รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าหญิงไดอานา

รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา

รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าหญิงไดอานา

The People’s Princess หรือ “เจ้าหญิงของปวงชน” คือฉายาที่พระองค์ทรงได้รับ ทว่าตลอดพระชนม์ชีพที่สั้นเพียง 36 ปี เจ้าหญิงไดอานาหาได้ทรงมีชีวิตชวนฝันแบบเจ้าหญิงในเทพนิยาย พระองค์ทรงผ่านประสบการณ์เลวร้ายมากมาย ทรงทำผิดพลาดหลายอย่างเฉกเช่นสามัญชนทั่วไป ทว่าท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวมากมายที่เกี่ยวข้องกับพระองค์  โลกจะจดจำเจ้าหญิงไดอานาในฐานะพระมารดาผู้อุทิศตนให้รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษถึงสองพระองค์  และเจ้าหญิงผู้ทรงงานการกุศลเพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น เด็กกำพร้า เหยื่อกับระเบิดในโลกที่สาม และผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอร่วมรำลึกวาระครบ 20 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1997 ด้วยภาพยนตร์สารคดี Diana: In Her Own Words

เด็กหญิงไดอานานั่งบนกระเป๋าเดินทาง ก่อนไปเข้าโรงเรียนประจำที่ Riddlesworth Hall ในฤดูใบไม้ร่วง ปี 1970 ด้วยความโศกเศร้าที่ต้องอยู่ห่างไกลบ้าน ไดอานาพูดกับผู้เป็นพ่อว่า “ถ้าพ่อรักหนู พ่อจะไม่ทิ้งหนูไว้ที่นี่” ภาพถ่ายโดย (Spen/AL), Camera Press, Redux

ย้อนหลังไปเมื่อปี 1991 ณ พระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน เจ้าหญิงไดอานา ทรงบันทึกเทปสัมภาษณ์ลับชุดหนึ่ง พระองค์ตรัสถึงหลายเรื่องที่ทำให้เราเห็นภาพชีวิตที่หาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของพระองค์ เช่น เมื่อผู้สัมภาษณ์กราบทูลให้ทรงเล่าถึงชีวิตวัยเด็ก พระองค์ทรงตอบว่า “เป็นชีวิตวัยเด็กที่ไม่มีความสุข ข้าพเจ้าจำตอนที่พ่อตบหน้าแม่ ข้าพเจ้าซ่อนอยู่หลังประตู แม่ร้องไห้”

การสัมภาษณ์ทำโดยพระสหายสนิทคนหนึ่งในนามของผู้สื่อข่าว แอนดรูว์ มอร์ตัน ซึ่งอยู่ระหว่างการเขียนหนังสือพระประวัติของพระองค์

พระองค์ตรัสตอนหนึ่งถึงสื่อมวลชนว่า “สื่อเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่าทนไม่ไหว เพราะติดตามข้าพเจ้าไปทุกที่”

อีกตอนหนึ่ง เจ้าหญิงไดอานาตรัสถึงการอภิเษกสมรสกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เมื่อปี 1981 ว่า “ทรงให้ข้าพเจ้านั่งลง และตรัสกับข้าพเจ้าว่า ‘แต่งงานกับผมไหม’ ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดว่า บ้าไปแล้วที่เราจะแต่งงาน มันช่างฟังดูเป็นเรื่องผู้ใหญ่เสียเหลือเกิน นั่นคือ ไดอานา คุณครูอนุบาล เรื่องทั้งหมดช่างน่าขัน”

ไดอานา เติบโตขึ้นท่ามกลางสุนัข แมว หนูแฮมสเตอร์ กระต่าย และม้า “ตอนเด็กๆ เธอรักสัตว์มาก” แม่ของไดอานาให้สัมภาษณ์ “เธอรักทุกอย่างที่ตัวเล็กและมีขนปุกปุย” ไดอานาฝึกขี่ม้าตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสี่ขวบ แต่หลังจากแขนหักเพราะตกม้า ครั้งหนึ่ง ความชื่นชอบนั้นก็ค่อยๆ ห่างหายไป ในภาพนี้ ไดอานาอุ้มหนูตะเภาในงานแสดงสัตว์เลี้ยงที่ Sandringham เมื่อปี 1972 เธอนำหนูตะเภาซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงติดตัวไปโรงเรียนประจำโรงเรียนแรกด้วย ที่นั่นเธอได้รับตำแหน่งหัวหน้า “มุมสัตว์เลี้ยง” (Pets’ Corner) ซึ่งโรงเรียนจัดให้เป็นสถานที่ดูแลสัตว์เลี้ยงที่นักเรียนนำมาด้วย ภาพถ่ายโดย (Spen/AL), Camera Press, Redux

