ภาพเก่าหาชมยากของราชวงศ์ต่างๆ ทั่วโลก จากคลังของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

ภาพเก่าหาชมยากของราชวงศ์ทั่วโลก

ภาพเก่าหาชมยากของราชวงศ์ทั่วโลก

เจ้าชายเฮนรี ชาลส์ อัลเบิร์ต เดวิด แห่งเวลส์ หรือพระนามที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า เจ้าชายแฮร์รีกำลังจะเข้าพิธีเสกสมรสกับเมแกน มาร์เคิล ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2018 นี้ ท่ามกลางความสนใจจากทั่วโลก รายงานจากบีบีซีระบุผลสำรวจชาวอังกฤษที่รอชมการถ่ายทอดสดพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคทในปี 2554 นั้นมีผู้ชมผ่านโทรทัศน์มากถึง 24 ล้านคน จึงคาดว่าในพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและมาร์เคิลจะมีผู้รอชมการแต่งงานครั้งสำคัญของราชวงศ์อังกฤษเป็นจำนวนมากเช่นกัน

ย้อนกลับไปเมื่อสมัยช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 พิธีเสกสมรสของสมาชิกราชวงศ์อังกฤษจัดขึ้นเป็นการส่วนพระองค์ภายในโบสถ์หรือพระราชวัง และส่วนใหญ่แล้วการแต่งงานจะเกี่ยวข้องกับการทูตหรือการต่างประเทศ ต่างจากพิธีในปัจจุบันที่ถูกจับจ้องด้วยสายตาของประชาคมโลก และถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ รวมไปถึงยังให้ข้อมูลรายละเอียดของพิธีทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นขั้นตอน, แขกผู้เข้าร่วม ไปจนถึงที่มาของชุดแต่งงานแก่สาธารณะตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และแน่นอนว่าพิธีเสกสมรสนี้ไม่ได้มีความหมายเฉพาะราชวงศ์เท่านั้น แต่ยังเป็นบันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาวอังกฤษอีกด้วย

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รวบรวมภาพถ่ายเก่าของบรรดาสมาชิกราชวงศ์จากทั่วโลกมาให้ได้ชมกัน บางภาพเป็นภาพจากพิธีราชาภิเษก ในขณะที่บางภาพก็เป็นภาพถ่ายในชุดประจำชาติ เมื่อครั้งที่เทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปยังไม่ทันสมัยเช่นทุกวันนี้ ขอเชิญคุณผู้อ่านย้อนเวลาไปชมภาพประวัติศาสตร์เหล่านี้พร้อมๆ กัน

เรื่อง Heather Brady

ราชวงศ์
เจ้าหญิงมองโกเลียในพระมาลาและฉลองพระองค์ประจำชาติ
ภาพถ่ายโดย Adam Warwick
ราชวงศ์
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดสมัยประชุมสภาแคนาดาเคียงคู่กับเจ้าชายฟิลิป นอกจากสถานะกษัตริย์ของอังกฤษแล้วพระองค์ยังทรงเป็นประมุขของแคนาดา และพระองค์ทรงเดินทางไปเยือนแคนาดาบ่อยที่สุดตลอดการครองราชย์
ภาพถ่ายโดย Kathleen Revis
ราชวงศ์
สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ในฉลองพระองค์พระราชพิธีโสกันต์ในฉลองพระองค์เต็มยศ ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
ราชวงศ์
เจ้าหญิงสวาซิแลนด์ในฉลองพระองค์สำหรับพิธีเสกสมรส ภาพถ่ายจากทศวรรษ 1970 สวาซิแลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยแอฟริกาใต้ ปัจจุบันยังคงปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเอสวาตินีแล้ว
ภาพถ่ายโดย Volkmar K. Wentzel
ราชวงศ์
เจ้าชายYang-Chi-ching จากเมือง Liulin มณฑลกานซู่ ประทับอยู่หน้า yamen หรือที่ทำงานส่วนพระองค์ พระมาลาทำจากขนจิ้งจอกส่วนฉลองพระองค์ทำจากขนตัวนาก
ภาพถ่ายโดย Dr. Joseph F. Rock
ราชวงศ์
หญิงชาวอินโดนีเซียแสดงเป็นเจ้าหญิง ในการละเล่น “วายัง” ศิลปะการเชิดหุ่นตามวัฒนธรรมของชาวชวา มีลักษณะคล้ายการเชิดหนังตะลุงในภาคใต้ของไทย
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
เจ้าหญิงและเจ้าชายแห่งมองโกเลียทรงยืนเคียงข้างกับพระโอรสและพระธิดา ในลานของพระราชวังกรุงปักกิ่ง ฉลองพระองค์ทำจากขนสัตว์เพื่อป้องกันความหนาวเย็น
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
พระเจ้าธีบอและพระราชินีศุภยาลัต กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งเมียนมา หลังขึ้นครองราชย์ได้เพียง 7 ปี เมียนมาร์ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และพระองค์ถูกเนรเทศไปยังอินเดีย
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
ราชวงศ์
เจ้าชายมองโกเลียทรงสวมพระมาลาที่บ่งบอกถึงลำดับชั้นในราชวงศ์
ภาพถ่ายโดย Adam Warwick
ราชวงศ์
จักรพรรดินีฟาราห์ ปาห์ลาวี แห่งอิหร่านเสด็จในพระราชวังโกเลสตาน ทรงสวมฉลองพระองค์สำหรับพระราชพิธี หลังเหตุการปฏิวัติอิหร่านพระองค์ทรงลี้ภัยไปอียิปต์ ปัจจุบันประทับอยู่ในฝรั่งเศส และทุกวันนี้อิหร่านปกครองด้วยประมุขสูงสุดที่มีอำนาจกำหนดนโยบายตลอดจนการศาสนา
ภาพถ่ายโดย Jamel L. Stanfield
ราชวงศ์
สมเด็จพระจักรพรรดิเฮลี เซลาสซีที่ 1 และพระจักรพรรดินีเมเนน อัสเฟา แห่งเอธิโอเปีย ในฉลองพระองค์เต็มยศ พระองค์เป็นรัชทายาทสืบเชื้อสายมาจากสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นเชื้อสายที่สืบย้อนไปถึงกษัตริย์โซโลมอนและราชินีชีบา ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นพระเจ้าในขบวนการราสตาฟารี ที่มีผู้นับถือประมาณ 600,000 คน
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
เจ้าชาย Chun ทรงอุ้มพระราชบุตร จักรพรรดิผู๋อี๋ หรือปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งประเทศจีน หลังการสละราชสมบัติของพระองค์ จีนเริ่มต้นการปกครองแบบสาธารณรัฐ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์หลังปกครองแบบกษัตริย์มานานกว่า 2,000 ปี
ภาพถ่ายโดย National Geographic Creative
ราชวงศ์
เจ้าหญิง Elizabeth Bibesco บุตรสาวของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ พระองค์สมรสกับเจ้าชาย Antoine Bibesco แห่งโรมาเนีย และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในกรุงปารีส
ภาพถ่ายโดย Bruce Dale

