ระเบิดในลาว มรดกบาปแห่งสงครามที่ชาวลาวยังต้องเผชิญ- National Geographic Thailand

มรดกบาปแห่งสงคราม

อาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งบางส่วนเป็นวัตถุระเบิดที่ยังไม่ ระเบิดในลาว ถูกทำลายในปี 2012 เพื่อทำให้ท้องทุ่งแห่งนี้ปลอดภัย


สหรัฐอเมริกาทิ้ง ระเบิดในลาว มากกว่าสองล้านตัน ระหว่างปี 1964 ถึง 1973 ในช่วงสงครามเวียดนาม เทียบเท่ากับการทิ้งระเบิดด้วยเครื่องบินทุกๆ 8 นาที ติดต่อกันเป็นเวลา 9 ปีเต็ม ชาติเล็กๆแห่งนี้ฟื้นตัวจาก การทำลายล้างครั้งนั้นได้อย่างไร

เรื่อง ที. ดี. ออลแมน
ภาพถ่าย สตีเฟน วิลก์ส

ตลอดช่วงเวลาหลายวันบนทุ่งไหหิน ผมพยายามเก็บภาพ คิดคำ พูดเปรียบเปรย ตกผลึกความคิดที่สามารถสื่อความหมาย ของความเป็นลาว ชาติที่ถูกทิ้งระเบิดถล่มมากที่สุดชาติหนึ่งในประวัติศาสตร์  แต่สามารถหยัดยืนและก้าวต่อไปจนพบอนาคตอันสดใส  สุดท้ายผมพบสิ่งที่ตามหาบนถนนสายหลักอันจอแจในโพนสะหวัน  เมืองเอกของแขวงเชียงขวางนั่นคือเปลือกระเบิดกองมหึมาที่หลงเหลือจากยุทธศาสตร์ทิ้งระเบิดของสหรัฐฯในลาว

ครั้งหนึ่งผู้คนในแขวงเชียงขวางแห่งนี้ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนในถ้ำและอุโมงค์อยู่นานหลายปี ทุกวันนี้โพนสะหวันเป็นเมืองคึกคักถึงขนาดต้องมีไฟจราจรพร้อมจอดิจิทัลบอกให้คนเดินเท้ารู้ว่ามีเวลาข้ามถนนกี่วินาที สองฝั่งถนนเรียงรายไปด้วยร้านรวง ธนาคาร และตลาดสด ทว่าสิ่งที่อยู่เคียงคู่บรรดาคนโทหินขนาดใหญ่อันโด่งดังแห่งทุ่งไหหิน คือเศษซากจากสงครามทางอากาศของสหรัฐฯที่ยืดเยื้อตั้งแต่ปี 1964 จนถึงปี 1973 ซากอดีตเหล่านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการโฆษณาประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว กองเปลือกระเบิดกองนั้นตั้งอยู่หน้าสำนักงานการท่องเที่ยวของท้องถิ่น

ด้วยภูมิประเทศที่เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อนคล้ายลูกระนาดสลับกับที่ราบและทุ่งหญ้า บางส่วนของทุ่งไหหินจึงดูละม้ายสนามกอล์ฟขนาดมหึมา บ่อทรายหลายแห่งเกิดจากห่าระเบิดที่ทิ้งลงมา มีนับล้านๆลูกที่ระเบิดตูมตาม ขณะที่อีกหลายล้านลูกไม่ระเบิดและกลายเป็นภัยถาวร โดยเฉพาะต่อผู้ประกอบการชาวลาวที่หาเงินจากการเก็บกู้โลหะมีค่าจากลูกระเบิดด้าน

ระเบิดในลาว
หลุมระเบิดที่เกิดจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ซึ่งมักใช้เป็นบ่อเลี้ยงปลาหรือเก็บน้ำไว้ใช้รดพืชผล กระจายอยู่ทั่วทุ่งนาในแขวงเชียงขวาง การทิ้งระเบิดถล่มต่อเนื่องหลายปี ไม่สามารถขับไล่กองกำลังคอมมิวนิสต์ออกจากลาวได้

