บันทึกประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยผ่านภาพถ่ายสมาชิกราชวงศ์ทั่วโลก

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของโลก เหล่าสมาชิกราชวงศ์ผู้ปกครองหลากหลายพื้นที่ในอดีต บอกเล่าผ่านภาพถ่าย เมื่อครั้งที่เทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปยังไม่ทันสมัยเช่นทุกวันนี้

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รวบรวมภาพถ่ายเก่าของบรรดาสมาชิกราชวงศ์จากทั่วโลกมาให้ได้ชมกัน บางภาพเป็นภาพจากพิธีราชาภิเษก ในขณะที่บางภาพก็เป็นภาพถ่ายในชุดประจำชาติ เมื่อครั้งที่เทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปยังไม่ทันสมัยเช่นทุกวันนี้ ขอเชิญคุณผู้อ่านย้อนเวลาไปชมภาพประวัติศาสตร์เหล่านี้พร้อมๆ กัน

ราชวงศ์
เจ้าหญิงมองโกเลียในพระมาลาและฉลองพระองค์ประจำชาติ
ภาพถ่ายโดย Adam Warwick
ราชวงศ์
สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดสมัยประชุมสภาแคนาดาเคียงคู่กับเจ้าชายฟิลิป นอกจากสถานะกษัตริย์ของอังกฤษแล้วพระองค์ยังทรงเป็นประมุขของแคนาดา และพระองค์ทรงเดินทางไปเยือนแคนาดาบ่อยที่สุดตลอดการครองราชย์
ภาพถ่ายโดย Kathleen Revis
ราชวงศ์
สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร ในฉลองพระองค์พระราชพิธีโสกันต์ในฉลองพระองค์เต็มยศ ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
ราชวงศ์
เจ้าหญิงสวาซิแลนด์ในฉลองพระองค์สำหรับพิธีเสกสมรส ภาพถ่ายจากทศวรรษ 1970 สวาซิแลนด์เป็นประเทศเล็กๆ ที่ถูกล้อมรอบด้วยแอฟริกาใต้ ปัจจุบันยังคงปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นเอสวาตินีแล้ว
ภาพถ่ายโดย Volkmar K. Wentzel
ราชวงศ์
เจ้าชายYang-Chi-ching จากเมือง Liulin มณฑลกานซู่ ประทับอยู่หน้า yamen หรือที่ทำงานส่วนพระองค์ พระมาลาทำจากขนจิ้งจอกส่วนฉลองพระองค์ทำจากขนตัวนาก
ภาพถ่ายโดย Dr. Joseph F. Rock
ราชวงศ์
หญิงชาวอินโดนีเซียแสดงเป็นเจ้าหญิง ในการละเล่น “วายัง” ศิลปะการเชิดหุ่นตามวัฒนธรรมของชาวชวา มีลักษณะคล้ายการเชิดหนังตะลุงในภาคใต้ของไทย
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
เจ้าหญิงและเจ้าชายแห่งมองโกเลียทรงยืนเคียงข้างกับพระโอรสและพระธิดา ในลานของพระราชวังกรุงปักกิ่ง ฉลองพระองค์ทำจากขนสัตว์เพื่อป้องกันความหนาวเย็น
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
พระเจ้าธีบอและพระราชินีศุภยาลัต กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งเมียนมา หลังขึ้นครองราชย์ได้เพียง 7 ปี เมียนมาร์ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และพระองค์ถูกเนรเทศไปยังอินเดีย
ภาพถ่ายโดย Eliza R. Scidmore
ราชวงศ์
เจ้าชายมองโกเลียทรงสวมพระมาลาที่บ่งบอกถึงลำดับชั้นในราชวงศ์
ภาพถ่ายโดย Adam Warwick
ราชวงศ์
จักรพรรดินีฟาราห์ ปาห์ลาวี แห่งอิหร่านเสด็จในพระราชวังโกเลสตาน ทรงสวมฉลองพระองค์สำหรับพระราชพิธี หลังเหตุการปฏิวัติอิหร่านพระองค์ทรงลี้ภัยไปอียิปต์ ปัจจุบันประทับอยู่ในฝรั่งเศส และทุกวันนี้อิหร่านปกครองด้วยประมุขสูงสุดที่มีอำนาจกำหนดนโยบายตลอดจนการศาสนา
ภาพถ่ายโดย Jamel L. Stanfield
ราชวงศ์
สมเด็จพระจักรพรรดิเฮลี เซลาสซีที่ 1 และพระจักรพรรดินีเมเนน อัสเฟา แห่งเอธิโอเปีย ในฉลองพระองค์เต็มยศ พระองค์เป็นรัชทายาทสืบเชื้อสายมาจากสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 13 ซึ่งเป็นเชื้อสายที่สืบย้อนไปถึงกษัตริย์โซโลมอนและราชินีชีบา ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นพระเจ้าในขบวนการราสตาฟารี ที่มีผู้นับถือประมาณ 600,000 คน
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
เจ้าชาย Chun ทรงอุ้มพระราชบุตร จักรพรรดิผู๋อี๋ หรือปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งประเทศจีน หลังการสละราชสมบัติของพระองค์ จีนเริ่มต้นการปกครองแบบสาธารณรัฐ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์หลังปกครองแบบกษัตริย์มานานกว่า 2,000 ปี
