ประวัติ " ระเบิดขวด " อาวุธต่อกรต่ออำนาจของคน “เบี้ยล่าง” ในยูเครน

ประวัติ ” ระเบิดขวด ” อาวุธต่อกรต่ออำนาจของคน “เบี้ยล่าง”

ชาวยูเครนหันมาประดิษฐ์ ระเบิดขวด ใช้ในยามสงครามอีกครั้ง ดังที่เหล่ากบฏ นักรบและผู้ประท้วงในหลากหลายเหตุการณ์ทั่วโลกเคยใช้ในการต่อสู้ของพวกเขา

พื้นที่ในหลายๆ เมืองของยูเครนกลายเป็นพื้นที่สำหรับการประดิษฐ์ ระเบิดขวด ชาวยูเครนบางรายลงมือประดิษฐ์และกักตุนระเบิดขวดในบ้านของตัวเอง ลานหญ้าในเมืองดนีปรอและลานจัดปาร์ตี้กลางแจ้งในเมืองลวีฟกลายเป็นที่ที่ชาวเมืองรวมพลกันผลิตอาวุธที่พวกเขาจะต้องใช้ในการต่อต้านการบุกรุกของทหารรัสเซียที่ยังคงดำเนินการอยู่ ณ เวลานี้

“มันเหมือนจะเป็นเรื่องสำคัญเรื่องเดียวในตอนนี้นะ” คุณครูชาวยูเครนท่านหนึ่งกล่าว

ระเบิดขวด หรือที่นิยมเรียกในภาษาอังกฤษว่า “โมโลทอฟ ค็อกเทล” (Molotov cocktail) เป็นอาวุธที่หาง่ายและผลิตง่าย โดยวัตถุดิบหลักมีแค่ขวดแก้วเติมด้วยเชื้อเพลิงที่ไวไฟ ความง่ายในการผลิตทำให้ระเบิดขวดเป็นอาวุธที่นิยมใช้ในการต่อสู้ โดยเฉพาะในการต่อสู้ของคน “เบี้ยล่าง” ต่ออำนาจที่เหนือกว่า ดังที่ชาวยูเครน เหล่ากบฏ นักรบและผู้ประท้วงในหลากหลายเหตุการณ์ทั่วโลกในช่วงศตวรรษที่ผ่านมาใช้ในการต่อสู้ของพวกเขา

ระเบิดขวด, ประท้วงอียิปต์, อียิปต์
ผู้ประท้วงบริเวณจัตุรัสทาห์รีร์ (Tahrir Square) เตรียมขว้างระเบิดขวดใส่ตำรวจอียิปต์ ปี ค.ศ. 2012 ภาพถ่ายโดย MOISES SAMAN, MAGNUM PHOTOS
ไอร์แลนด์เหนือ, ประท้วง
ผู้ประท้วงในเบลฟาสต์กำลังขว้างระเบิดขณะกำลังหนีจากทหารในปี ค.ศ. 1981 ท่ามกลางความขัดแย้งไอร์แลนด์เหนือ ภาพถ่ายโดย IAN BERRY, MAGNUM PHOTOS
ประท้วง, ระเบิดขวด, ปารีส, ฝรั่งเศส
ผู้ประท้วงในปารีสกำลังทำระเบิดขวดในช่วงปัญหาความวุ่นวายภายในฝรั่งเศส ค.ศ. 1968 ภาพถ่ายโดย BRUNO BARBEY, MAGNUM PHOTOS

หนึ่งในสงครามสำคัญที่เริ่มมีการใช้ระเบิดขวดคือสงครามสเปนปี ค.ศ. 1936 ถึง 1939 สงครามสเปนเป็นสงครามระหว่างกลุ่มนิยมสาธารณรัฐและกลุ่มกบฏชาตินิยม ระเบิดขวดเป็นอาวุธที่ทหารกบฏใช้ต่อสู้กับรถถังของรัฐบาลสเปนที่รับมาจากสหภาพโซเวียต นายพลชาวอังกฤษเล่าว่า รถถังกว่า 9 คันถูกทำลายด้วยระเบิดบ้านๆ เหล่านี้ และไม่นานทหารของฝั่งรัฐบาลก็เริ่มใช้ระเบิดขวดด้วยเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นระเบิดขวดยังไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ

