ระบำฟลาเมงโก วัฒนธรรมเก่าแก่ที่สื่อถึงเอกลักษณ์ของ ประเทศสเปน ที่หลงใหลการเต้นระบำ

ชาวสเปนหลงใหลการเต้นระบำเป็นชีวิตจิตใจ

ระบำฟลาเมงโก จังหวะการเต้นอันพริ้วไหวควบคู่กับดนตรีพื้นเมือง คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ ประเทศสเปน

หากนึกถึง ประเทศสเปน คุณอาจนึกถึงภาพของวัวกระทิงพันธุ์ดุและมาธาดอร์ถือผ้าสีแดง ประเทศสเปนยังมีสัญลักษณ์อีกมากมายกระจายอยู่ทั่วเมือง หรือคุณอาจนึกถึงหญิงสาวเต้นระบำโชว์ลีลาสะบัดกระโปรงอันพริ้วไหว การก้าวเท้าเข้าจังหวะ และสวมใส่กระโปรงบานสีดำแดงพองเป็นชั้นๆ มีดอกไม้ขนาดใหญ่สีแดงประดับบนศีรษะ สิ่งนี้คือระบำสเปน ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่ง เพราะชาวสเปนชื่นชอบการเต้นรำเป็นชีวิตจิตใจ

ระบำฟลาเมงโก (Flamenco) มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแปด การเต้นที่แสนโดดเด่นและมีชื่อเสียงของ ประเทศสเปน แต่เดิมได้รับอิทธิพลมาจากชาวยิปซี  นอกจากนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกด้านวัฒนธรรมอีกด้วย ระบำฟลาเมงโก ไม่ใช่เพียงการเต้นเท่านั้น แต่ยังผสมผสานระหว่างการร้องเพลง การเล่นกีตาร์ เต้นรำ การจับนิ้วมือและการปรบมือไปพร้อมกับจังหวะ ทั้งยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ด้วยจังหวะการเต้นที่เร้าใจและสนุกสนาน รวมไปถึงเครื่องแต่งกายสีสันจัดจ้านสวยงามของเหล่านักเต้นทำให้เกิดเป็นเสน่ห์ของระบำฟลาเมงโกที่ชวนหลงใหล

ชาวสเปนที่หลงใหลในเสียงเพลงและการเต้นระบำ

ประเทศสเปน มีชื่อเสียงเรื่องการเฉลิมฉลอง งานรื่นเริง และความสนุกสนานของผู้คน ชาวสเปนมีอุปนิสัยชื่นชอบการเข้าสังคมและการสังสรรค์เป็นอย่างมาก มักจะรวมตัวกับเพื่อนและครอบครัว โดยการออกไปนั่งในบาร์ที่มีอาหารเช้าอย่าง ‘ทาปาส’ และเพลิดเพลินไปกับการดื่ม ‘กันโญส’ สิ่งที่ทำให้คุณประหลาดใจ คือวัยรุ่นชาวสเปน ที่ต่างชื่นชอบการสังสรรค์เป็นชีวิตจิตใจ แน่นอนว่าพวกเขาสามารถเข้าออกแหล่งท่องราตรีเป็นสิบๆ แห่งภายในคืนเดียว เพราะเหตุนี้จึงส่งผลทำให้ชาวสเปนมีนิสัยชอบพูดจาเสียงดังฟังชัด

ระบำฟลาเมงโก
(Left) ขอบคุณภาพจาก Yourshot: Sud Ghosh
(Right) ขอบคุณภาพจาก Yourshot: Anuradha Ramani

ชาวสเปนไม่เพียงแค่หลงใหลในการเต้นรำเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการเล่นดนตรีพื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมไว้ พวกเขาจะรวมตัวกันในช่วงเทศกาลพิเศษต่างๆ และบรรเลงดนตรีพื้นเมือง รวมถึงการเปิดหมวกตามท้องถนน ซึ่งชิ้นงานดนตรีอันโดดเด่นของสเปน มีตั้งแต่ดนตรีคลาสสิกตะวันตกและดนตรีคลาสสิกอันดาลูเซีย ดนตรีชาวบ้าน รวมทั้งดนตรีสมัยใหม่อย่างแนวร็อกแอนด์โรล ป็อป เฮฟวีเมทัล พังก์ร็อก และฮิปฮอป

ทำไมชาวสเปนจึงสวมชุดฟลาเมงโกตั้งแต่เด็กจนโต

ชุดฟลาเมงโก ถือเป็นชุดประจำชาติที่มีทั้งความสวยงามและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปี ก่อนที่อิทธิพลการแต่งกายแบบตะวันตกจะเข้ามามีบทบาท ชุดฟลาเมงโกบ่งบอกถึงความร้อนแรงของวัฒนธรรมสเปนที่ฉายแววอยู่ในตัวของหญิงสาวที่สวมใส่เครื่องแต่งกายระบำฟลาเมงโก ตั้งแต่เด็กจนโตหญิงสาวชาวสเปนจะมีชุดระบำฟลาเมงโกเป็นของตัวเองทุกคน สำหรับใส่ในเทศกาลพิเศษต่างๆ ชุดกระโปรงยาวพองฟูเป็นชั้นๆ เสื้อรัดรูปเน้นสัดส่วนร่างกาย เพื่อดึงดูดเพศตรงข้าม ในขณะที่ผู้ชายจะใส่เสื้อเชิ้ตทับด้วยเสื้อกั๊ก กางเกงขายาว และผ้าคาดเอว

