สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่ง เสี่ยงต่อวิบัติภัยแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS


บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ

ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย

แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท

“แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก”

ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้

เพลิงขนาดมหึมาลุกท่วมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิล ใน Rio de Janeiro เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2018 ภาพถ่ายโดย CARL DE SOUZA, AFP/GETTY

เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน

เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 แผ่นดินไหวในเนปาลก็ทำให้วัดและสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมหลายแห่ง กลายเป็นซากปรักหักพัง

แต่ผู้รับผิดชอบด้านวัฒนธรรมกลับไม่ตื่นตัวในการวางแผนรับมือภัยพิบัติมากนัก โจนาธาน เบล (Jonathan Bell) ผู้อำนวยการโครงการ Being Human Initiative แห่งสมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กล่าว “มันไม่ใช่งานถูกๆ” เขาเสริม และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอาจถูกกดดันให้หารายได้จากการท่องเที่ยวให้มากที่สุด และจำเป็นต้องปิดซ่อมบำรุงสถานที่เหล่านั้นให้น้อยที่สุด”

ความร่วมมือระหว่างนักวิจัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ และผู้นำท้องถิ่น เป็นกุญแจสำคัญ Valéry Freland ผู้อำนวยการ ALIPH ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้ความช่วยเหลือแหล่งมรดกที่ถูกคุกคามจากความขัดแย้ง กล่าว “พวกเราต้องใส่ใจต่อสถานการณ์และความต้องการที่แท้จริงในพื้นที่ และทำงานร่วมกับผู้คนในท้องถิ่น”

ความเสี่ยงจากการบูรณะ

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่นอเทรอดามถูกเพลิงไหม้ระหว่างการซ่อมแซมอย่างยืดเยื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้มันถล่มลง แต่นี่กลับไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจสำหรับนักอนุรักษ์ผู้มีประสบการณ์  ข้อมูลจากสถาบันอนุรักษ์เก็ตตี (Getty Conservation Institute) ระบุว่าเหตุเพลิงไหม้ในสถานที่ทางวัฒนธรรมส่วนใหญ่ เกิดขึ้นระหว่างการบูรณะและต่อเติม

“การอนุรักษ์และบูรณาการเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมาก” เบล นักอนุรักษ์สถาปัตยกรรมซึ่งให้คำแนะนำผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นในแหล่งมรดกโลก กล่าว ตัวอย่างเช่น วัสดุเก่าแก่อาจได้รับอันตรายจากการเดินสายไฟ หรืออันตรายแบบอื่นๆ ในขณะบูรณะตัวอาคาร

เบลกล่าวว่า เขาเคยเห็นวัสดุในแหล่งประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งกำลังไหม้เพราะความร้อนจากหลอดไฟ ซึ่งห่างจากโดมไม้ที่ประเมินค่าไม่ได้เพียงไม่กีนิ้ว “ผมเห็นเหตุการณ์แบบนี้ในหลายๆ ที่” เขากล่าว

เหตุเพลิงไหม้ที่นอเทอรดามอาจมีสาเหตุจากสิ่งคล้ายๆกันนี้ แม้อาสนะวิหารแห่งนี้จะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ทำจากหินอันอลังการ โครงสร้างภายในของมันกลับประกอบด้วยโครงจากต้นไม้ที่มีอายุย้อนไปถึงศตวรรษที่ 12 โครงสร้างเพดานอายุ 1,300 ปีที่มีชื่อเล่นว่า “เดอะฟอเรสต์ (The Forest)” แห่งนี้จึงถูกเพลิงไหม้จนหมด

New York Times รายงานว่า พระอธิการของนอเทรอดามให้สัมภาษณ์กับวิทยุท้องถิ่นว่าระบบตรวจจับเพลิงจะตรวจเพดานไม้วันละสามครั้ง และท่านยังยืนยันว่ามหาวิหารแห่งนี้มีนักดับเพลิงประจำการอยู่ แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านักดับเพลิงดังกล่าวอยู่ในบริเวณขนะเกิดเพลิงไหม้ หรือมีนักดับเพลิงประจำการอยู่ตลอดเวลาหรือไม่

มุมมองจากด้านบนของพระราชวังวินด์เซอร์ในสหราชอาณาจักร เผยให้เห็นถึงหลังคาที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 1992 ภาพถ่ายโดย DAVID GILES, AFP/GETTY

