ค้นพบหลุมศพโบราณอายุ 3,500 ปี ในอียิปต์ - National Geographic Thailand

ค้นพบหลุมศพโบราณอายุ 3,500 ปี ในอียิปต์

นักโบราณคดีชาวอียิปต์ขุดค้นหลุมศพอายุ 3,500 ปีใกล้เมืองหลวงเก่าลักซอร์ และค้นพบศิลปวัตถุน่าทึ่งมากมาย  ทั้งมัมมี่หลายร่าง  โลงศพทำจากไม้ 10 โรง เครื่องปั้นดินเผา และตุ๊กตาหรือประติมากรรมที่ใช้ในพิธีศพอีกกว่า 1,000 ตัว

หลุมศพแห่งนี้ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ที่ 18 ของอียิปต์ แต่ศิลปวัตถุบางส่วนที่อยู่ภายในอาจมีอายุอยู่ในสมัยราชวงศ์ที่ 21เป็นของผู้พิพากษาชื่อ Userhat ในยุคอียิปต์โบราณ และถือเป็นสมาชิกชนชั้นสูงในสังคมอียิปต์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโบราณคดีของอียิปต์ชี้ว่า จำนวนศิลปวัตถุที่ค้นพบและสภาพที่ได้รับการรักษาไว้อย่างดีถือเป็นการค้นพบครั้งสำคัญ “จากด้านนอกเรารู้ว่ามีหลุมศพแห่งนี้ แต่ไม่เคยเข้าไปข้างในครับ” เขาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

ในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ ทีมงานวางแผนขุดค้นอย่างต่อเนื่องและหวังว่าจะพบศิลปวัตถุเพิ่มเติม

หลุมศพแห่งนี้จัดวางในรูปตัว “T” โดยทางเข้าเป็นลานกว้าง ก่อนจะแคบเข้าเป็นโถงยาวมีทางเดินนำไปสู่ห้องหรือคูหาด้านใน

ระหว่างการขุดค้น ทีมงานพบปล่องที่ต่อจากคูหาฝังศพหลักนำไปสู่ห้องเล็กสองห้อง ห้องแรกพบตุ๊กตาที่ใช้ในพิธีฝังศพ ห้องที่สองบรรจุโลงศพและห่อมัมมี่ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่ามีอายุอยู่ในช่วงราชวงศ์ที่ 21

หลุมศพแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สุสานหรือป่าช้าใหญ่ Draa Abul Nagaa บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำไนล์  ไม่ไกลจากหุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) ซึ่งเป็นที่ฝังพระศพของฟาโรห์องค์สำคัญหลายพระองค์  โดยเฉพาะตุตันคามุน ยุวกษัตริย์ผู้โด่งดัง

กระทรวงโบราณคดีของอียิปต์หวังว่า การค้นพบครั้งนี้จะมีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของอียิปต์ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง   หลังปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองยาวนานทำให้เศรษฐกิจซบเซา และเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญและแหล่งรายได้หลักของประเทศเหือดแห้งไป

 

อ่านเพิ่มเติม : เผยภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ผู้ใกล้ชิดที่สุดของ ตุตันคามุน ฟาโรห์ผู้โด่งดังที่สุดของอียิปต์โบราณพบรูปสลักฟาโรห์ขนาดมหึมา กลางสลัมในกรุงไคโร อียิปต์ความรักหรือฆ่าเพื่อบูชาทวยเทพ? นักโบราณคดีค้นพบซากมัมมี่สัตว์เลี้ยงนับล้านตัว ในสุสานเขาวงกตที่อียิปต์