“ยินดีต้อนรับสู่นายเพด  นาเพีย ผู้ผลิตช้อนและกำไล” เป็นข้อความบนป้ายโฆษณาติดอยู่หน้าบ้านของเพด นาเพีย ที่บ้านนาเพีย ภายในโรงหล่อหลังบ้าน เพดหลอมอะลูมิเนียมจากเปลือกอาวุธยุทธภัณฑ์ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกปืนครก และเศษโลหะต่างๆที่หาได้ในท้องถิ่น จากนั้นก็เทลงในเบ้าหล่อเพื่อผลิตพวงกุญแจรูปลูกระเบิดและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหาร  ดูเหมือนว่าภัตตาคารในท้องถิ่นล้วนแล้วแต่มีช้อนส้อมและตะเกียบที่ทำจากเศษเหล็กจากสมัยสงคราม

ผลตอบแทนจากความอุตสาหะของเพดปรากฏในรูปของบ้านหลังใหม่ ทีวีติดจานดาวเทียม และแสงสว่างจากไฟฟ้า เพดเป็นช่างฝีมือผู้มีหัวการค้าเช่นเดียวกับชาวลาวจำนวนมาก แต่เขายังต้องพยายามทำความเข้าใจกับความคิดที่ว่า ในระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีนั้น  ค่าใช้จ่ายไม่ได้หมดลงเมื่อเราจ่ายเงินซื้อของอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว จานนี้รับได้ 60 ช่องเชียวนะครับ เพดบอกระหว่างที่เรายืนชื่นชมจานดาวเทียมของเขา ”แต่เราต้องจ่ายค่าไฟกันอีก” โทรศัพท์มือถือของเขาช่วยดึงลูกค้าใหม่ๆมาให้ ”แต่ถึงจะซื้อโทรศัพท์นี่แล้ว คุณก็ยังต้องจ่ายเงินถึงจะใช้พูดคุยได้” เขาว่า

ระเบิดในลาว
เปลือกระเบิดทำาหน้าที่เป็นเสาค้ำเล้าไก่หลังหนึ่งในแขวงเชียงขวาง และยังมีมูลค่าในฐานะเศษเหล็กอีกด้วย แต่การแสวงหามาย่อมหมายถึงความเสี่ยง เมื่อปี 2012 วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดคร่าชีวิตชาวลาว  15 คน และทำาให้บาดเจ็บอีก 41 คน

ย้อนหลังไปหลายสิบปีก่อน ขณะยืนอยู่ริมฝั่งแม่นํ้าโขงในกรุงเวียงจันทน์ ผมครุ่นคิดถึงคำถามหนึ่งที่รู้ว่าคงไม่มีวันตอบได้ นั่นคือ เพราะเหตุใดผู้คนที่ดูเป็นคนมีเหตุผล เช่น อเมริกันชนอย่างผม จึงอุตริคิดไปได้ว่าตนจะชนะสงครามในเวียดนามได้โดยใช้ลาวเป็นเป้าการทำลายล้างเช่นนั้น ตอนที่ผมเขียนข่าวว่ามีสงครามลับดำเนินอยู่ในลาว เรื่องนี้กลายเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลก

ในความเป็นจริง การแทรกแซงทางทหารของสหรัฐฯในลาวซึ่งเริ่มต้นขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 และยืดเยื้อไปจนถึงปี 1974 ไม่เคยเป็นความลับอะไรเลย ทุกคนในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าขายดอกบัวในตลาดเช้า หรือเด็กหนุ่มรับจ้างถีบสามล้อ ล้วนรู้เรื่องราว ไม่เฉพาะแค่เรื่องเส้นทางโฮจิมินห์ [Ho Chi Minh Trail–เส้นทางลำเลียงผู้คน อาหาร กำลังพล และยุทโธปกรณ์สำคัญในช่วงสงครามเวียดนาม] แต่ยังรวมถึงเรื่องกองทัพลับของซีไอเอและการทิ้งระเบิดถล่มเป้าหมายพลเรือนอย่างลับๆโดยสหรัฐฯ และยังรู้เรื่องการที่สหรัฐฯเข้าไปพัวพันกับการค้าฝิ่นอีกด้วย

