โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์ - National Geographic

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์

เอช. เอช. โฮล์มส์ คือประวัติศาสตร์อันน่าสยดสยองของชาวอเมริกัน และคุณผู้อ่านสามารถสัมผัสความรู้สึกได้ โดยก้าวเดินออกจากสถานีรถไฟ Bermondsey ในกรุงลอนดอนไปทางทิศใต้ราว 7 นาที คุณจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวสุดแปลกใหม่ ในฐานะเขกของโรงแรมที่ขึ้นชื่อลือชาว่าเป็นสถานที่ฆาตกรรมมาแล้วไม่รู้กี่ศพ

อดีตโรงงานทำบิสกิตแห่งนี้กลายมาเป็น “Hollow Hotel” โรงแรมที่แขกผู้เข้าพักไม่จำเป็นต้องค้างคืน ขอเพียงแค่มาสนุกกันเท่านั้น เมื่อเดินเข้ามาคุณจะพบกับบาร์และแผนกต้อนรับ แต่ไม่ต้องเสียเวลานานกับที่ตรงนั้น เพราะเรื่องราวที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นที่ห้องด้านใน

เชิญพบกับประสบการณ์โปรแกรมสยองขวัญสั่นประสาทที่มีความยาวถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง ผู้มาเยือนสามารถเลือกรูปแบบของคืนเข้าพักที่พวกเขาอยากเล่นได้ โปรแกรมมีทั้งหมด 7 แบบด้วยกันให้เลือก โดยในแต่ละแบบนั้นจะมีเรื่องราวเป็นของตนเอง ซึ่งถึงแม้ว่าผู้มาเยือนที่เข้าร่วมจะถูกฆ่าตายแล้วก็ตาม เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปได้

Hollow Hotel แห่งนี้ (อันที่จริงควรเรียกว่าบ้านผีสิงมากกว่า) ออกแบบโดยบริษัทผู้สร้างโรงภาพยนตร์นาม Difference Engine ซึ่งก่อนหน้านี้เคยสร้าง Heist สถานที่เชื้อเชิญให้ผู้เล่นเข้ามามีประสบการณ์ร่วมผ่านการตัดสินใจของพวกเขามาแล้ว เปิดให้เข้าร่วมเล่นนานถึง 9 เดือนเลยทีเดียว เนื่องจากฮิตติดตลาด และสำหรับ Hollow Hotel แห่งนี้สนนราคาตั๋วเข้าเล่นอยู่ที่ 65 ดอลล่าร์สหรัฐ ผู้เข้าพักจะได้รับสูทจำนวน 2 – 6 ตัว โดยมีกฎว่าผู้เข้าเล่นต้องมีอายุมากกว่า 18 ปี เปิดความสยองให้ได้ร่วมสนุกกันตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนถึง 17 กรกฎาคม 2018

เอช. เอช. โฮล์มส์
Hollow Hotel ในกรุงลอนดอนได้แรงบันดาลใจในการสร้างมาจาก “Murder Castle”
โรงแรมสยองขวัญที่ H.H. Holmes ใช้เป็นสถานที่ก่อเหตุฆาตกรรมสยองต่อเนื่องในช่วงปลายทศวรรษ 1800
ภาพถ่ายโดย Ali Wright

 

สร้างจากเรื่องจริง

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์ (H. H. Holmes) หนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดของอเมริกา โฮล์มส์รับสารภาพว่าสังหารผู้คนไป 28 ศพ แต่เชื่อกันว่าแท้จริงแล้วเขาฆ่าไปมากถึง 200 ศพ ก่อนที่จะถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในปี 1896

ย้อนกลับไปก่อนปี 1893 โฮล์มส์ย้ายมายังชิคาโกและสร้างโรงแรมขนาด 3 ชั้นขึ้นในย่าน Englewood ผู้คนท้องถิ่นพากันเรียกขานโรงแรมแห่งนี้ว่า “the Castle” หลังเสร็จสมบูรณ์ เขาประกาศผ่านหนังสือพิมพ์รับสมัครพนักงานหญิงและเชิญชวนลูกค้าที่สนใจให้เข้ามาพักภายในโรงแรม ซึ่งตรงกับช่วงจัดงานมหกรรมโลกขึ้นในชิคาโกพอดี ทำให้มีแขกผู้เข้าพักมากมาย