ภาพถ่ายโดย National Geographic Creative
ราชวงศ์
เจ้าหญิง Elizabeth Bibesco บุตรสาวของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ พระองค์สมรสกับเจ้าชาย Antoine Bibesco แห่งโรมาเนีย และใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในกรุงปารีส
ภาพถ่ายโดย Bruce Dale
ราชวงศ์
เจ้าหญิงแห่งเมืองเว้ ของเวียดนาม ในศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 เมืองเว้เป็นเมืองหลวงปกครองโดยราชวงศ์เหงียน ทุกวันนี้เมืองเว้ได้รับการแต่งตั้งจากยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก
ภาพถ่ายโดย W. Robert Moore
ราชวงศ์
พระฉายาลักษณ์อย่างเป็นทางการของเจ้าชายแห่งตองกา ขณะประทับบนเกาะ Niue ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 สมาชิกราชวงศ์ตองกาสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์เก่าแก่สามตระกูล และยังคงปกครองประเทศถึงในปัจจุบัน
ภาพถ่ายโดย National Geographic Creative
ราชวงศ์
สมเด็จพระเจ้าเอดเวิร์ดที่ 8 ขณะดำรงตำแหน่งเจ้าชายแห่งเวลส์ ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับนักบินในฝ่ายสัมพันธมิตร ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
ภาพถ่ายโดย Captain Jean Richard
ราชวงศ์
เจ้าชาย Choni ในฉลองพระองค์ตามวัฒนธรรมจีน
ภาพถ่ายโดย Dr. Joseph F. Rock
ราชวงศ์
Hang Kai Huei ผู้ปกครองศาสนาพุทธนิกายเกลุคปา (Gelugpa) แห่งอาณาจักร Muli ในทิเบต อาณาจักรแห่งนี้ถูกยึดครองโดยรัฐบาลคอมมิวนิสต์ของจีน ช่วงทศวรรษ 1950 ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในชื่อทิเบตกลาง
ภาพถ่ายโดย Dr. Joseph F. Rock
ราชวงศ์
เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก อดีตนักแสดงภาพยนตร์ชาวอเมริกัน พระองค์ทรงลาออกจากอาชีพนักแสดงเพื่อสมรสกับเจ้าชายเรนิเยที่ 3 แห่งโมนาโก หลังสมรสพระองค์ประทับอยู่ในเฟรนซ์ริเวียร่า เมืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศสจนสวรรคตในปี 1982
ภาพถ่ายโดย Gilbert M. Grovesnor
ราชวงศ์
พระราชา Tāufaʻāhau Tupou ที่ 4 แห่งตองกา พระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งเกาะตองกาทาปูในปี 1968 พระองค์ปกครองอาณาจักรที่ประกอบด้วยหมู่เกาะมากมายถึง 150 เกาะ จนกระทั่งสวรรคตในปี 2006 และพระราชา George Tupou ที่ 5 ผู้เป็นพระโอรสทรงขึ้นครองราชย์ต่อจากพระราชบิดา
ภาพถ่ายโดย Luis Marden
ราชวงศ์
ราชินีแห่ง Nyorophu ทรงฉายพระฉายาลักษณ์เคียงคู่กับพระโอรสและพระธิดา เกาะ Nyorophu เป็นเกาะกลางทะเลสาบในมณฑลยูนนานของจีน ปัจจุบันเป็นที่อยู่อาศัยของลามะ นักบวชในศาสนาพุทธแบบทิเบต
ภาพถ่ายโดย Dr. Joseph F. Rock
ราชวงศ์
Salote Tupou ที่ 3 ราชินีองค์แรกของตองกาที่มีอำนาจปกครองสูงสุด มารดาของกษัตริย์ Tāufaʻāhau Tupou ที่ 4 พระองค์ปกครองประเทศจนกระทั่งสวรรคตในปี 1965
ภาพถ่ายโดย Luis Marden
ราชวงศ์
อดีตราชินีแห่งเมืองลาดักห์ ในอินเดีย ประทับเคียงคู่กับพระราชธิดาและสุนัขทรงเลี้ยง ลาดักห์คืออาณาจักรโบราณที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลั ใกล้กับทิเบต ดินแดนนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและมีภูมิประเทศทุรกันดารยากต่อการเข้าถึง รัฐบาลอินเดียเพิ่งจะเปิดดินแดนให้ชาวต่างชาติสามารถเข้าไปได้ในทศวรรษ 1970
ภาพถ่ายโดย Volkmar K. Wentzel
ราชวงศ์
สมเด็จพระราชาธิบดีอุกเยน วังชุก กษัตริย์องค์แรกแห่งภูฏาน พระองค์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ในปี 1907 หลังเจรจากับอังกฤษเกี่ยวกับการควบคุมพื้นที่ duars ทางตะวันออกของอินเดีย รวมไปถึงมีส่วนช่วยด้านการทูตระหว่างอังกฤษและทิเบต ราชวงศ์วังชุกยังคงปกครองภูฏานมาจนถึงปัจจุบัน
ภาพถ่ายโดย John Claude White
ราชวงศ์
ราชินีเกาะ Nuku Hiva เกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะมาร์เคซัส ในดินแดนเฟรนช์โปลินีเซีย ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ในต้นทศวรรษ 1900
ภาพถ่ายโดย John W. Church

