ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์ อาณาจักรมายา - National Geographic Thailand

ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์อาณาจักรมายา

ค้นพบสุสานโบราณของกษัตริย์ อาณาจักรมายา

เมื่อทีมนักวิจัยขุดค้นเข้าไปยังโบราณสถานของเมืองเอล เปรู วากา เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของกัวเตมาลา หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์พบสิ่งที่ไม่คาดคิดนั่นคือโครงกระดูกโบราณของสมาชิกราชวงศ์แห่ง อาณาจักรมายา

“เขาบังเอิญเข้าไปในสุสานแห่งนั้น และพบเข้ากับโครงกระดูกของกษัตริย์” David Freidel ผู้ช่วยหัวหน้าการวิจัยกล่าว ทีมงานเหล่านี้เป็นนักโบราณคดีและนักมานุษยวิทยาจากโครงการโบราณคดีของเอล เปรู วากา หลังการค้นพบพวกเขาโทรไปยังกองทัพของกัวเตมาลาเพื่อให้เดินทางมาคุ้มครองแหล่งโบราณคดีแห่งนี้จากการถูกปล้นสะดม

กระดูกที่เหลืออยู่นั้นเป็นผู้ชาย ฝังในภาชนะรูปทรงหม้อ “ศีรษะหันไปทางทิศตะวันออก ร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยผ้า” Freidel กล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่าผู้เสียชีวิตเป็นชนชั้นสูง

ว่าแต่ว่าทีมนักวิจัยรู้ได้อย่างไรว่าสุสานแห่งนี้เป็นของกษัตริย์? โดยปราศจากข้อความจารึกบนหลุมศพ วิธีการได้มาซึ่งคำตอบนี้ Freidel กล่าวว่า มาจากการคาดเดา ซึ่งจากปริมาณของเบาะแสที่พบในหลุมศพช่วยให้พวกเขามั่นใจว่านี่คือสุสานของใคร

สมมุติฐานที่แข็งแรงที่สุด สุสานแห่งนี้น่าจะเป็นของ ราชา Te’ Chan Ahk กษัตริย์ผู้มีชื่อในบันทึกประวัติศาสตร์ แต่เรืองราวของพระองค์ยังคงเป็นปริศนา

กระดูกถูกทาสีเป็นสีแดง ซึ่งทีมนักวิจัยเชื่อว่าเป็นสีที่ได้จากสารปรอทที่เรียกกันว่า ซินนิบาร์ กระดูกถูกทาเมื่อคริสต์ศักราช 600 หลายร้อยปีหลังกษัตริย์องค์ดังกล่าวเสียชีวิต เมื่อร่างกายของพระองค์เน่าเปื่อยสลายไปหมดแล้ว สำหรับความเชื่อของชาวมายาความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต พวกเขาเชื่อว่าร่างกายมีวิญญาณ ซึ่งผู้นำทางศาสนาและการเมืองของชาวมายายังคงต้องเดินทางเข้าสุสานบ่อยครั้ง เพื่อจ่ายส่วยให้แก่คนตาย

กษัตริย์องค์นี้เป็นผู้ปกครองรุ่นแรกๆ ของราชวงศ์วากา ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรมายาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ถึงศตวรรษที่ 8  การค้นพบครั้งแรกเกิดขึ้นมื่อมีการพบข้าวของเครื่องใช้จำนวนหนึ่งถูกฝังอยู่ในสุสาน ตรวจสอบอายุพวกมันถูกฝังในค.ศ. 300 – 350 นั่นทำให้สุสานแห่งนี้เป็นสุสานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่พบในกัวเตมาลา

โครงสร้างที่ซับซ้อนถูกก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามมารอบๆ สุสานในช่วงเวลาหลายปี Freidel เรียกมันว่า “Burial 80” ซึ่งจะช่วยไขปริศนาของอาณาจักรมายาโบราณ ในกัวเตมาลา เมื่อปี 2012 ทางทีมนักวิจัยค้นพบสิ่งที่น่าประทับใจที่สุด มันคือหลุมศพของราชินีแห่งอาณาจักรมายาที่เป็นที่รู้จักกันในนาม “Lady Snake Lord” และกษัตริย์องค์แรกแห่งราชวงศ์วากาถูกค้นพบเมื่อปี 2006

อาณาจักรมายา
หน้ากากหยกสีแดงคือหนึ่งในวัตถุโบราณที่ถูกค้นพบจากโครงการนี้ สัญลักษณ์บนศีรษะแสดงให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าแห่งการเกษตร

 

