15 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

15 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

6. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองในฉลองพระองค์ชุดลูกไม้สีขาว เสด็จฯ ไปทรงร่วมงานเลี้ยงรับรองในนครซิดนีย์  ระหว่างเสด็จฯ เยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1954 (ภาพถ่าย: Keystone, Hulton Archive, Getty Images)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

7. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงมีความผูกพันกับแคนาดาเป็นพิเศษ เพราะต่างจากออสเตรเลีย ชาวแคนาดาไม่แสดงออกซึ่งการต่อต้านราชวงศ์และสถาบันกษัตริย์ ในภาพนี้ทรงฉายขณะเจริญพระชนมายุ 33 พรรษากับดยุกแห่งเอดินบะระ ในกรุงออตตาวา (ภาพถ่าย: Kathleen Revis, National Geographic Creative)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2

8. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงโปรดสุนัขพันธุ์คอร์กี้เป็นพิเศษ สมเด็จพระบรมราชชนก (พระเจ้าจอร์จที่ 6) ทรงแนะนำให้พระธิดาซึ่งจะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ในอนาคต ได้รู้จักกับสุนัขพันธุ์นี้  เมื่อทรงนำเจ้า “ดุ๊กกี้” กลับพระตำหนักเมื่อปี 1933 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงเลี้ยงสุนัข Pembroke Welsh Corgi รวมแล้วมากกว่า 30 ตัว  ภาพนี้ทรงฉายเมื่อปี 1969 (ภาพถ่าย: AFP, Getty Images)

 


ฉันห้ามเธอหมดกำลังใจ


 

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 9. เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงโปรดม้าและกีฬาแข่งม้า และแทบไม่เคยทรงพลาดรายการแข่งม้า British Derby ที่สนาม Epsom โดยเฉพาะหากมีม้าในคอกส่วนพระองค์เข้าร่วมการแข่งขันด้วย ในภาพนี้ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับนักกีฬาแข่งม้าข้ามเครื่องกีดขวางที่ปราสาทวินเซอร์เมื่อปี 1979 (ภาพถ่าย: James L. Stanfield, National Geographic Creative)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 10. การอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ต่างจากของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง เพราะเป็นการจัดการแบบคลุมถุงชนโดยนักพงศาวลีในพระราชวัง รอยร้าวในอนาคตดูเหมือนจะสามารถสัมผัสได้ผ่านภาษาร่างกายที่ดูเคร่งขรึมเป็นทางการในพระรูปที่ทรงฉายกับพระสุณิสา (สะใภ้หลวง) เมื่อปี 1982  (ภาพถ่าย: Terry Fincher, Princess Diana Archive, Getty Images)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 211. “ข้าพเจ้าเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นคนคนเดียวที่สวมหมวกอยู่เสมอ” สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองมีพระราชหัตถเลขาถึงฟิลิป โซเมอร์วีล ช่างออกแบบพระมาลาหลวง ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตในปี 2014 หลังถวายการรับใช้ด้วยการออกแบบพระมาลามายาวนานถึง 25 ปี พระรูปนี้ทรงฉายเมื่อปี 2009 (ภาพถ่าย: Luke MacGregor, Reuters)

 

 

เรื่องแนะนำ

เหตุใดคนรุ่นใหม่ในยุโรปจึงเข้าร่วมกับกลุ่มไอซิส

ผู้คนที่เข้าร่วมกับไอซิสมีทั้งคนขาดการศึกษาและมีการศึกษา อะไรคือสิ่งที่ชักจูงคนหนุ่มสาวเหล่านี้ให้เข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย?