หากถามว่าว่าบทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ที่มหาวิหารแห่งนี้จะถูกนำมาใช้ในแหล่งมรดกอื่นๆ หรือไม่ สถาปนิกซึ่งรับผิดชอบการซ่อมแซมครั้งใหญ่ของพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ อันเป็นอาคารรัฐสภาของสหราชอาณาจักร จะคิดเรื่องนี้ด้วยเมื่อพวกเขาปรับปรุงระบบดับเพลิงของอาคารดังกล่าวในอนาคต

“พวกเราพร้อมเรียนรู้บทเรียนจากเหตุเพลิงไหม้ที่นอเทรอดาม เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเราทำทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อปกป้องผู้คนของเราและอาคารในบริเวณรัฐสภา” โฆษกรัฐสภาผู้หนึ่งกล่าวกับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก

เจ้าหน้าที่ประจำราชวังวินด์เซอร์ ซึ่งสร้างในช่วงเวลาเดียวกับนอเทอรดามและเคยถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรงเมื่อปี 1992 กล่าวกลับ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่าอาคารดังกล่าวมีการตรวจตราตลอดเวลาเพื่อป้องกันเพลิงไหม้

ในขณะที่แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมอื่นๆ ทบทวนแผนป้องกันเพลิงไหม้ เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจว่าจะซ่อมนอเทรอดามอย่างไร พวกเขาได้รับทั้งการสนับสนุนและความหวังครั้งใหญ่จากเหล่าช่างฝีมือผู้เคยช่วยฟื้นฟูสถานที่สำคัญของอังกฤษอีกแห่งหนึ่งเมื่อเกือบสี่ทศวรรษก่อนหน้า

มหาวิหารยอร์กมินสเตอร์ถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรงเนื่องจากถูกฟ้าผ่า เมื่อปี 1984 ภาพถ่ายโดย PA IMAGES, ALAMY

เมื่อปี 1984 อาสนวิหารยอร์กมินสเตอร์ (York Minster) วิหารแบบโกธิคซึ่งสร้างในช่วงเวลาเดียวกับนอเทรอดามได้เกิดเพลิงไหม้อย่างรุนแรงเนื่องจากฟ้าผ่า เหล่าช่างฝีมือช่วยซ่อมแซมโบสถ์แห่งนี้ โดยใช้วัสดุแบบดั้งเดิมเพื่อซ่อมแซมหลังคา กระจกสี และส่วนที่เสียหายอื่นๆ จอห์น เดวิด (John David) หนึ่งในหัวหน้าของช่างที่ซ่อมแซมโบสถ์ดังกล่าว ได้กล่าวกับ BBC ว่าการบูรณะนอเทรอดามด้วยวิธีแบบดั้งเดิมนั้น “มีโอกาสสำเร็จอย่างมาก”

เบล ผู้เติบโตในฝรั่งเศส หวังว่าแผนการบูรณะจะมีการเตรียมการรับมือภัยพิบัติอย่างมั่นคงแข็งแรง “เมื่อคุณทำงานเกี่ยวกับสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สถานที่แห่งนั้นมีคุณค่ามากกว่าอาคารทั่วไปอย่างมาก” เขากล่าว และหากเกิดกรณีที่เลวร้ายที่สุด “มันเหมือนกับการเสียเพื่อนเก่าเลยครับ”