เรื่องHeather Brady

เรียบเรียง กองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ : เรียนรู้ประวัติศาสตร์และอนาคตของราชวงศ์ญี่ปุ่น

ราชวงศ์ญี่ปุ่น

เรื่องแนะนำ

หญิงสาวปั่นจักรยาน 1,900 กม. เพื่อตามหาพ่อจากสงครามเวียดนาม

Rebecca Rusch เจ้าของฉายา “ราชินีแห่งความเจ็บปวด” เป็นนักกีฬามาตลอดชีวิต ตัวเธอผ่านการเล่นกีฬามาแล้วหลายประเภท จนเมื่อเร็วๆ นี้ ในวัย 38 ปี เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญการขี่จักรยานทางไกลแบบ ultra-endurance หลังเมื่อปี 2015 Rusch ขี่จักรยานอย่างทรหดรวมเป็นระยะทางมากถึง 1,930 กิโลเมตร ไปยังนครโฮจิมินห์ ในเวียดนามร่วมกับ Huyen Nguyen คู่หูนักปั่นของเธอ โดยมีเป้าหมายเพื่อตามหาจุดที่เครื่องบินที่พ่อของเธอโดยสารไปด้วยนั้นถูกยิงตก ในสมัยสงครามเวียดนาม ซึ่งในตอนนั้นเธอเพิ่งจะมีอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้น เรื่องราวการเดินทางของเธอถูกถ่ายทอดออกมาเป็นสารคดี “เส้นทางสีเลือด” (Blood Road) สารคดีที่บอกเล่าชีวิตของเธอ ตลอดจนประวัติศาสตร์เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายอันทรงพลังแสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากระเบิดนิวเคลียร์, พบเทวรูปโบราณอายุ 800 ปี ใกล้นครวัด

นาซีพบที่ซ่อน แอนน์ แฟรงค์ ในช่วงโศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวได้อย่างไร