สาธารณชนคงไม่คิดว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ที่ดูเหมือนเทพนิยายในตอนแรก จะเริ่มสั่นคลอนและลงเอยด้วยการแยกทางกันหลังเวลาผ่านไปเพียงสิบปี

เจ้าหญิงไดอานาทรงให้สัมภาษณ์ในช่วงเวลาที่อาจเรียกได้ว่า เป็นวิกฤติที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของพระองค์ ทรงเท้าความหลังถึงชีวิตในฐานะสมาชิกราชวงศ์อังกฤษว่า “ตอนนั้นข้าพเจ้าตระหนักว่า ตัวเองต้องรับบทบาทใหญ่หลวง แต่ไม่รู้จริงๆว่าจะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง…”

ไดอานาต้องมั่นใจว่าตัวเองดูดีอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ตอนกระโดดจากสไลเดอร์ลงสระน้ำที่ Park House ซึ่งเป็นบ้านของครอบครัว ภาพถ่ายโดย (Spen/AL), Camera Press, Redux
ภาพถ่ายจากอัลบั้มครอบครัวภาพนี้น่าจะถ่ายระหว่างปี 1967-1969 ไดอานาโพสท่าเป็นเด็กหญิงสาวสะคราญ เธอดูเป็นธรรมชาติหน้ากล้องเสมอ และมีรสนิยมเรื่องแฟชั่นมาตั้งแต่เด็กๆ ภาพถ่ายโดย (Spen/AL), Camera Press, Redux
หลายวันก่อนพระราชพิธีอภิเษกสมรส เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงฉายพระรูปกับเลดี้ไดอานา เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 1981 ภาพถ่ายโดย Keystone-France, Getty Images
ภาพถ่ายพระราชพิธีอภิเษกสมรสภายในท้องพระโรงของพระราชวังบักกิงแฮม เลดี้ไดอานาซึ่งได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ (Princess of Wales) ทรงยืนคู่กับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ตรงกลาง ด้านซ้ายคือสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง และ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี (Queen Mother) ส่วนทางขวาคือพระชนกและชนนีของเจ้าหญิงไดอานา ได้แก่ ฟรานซิส และเอิร์ล สเปนเซอร์ ภาพถ่ายโดย Lichfield, Getty Images
เพื่อช่วยรณรงค์ในนามขององค์กรการกุศล Halo Trust เจ้าหญิงไดอานาทรงพระดำเนินผ่านพื้นที่ที่ยังมีกับระเบิดตกค้าง ในเมือง Huambo ประเทศแองโกลา ต่อหน้าสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 15 มกราคม ปี 1997 ภาพถ่ายโดย Tim Graham, Getty
เจ้าหญิงไดอานาประทับฉายพระรูปหน้าทัชมาฮาลในภาพถ่าย “เจ้าหญิงผู้เดียวดาย” หรือ “princess alone” ที่โด่งดังภาพนี้ ในเวลานั้น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงพบปะกับผู้นำธุรกิจในเมืองบังคาลอร์ ซึ่งว่ากันตามจริงก็ไม่เรื่องแปลกประหลาดที่จะมีกำหนดการแยกในการเสด็จเยือนต่างประเทศระดับนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหญิงไดอานาผู้ทรงตระหนักดีว่า สื่อมวลชนจะวิเคราะห์ทุกความเคลื่อนไหวของพระองค์ ภาพถ่ายภาพนี้จะส่งแรงกระเพื่อมออกไปไกล และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ สื่อมวลชนทำการบ้านและพบว่า เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เคยเสด็จมาประทับ ณ ม้านั่งตัวเดียวกันนี้เมื่อ 12 ปีก่อน และตรัสว่า “วันหนึ่งข้าพเจ้าจะพาภรรยามาที่นี่” และก็เป็นจริงดังตรัส ทว่าเมื่อถึงเวลานั้น ชีวิตสมรสของทั้งสองพระองค์ก็ใกล้ถึงจุดจบแล้ว ภาพถ่ายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 โดย Tim Graham, Getty Images

