ฟาโรห์ แฮตเชปซุต จอมกษัตรีแห่งอียิปต์โบราณ - National Geographic Thailand

ฟาโรห์แฮตเชปซุต จอมกษัตรีแห่งอียิปต์

แขนซ้ายของมัมมี่เควี60เอ งอขึ้นมาพาดอก ซึ่งนักไอยคุปต์วิทยาบางคนเชื่อว่า  เป็นท่าที่นิยมจัดให้พระศพราชินีอียิปต์แห่งราชวงศ์ที่สิบแปด

ฟาโรห์แฮตเชปซุต
ผู้มาเยือนวิหารแห่งอมุนที่คาร์นักได้เห็นภาพของแฮตเชปซุตในฐานะฟาโรห์ผู้เข้มแข็งถูกสกัดทิ้ง ผู้อยู๋เบื้องหลังการทำลายล้างดังกล่าวน่าจะเป็นพระราชบุตรเลี้ยงนามทุสโมสที่สาม ผู้สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระนาง ด้วยอาจทรงเกรงว่าพระญาติร่วมสายพระโลหิตของแฮตเชปซุตอาจใช้ภาพเหล่านี้เป็นเครื่องมือแย่งชิงราชบัลลังก์

ส่วนการที่ทุตโมสที่สามทำลายหลักฐานเกี่ยวกับรัชสมัยของพระองค์ ซึ่งเริ่มขึ้นหลังจากแฮตเชปซุตสิ้นพระชนม์ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ปีนั้น คาดว่าอาจเพราะมีพระประสงค์จะสร้างความชอบธรรมในการสืบราชบัลลังก์ของพระโอรสอเมนโฮเทปที่สอง จึงทรงป้องกันพระญาติร่วมสายพระโลหิตของแฮตเชปซุตใช้ภาพเหล่านั้นเป็นเครื่องมือแย่งชิงราชบัลลังก์

ฟาโรห์แฮตเชปซุต
เสาโอเบลิสก์ของแฮตเชปซุตที่สลักเสลาจากหินแกรนิต ตั้งตระหง่าน 30 เมตรเหนือซากปรักที่เมืองคาร์นัก ราวกับจะท้าทายความพยายามที่จะลบพระนามของพระองค์จากหน้าประวัติศาสตร์อียิปต์

หากไม่ใช่เพราะพระทนต์ซึ่งพบโดยบังเอิญ เควี60เอก็คงยังนอนเดียวดายอยู่ในความมืดมิดต่อไป แต่ทุกวันนี้ เควี60เอประดิษฐานอยู่ในห้องมัมมี่เชื้อพระวงศ์หนึ่งในสองห้องที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอียิปต์ โดยมีแผ่นป้ายกำกับพระนามทั้งภาษาอาหรับและอังกฤษว่า “แฮตเชปซุต” กษัตรีผู้ได้กลับมาประทับร่วมกับเหล่าฟาโรห์แห่งอาณาจักรใหม่ในท้ายที่สุด

 

 


อ่านเพิ่มเติม

อเคนาเตน ฟาโรห์ผู้พลิกฟ้าคว่ำดิน

เรื่องแนะนำ

ไปเที่ยวเกาหลีเหนือกัน! พักในโรงแรมสุดหรูพร้อมเล่นสกีหิมะ

เจมี่ บาร์โรว์ (Jamie Barrow) นักเล่นสโนว์บอร์ดชาวสหราชอาณาจักร อาสาเป็นไกด์พาคุณผู้อ่านเดินทางท่องเที่ยวไปยังมหานครที่ลึกลับที่สุด กรุงเปียงยาง เมืองหลวงของเกาหลีเหนือ มาชมกันว่าชีวิตของชาวเกาหลีเหนือภายใต้ระบอบการปกครองของ คิม จองอึน ผู้นำประเทศ จะเป็นอย่างไร จากนั้นเดินทางขึ้นเหนือไปยังภูเขา Masikryong เข้าพักในรีสอร์ทสุดหรู ใครจะเชื่อว่าประเทศนี้มีสกีหิมะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย!   อ่านเพิ่มเติม : สุดยอดภาพถ่ายท่องเที่ยวแห่งปี 2017, 5 แหล่งผจญภัยตามสไตล์ Game of Thrones

ประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายที่ชุมชนเมงตาสุและโมงติสุ เมืองมัณฑะเลย์ : ร่องรอยเชลย ไทยสมัยอยุธยา

เรื่องและภาพ นภัทร อุทัยฉาย (รางวัลชมเชยโครงการ 10 ภาพเล่าเรื่องปี 7) ชุมนเมงตาสุและโมงติสุตั้งอยู่เลียบคลองชะเวตะชอง ทางทิศใต้ของตัวเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของเมียนมาระบุว่า บริเวณนี้เคยเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของเชลยสงครามจากกรุงศรีอยุธยาและเชียงใหม่ซึ่งถูกกวาดต้อนมาเมื่อครั้งเสียกรุงฯ ครั้งที่ 2 ใน พ.ศ. 2310  เชลยศึกที่เคยอาศัยอยู่บริเวณนี้เป็นชนชั้นสูงฝ่ายชายและข้าราชบริพาร ได้จัดงานประเพณีก่อพระเจดีย์ทรายตามแบบวัฒนธรรมของตนเองมาตั้งแต่รัชกาลของพระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า และสืบทอดต่อกันมาจวบจนปัจจุบัน  ทุกปีประเพณีก่อเจดีย์ทรายจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้นปีใหม่ (13 เมษายน) ในวันแรกของเทศกาล ชาวบ้านจะรื้อพระเจดีย์ทรายองค์เดิมที่สร้างเมื่อปีก่อน  วันที่สองจะช่วยกันนำทรายมาสร้างเจดีย์ที่สูงราวสามเมตรขึ้นใหม่ให้เสร็จภายในหนึ่งวัน  แล้วพักหนึ่งวัน ก่อนนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธี สวดมนต์ ถวายภัตตาหาร และจัดงานเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครงในวันรุ่งขึ้น  ต่อมาเดือนพฤษภาคม ในช่วงวันวิสาขบูชา จะมีงานก่อพระเจดีย์ทรายขึ้นอีกครั้งที่ชุมชนโมงติสุ ซึ่งห่างจากชุมชนเมงตาสุไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร  งานทั้งสองแม้จะคล้ายคลึง แต่ก็มีความแตกต่าง  แม้ทุกวันนี้แทบไม่มีชาวชุมชนคนใดที่มีเทือกเถาเหล่ากอชาวโยเดียอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขารู้และเข้าใจดี คือ “เตโปงเซตี” และประเพณีก่อพระเจดีย์ทราย อันไม่ใช่ธรรมเนียมของชาวเมียนมาทั่วไป และเป็นวิถีของบรรพชนที่ต้องดำรงรักษาให้คงอยู่สืบไป  

เหลียวมองเกาหลีเหนือ

ใครที่ได้ไปเยือนเกาหลีเหนือล้วนแต่ประหลาดใจ และกล่าวว่าประเทศนี้ช่างต่างจากที่คิดไว้ในตอนแรก ขอเชิญคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปยังดินแดนลี้ลับนี้ด้วยกัน

ผู้คนเหล่านี้ยังคงใช้ชีวิตในถ้ำของสเปน

ถ้ำ Sacromonte และ Guadix ในเมืองกรานาดา ของสเปน เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คนมานานกว่าหลายศตวรรษจนปัจจุบัน มาดูกันว่าชีวิตในถ้ำของพวกเขาเป็นอย่างไร