จุดเริ่มต้นของการเรียก ระเบิดขวด ว่า “โมโลทอฟ ค็อกเทล” (Molotov cocktail) เกิดขึ้นในสงครามฤดูหนาวซึ่งเป็นการรุนรานประเทศฟินแลนด์ของกองทัพโซเวียตในปี ค.ศ. 1939 กองทัพโซเวียตใช้เครื่องบินทิ้งระเบิดถล่มเมืองในฟินแลนด์ แต่ ”วยาเชสลาฟ มิไคโลวิตช์ โมโลทอฟ” (Vyacheslav Mikhaylovich Molotov) รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของโซเวียตพยายามกลบเกลื่อนการโจมตีโดยอ้างว่าเครื่องบินของกองทัพโซเวียตนั้นช่วยทิ้งเสบียงอาหารให้ ไม่ใช่ทิ้งระเบิด ชาวฟินแลนด์จึงเรียกการทิ้งระเบิดอย่างประชดประชันว่าเป็น “ตะกร้าขนมปังของโมโลทอฟ” (Molotov’s bread baskets) ทหารฟินแลนด์จึงเรียกระเบิดขวดที่ใช้ในการต่อสู้กับโซเวียตว่า “โมโลทอฟ ค็อกเทล” เพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นเครื่องดื่มควบคู่กับ “ตะกร้าขนมปังของโมโลทอฟ” ชื่อโมโลทอฟ ค็อกเทลกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว

ระเบิดขวด
ชาวยูเครนเคยใช้ระเบิดขวดมาแล้วในปี ค.ศ. 2014 ระหว่างการประท้วงยูโรไมดาน (EuroMaidan) ในกรุงเคียฟ การประท้วงนั้นทำให้วิกเตอร์ ยานูโควิช (Viktor Yanukovych) ซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่ได้รับการสนับสนุนจาก วลาดิมีร์ ปูติน ต้องหนีออกนอกประเทศ ภาพถ่ายโดย JEROME SESSINI, MAGNUM PHOTOS
ระเบิดขวด, ยูโรไมดาน, ประท้วง, ยูเครน
ระเบิดขวดที่ถูกประดิษฐ์ระหว่างการประท้วงยูโรไมดาน ปี ค.ศ. 2014 ภาพถ่ายโดย DONALD WEBER

ระเบิดขวดกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สหราชอาณาจักรใช้ในการเตรียมรับมือภัยคุกคามจากนาซีเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองกำลังพิทักษ์บ้านเมืองหรือ “Home Guard” ซึ่งเป็นกองกำลังของผู้สูงวัยถูกฝึกด้วยวีดิโอสาธิตวิธีรับมือรถถังด้วยการสร้างสิ่งกีดขวางและถล่มรถถังด้วยระเบิดขวด 

ในปี ค.ศ. 1940 นิตยสาร Picture Post ของอังกฤษเผยแพร่คู่มือการทำและใช้ระเบิดขวดซึ่งเขียนโดยคุณทอม วินทริงแฮม (Tom Wintringham) นายทหารผ่านศึกสงครามสเปน นอกจากนี้ยังมีการผลิต “ระเบิดไฟโมเดล 76” (model 76 grenade) กว่าหกล้านลูกเพื่อนำไปซ่อนไว้ทั่วสหราชอาณาจักรสำหรับเตรียมรับมือภัยคุกคาม จนในปัจจุบันล่าสุดในปี ค.ศ. 2018 ยังคงมีการค้นพบที่ซ่อนของระเบิดเหล่านี้อยู่

ระเบิดขวด
ผู้ชุมนุมในการเดินขบวนสนับสนุนคุณบอบบี แซนส์กำลังถือระเบิดขวดอยู่ในมือ คุณบอบบี แซนส์ (Bobby Sands) เป็นทหารของกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (Irish Republican Army) ซึ่งในขณะนั้นเขากำลังประท้วงด้วยการอดอาหารอยู่ในเรือนจำ ในช่วงความขัดแย้งไอร์แลนด์เหนือปี ค.ศ. 1981 ภาพถ่ายโดย PETER MARLOW, MAGNUM PHOTOS

