาศัย อันเป็นผลพวงมาจากการเติบโตทางเศรษฐกิจและนโยบายทางการเมืองในภูมิภาคอันรุ่มรวยด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์แห่งนี้

“ในความคิดของผม แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่สำคัญที่สุดในโลก” โฮแกนบอกขณะที่โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในเมืองพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา

“แต่ปัจจุบัน แม่น้ำโขงอยู่ในจุดที่ต้องเลือกว่าจะไปในทิศทางใด หลังจากนี้ 10 ปีหรือ 15 ปี จุดเปลี่ยนของวันนี้จะเป็นตัวกำหนดความคงอยู่หรือจุดจบของชีวิตไปตลอดกาล”

นาคราชแห่งอุษาคเนย์

แม่น้ำโขงมีจุดกำเนิดจากธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัย ในประเทศจีน นอกจากแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเหลืองแล้ว แม่น้ำโขงได้รับการขนานนามว่า หลานชัง และมีชื่อว่า แม่โขง เมื่อไหลผ่านประเทศลาวและเมียนมาร์

แม่น้ำโขงไหลผ่านภาพภูมิทัศน์อันน่าตื่นใจมากมายทั้งป่าเขาบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ แหล่งที่เคยชื่อเสียงเรื่องการปลูกฝิ่น ระยะทางกว่าร้อยไมล์ แม่น้ำสายนี้ไดสร้างพรมแดนระหว่างไทยและลาว ถัดลงมาทางใต้ สายน้ำขยายตัวเป็นช่วงกว้างที่สุด กระแสน้ำไหลกระทบเกาะแก่งกลางแม่น้ำ กลายเป็นกระแสที่หมุนวนและเชี่ยวกราด หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ คอนผีหลง “ลองนึกถึงความกว้างดูสิครับ ขนาดผียังหลงเลย” ความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำช่วงที่ผ่านดินแดนแห่งนี้ ได้ก่อกำเนิดเกาะเล็กเกาะน้อยกลางแม่น้ำกว่า 4,000 เกาะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ตั้งของวัดและศาลศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงน้ำตกที่มีความกว้างที่สุดในโลก (น้ำตกคอนพะเพ็ง) ก่อนจะไหลเข้าสู่ประเทศกัมพูชา

ที่นั่นแม่น้ำได้ก่อร่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ เป็นแหล่งกำบังของปลาน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนที่จะไหลเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรเป็นดั่งตัวขับเคลื่อนผลผลิตของภูมิภาค แม่น้ำสาขาต่างไหลรวมลงมาที่แม่น้ำโขงและยังเชื่อมต่อกับโตเลสาป ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “เปรียบดังหัวใจหล่อเลี้ยงกัมพูชา” จากนั้นเมื่อไหลเข้าสู่เวียดนาม มหาชลธารนี้ได้หล่อเลี้ยงไร่นาต่างๆ ก่อนจะแตกสายออกเป็นเก้าสาขาแม่น้ำ หรือ “เก้ามังกร” และท้ายที่สุดก็ไหลลงสู่ทะเลจีนใต้

“แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาต่างๆ ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างภูมิประเทศที่ไหลผ่าน ไม่ว่าจะฤดูแล้งหรือน้ำหลาก” สุทีป จันทรา ผู้อำนวยการแห่ง Global Water Center มหาวิทยาลัยเนวาดา กล่าวและเสริมว่า “โครงข่ายของแม่น้ำสายนี้ไม่เหมือนกับที่อื่นในโลก ดังหลักฐานที่ปรากฏให้เห็นคือ ผลผลิตของปลาน้ำจืดและความหลากหลายทางชีวภาพที่แม่นำสายนี้มอบให้ทุกปี”

เรื่องแนะนำ

การเผาขยะพลาสติกเป็นความคิดที่ดีหรือไม่?

แม้ว่าหลายคนในแวดวงโรงงานขยะจะคิดแบบนั้นแต่ การเผาขยะ หรือโครงการ"การแปลงขยะให้เป็นพลังงาน"อาจส่งผลเสียให้แก่สิ่งแวดล้อมมากกว่าผลดี

ขยะพลาสติก :  ภัยคุกคามใหม่แห่งท้องทะเล

เมื่อนักวิจัยค้นพบว่า ลูกปลาเกิดใหม่ในน่านน้ำมหาสมุทรหลายแห่งทั่วโลกกำลังกินขยะพลาสติกขนาดจิ๋วหรือไมโครพลาสติกแทนอาหาร หากลูกปลาเหล่านั้นตายลง ปลาใหญ่จะมีจำนวนน้อยลง และนั่นอาจส่งผลสะเทือนถึงห่วงโซ่อาหาร มนุษย์ในฐานะผู้บริโภคสูงสุดย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบเหล่านั้นได้

ประติมากรรมแห่งลาวา

การปะทุของภูเขาไฟคีเลเวอาบนเกาะใหญ่ (Big Island) ของหมู่เกาะฮาวายเมื่อปีก่อน ส่งธารลาวาไหลลงสู่ทะเล หินหลอมละลายบางส่วนกัดเซาะผ่านอุโมงค์ที่ก่อตัวขึ้นจากการปะทุครั้งก่อนๆ ขณะที่บางส่วนให้กำเนิดอุโมงค์ลาวาใหม่ๆ เพิ่มเข้าไปในเครือข่ายระบบอุโมงค์ใต้ดิน

วัตถุที่มนุษย์สร้างมีน้ำหนักเท่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกแล้ว

น้ำหนักของคอนกรีต ยางมะตอย เหล็ก และพลาสติกบนโลกกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปีนี้อาจจะเป็นจุดที่ วัตถุที่มนุษย์สร้าง กำลังมีน้ำหนักมากกว่าสิ่งมีชีวิต ในขณะที่มวลของสิ่งชีวิตบนโลกอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านเมตริกตัน และไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่เรียกว่ามวลที่เกิดจากมนุษย์ (anthropogenic mass) หรือ วัตถุที่มนุษย์สร้าง กำลังเติบโตอย่างพุ่งทะยาน มวลที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง ไม่ว่าจะเป็นทางเท้าคอนกรีต ตึกสูงที่เต็มไปด้วยเหล็กและกระจก รวมไปถึงขวดพลาสติก เสื้อผ้า คอมพิวเตอร์ ตอนนี้มีจำนวนเท่ากับน้ำหนักของสิ่งมีชีวิตบนโลก และอาจมีน้ำหนักมากกว่าในปีนี้ ตามงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature ผลการสำรวจได้สนับสนุนข้อเสนอที่ว่า โลกได้เข้าสู่ยุคที่เรียกว่า Anthropocene หรือจุดช่วงเวลาทางธรณีวิทยาที่มนุษย์เป็นฝ่ายสร้างแรงที่ครอบงำการก่อตัวของโลก Ron Milo นักวิจัยอาวุโสผู้เขียนบทความ แห่งสถาบันวิทยาศาสตร์ Weizmann Institute of Science ประเทศอิสราเอล กล่าวว่า โลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านทางวัตถุ (material transition) ที่ “ไมเพียงแค่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตของเรา แต่เป็นในยุคสมัย (era) ของเราเลย” การระเบิดของมวลที่มนุษย์สร้างขึ้น Milo และทีมงานของเขาได้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับการเผยแพร่เกี่ยวกับจำนวนของวัสดุสังเคราะห์และสิ่งมีชีวิตว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรนับตั้งแต่ปี 1900 มาจนถึงปัจจุบัน โดยข้อมูลในรอบ […]