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]

ใครคือผู้ประดิษฐ์เครื่องมือหินอายุ 700,000 ปี ในฟิลิปปินส์?

ใครบางคนในฟิลิปปินส์เมื่อหลายแสนปีก่อนประดิษฐ์เครื่องมือหินที่ใช้ในการแล่เนื้อแรด มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่มนุษย์จะเดินทางมาถึงเสียอีก พวกเขาเป็นใครกัน?

กู้มรดกแดนน้ำแข็ง

เรื่อง เอ. อาร์. วิลเลียมส์ ภาพถ่าย เอริกา ลาร์เซน แหล่งโบราณคดีนูนัลเลก (Nunalleq) บนชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของอะแลสกาเก็บรักษาช่วงเวลาแห่งหายนะ โดยแช่แข็งเอาไว้ในกาลเวลา ผืนดินโคลนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเกลื่อนกล่นไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ประจำวันซึ่งชนพื้นเมืองเผ่ายูปิก (Yupik) เคยใช้ ทุกอย่างถูกทิ้งไว้ในสภาพเดิม ขณะเกิดการบุกโจมตีอย่างดุเดือดเมื่อเกือบสี่ศตวรรษมาแล้ว รอบอาณาบริเวณของสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสิ่งปลูกสร้างด้วยดินและหญ้าหรือบ้านดิน (sod house) ขนาดใหญ่ ปรากฏร่องรอยของไฟที่จุดรมผู้อยู่อาศัยราว 50 คนให้ออกมา คนเหล่านี้อาศัยอยู่ที่นี่เมื่อไม่ได้ออกไปล่าสัตว์ ตกปลา หรือเก็บพืชผลดูเหมือนไม่มีใครรอดชีวิต โครงกระดูกของผู้หญิง เด็ก และคนชราพบอยู่รวมกัน ทุกคนคว่ำหน้าอยู่ในโคลน บ่งบอกว่าคงถูก จับและสังหาร โศกนาฏกรรมจากอดีตอันไกลโพ้นกลายเป็นคุณูปการต่อวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ดังเช่นที่มักเกิดกับแวดวงโบราณคดี ที่นูนัลเลก นักโบราณคดีขุดพบศิลปวัตถุกว่า 2,500 ชิ้นในสภาพที่ไม่บุบสลาย ตั้งแต่เครื่องใช้ในการกินไปจนถึงข้าวของชิ้นพิเศษอย่างหน้ากากไม้ที่ใช้ในพิธีกรรม เข็มสักทำจากงาช้าง และเข็มขัดที่ร้อยจากฟันของกวางคาริบู สิ่งของเหล่านี้ได้รับการรักษาสภาพไว้อย่างดีจนน่าแปลกใจ จากการถูกแช่แข็งอยู่ในพื้นดินมาตั้งแต่ราวปี 1660 เศษตะกร้าและเสื่อยังคงรักษาลวดลายสานอันละเอียดลออไว้ได้ และเมื่อแหวกมัดหญ้าเปื้อนโคลนออก คุณจะเห็นใบหญ้าเรียวสีเขียวสดถูกเก็บรักษาไว้ข้างใน “หญ้าพวกนี้ตัดมาตั้งแต่สมัยเชกสเปียร์ยังมีชีวิตเชียวนะครับ” ริก คเนกต์ หัวหน้านักโบราณคดี พูดอย่างตื่นเต้น คเนกต์ทำงานประจำอยู่ที่มหาวิทยาลัยแอเบอร์ดีนในสกอตแลนด์ เขามองเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการทำลายล้างที่นูนัลเลกกับนิทานเก่าแก่ซึ่งชาวยูปิกในปัจจุบันยังจำกันได้ มุขปาฐะเป็นขนบที่เก็บรักษาความทรงจำของช่วงเวลาที่นักประวัติศาสตร์เรียกว่า […]