หลังสงครามโลก ระเบิดขวดก็ยังเป็นอาวุธสำคัญในการปฏิวัติฮังการี ค.ศ. 1956 ซึ่งชาวฮังการีทั่วประเทศลุกขึ้นมาต่อต้านรัฐบาลโซเวียตในช่วงหลังสงครามโลก รถถังโซเวียตกว่า 400 คันถูกทำลายก่อนที่การปฏิวัติจะถูกปราบลง

นับแต่นั้น ระเบิดขวดยังคงเป็นอาวุธต่อสู้ของผู้ประท้วงต่ออำนาจที่เหนือกว่าอยู่เรื่อยมา ไม่ว่าจะเป็นในการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์ผู้ต่อต้านทหารอิสราเอล การต่อสู้ของขบวนต่อต้านชาห์การปฏิวัติอิหร่าน การต่อสู้ของทหารซานดินิสตาในนิการากัว การต่อสู้ของชาวเชโกสโลวาเกียกับการรุกรานสหภาพโซเวียตและพันธมิตรวอร์ซอในช่วง “ปรากสปริง” (Prague Spring) จนไปถึงการประท้วงในฮ่องกงช่วงที่ผ่านมา และวันนี้ ระเบิดขวดถูกใช้ในการต่อสู้ของชาวยูเครนต่อรัสเซีย และคงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่รถถังรัสเซียต้องตกเป็นเป้าหมายของระเบิดขวด

ระเบิดขวด
ไฟจากระเบิดขวดยังลุกโชนแม้ในวันที่ฝนปรอยในเบลฟาสต์ ท่ามกลางความขัดแย้งไอร์แลนด์เหนือ ปี ค.ศ. 1985 ภาพถ่ายโดย STUART FRANKLIN, MAGNUM PHOTOS

เรื่อง JAMES STOUT

แปล นิธิพงศ์ คงปล้อง

โครงการสหกิจศึกษากองบรรณาธิการเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม  ประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของแก๊สน้ำตา

แก๊สน้ำตา

 

เรื่องแนะนำ

ชาวยุโรป : สืบเสาะย้อนรอยต้นกำเนิดบรรพบุรุษ 

ทวีปยุโรปเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง ชาวยุโรปในปัจจุบันไม่ว่าจะอยู่ในประเทศไหน ล้วนแล้วแต่เป็นลูกผสมของสายเลือดโบราณจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง และทุ่งหญ้าสเตปป์ในรัสเซีย โดยมีหลักฐานจากโบราณวัตถุ ผลการวิเคราะห์ฟันกับกระดูกโบราณ และภาษาศาสตร์ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือหลักฐานที่ได้จากพันธุศาสตร์บรรพกาล

เผยโฉมใบหน้า ราชินีอาณาจักรโบราณ

เผยโฉมใบหน้า ราชินีอาณาจักรโบราณ เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ช่วยเผยโฉมใบหน้าของผู้คนที่เคยมีชีวิตอยู่ในอดีต ใบหน้าที่เห็นในวิดีโอนี้เป็นแบบจำลองของ ราชินีอาณาจักรโบราณ แห่งชนเผ่า Wari อาณาจักรโบราณในเปรู ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 1,200 ปีก่อน โดยอาศัยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติช่วยหล่อกระโหลกศีรษะของเธอขึ้นมาใหม่ จากนั้นแต่เติมกล้ามเนื้อ ผิว และเส้นผมด้วยมือ ร่างของราชินีถูกพบเมื่อปี 2012 ภายในหลุมฝังศพ ที่ฝังร่วมกับหญิงชนชั้นสูงในอดีตอีก 57 หลุม ราชินีผู้นี้ถูกฝังอยู่ในท่วงท่าที่งดงามรอบ ๆ ศพของเธอล้อมรอบไปด้วยเครื่องเพชรพลอยและข้าวของมีค่าต่างๆ เช่น ตุ้มหูทองคำ ตุ้มหูเงิน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนได้ร่วมมือกันสร้างโฉมหน้าราชินีขึ้นมาใหม่ เพื่อพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตในอดีตของชนเผ่าดังกล่าว   อ่านเพิ่มเติม : หญิงยุคก่อนประวัติศาสตร์กระดูกแข็งกว่าหญิงปัจจุบัน, สาสน์ลับ ภายในหุ่นไม้พระเยซู