ระบุตัวตนของกษัตริย์

แม้ว่ากระดูกและข้าวของจำนวนมากภายในสุสานจะได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี แต่ที่ด้านหนึ่งของห้องมีร่องรอยของการพังถล่มลงมา อันเกิดจากการก่อสร้างพระราชวังขนาดใหญ่รอบๆ วิหารแห่งนี้รวมถึงการรุกรานจากอาณาจักรเพื่อนบ้าน ทีมนักวิจัยต้องคลานเข่าเข้าไปยังห้องภายในสุสาน

สิ่งประดิษฐ์ที่ให้คำตอบได้มากที่สุดคือ หน้ากากหยกสีแดง ที่จำลองลักษณะใบหน้าของกษัตริย์ไว้ ซึ่ง Freidel อธิบายว่าเป็นเรื่องปกติที่กษัตริย์จำเป็นต้องมีภาพาดหรือรูปปั้นเป็นตัวแทนให้แก่บรรดาผู้เลื่อมใสศรัทธา ภาพวาดบนสุสานยังแสดงให้เห็นการจำลองกษัตริย์ในฐานะผู้นำ และหินหยกที่ติดมากับฟันแสดงให้เห็นว่าเขามาจากชนชั้นสูง

ข้าวของทั้งหมด 22 ชิ้นได้รับการบูรณะใหม่ ในจำนวนนี้เป็นหม้อทรงกว้างเตี้ยจำนวน 20 หม้อ “ภาชนะเหล่านี้ถูกทำขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นหมายความว่าบุคคลคนนี้อาจเสียชีวิตอย่างกระทันหัน” Damien Marken หนึ่งในทีมนักวิจัยโครงการกล่าว โดยชี้ว่าหม้อเหล่านี้ขาดความสมมาตรและความวิจิตรงดงามตามแบบฉบับของชาวมายันทั่วไป

หม้อเล็กๆ เหล่านี้ใช้ในการบรรจุ ทะมาลี, ช็อกโกแลต และอาหารอื่นๆ สำหรับโลกหลังความตาย เพื่อความแน่ใจ Freidel และทีมงานเตรียมที่จะตรวจสอบเศษชิ้นส่วนที่คงเหลือบนหม้อบางหม้อด้วยกระบวนการทางเคมี ซึ่งตัวเขาเห็นด้วยกับ Marken ที่ว่าหม้อเหล่านี้ใช้ในการบรรจุอาหาร แต่เขาสันนิษฐานว่าอาจมีสารนิโคตินหรือสารจากดอกลำโพงตกค้างอยุ่ เช่นเดียวกับที่พบในหลุมศพอื่นๆ ของชาวมายา

ทั้งนี้ทางทีมนักวิจัยได้เข้าขุดค้นในเมืองนี้ตั้งแต่ปี 2003 พวกเขากล่าวว่ายังมีอะไรอีกมากมายรอให้ค้นพบ และการขุดค้นภายในนครโบราณจะเริ่มต้นขึ้นในฤดูใบไม้ผลิหน้า

โดย ซาร่าห์ กิบเบ็นส์

อ่านเพิ่มเติม : ทำความรู้จักกับมาชูปิกชู โบราณสถานของชนเผ่าอินคาภาพถ่ายอันน่าทึ่งที่เผยโฉมมาชูปิกชูให้โลกได้รู้จัก

เรื่องแนะนำ

เยลโลว์สโตน: ผืนป่าแห่งการพิทักษ์

เยลโลว์สโตน สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ทั้งสัตว์ดุร้าย หุบผาชันลึก น้ำตกที่ส่งเสียงครืนครั่น และน้ำร้อนจัด ซึ่งล้วนแล้วแต่สวยงามเมื่อเที่ยวชม แต่ก็ชวนให้หวาดหวั่นเมื่อเข้าไปสัมผัส