 

อ่านเพิ่มเติม : พบซากเรือพิฆาต อินเดียแนโพลิส สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจมอยู่ใต้ก้นสมุทรนาน 72 ปีภาพถ่ายอันทรงพลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์

เรื่องแนะนำ

ชาวมายาคือใคร?

ชาวมายาคือใคร? อาณาจักรมายา คืออารยธรรมที่ถูกพิจารณาว่ารุ่งโรจน์ที่สุดในทวีปอเมริกา ก่อนการมาเยือนของชาวสเปน ย้อนกลับไปราว 1,800 ปีก่อนคริสต์กาล อารยธรรมมายาเริ่มต้นตั้งถิ่นฐานขึ้นในดินแดนที่กลายมาเป็นอเมริกากลาง และเม็กซิโกในปัจจุบัน ช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดของอารยธรรมเกิดขึ้นช่วงคริสต์ศักราชที่ 250 – 900 ในเวลานั้นอาณาจักรมายาประกอบด้วยเมืองน้อยใหญ่มากมายกว่า 40 เมือง และมีประชากรมากกว่า 50,000 คน หลักฐานความรุ่งเรืองของอาณาจักรมายายังคงพบเห็นได้ในปัจจุบันจากพีรามิด และร่องรอยของสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ที่ถูกสร้างขึ้นจากก้อนหิน ทว่าจุดสำคัญที่ทำให้อาณาจักรนี้ประสบความสำเร็จหาใช่สิ่งปลูกสร้าง แต่คือการเกษตรที่มีประสิทธิภาพต่างหาก มันคือไร่ข้าวโพดที่เป็นอาหารหลักของผู้คนในยุคโบราณ ชาวมายาเคารพและนับถือธรรมชาติมาก พวกเขามีความเชื่อว่าตนเกิดจากเทพที่สร้างชาวมายา ตลอดจนธรรมชาติต่างๆ รอบตัว การเรียนรู้เกี่ยวกับอารยธรรมโบราณแห่งนี้ทำให้นักโบราณคดีพบว่าชาวมายามีความเก่งกาจด้านคณิตศาสตร์ และการคำนวณเป็นอย่างมาก พวกเขามีปฏิฑินเป็นของตนเอง ทั้งยังสามารถคำนวณการโคจรของดวงดาวได้อีกด้วย ทว่าหลังคริสต์ศักราชที่ 900 อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่นี้ก็ล่มสลายลง มีทฤษฎีที่เชื่อกันว่าสาเหตุที่ทำให้อารยธรรมของชาวมายาต้องถึงจุดจบอาจมาจากการระเบิดของภูเขาไฟ ไม่ก็ภัยแล้ง ทุกวันนี้ลูกหลานของชาวมายากระจัดกระจายไปตั่งถิ่นฐานตามประเทศต่างๆ ของอเมริกากลาง เชื่อกันว่าปัจจุบันน่าจะมีผู้สืบเชื้อสายจากชาวมายาราว 7 ล้านคน และพวกเขายังคงรักษาขนบธรรมเนียมความเชื่อบางอย่างไว้   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบอาณาจักรมายาซ่อนตัวใต้ผืนป่ากัวเตมาลา

สีผิวที่แตกต่าง

เชื้อชาติคืออะไรกันแน่? วิทยาศาสตร์บอกเราว่าแนวคิดนี้ไม่มีพื้นฐานทางพันธุกรรมหรือวิทยาศาสตร์รองรับเลย ถึงอย่างนั้นเชื้อชาติกลับเป็นเหมือนตราหรือฉลากที่เราสร้างขึ้นเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนิยามและแบ่งแยกพวกเรากันเอง

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.