ระบำฟลาเมงโก
ขอบคุณภาพจาก Yourshot: Sud Ghosh

ประเพณีการเต้นระบำแบบดั้งเดิมของชาวสเปน

Jota มีต้นกำเนิดมาจากทางเหนือของสเปน หรืออารากอน เป็นการเต้นแบบเร่งจังหวะและกระโดดเล็กน้อย ในขณะที่คู่รักจะเต้นรำ โดยมือของพวกเขาจะยกสูงขึ้นเหนือควบคู่ไปกับการเล่นกรับสเปน (Castanets) ที่ได้รับอิทธิพลมาจากชาวมัวร์ในช่วงศตวรรษที่สิบสอง

Sardana การเต้นล้อมรอบเป็นวงกลม ทั้งชายหญิงจะยืนสลับกันเพื่อจับมือ และเต้นตามจังหวะการบรรเลงของวงดนตรีสด หรือที่เรียกว่า โกบลา การเต้นแบบกลุ่มนิยมทำในงานเฉลิมฉลอง หรือการชุมนุม ทำให้สิ่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงถึงการเต้นแบบดั้งเดิมของคาตาลัน

Muñeira การเต้นรำแบบเดี่ยว หรือคู่ มักพบในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของแคว้นกาลิเซีย การเต้นแบบ muiñeira ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมพื้นบ้านของเซลติก และการเล่นดนตรีที่บ่งบอกถึงความเป็นเซลติกอย่างชัดเจน คือการใช้ปี่ Gaita เพื่อบรรเลงเพลงประกอบกับ “การเต้นแบบมิลเลอร์แดนซ์” แต่เดิมเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในแคว้นกาลิเซียและอัสตูเรียส

Zambra เป็นการเต้นดั้งเดิมของชาวมัวร์ ครั้งเมื่อราชินีอิสเบล แห่งสเปน ได้อภิเษกสมรสกับกษัตริย์เฟอร์นันดินานที่ 7 แห่งมัวร์ ทั้งสองพระองค์ได้ริเริ่มนำการการเต้น Zambra มาปรับเข้ากับการเต้นของชาวสเปน

ระบำฟลาเมงโก
ขอบคุณภาพจาก: https://traveltriangle.com/blog/spanish-festivals/

Bolero หนึ่งในการเต้นอันเก่าแก่ที่สุดของประวัติศาสตร์สเปน Bolero การเต้นที่มีทั้งจังหวะการหยุดและหมุนตัวแบบรวดเร็ว

Fandango การเต้นแบบเร่งจังหวะที่นิยมในกลุ่มคู่รัก ซึ่งคล้ายกับการเต้น Bolero ที่ใช้กีต้าร์ควบคู่ไปกับกรับสเปน (Castanets)

Paso doble มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส เป็นการเต้นแบบหนึ่งสเตป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะการเคลื่อนไหวของวัวกระทิง การเต้นแบบนี้พบเห็นในคนที่เป็นตัวแทนของมาธาดอร์ ในสนามที่สู้รบกับวัวกระทิง

Sevillana การเต้นแบบสนุกสนานร่าเริง โดยใช้ดนตรีพื้นบ้านเป็นหลัก ซึ่งการเต้นนี้มีต้นกำเนิดมาจากเมืองเซบียา มีความคล้ายคลึงกันกับการเต้นแบบ Flamenco ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในงานเทศกาลทางภาคใต้ของสเปน

นอกจากประเทศสเปนจะได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งการเฉลิมฉลอง ซึ่งอุปนิสัยชาวสเปนที่หลงใหลในการเต้นและเสียงดนตรีถือเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งนี้ระบำสเปน หรือระบำฟลาเมงโก ในปัจจุบันไม่ได้มีให้เห็นแค่เพียงในโรงละครเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงภัตตาคารในประเทศสเปน ซึ่งหากคุณไปเยือนประเทศสเปน และอยากสัมผัสกับวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมของสเปน แน่นอนว่าระบำฟลาเมงโกเป็นสิ่งที่คุณต้องลองไปสัมผัสสักครั้ง

***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม: พิธีกรรมของเหล่าขบถ ผู้เปียมพลังชีวิต

คาร์นิวัล

เรื่องแนะนำ

นพ. อุกฤษฎ์ อุเทนสุต นักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ของเมืองไทย