เรื่อง ERIN BLAKEMORE

เรื่องแนะนำ

โบราณวัตถุเปิดเผยถึง “การดำเนินการทูตด้วย เบียร์” ในวันท้ายๆ ของอาณาจักรโบราณ

ชาววารีโบราณดื่มเบียร์ชิชาจากภาชนะที่มีการตกแต่งอย่างประณีต ในงานเลี้ยงพิธีการ ภาพถ่ายโดย KENNETH GARRETT, NAT GEO IMAGE COLLECTION การวิจัยเกี่ยวกับแก้ว เบียร์ ที่ถูกทำลายหลังงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่เมื่อเกือบ 1,000 ปีก่อน แสดงให้เห็นว่าอาณาจักรวารีในเปรูจัดงานฉลองครั้งสำคัญในบริเวณชายขอบของอาณาจักรที่กำลังล่มสลายได้อย่างไร ในราวคริสต์ศักราชที่ 1050 เหล่าชนชั้นนำที่อาศัยอยู่ใน Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองเพื่อยุติงานฉลองทั้งมวล Cerro Baúl เป็นเมืองอาณานิคมหน้าด่านซึ่งตั้งอยู่ ณ ชายขอบด้านใต้สุดของอาณาจักรวารี (Wari) ในบริเวณที่ปัจจุบันคือประเทศเปรู ตำแหน่งที่ตั้งบนที่ราบสูงชันและไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาตินับว่าไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อเมืองนี้เป็นจุดหมายของงานเฉลิมฉลองอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการหมัก เบียร์ เป็นเวลากว่าสี่ศตวรรษที่ผู้นำวารีที่อาศัยอยู่ในเมือง Cerro Baúl ได้จัดงานฉลองร่วมกับทั้งคู่อริของพวกเขาจากอาณาจักร Tiwanaku และผู้นำท้องถิ่นที่อยู่ใต้การปกครองของอาณาจักรสำคัญทั้งสอง โดยในงานฉลองที่ว่านี้ พวกเขาชื่นชมภาพทิวทัศน์เหนือหุบเขา Moquegua พร้อมกับเอร็ดอร่อยกับอาหารอย่างหนูตะเภา ตัวลามะ และปลา และแน่นอน งานเฉลิมฉลองย่อมต้องมีน้ำเมา พวกเขาดื่มเครื่องดื่มลักษณะคล้ายเบียร์ที่เรียกว่าชิชา (Chicha) กันอย่างหัวราน้ำ ซึ่งเครื่องดื่มดังกล่าวหมักจากข้าวโพดและเม็ดพริกไทย แต่ในงานเฉลิมฉลองครั้งหนึ่งเมื่อ 950 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรวารีกำลังล่มสลาย เหล่าผู้ร่วมงานได้ปิดการเฉลิมฉลองด้วยการทำลายโรงหมักเบียร์ในสถานที่แห่งนี้ […]

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ

การล่าสัตว์จะช่วยปกป้องสัตว์ป่าได้จริงหรือ ช้างทยอยปรากฏตัวเป็นโขลงเล็กๆ  พวกมันเดินอ้อยอิ่งหาแหล่งน้ำอยู่ใกล้แอ่งที่คลุ้งไปด้วยฝุ่น ด้วยอุณหภูมิในเดือนกันยายนที่สูงถึง 40 องศาในช่วงกลางวัน ช้างจึงเดินหากินอยู่ตรงชายขอบทะเลทรายคาลาฮารี ประเทศนามิเบีย ในเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าที่มีชุมชนเป็นผู้ดำเนินการชื่อ ไนไน (Nyae Nyae) ซึ่งปัจจุบันมีชนพื้นเมืองเผ่าซานราว 2,800 คนอาศัยอยู่อย่างแร้นแค้น ช้างทิ้งกิ่งไม้หักและมูลอุ่นๆไว้ตามทางที่เดินผ่านไป เมื่อได้กลิ่นเหงื่อของเราผสมกับกลิ่นหญ้าที่ถูกแดดแผดเผา พวกมันก็พากันออกวิ่งพลางส่งเสียงร้องแปร๋นๆ หนีหายไปทันที ในเวลาต่อมา ตรงขอบฟ้า ช้างอำพรางตัวอยู่ในร่มเงาของต้นอะเคเชีย  สำหรับสัตว์ตัวใหญ่ขนาดนั้น ถ้าตาไม่แหลมคมจริง คงแทบมองไม่เห็นพวกมัน และตอนนี้ดวงตาที่ว่านั้นเป็นของชายชื่อดาม นักแกะรอยชาวซานในท้องถิ่น เจ้าของรูปร่างเตี้ยล่ำ ผู้ยืนอยู่บนหลังรถแลนด์ครูสเซอร์ ดามโน้มตัวออกไปจนเกือบสุดทางด้านขวาของรถ พลางสอดส่ายสายตามองหารอยเดินบนพื้นทราย เขาตบประตูรถ  แล้วรถก็เบรกดังเอี๊ยด ดามกระโดดลงจากรถไปตรวจสอบรอยเท้า ขอบรอยมีลักษณะเป็นลอนหยักลาดเข้าด้านใน และมีวงกลมเล็กๆอยู่ตรงกลาง เขาชี้มือชี้ไม้ แล้วฟีลิกซ์ มาร์นเวกเคอเคอ พรานอาชีพและมัคคุเทศก์ในการเดินทางครั้งนี้  ก็โดดผลุงออกจากประตูด้านคนขับ  มาร์นเวกเคอในวัย 40 ปี มีร่างกายกำยำ ผิวแดงก่ำ และผมสีทอง สวมหมวกผ้าและกางเกงขาสั้น บุคลิกท่าทางแนบเนียนดูราวกับส่งตรงมาจากบริษัทคัดเลือกนักแสดง เขายืนมองรอยเท้าสักครู่ สีหน้าแสดงความกังขาแต่แล้วก็พยักหน้าเห็นพ้องด้วย ถ้าป่าทะเลทรายในไนไนเป็นบ้านของครอบครัวชาวซาน มันก็ยังเป็นบ้านของช้างป่าขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่เหลืออยู่เช่นกัน รอยเท้านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ พวกเราที่เหลือลงจากรถ  […]