บนชั้นสองของโรงแรมคือออฟฟิศของโฮล์มส์ ภายในมีห้องพักมากกว่า 100 ห้อง บางห้องมีผนังเก็บเสียงและเชื่อมต่อกับท่อส่งแก๊ส ทั้งยังประกอบด้วยประตูกล ช่องตาแมว และบันไดที่ไม่มีทางออก นี่คือบ้านผีสิงอย่างแท้จริง โดยห้องที่น่ากลัวที่สุดคือภายในห้องทำงานของโฮล์มส์เองที่เขาใช้โยนร่างของเหยื่อที่เขาฆ่าทิ้งลงไปในปล่องผ่านช่องพิเศษติดกับผนังห้อง นอกจากนั้นเขายังจัดการกับศพที่เหลือด้วยการต้มหรือแช่ในน้ำกรดอีกด้วย

หลังเศรษฐกิจล่มสลายโฮล์มส์ทิ้งโรงแรมและผันตัวมาเป็นนักประกัน แต่ยังคงฆ่าคนต่อไปเรื่อยๆ จนถูกตำรวจจับได้ในที่สุด ไม่นานหลังผลการสืบสวนออกรายงาน โรงแรมดังกล่าวก็ถูกซื้อและต่อเติมใหม่กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าดึงดูดใจในชื่อว่า “Holmes Horror Castle” และปัจจุบันกลายมาเป็นที่ทำการไปรษณีย์

เรื่อง Elaina Zachos

เอช. เอช. โฮล์มส์
ผู้มาเยือนหรือผู้เล่นสามารถเลือกเรื่องราวหรือด่านที่พวกเขาอยากเล่นได้
ภาพถ่ายโดย Ali Wright

 

อ่านเพิ่มเติม

โรงแรมอวกาศพร้อมเปิดให้บริการในปี 2022 นี้

เรื่องแนะนำ

106 ปี ไททานิก โศกนาฏกรรมโลกไม่ลืม

แม้เวลาจะล่วงเลยมาถึง 106 ปีแล้ว ทว่าโศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นกับเรือเดินสมุทรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำ ย้อนชมเรื่องราวของไททานิกกันอีกครั้ง

