ฉลอง วันพ่อสากล กับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

ฉลองวันพ่อสากลกับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

ฉลอง วันพ่อสากล กับคลังภาพเก่าของคุณพ่อทั่วโลก

ทุกวันอาทิตย์ที่สามของเดือนมิถุนายนสำหรับหลายประเทศแล้วถือว่าเป็นวันพ่อสากล และชุดภาพถ่ายจากคลังภาพเก่าของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเหล่านี้จะแสดงให้เห็นว่ารักจากพ่อนั้น คือความรักที่เป็นสากล

แตกต่างจากวันแม่สากลที่ได้รับการยอมรับให้เป็นวันหยุดประจำชาติอย่างรวดเร็ว แต่สำหรับวันพ่อแล้วต้องรอหลายสิบปี กว่าจะได้กำหนดให้เป็นวันหยุดสำคัญบ้างเช่นกัน ในสหรัฐอเมริกา ผู้คนเริ่มต้นฉลองวันพ่อกันในปี 1910 โดยวอชิงตันคือรัฐแรกที่ให้ความสำคัญกับความรักของพ่อ และในปี 1972 ยุคสมัยของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน วันพ่อก็ได้รับการกำหนดให้เป็นวันสำคัญอย่างเป็นทางการ

มาชมภาพเก่าของยอดคุณพ่อเหล่านี้ที่คอยดูแล, ปกป้อง และเลี้ยงดูลูกๆ จากหลากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก ไม่ต่างจากคุณพ่อที่บ้านของเรา

เรื่อง Heather Brady

วันพ่อสากล
คุณพ่อจากแคว้นเบรอตาญในฝรั่งเศสอุ้มลูกสาวขณะยืนอยู่บนลานของโบสถ์ในจังหวัดฟีนิสแตร์ ประเทศฝรั่งเศส ภาพถ่ายจากต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Arthur Stanley Riggs
วันพ่อสากล
คุณพ่อและลูกชายชาวตูนิเซียโพสท่าถ่ายภาพใกล้เครื่องทอผ้า, ต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Jules Gervais Courtellemont
วันพ่อสากล
ชายชาวประมงบนเกาะ Inishmaan อุ้มลูกสาวไว้ในอ้อมแขน เกาะแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของไอร์แลนด์, ทศวรรษ 1970
ภาพถ่ายโดย Winfield Parks
วันพ่อสากล
นักเขียนและลูกชายนั่งพิงต้น cuipo ในปานามา, ต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Henry Pittier
วันพ่อสากล
นักบวชและลูกสาวชาวโรมาเนียเดินทางจากตลาดกลับบ้าน
ภาพถ่ายโดย Frederick Moore
วันพ่อสากล
ลูกสาวสองคนในชุดตามวัฒนธรรมยืนอยู่ข้างผู้เป็นพ่อที่มีอาชีพเลี้ยงแกะ ในเมือง Metsovo ของกรีซ
ภาพถ่ายโดย B. Anthony Stewart
วันพ่อสากล
คุณพ่อชาวบัลแกเรียและลูกสาวจากเมืองดรามา ในกรีซ โพสท่าเดียวกัน
ภาพถ่ายโดย Frederick Moore
วันพ่อสากล
วิลเลียม ฮาวเวิร์ด แทฟต์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกากับลูกชายของเขา ขณะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพสหรัฐฯ ช่วงต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Harris and Ewing
วันพ่อสากล
ครอบครัวชาววัลลาเซียยืนอยู่หน้าบ้านในทรานซิลเวเนีย ดินแดนของประเทศฮังการีในช่วงต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย Erdelyi
วันพ่อสากล
คุณพ่อเกษตกรจูงมือลูกสาวย่ำเท้าไปตามถนนสกปรก บนเกาะนอร์ท ของนิวซีแลนด์, ทศวรรษ 1970
ภาพถ่ายโดย Bates Littlehales
วันพ่อสากล
คุณพ่อและลูกชายในชุดตามวัฒนธรรมถ่ายภาพร่วมกันในเมือง Mezőkövesd ประเทศฮังการี ต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย A.W. Cutler

 

เรื่องแนะนำ

โรงแรมแห่งนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก เอช. เอช. โฮล์มส์

เอช. เอช. โฮล์มส์คือหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน เรื่องราวความน่ากลัวของเขาโหดจนบันดาลใจให้มีการสร้างโรงแรมวิปลาสแห่งนี้ขึ้นในกรุงลอนดอน

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]