เล่าเรื่องเหล้า กับวัฒนธรรมเมรัย

“หวาก” หรือนํ้าตาลเมาเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านของภาคใต้ ใช้เปลือกไม้ต้นเคี่ยมแต่งรส ดื่มกันทั่วไปแถบคาบสมุทรสทิงพระ ซึ่งเป็นแหล่งต้นตาลโตนดมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือกำเนิดพร้อมอารยธรรมมนุษย์ เป็นทั้งวิทยาศาสตร์ ของมึนเมา และของขวัญจากพระเจ้า เรื่อง ราชศักดิ์ นิลศิริ ภาพถ่าย บัณฑิต โชติสุวรรณ “ความยิ่งใหญ่จากสิ่งเล็กๆ” ผมรำพึงขณะจรดปลายลวดโลหะบนผิวจานเพาะเชื้ออย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ “ลูป” หรือปลายลวดกลม เขี่ยจุดขาวครีมคล้ายขี้ฟันเล็กๆขึ้นมาจุดหนึ่ง จากนั้นบรรจงปาดปลายลวดลงบนจานเพาะเชื้ออีกใบที่รองพื้นด้วยวุ้นเรียบใส ซึ่งประกอบขึ้นจากเจลาติน นํ้าจากมันฝรั่งต้ม สารอาหารและวิตามินอีกหลายชนิด ถ้าไม่ผิดพลาดอะไร อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า กลุ่มจุดสีขาวขุ่นนี้จะขยายเผ่าพันธุ์บนดินแดนใหม่ ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายและสมถะ ผมกำลังเรียนและฝึกเพาะขยายพันธุ์ยีสต์ สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า และไม่มีทางใดที่ประสาทสัมผัสของมนุษย์จะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมัน ยีสต์ที่ผมกำลังขยายพันธุ์คือ Saccharomyces cerevisiae หรือยีสต์ที่ใช้ในการหมักซึ่งดำรงชีวิตด้วยการกินนํ้าตาลเป็นแหล่งพลังงาน ทว่าพวกมันคงไม่รู้ตัวว่า การดำรงชีวิตของมันได้สร้างผลิตผลอันยิ่งใหญ่ อันเป็นส่วนประกอบของเครื่องดื่มที่แพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก นั่นคือแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอารยธรรมเก่าแก่พอๆ กับกสิกรรมและการเพาะปลูก สุราเป็นผลผลิตจากกระบวนการหมัก (fermentation) นํ้าตาลหรือแป้งซึ่งพบในธัญพืชหรือผลไม้ โดยใช้ยีสต์หรือราแปรสภาพนํ้าตาลหรือแป้งเป็นเอทานอลรวมทั้งสารเคมีอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ ความแตกต่างทางภูมิศาสตร์ วัตถุดิบ รวมทั้งเชื้อยีสต์หรือราในท้องถิ่น จึงส่งผลให้สุราในแต่ละภูมิภาคแตกต่างกัน “อาจเป็นเพราะสภาพภูมิอากาศเหมาะสมกับยีสต์ชนิดนี้ครับ ถ้าภูมิภาคเหนือขึ้นไปกลับไม่ค่อยเปรี้ยว สาเกของญี่ปุ่นจึงนุ่ม และรสชาติเปรี้ยวน้อยกว่า” ผศ.ดร. เจริญ เจริญชัย […]