รูปที่มีทุกบ้าน

หากมองเผิน ๆ เราคงไม่รู้สึกประหลาดใจกับภาพถ่ายภาพนี้สักเท่าไร แต่ถ้าผมบอกว่าภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพชื่อ ดีน คองเกอร์ มีดีกรีเป็นช่างภาพ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ก็อาจจุดประกายความสนใจขึ้นมาได้บ้าง แล้วถ้าผมบอกเพิ่มอีกว่า ภาพนี้ถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 1967 หรือตรงกับ พ.ศ. 2510 เป็นภาพหนึ่งที่ประกอบสารคดีเรื่อง “Hope and Fears in Booming Thailand” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกันนั้น ก็น่าจะทำให้ใครหลายคนอยากรู้เรื่องราวเบื้องหลังมากขึ้น คำบรรยายภาพภาพนี้ระบุสั้น ๆ ว่า “พระภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งกำลังศึกษาพระธรรมอยู่ในกุฏิที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ชายไทยส่วนใหญ่รวมถึงพระมหากษัตริย์ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ประดับอยู่บนผนังห้องจะได้รับผลบุญยิ่งใหญ่จากการบวชเรียนเป็นพระภิกษุ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตาม” ภาพถ่ายภาพนี้มีอายุเกือบครึ่งศตวรรษ หากบวกเวลาเพิ่มเข้าไปอีก 20 ปีคงหมายถึงหนึ่งชั่วอายุคนและหมายถึงช่วงเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของปวงชนชาวไทย รัชสมัยอันยาวนานนี้หมายความว่า คนไทยส่วนใหญ่เกิดและเติบโตขึ้นใน แผ่นดินรัชกาลที่ 9 แม้วันนี้พระองค์จะจากพวกเราไป พร้อม ๆ กับที่ยุคสมัยหรือหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่หน้าหนึ่งได้ปิดฉากลง นั่นคือความเป็นจริงอันเจ็บปวดที่เราจำต้องยอมรับ  และก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยกัน ในบทความเรื่อง “พระราชวงศ์ผู้ทรงงานของไทย” หรือ “Thailand’s Working Royalty” ตีพิมพ์ใน เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับตุลาคม ปี 1982 ผู้เขียนมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อกราบบังคมทูลสัมภาษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยทรงไล่เรียงความเป็นไปในแต่ละรัชกาล จนมาถึงรัชสมัยของพระองค์ว่า “แล้วเราก็เข้ามา [เสด็จขึ้นครองราชย์] ตอนนั้นเราอายุ 18 ถึงตอนนี้ก็ 36 ปีแล้ว เป็นเวลายาวนานทีเดียว ตอนที่เราเข้ามารับหน้าที่นี้ในพระราชวัง ทั้งเก้าอี้และพรมมีรูโหว่ พื้นก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด พระราชวังอยู่ในสภาพเก่าทรุดโทรม ตอนนั้นเป็นช่วงหลังสงคราม และไม่มีใครคอยดูแล เราต้องสร้างสิ่งต่าง ๆ ขึ้นใหม่ เราไม่รื้อทำลาย แต่ค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันทีละชิ้น นี่ก็ล่วงเข้า 36 ปีแล้ว ดังนั้นรัชสมัยนี้อาจเป็นเรื่องของการก้าวไปทีละก้าว [เป็น] วิวัฒนาการมองหาสิ่งดี ๆ จากอดีต ประเพณียังคงอยู่และได้รับการปรับเปลี่ยน นี่คือบทเรียน: เรานำประเพณีเก่าแก่มาบรูณะขึ้นใหม่ เพื่อใช้ประโยชน์ในปัจจุบันและอนาคต”      ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้   อ่านเพิ่มเติม : คุยกับซีซาร์ มิลแลน, ๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

