การถ่ายภาพ กับชาวสยาม ภาพเก่าเล่าเรื่อง - National Geographic Thailand

การถ่ายภาพ กับชาวสยาม ภาพเก่าเล่าเรื่อง

การถ่ายภาพ กับชาวสยาม

เรียบเรียง มธุรพจน์ บุตรไวยวุฒิ 

ภาพถ่าย  หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

ภาพเก่าเล่าเรื่องตอน การถ่ายภาพ กับชาวสยาม :  นับแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 สยามประเทศเริ่มมีการติดต่อค้าขายกับชาติตะวันตกมากขึ้น บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงให้ทันสมัย เฉกเช่นชาติคู่ค้าเรื่อยมาตามลำดับ ครั้นล่วงเข้าสู่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 สยามเกิดการพัฒนาถึงขีดสุดในหลายด้าน ละทิ้งธรรมเนียมโบราณที่ดูล้าหลัง ปลูกฝังธรรมเนียมใหม่ให้เป็นไปตามสากลนิยม เช่น ยกเลิกระบบไพร่ทาส เปิดโอกาสให้สามัญชนได้เล่าเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และใช้หลักการแพทย์สมัยใหม่ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งและสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ทำให้ชาวสยามมีชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบายขึ้นเป็นอันมาก

การถ่ายภาพ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงถ่ายภาพบุรุษในชุดเสื้อครุยปักและสวมลอมพอกดูคล้ายพระยาแรกนา
การถ่ายภาพ
เจ้าจอมเอิบผู้พี่ (คนหน้า) และเจ้าจอมเอื้อนผู้น้อง สองในห้าเจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่ 5 ผู้มีฝีมือในการถ่ายภาพ กำลังตั้งกล้องถ่ายรูปเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) ผู้เป็นบิดา ในชุดของผู้มีฐานันดรศักดิ์เป็นเจ้าพระยา

การได้รับพระราชทานโอกาสให้ไปศึกษาเล่าเรียนยังต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศทางยุโรป ทำให้ได้พบเห็นความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตลอดจนการที่ชาวตะวันตกเข้ามามีบทบาทหน้าที่ทางราชการมากขึ้น ทำให้พระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านาย ขุนนาง และชนชั้นสูงในสยามกลายเป็นผู้นำที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ของสยามในระยะแรก ธรรมเนียมนิยมต่าง ๆ จึงมักเริ่มจากในรั้วในวังและกลุ่มชนชั้นนำในสังคม ก่อนจะแพร่หลายไปสู่ประชาชน ความนิยมด้าน การถ่ายภาพ ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก็เช่นกัน

การถ่ายภาพ
ภาพสตรีไม่ทราบนามแต่งกายชุดกระโปรงยาว สวมหมวกปีกกว้าง สวมรองเท้า และถือถุงมือยาวอย่างฝรั่งเมืองหนาว แสดงถึงวัฒนธรรมการแต่งกายในโลกตะวันตกที่เริ่มแพร่หลายเข้ามาในสยามเมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว
การถ่ายภาพ
การแต่งกายแบบลำลองของชายไทย นุ่งกางเกงจีนใส่เสื้อคอกลม  คาดเข็มขัดหรือผ้าขาวม้าเคียนพุง  สันนิษฐานว่าเป็นยุคก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

การบันทึกเรื่องราวของบ้านเมือง โดยอาศัยการถ่ายภาพและกล้องถ่ายภาพ ในสมัยนั้นถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการขยายเส้นทางรถไฟจากพระนครสู่หัวเมืองน้อยใหญ่ทั่วประเทศ และการเสด็จประพาสต้นเพื่อเยี่ยมเยียนราษฎร เพราะเพียงการมีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงบนเครื่องบูชาประจำเรือนในสมัยนั้น ก็ถือเป็นการกระจายความอุ่นใจสู่พสกนิกร โดยเฉพาะในยามที่สยามมีภัยจากการล่าอาณานิคมคุกคามอยู่รอบด้าน

 


อ่านเพิ่มเติม

น้ำท่วมกรุงเทพ พุทธศักราช 2485

เรื่องแนะนำ

ฟุตบอล กับการจุดประกายความหวังใหม่ของเหล่าผู้ลี้ภัย

ฟุตบอล กีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ได้ต่อประกายไฟความหวังของเด็กที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยซะอะฮฺตารี (Za'atair) ขึ้นมา 

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ภารกิจตามรอยบรรพชนของสมาชิกตระกูลเซียว หรือ "สีบุญเรือง" สู่บ้านเกิดของบรรพชนในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ยกเสามังกร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง

จากอินโดจีนสู่ CLMV บนรอยทางแห่งความเปลี่ยนแปลง

เรื่อง วนิดา ทูลภิรมย์ ภาพถ่าย จันทร์กลาง กันทอง รถทัวร์ปรับอากาศสองชั้น ด้านหน้ามีรูปธงชาติไทยและกัมพูชาติดไว้คู่กัน พร้อมตัวอักษรสีขาวเขียนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษว่า “รถโดยสารระหว่างประเทศ กรุงเทพฯ – เสียมเรียบ” พาฉันเดินทางจากกรุงเทพฯ มายังด่านปอยเปต ด่านพรมแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา ด้วยระยะเวลาเพียง 4 ชั่วโมง โดยมีเมืองเสียมเรียบ เมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของกัมพูชา เป็นจุดหมายปลายทาง  ทันทีที่รถเข้าเขตด่านปอยเปต ความอึกทึก ไอร้อนและเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกระหึ่มมาจากรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่และรถทัวร์นักท่องเที่ยวที่ต่อแถวยาวเหยียดร่วม 3 กิโลเมตรเพื่อรอผ่านด่านพรมแดนปอยเปต คือสิ่งที่เข้ามาต้อนรับฉัน ภาพที่ฉันเห็นอยู่ตรงหน้าคือรถสินค้านับร้อยคัน ห้างสรรพสินค้า โรงแรมขนาดใหญ่ นักเสี่ยงโชคที่เดินออกจากกาสิโนนั้นเข้ากาสิโนนี้ พ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชามารอเวลาด่านเปิดแต่เช้าเพื่อรีบไปเปิดร้านที่ตลาดโรงเกลือแหล่งการค้าสำคัญและตลาดสำหรับแรงงานชาวกัมพูชาที่เข้ามาทำงานรับจ้างในฝั่งไทย ฉันมีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศในแถบอินโดจีนต่างทยอยได้รับเอกราชจากประเทศเจ้าอาณานิคม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาอีกระลอกหนึ่งหลังจากนั้นคือสงครามอินโดจีนและสงครามเย็น การต่อสู้ทางอุดมการณ์ทางการเมืองที่ต่างกันระหว่างเสรีนิยมที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำกับระบอบสังคมนิยมและคอมมิวนิสต์ที่มีสหภาพโซเวียตและจีนหนุนหลัง  ซึ่งดำเนินมาอย่างยืดเยื้อยาวนาน และจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายคอมมิวนิสต์ในเวียดนามและลาว แต่ภาวะอึมครึมของสงครามเย็นก็ยังคงเกาะกุมอินโดจีนอยู่เพราะความแตกต่างทางอุดมการณ์ทางการเมือง ช่วงสงครามเย็นมีการขยายตัวของคอมมิวนิสต์ในอินโดจีน จึงทำให้รัฐสมาชิกอาเซียนทั้งไทย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ รวมตัวกันในปี ค.ศ.1967 เพื่อสร้างความเหนียวแน่นทางการเมืองให้กับกลุ่มอาเซียน […]