เรื่องแนะนำ

งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ

กองทัพทหารถูกสร้างขึ้นเพื่อรับใช้ จิ๋นซีฮ่องเต้ ในชีวิตหลังความตาย ภาพถ่าย IRA BLOCK, NAT GEO IMAGE COLLECTION งานวิจัยล่าสุดหักล้างทฤษฎีวิทยาการผลิตอาวุธยุคโบราณ เป็นเวลากว่าสี่ทศวรรษที่นักวิจัยต่างเชื่อว่า อาวุธทองสัมฤทธิ์อายุ 2,200 ปีของเหล่าทหารดินเผานั้นถูกสงวนไว้อย่างน่าประหลาด เหตุเพราะอาวุธเหล่านั้นชุบโครเมียมแทบทั้งสิ้น แต่ทว่าอาจไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว จากผลการศึกษาครั้งล่าสุด หากก๊อกน้ำในห้องน้ำของคุณมีสีเงินมันวาว แสดงว่ามันคงผ่านการชุบโครเมียมมาแล้ว โดยยุโรปได้เริ่มการทดลองกับเทคโนโลยีป้องกันสนิมนี้เมื่อศตวรรษที่ 19 แต่ก็นับเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ทฤษฎีทางเลือกเช่นนี้ได้แพร่หลายในแวดวงวิชาการและสื่อซึ่งเป็นที่นิยม ทฤษฎีนี้คือ: การชุบโครเมียมประดิษฐ์ขึ้นในศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล ณ แผ่นดินจีน เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธทองสัมฤทธิ์ที่ฝังอยู่กับกองทัพทหารดินเผาในหลุมฝังศพของจักรพรรดิจิ๋นซีนั้นเกิดสนิม โดยทฤษฎีการชุบโครเมียมนี้มีมาตั้งแต่ปี 1970 ซึ่งเป็นช่วงที่มรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรก หลังจากรายงานการขุดค้นบ่งชี้ว่า การเคลือบผิวบนวัสดุสามารถอธิบายวิธีรักษาอาวุธทองสัมฤทธิ์อายุ 2,200 ปีได้อย่างดีเยี่ยม นักวิทยาศาสตร์ชาวจีน ใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงบุกเบิกที่เรียกว่า การทำแผนที่องค์ประกอบเพื่อเผยให้เห็นชั้นของโครเมียมที่อยู่ภายในตัวต้นแบบอาวุธ โดยนักวิจัยบ่งชี้ว่า อาวุธต่างๆ สามารถจุ่มลงไปในสารละลายโครเมียมออกไซด์ได้ ซึ่งเป็นวิธีที่รู้จักกันในชื่อ การชุบโลหะ ซึ่งเทคนิคนี้จะแตกต่างกับวิธี การชุบโครเมียม แบบสมัยใหม่ วิธีการทั้ง 2 ที่กล่าวมาข้างต้นนั้นมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะเวลากว่าสองพันปีที่แล้วในช่วงราชวงศ์ฉิน แต่ปรากฎว่ากระบวนการเหล่านั้นไม่ได้นำมาใช้กับอาวุธโดยตรง และข้อมูลเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Scientific Reports นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนและพิพิธภัณฑ์รูปปั้นทหารและม้าศึกของจักรพรรดิจิ๋นซี […]

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา

มาชูปิกชู : สุดยอดสถาปัตยกรรมแห่งจักรวรรดิอินคา ย้อนหลังไปกว่าร้อยปีก่อน ขณะออกค้นหาเมืองหลวงที่สาบสูญของจักรวรรดิอินคา ไฮแรม บิงแฮม นักสำรวจชาวอเมริกันวัย 35 ปี อาศัยคนพื้นเมืองนำทางขึ้นไปสู่ยอดเขาแห่งหนึ่งในหุบเขาอูรูบัมบาของเปรู บริเวณที่เขาเข้าไปคล้ายกับป่าดิบชื้น แต่ไม่นานบิงแฮมก็เริ่มมองเห็นกำแพงและสิ่งก่อสร้าง ก้อนหินแกรนิตประกอบเข้าด้วยกันอย่างงดงามในรูปแบบสถาปัตยกรรมของชาวอินคาที่ประณีตที่สุด เขาเท้าความหลังในอีกสองปีต่อมาในนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ว่า “ มาชูปิกชู อาจเป็นซากปรักขนาดใหญ่และสำคัญที่สุดที่ค้นพบในอเมริกาใต้นับตั้งแต่ยุคที่ชาวสเปนเข้ามาพิชิต” ก่อนเดินทางออกจากหุบเขาและซากปรักที่ขุดพบซึ่งต่อมาจะทำให้เขามีชื่อเสียงโด่งดัง บิงแฮมใช้เวลาสี่ชั่วโมงบันทึกภาพมาชูปิกชูด้วยกล้องโกดักที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ แน่นอนว่า บิงแฮมไม่ใช่คนแรกที่ค้นพบมาชูปิกชู เกษตรกรชาวเปรูในภูมิภาคนี้รู้จักและเข้ามาเยี่ยมชมซากปรักของจักรวรรดิอินคาบนยอดเขาเป็นเวลานานแล้ว แต่บิงแฮมน่าจะเป็นคนแรกที่บันทึกภาพแหล่งโบราณคดีแห่งนี้และทำให้โลกรู้จักมาชูปิกชู ความที่เชื่อว่าภาพถ่ายมีคุณค่าพอๆกับการจดบันทึกการวิจัย เขาจึงยืนกรานให้เพื่อนร่วมทีมสำรวจเรียนรู้วิธีถ่ายภาพและล้างฟิล์มก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ภาพถ่ายมาชูปิกชูของบิงแฮมจากการเดินทางสำรวจเปรูเมื่อปี 1911 จำนวน 244 ภาพ ตีพิมพ์ในนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ที่อุทิศเนื้อที่่ทั้งเล่มให้สารคดีเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวเมื่อปี 1913 ภาพถ่ายเหล่านี้ยังจัดแสดงที่สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ด้วย เรื่อง นีนา สตรอคลิก ภาพถ่าย ไฮแรม บิงแฮม ชมคลิปสั้นทำความรู้จักกับมาชูปิกชูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ngthai.com/history/4563/machu-picchu/ ‎ อ่านเพิ่มเติม คืนใบหน้าให้แก่มัมมี่อายุ 1,600 ปี

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.