แม้การจับกุม แอนน์ แฟรงค์ จะผ่านมาแล้ว 77 ปี บรรดานักสืบสวนยังคงสืบหาว่า เจ้าหน้าที่นาซีพบที่ซ่อนของเด็กหญิงชาวดัตช์และครอบครัวได้อย่างไร หลังจากต้องหลบซ่อน ในห้องบนโกดังของบิดามานานกว่าสองปี แอนน์ แฟรงค์ ผู้เขียนบันทึก บันทึกลับของแอนน์ แฟรงค์ อันลือลั่นและสมาชิกในครอบครัวอีก 7 คน ได้ถูกค้นพบโดยทหารนาซีเยอรมันและเจ้าหน้าที่ชาวดัตช์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 1944 การค้นหาว่าใคร หรืออะไร ที่ทำให้ที่หลบซ่อนของพวกเขาถูกเปิดเผยยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 77 ปี ทุกวันนี้ บรรดานักประวัติศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล แม้กระทั่งนักนิติวิทยาศาสตร์ยังคงใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อระบุตัวเปิดเผยที่อยู่ของแอนน์ แฟรงค์ รวมไปถึงอีกสมมติฐานหนึ่งว่า บางที แอนน์ แฟรงค์ อาจถูกพบเจอตัวโดยบังเอิญ ไดอารี่ของแอนน์ หรือที่รู้จักกันในนาม บันทึกของแอนน์ แฟรงค์ ซึ่งเธอเขียนขึ้นเมื่อตอนอายุ 13-15 ปี เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่แพร่หลายไปทั่วโลก สำหรับชาวเนเธอร์แลนด์ เรื่องราวของเธอ ซึ่งเป็นประชาชนธรรมดาที่เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยผู้อื่นซึ่งกำลังเดือดร้อนได้กลายมาเป็นเรื่องราวอันโดดเด่นของชาวดัตช์ในหน้าประวัติศาสตร์ช่วงการถูกยึดครองของเนเธอร์แลนด์ในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยในช่วงเวลานั้นมีการสังหารชาวดัตช์เชื้อสายยิวมากกว่าร้อยละ 80 สูงเป็นอันดับสองรองจากประเทศโปแลนด์ หลายปีผ่านไป มีผู้ต้องสงสัยราว 30 […]

เสามังกร: ความภาคภูมิแห่งลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเล

ภารกิจตามรอยบรรพชนของสมาชิกตระกูลเซียว หรือ "สีบุญเรือง" สู่บ้านเกิดของบรรพชนในอำเภอหนานจิ้ง มณฑลฝูเจี้ยน พร้อมร่วมประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ "ยกเสามังกร" เพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร.อรรชกา สีบุญเรือง

ค้นพบสถานที่สังสรรค์ของชาวเปรูโบราณ

ค้นพบสถานที่สังสรรค์ของชาวเปรูโบราณ แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เคยเป็นสถานที่สำหรับการจัดพิธีกรรมของอารยธรรมโมเช ในเปรู ในยุคสมัยที่ชาวสเปนยังไม่ได้เดินทางมาถึงยังทวีปอเมริกาใต้ จากประวัติศาสตร์ชาวโมเชอาศัยอยู่ยังบริเวณอ่าวทางตอนเหนือของประเทศเปรูในปัจจุบัน ก่อนที่อาณาจักรของพวกเขาจะล่มสลายลงและผู้คนอพยพออกไปอย่างลึกลับในคริสต์ศักราชที่ 700 นอกเหนือจากเป็นสถานที่สำหรับจัดพิธีกรรมและการบรวงสวงแล้ว สถานที่นี้ยังถูกใช้เป็นสถานที่สังสรรค์สำหรับชนชั้นสูงในอารยธรรมโมเชอีกด้วย จากการตรวจสอบตามผนังยังเหลือร่องรอยที่บ่งชี้ว่า ในอดีตผนังเต็มไปด้วยลวดลายและงานศิลปะหลากสีสันไม่ว่าจะเป็น ภาพวาดของสิงโตทะเล และปลามากมาย   อ่านเพิ่มเติม : เผยโฉมใบหน้า ราชินีอาณาจักรโบราณ, 7 โบราณสถานที่เชื่อกันว่าถูกสร้างโดยเอเลี่ยน