ในปี 1968  หรือ “ปีแห่งการโจมตีในวันตรุษญวน” (Tet Offensive) ในเวียดนาม ผมซึ่งตอนนั้นเป็นผู้สื่อข่าววัย 23 ปีนั่งรถแท็กซี่ลงขันกันเช่าจากที่ลุ่มแม่นํ้าโขงไปยังที่ราบสูงบอละเวน เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯส่งเสียงกรีดแหลมข้ามหัวผมไป ตรงขอบฟ้าแถวชายป่า ผมเห็น
ร่างในชุดพรางวิ่งหลบกันลนลาน นั่นเป็นครั้งเดียวในช่วงสงครามที่ผมเห็นกองทหารเวียดนามเหนือกับตาตัวเอง รวมถึงเครื่องบินรบของสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดลงมาจริงๆ

(อ่านต่อหน้า 2)

เรื่องแนะนำ

เมียงมองใบหน้าผู้มาก่อนกาล

ยลโฉมบรรพบุรุษชาวอังกฤษที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 40,000 ปีก่อน รูปลักษณ์ของพวกเขากำลังบอกอะไรเราถึงปัญหาการแบ่งแยกเชื้อชาติมากมายที่เกิดขึ้นทั่วโลก

บันทึกอายุ 2,000 ปี บ่งชี้ถึงจำนวนลิงจมูกเชิดสีทองในอดีต

บันทึกทางประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นจำนวนประชากรของลิงจมูกเชิดสีทองที่มากมายในอดีต แต่ปัจจุบันพวกมันมีสถานะใกล้สูญพันธุ์

กว่าจะมาเป็นเจน กูดดอลล์

เรื่อง โทนี เกอร์เบอร์ ภาพถ่าย ฮูโก ฟาน ลาวิค “ฉันต้องขอโทษด้วย ถ้าใครเคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้ว” เจน กูดดอลล์ บอกผู้ฟังในห้องบรรยายเมื่อปี 2015 แต่บางครั้ง “เรื่องบางเรื่องได้ยินซ้ำก็เข้าท่านะคะ” เธอเสริม ผู้คนจำเรื่องเล่าทั่วๆไปเกี่ยวกับชีวิตของเจน กูดดอลล์ ได้แทบจะในทันที เพราะความถี่ที่มีคนเขียนถึง แพร่ภาพออกอากาศ หรือเปิดเผยต่อโลกด้วยวิธีการอื่นๆ เรื่องมีประมาณว่า หญิงสาวชาวอังกฤษคนหนึ่งทำวิจัยชิมแปนซีในแอฟริกาและกลายเป็นผู้ปฏิวัติวงการไพรเมตวิทยา แต่เธอทำได้อย่างไร ผู้หญิงที่มีความหลงใหลในสิงสาราสัตว์ แต่ไม่มีพื้นฐานการทำงานวิจัยอย่างเป็นทางการใดๆ สามารถโลดแล่นในโลกวิทยาศาสตร์และโลกของสื่อที่ผู้ชายเป็นใหญ่ เพื่อสร้างการค้นพบมากมายในสายงานของเธอ และกลายเป็นคนดังระดับโลกในขบวนการเคลื่อนไหวด้านการอนุรักษ์ได้อย่างไร ต่อไปนี้คือคำตอบ เจนเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางเพราะภาพยนตร์สารคดีเรื่อง มิสกูดดอลล์กับชิมแปนซีป่า (Miss Goodall and the Wild Chimpanzees) ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ซึ่งออกอากาศเมื่อปี 1965 เธอไม่ได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้นานมากแล้ว แต่ผมกำลังเปิดให้เธอดูบนแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์ นักไพรเมตวิทยาวัย 83 ปีในปีนี้ กำลังพินิจพิจารณาตัวเธอเองตอนอายุ 28 ปี สาวน้อยเจนในจอภาพกำลังเดินป่าในเขตสงวนพันธุ์สัตว์ป่ากอมเบสตรีม (Gombe Stream Game […]

ค้นพบราชวังกษัตริย์ชนพื้นเมืองในฟลอริดา

จากบันทึกของชาวสเปน ร่องรอยซากปรักหักพังเหล่านี้คือพระราชวังโบราณของกษัตริย์ Caalus ผู้นำชนพื้นเมืองอเมริกันที่ต่อต้านการมาถึงของจักรวรรดิสเปน

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.