ชีวิตเป็นอย่างไรในวอร์ด ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ - National Geographic Thailand

ชีวิตเป็นอย่างไรในวอร์ดผู้ป่วยอัลไซเมอร์

ผู้ป่วยมองออกไปยังนอกหน้าต่างที่ปิดตายของวอร์ด

ชีวิตเป็นอย่างไรในวอร์ด ผู้ป่วยอัลไซเมอร์

ขณะกำลังอยู่ระหว่างการเยี่ยมชมโรงพยาบาลผู้สูงอายุในฝรั่งเศส มาจา เดเนียลส์ ช่างภาพมองผ่านประตูซึ่งมีช่องหน้าต่างวงกลมเข้าไปข้างใน หลังประตูบานนั้นบางคนเรียกร้องความสนใจจากเธอ เมื่อเธอถามคำถามบางอย่างกับพวกเขา แดเนียลส์จึงได้รู้ว่าพวกเขาคือ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ และประตูบานนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องพวกเขาจากการเดินไปมาและหลงทางในที่สุด

“ภาพของประตูบานนั้นมันติดอยู่ในใจฉันมาก” แดเนียลส์กล่าว

นั่นจึงเป็นที่มาของโปรเจคสารคดี “Into Oblivion” สารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวรอบตัวของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ในขณะเดียวกันก็เน้นย้ำให้เห็นถึงการตัดขาดกลุ่มผู้สูงอายุออกจากสังคม ใช้ระยะเวลาในการทำงานนาน 3 ปี โดยสารคดีชุดนี้ชนะเลิศกองทุน Bob and Diane ทุนที่สนับสนุนให้แก่ภาพถ่ายที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้ป่วยอัลไซเมอร์และโรคสมองเสื่อม

ในขณะที่กองทุนส่งผลให้สารคดีเป็นที่รู้จักมากขึ้น มันยังสร้างความเปลี่ยนแปลงอีกด้วย เมื่อแดเนียลส์แสดงภาพถ่ายเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลดู พวกเขาพากันตกใจกับภาพถ่ายของผู้คนที่ยืนอยู่ที่ประตู จากนั้นแดเนียลส์เล่าว่าต่อมาเจ้าหน้าที่นำวอลเปเปอร์มาติดทั่วประตู เพื่อให้บานประตูดูกลมกลืนกับสิ่งแวดล้อมรอบๆ และป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเดินออกไป

ทั้งนี้กองทุน Bob and Diane เกิดขึ้นจาก Gina Martin ครีเอทีฟของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเพื่อระลึกถึง Diane แม่ของเธอที่เสียชีวิตจากโรคอัลไซเมอร์ในปี 2011 และ Bob พ่อของเธอ ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัล 5,000 ดอลล่าร์สหรัฐสำหรับสนับสนุนงานของพวกเขา

เรื่อง อเล็กซานดร้า อี.เพททรี

ภาพถ่าย มาจา แดเนียลส์

ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
ห้องพักของผู้ป่วยในวอร์ด
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
หนึ่งในผู้ป่วยของวอร์ดแสดงออกถึงความสับสนและความวิตกกังวล
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
ซุปและน้ำแอปเปิล อาหารภายในวอร์ด
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
รูปปั้นพระเยซูขนาดเล็กๆ ตั้งอยู่ริมขอบหน้าต่างของวอร์ด
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
หนึ่งในผู้ป่วยของวอร์ดแสดงออกถึงความสับสนและความวิตกกังวล
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
หนึ่งในผู้ป่วยถกกระโปรงขึ้นโชว์ขาให้เธอดู ขณะกำลังเดินอยู่ในวอร์ด
ผู้ป่วยอัลไซเมอร์
เวลา 7 โมงเช้าภาพจากห้องพักในวอร์ด

 

อ่านเพิ่มเติม

ใบหน้าใหม่ สำคัญแค่ไหนต่อชีวิต

 

เรื่องแนะนำ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน

ดอกไม้เรืองแสง

แสงอัลตราไวโอเลตเผยให้เห็นสีสันและประกายเปล่งปลั่งซึ่งซ่อนอยู่ภายในดอกไม้ ราวกับว่าพืชธรรมดาๆ เหล่านี้หลุดออกมาจากป่าในเทพนิยาย

ยานร้างกลางทะเลทราย

ย้อนกลับไปในยุคสงครามเย็น ศูนย์ปล่อยอากาศยานแห่งนี้คือความภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในความพยายามของสหภาพโซเวียตที่จะเอาชนะสหรัฐอเมริกา แต่ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้กลับถูกทิ้งร้าง

หุ่นยนต์บำบัด : เพื่อนคู่ใจของผู้สูงวัย

ในอนาคต หุ่นยนต์บำบัด (robot therapy) หรือหุ่นยนต์ช่วยเหลือทางสังคม (socially assistive robot) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ อาจช่วยพวกเราได้ในยามเร่งด่วน นั่นคือดูแลผู้สูงอายุ  คาดว่าประชากรอายุมากกว่า 80 ปีจะเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าทั่วโลก จาก 143 ล้านคนเป็น 426 ล้านคน ภายในปี 2050 โดยหุ่นยนต์จะถูกตั้งโปรแกรมให้ช่วยเหลืองานได้ทุกเรื่อง ตั้งแต่เตือนให้กินยาไปจนถึงพาผู้ป่วยออกกำลังกาย