เราสามารถโคลนนิ่ง สัตว์สูญพันธุ์ ได้ แต่เราจะทำหรือไม่ และทำเพื่ออะไร

การทำให้ สัตว์สูญพันธุ์ ไปแล้วกลับมาท่องโลกอีกครั้งไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป แต่เป็นความคิดที่ดีจริงหรือ วันที่ 30 กรกฎาคม ปี 2003 ทีมนักวิทยาศาสตร์สเปนและฝรั่งเศส ย้อนเวลาหาอดีตด้วยการคืนชีวิตให้สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วตัวหนึ่ง เพียงเพื่อเฝ้าดูมันสูญพันธุ์ไปอีกครั้ง สัตว์ที่พวกเขาคืนชีพให้คือแพะป่าชนิดหนึ่งที่เรียกว่า บูคาร์โด (bucardo) หรือไอเบกซ์พันธุ์พิเรนีส (Pyrenean ibex)  บูคาร์โด (Capra pyrenaica pyrenaica) เป็นสัตว์รูปร่างใหญ่โต  สง่างาม  นํ้าหนักตัวอาจมากถึง 99 กิโลกรัม  และมีเขาโง้งยาวอ่อนช้อย  เป็นเวลาหลายพันปีมาแล้วที่พวกมันอาศัย  ปีนป่ายหน้าผา  แทะเล็มกิ่งไม้ใบไม้  และเผชิญอากาศหนาวรุนแรงบนที่สูงของเทือกเขาพิเรนีส  ซึ่งเป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับสเปน จากนั้นปืนก็เข้ามา  นักล่าทำให้ประชากรบูคาร์โดลดจำนวนลงตลอดหลายร้อยปี  พอถึงปี 1989  นักวิทยาศาสตร์ชาวสเปนสำรวจและสรุปว่า  มีแพะป่าชนิดนี้หลงเหลืออยู่ราวสิบกว่าตัว  สิบปีให้หลังเหลือบูคาร์โดอยู่ เพียงตัวเดียว  เป็นเพศเมียที่ได้ชื่อเล่นว่า “ซีเลีย”  ทีมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติออร์เดซาและมอนเตเปร์ดีโดภายใต้การนำของนายสัตวแพทย์  อัลแบร์โต  เฟร์นันเดซอาเรียส ดักจับซีเลียมาใส่ปลอกคอวิทยุ  แล้วปล่อยกลับเข้าป่า  เก้าเดือนต่อมา  ซีเลียก็ตาย  พร้อมๆ กับที่บูคาร์โดได้สถานะสัตว์ที่สูญพันธุ์อย่างเป็นทางการ ทว่าเซลล์ของซีเลียยังมีชีวิตอยู่ต่อไปโดยเก็บรักษาไว้ที่ห้องปฏิบัติการหลายแห่งในเมืองซาราโกซาและกรุงมาดริด สองสามปีต่อมา  ทีมนักสรีรวิทยาระบบสืบพันธุ์นำโดย […]

ค้นพบถ้ำใต้น้ำยาวที่สุดในโลก

ค้นพบ ถ้ำใต้น้ำ ยาวที่สุดในโลก ผลการค้นพบใหม่ทางโบราณคดี ทีมนักสำรวจพบถ้ำใต้น้ำสองแห่งเชื่อมต่อกัน ส่งผลให้เกิดเป็นถ้ำใต้น้ำที่มีความยาวมากที่สุดในโลก ถ้ำดังกล่าวคือถ้ำซัค อัคตุน (Sac Actun) และถ้ำโดส โอโฆส (Dos Ojos) อยู่ลึกลงไปในทะเลของอ่าวยูกาตัง ในประเทศเม็กซิโก รวมความยาวทั้งหมดวัดได้ 347 กิโลเมตร ภายในเต็มไปด้วยระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ นอกจากนั้นยังมีร่องรอยของอารยธรรมโบราณ เช่น เครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ซึ่งทางทีมนักสำรวจคาดหวังว่าการค้นพบถ้ำแห่งนี้จะช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของอารยธรรมมายามากขึ้น รวมถึงอาจได้ข้อมูลของสัตว์บางสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอีกด้วย   อ่านเพิ่มเติม ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์อาณาจักรมายา