พูดคุยกับนักสะสมแสตมป์พระรูป ร.9 ผู้ที่รวบรวมและศึกษาข้อมูลเรื่องราวเบื้องหลังแสตมป์ และนำไปเผยแพร่สู่สายตาชาวโลก ผม (ผู้เขียนบทความ) อายุ 24 ปี ครั้งสุดท้ายที่ผม “จับแสตมป์” คือเมื่อตอนอายุ 9-10 ขวบ เนื่องจากได้รับมอบหมายให้เขียนจดหมายส่งไปหาเพื่อนร่วมชั้น เป็นกิจกรรมที่ต้องทำในวิชาภาษาไทย หลังจากนั้นไม่นานนัก โลกก็เข้าสู่ยุคสมัยที่บ้านแต่ละหลังเริ่มมีอินเทอร์เน็ตเป็นของตัวเอง ทำให้การสนทนาผ่านโปรแกรม MSN หรืออีเมล์ กลายเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วไม่แพ้โทรศัพท์บ้านซึ่งเป็นที่นิยมอยู่แล้วก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การไปที่สำนักงานไปรษณีย์ ร้านของชำ หรือแม้กระทั่งร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อแสตมป์ติดซองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือ เพื่อนำส่งไปให้ถึงผู้รับในอีก 2-3 วันข้างหน้า ก็กลายเป็นสิ่งที่ผมไม่คุ้นเคยอีกต่อไป แต่ถึงแม้โลกการสื่อสารจะเปลี่ยนไป จนผู้คนเริ่มห่างเหินจากแสตมป์มากขึ้น แต่ดูเหมือนว่า บรรดานักสะสมแสตมป์มากมายยังคงพึงพอใจในการเก็บรวบรวมสะสมในสิ่งที่พวกเขารัก ***************** โดยปกติ นายแพทย์อุกฤษฎ์ อุเทนสุต หรือ หมอโป้ง ตำแหน่งนายแพทย์เชี่ยวชาญ หัวหน้าฝ่ายวิชาการและแผนงาน ที่โรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร แต่สำหรับในวงการนักสะสมแสตมป์ไทยแล้ว เขาคือนักสะสมแสตมป์พระรูป พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือ “แสตมป์พระรูป ร. 9” […]

สุขเมื่อได้กลับบ้านของชาวฟิลิปปินส์ในวันคริสต์มาส

สำหรับคนงานฟิลิปปินส์ในต่างแดน การกลับบ้านช่วงคริสต์มาสถือเป็นเวลาแห่งความสุข ซึ่งมักผ่านไปเร็วเสมอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกบันทึกภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้

ในสายตาคนต่างแดน

ไม่ว่าคุณผู้อ่านเดินทางไปที่ไหนในกรุงเทพมหานคร มักจะได้พบกับชาวต่างชาติอย่างน้อยสักคนสองคนเสมอ อาจเป็นนักท่องเที่ยวหรือเป็นผู้อยู่อาศัย นั่นเป็นเพราะประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์สำหรับการท่องเที่ยวและโอกาสที่ดีในการทำงาน ถึงแม้ว่าผลการจัดอันดับประเทศที่ดีที่สุดสำหรับคนต่างชาติที่เข้าไปทำงานและอยู่อาศัยโดย HSBC เมื่อปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเราจะไม่ติดในอันดับต้นๆ แต่น่าสนใจว่าชาวต่างชาติจำนวนมากที่เข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ พวกเขามีความคิดเห็นต่อบ้านเราอย่างไร? “ในสายตาคนต่างแดน” จะมีมุมมองอย่างไรบ้าง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทยได้ทดลองเดินเท้าไปตามย่านถนนสีลม เพื่อหาคำตอบ “ผมอยู่เมืองไทยมา 16 ปีแล้วครับ แต่งงานและมีครอบครัวที่นี่ ผมมีความสุขที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย คนไทยใจดี และสุภาพมาก แต่พวกเขาขี้อาย ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกหรือความคิดในใจ ผมต้องบอกให้พวกเขาพยายามพูดมันออกมา อีกหนึ่งเรื่องก็คือคนไทยไม่บอกกันตรงๆ ว่าเขารู้สึกเกลียดใคร มันเหมือนกับระเบิดเวลาที่รอระเบิดทีเดียวในสถานการณ์คับขัน” “อยู่เมืองไทยสนุกดี กรุงเทพฯมีแต่ตึกสูงๆ ห้างใหญ่ๆ ไม่เหมือนที่บ้านเรา ที่นี่รถเยอะมากๆ ชอบอาหารไทย ตัวเราชอบกินอาหารไทยมากกว่าอาหารเมียนมาอีก ทุกวันนี้สบายนะ เพราะอยู่เป็นแล้ว ช่วงแรกๆ ลำบากหน่อย เพราะยังไม่มีเอกสาร พอมีแล้วเราก็ไปเที่ยวได้หลายแห่งเลย ทะเลเมืองไทยสวยมาก ตั้งใจว่าคงอยู่ไทยไปอีกนานนะ ทุกวันนี้ไม่ได้กลับบ้านเลย ส่งเงินอย่างเดียว (หัวเราะ)” “2 ปีในเมืองไทย ผมทำงานที่อุทัยธานีนาน 17 เดือน ก่อนจะย้ายเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ เข้าเดือนที่ 7 […]