๘๙ พรรษา มหาราชในดวงใจ : ชัยชนะของการพัฒนา

รอบนักษัตรที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๓๐ – ๒๕๔๒) “การพัฒนาแหล่งน้ำนั้น ในหลักใหญ่ ก็คือการควบคุมน้ำให้ได้ดังประสงค์ทั้งปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ เมื่อน้ำมีปริมาณมากเกินไปก็ต้องหาทางระบายออกให้ทันการณ์ ไม่ปล่อยให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายได้ และในขณะที่เกิดภาวะขาดแคลน ก็จะต้องมีน้ำกักเก็บไว้ใช้อย่างเพียงพอ ทั้งมีคุณภาพเหมาะสมแก่การเกษตร การอุตสาหกรรม และการอุปโภคบริโภค ปัญหาอยู่ที่ว่าการพัฒนาแหล่งน้ำอาจจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบ้าง แต่ถ้าไม่มีการควบคุมน้ำที่ดีพอแล้ว เมื่อเกิดภัยธรรมชาติขึ้นก็จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนสูญเสีย ทั้งในด้านเศรษฐกิจและในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ทั้งส่งผลกระทบกระเทือนแก่สิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง” –พระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความห่วงใยในสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ตลอดจนปัญหาด้านต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่พสกนิกรต้องเผชิญ ทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา และพระอัจฉริยภาพอันเป็นที่ประจักษ์ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปีแห่งการครองราชย์ ดังจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการที่ได้พระราชทาน โครงการเหล่านี้เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของหลายฝ่าย มุ่งแก้ปัญหาและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติและที่สำคัญที่สุดคือความผาสุกของประชาชน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “มูลนิธิชัยพัฒนา” ขึ้นโดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินการพัฒนาต่าง ๆ ซึ่งหากทำตามระเบียบราชการอาจเกิดความไม่สะดวก ไม่ทันท่วงที ทั้งนี้มุ่งที่ผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง มูลนิธิชัยพัฒนาได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิและมีฐานะเป็นนิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๑ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ที่มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งขึ้นและให้การสนับสนุนการดำเนินงานกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โครงการสำคัญ ๆ มีอาทิ แนวคิดและทฤษฎีในการพัฒนาแหล่งน้ำและปรับปรุงดิน โครงการน้ำดีไล่น้ำเสีย โครงการฝนหลวง โครงการเครื่องดักหมอก (เป็นการพัฒนาทรัพยากรแหล่งน้ำในบรรยากาศ) การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โครงการพัฒนาสังคมและการส่งเสริมคุณธรรม การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม  และการพัฒนาฟื้นฟูป่าไม้ เป็นต้น โครงการเส้นทางเกลือเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นที่มีปัญหาขาดแคลนสารไอโอดีน อันเนื่องมาจากพระราชดำริตามหลักสังคมวิทยาการแพทย์ (Medical Sociology) ทรงกำหนดให้ใช้พื้นที่อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้นแบบในการศึกษาแก้ไขปัญหา ค้นหาเส้นทางเกลือตั้งแต่แหล่งผลิตไปสู่ผู้บริโภค โครงการบำบัดน้ำเสียด้วยพืชน้ำ โครงการพัฒนาเพื่อพึ่งตนเองของเกษตรกร และโครงการทฤษฎีใหม่ ทฤษฎีใหม่ (New Theory) นี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวพระราชดำริเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบความยากลำบากในการเพาะปลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่เกษตรที่อาศัยน้ำฝน แล้วเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำเนื่องจากความแปรปรวนของสภาวะดินฟ้าอากาศ ซึ่งแม้จะมีการขุดบ่อเก็บน้ำไว้ใช้ ก็ยังไม่เพียงพอ จึงเสนอแนวทางจัดการที่ดินและน้ำเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ที่เรียกว่า ทฤษฎีใหม่ก็เพราะมีพระราชดำริให้มีการบริหารและจัดการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเป็นสัดส่วนและยั่งยืน เช่น ขุดสระน้ำ ทำนาข้าว ปลูกไม้ผลยืนต้น และสร้างที่อยู่อาศัย เป็นแนวทางที่ไม่เคยมีผู้ใดคิดและทำมาก่อน ประการต่อมาคือมีการคำนวณโดยหลักวิชาการเกี่ยวกับปริมาณน้ำที่จะกักเก็บให้เพียงพอตลอดฤดูเพาะปลูกทั้งปี และสุดท้ายคือมีการวางแผนที่สมบูรณ์แบบสำหรับเกษตรกรรายย่อย ทั้งหมดนี้เป็นทฤษฎีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสในโอกาสที่คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ ๔ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๗ ความตอนหนึ่งว่า “ชัยชนะของประเทศนี้โดยงานของมูลนิธิชัยพัฒนานั้นก็คือ ความสงบ… เป็นเมืองไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า จนเป็นชัยชนะของการพัฒนาตามที่ได้ตั้งชื่อ มูลนิธิชัยพัฒนา ชัยของการพัฒนานี้มีจุดประสงค์คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี”     อ่านเพิ่มเติม : ๘๘ พรรษา มหาราชในดวงใจ : พระอัจฉริยภาพเกริกไกร, ๘๘ พรรษา มหาราชในดวงใจ : พระบารมีแผ่ไพศาล

พบรอยเท้ามนุษย์อายุ 13,000 ปี เก่าแก่ที่สุดในอเมริกาเหนือ

การค้นพบรอยเท้าครั้งนี้เป็นหลักฐานสำคัญว่ามนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อพยพลงมาทางตอนใต้ ตลอดแนวชายฝั่งทางตะวันตกของอเมริกาเหนือ