แอนน์ แฟรงค์ คือใคร เหตุใดบันทึกในยุคนาซีของเธอจึงครองใจผู้อ่านทั่วโลก

เด็กหญิงผู้ใช้สมุดบันทึกของเธอถ่ายทอดเรื่องราวระหว่างการซ่อนตัวจากการสังหารหมู่ชาวยิวที่สร้างทั้งความสะเทือนใจและความประทับใจมาจนถึงปัจจุบัน “แอนน์ แฟรงค์” (Anne Frank) เป็นเด็กหญิงผู้ใช้สมุดบันทึกเขียนเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอระหว่างการซ่อนตัวจากทหารนาซีนานกว่าสองปี ก่อนที่เธอจะถูกพบและจับตัวไปยังค่ายกักกันจนเสียชีวิตลงในที่สุด แต่เรื่องราวของเธอไม่ได้จบเพียงเท่านั้น เมื่อความคิด ความหวัง และความฝันถึงอนาคตที่ดีกว่าซึ่งเธอได้ถ่ายทอดไว้ในสมุดบันทึกกลายเป็นสิ่งที่สร้างความประทับใจแก่ผู้คนทั่วโลก สมุดบันทึกของเธอถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือกว่า 70 ภาษาและมียอดขายมากกว่า 30 ล้านเล่มในปัจจุบัน ยังคงมีผู้พยายามต่อสู้เพื่อเก็บรักษาความทรงจำของเธอเรื่อยมา เรื่องราวของเธอเป็นมาอย่างไรและเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเธอ ทำความรู้จักแอนน์ แฟรงค์ อันเนอลีส มารี แฟรงค์ (Anneliese Marie Frank) เกิดที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนีในปี ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) เมื่อพรรคนาซีเริ่มมีอำนาจในเยอรมนี ครอบครัวและตัวเธอได้ย้ายไปอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 1934 (พ.ศ. 2477) เช่นเดียวกับชาวยิวคนอื่นๆ อีกกว่า 25,000 ชีวิต เวลาผ่านไปจนถึงเดือนพฤษภาคมปี ค.ศ. 1940 (พ.ศ. 2483) ทหารนาซีได้บุกยึดประเทศเนเธอร์แลนด์ และประกาศยอมแพ้ในอีก 5 วันถัดมา กองทัพนาซีได้กุมอำนาจรัฐบาลและบังคับใช้กฎหมายต่างๆ อย่างรวดเร็ว รวมถึงมาตรการควบคุมชาวยิวเหมือนที่ใช้ในเยอรมนี มาตรการเหล่านั้นระบุว่าไม่อนุญาตให้ชาวยิวใช้ระบบขนส่งสาธารณะและห้ามประกอบอาชีพบางอาชีพ […]

ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม แผนที่เก่าในศตวรรษที่ 4 คือเครื่องยืนยัน

ประโยค "ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม" ไม่ได้พูดเกินจริง แผนที่เก่าเหล่านี้คือเครื่องยืนยันว่าในอดีต กรุงโรมคือศูนย์กลางอย่างแท้จริง

รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา

รำลึก 20 ปีการสิ้นพระชนม์ของ เจ้าหญิงไดอานา The People’s Princess หรือ “เจ้าหญิงของปวงชน” คือฉายาที่พระองค์ทรงได้รับ ทว่าตลอดพระชนม์ชีพที่สั้นเพียง 36 ปี เจ้าหญิงไดอานาหาได้ทรงมีชีวิตชวนฝันแบบเจ้าหญิงในเทพนิยาย พระองค์ทรงผ่านประสบการณ์เลวร้ายมากมาย ทรงทำผิดพลาดหลายอย่างเฉกเช่นสามัญชนทั่วไป ทว่าท่ามกลางเรื่องอื้อฉาวมากมายที่เกี่ยวข้องกับพระองค์  โลกจะจดจำเจ้าหญิงไดอานาในฐานะพระมารดาผู้อุทิศตนให้รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์อังกฤษถึงสองพระองค์  และเจ้าหญิงผู้ทรงงานการกุศลเพื่อผู้ด้อยโอกาสในสังคม เช่น เด็กกำพร้า เหยื่อกับระเบิดในโลกที่สาม และผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นต้น เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ขอร่วมรำลึกวาระครบ 20 ปีแห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานาเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1997 ด้วยภาพยนตร์สารคดี Diana: In Her Own Words ย้อนหลังไปเมื่อปี 1991 ณ พระราชวังเคนซิงตัน ในกรุงลอนดอน เจ้าหญิงไดอานา ทรงบันทึกเทปสัมภาษณ์ลับชุดหนึ่ง พระองค์ตรัสถึงหลายเรื่องที่ทำให้เราเห็นภาพชีวิตที่หาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของพระองค์ เช่น เมื่อผู้สัมภาษณ์กราบทูลให้ทรงเล่าถึงชีวิตวัยเด็ก พระองค์ทรงตอบว่า “เป็นชีวิตวัยเด็กที่ไม่มีความสุข ข้าพเจ้าจำตอนที่พ่อตบหน้าแม่ ข้าพเจ้าซ่อนอยู่หลังประตู แม่ร้องไห้” การสัมภาษณ์ทำโดยพระสหายสนิทคนหนึ่งในนามของผู้สื่อข่าว […]