เหตุใดหุ่นยนต์ยังไม่สามารถแทนที่การทำงานของมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วิศวกรเครื่องกล Jesse Rochelle ต้องทำงานร่วมกับหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า  Baxter ในหน่วยการผลิตแบบอัตโนมัติของโรงงาน Stenner Pumps ในเมือง Jacksonville มลรัฐฟลอริดา ภาพถ่ายโดย  RICK WILSON เป็นความจริงว่าในอนาคต หุ่นยนต์ จะเข้ามามีอิทธิพลในการทำงาน ดังนั้น อาจถึงเวลาที่เราต้องทบทวนทักษะ “ของมนุษย์” ที่จำเป็นต่อการทำงาน สังคมกำลังมาถึงจุดของการเปลี่ยนแปลง เมื่อเข้าสู่ยุคการนำเครื่องจักรมาใช้ทำงานแทนทรัพยากรมนุษย์ คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยที่กำลังกระโจนเข้าสู่ตลาดแรงงานต่างกังวลถึงการมาเยือนของเครื่องจักร หุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ว่าเครื่องมือและเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังค่อยๆ เข้ามาบทบาทในการทำงาน แต่มนุษย์กลับเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน ทุกวันนี้ มีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่กำลังประสบภาวะของการขาดแคลนแรงงาน เช่นในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา เป็นเพราะว่าเทคโนโลยีในขณะนี้ไม่สามารถแทนที่บรรดาทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงาน เพราะเทคโนโลยีที่พวกเขาใช้นั้นทำหน้าที่เป็นเพียงผู้สนับสนุนและบูรณาการในการทำงานเท่านั้น ดังนั้นในอนาคต การทำงานในระบบดิจิทัลจะราบรื่นไปได้ต้องผ่านการทำงานควบคู่ไปกับทักษะการรู้หนังสือและการคิดคำนวณของมนุษย์ นี่คือสิ่งที่ได้จากการศึกษาในรายงานที่ชื่อว่า Human Wanted (สิ่งที่ต้องการจากมนุษย์) ของศูนย์ศึกษาเศรษฐกิจของ Royal Bank of Canada (RBC) ที่ได้ศึกษาตลาดแรงงานของประเทศแคนาดา อันเป็นรายงานที่ได้ศึกษาอาชีพกว่า 300 อาชีพ เพื่อหาคำตอบว่ามีทักษะใดที่จำเป็นต่อการทำงาน ซึ่งออกมาเป็นข้อสรุปดังนี้ ทักษะ 5 อันดับแรกที่จำเป็นต่องานในอนาคต 1. ทักษะการฟังอย่างกระตือรือร้น (Active […]

กล้าร่วมไหม? เทศกาลกลิ้งชีสในอังกฤษ

กล้าร่วมไหม? เทศกาลกลิ้งชีสในอังกฤษ อันที่จริงมันเป็นเทศกาลที่ตลกมากในฐานะคนดู แต่หากคุณเป็นคนแข่งแล้วล่ะก็ ไม่ขอรับประกันความปลอดภัย ที่เนินเขาคูเปอร์ บริเวณชานเมืองใกล้ๆ กับเมืองกลูเชสเตอร์ในประเทศอังกฤษ ในหนึ่งวันของช่วงฤดูใบไม้ผลิ จะมีผู้คนมากมายเข้าร่วมเทศกาล “กลิ้งชีส” กติกาก็เรียบง่ายสมชื่อ คือจะมีการกลิ้งชีสก้อนกลมโต (Double Gloucester Cheese) ลงมาจากบนเนินเขาด้วยความเร็วประมาณ 70 ไมล์ต่อชั่วโมง ผู้แข่งขันจะต้องวิ่งตามลงมาเก็บก้อนชีส ตลอดเวลาที่ผ่านมาเทศกาลกลิ้งชีสที่เนินเขาคูเปอร์นี้ดึงดูดความสนใจผู้คนทั่วโลกให้มาดูหรือเข้าร่วมการแข่งขันการกลิ้งชีสที่เสี่ยงอันตรายนี้ด้วย ในเทศกาลกลิ้งชีสในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คริส แอนเดอร์สัน หรือ “เจ้าแห่งเนินเขาคูเปอร์” ได้สร้างสถิติใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำได้ ด้วยการวิ่งลงมาเก็บก้อนชีสได้รวมทั้งหมด 22 ก้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่การแข่งขันกลิ้งชีสครั้งนี้ดำเนินไปจนจบวันได้โดยไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเลย เพราะว่าในปีก่อนๆ มีผู้แข่งขันกลิ้งชีสได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่ตลอด ยกตัวอย่างเช่น โฟล เออร์ลี่ ผู้ชนะการแข่งขันการกลิ้งชีสประจำปี 2018 ประเภทหญิงได้รับบาดเจ็บไหล่เคลื่อน ทั้งนี้เทศกาลการกลิ้งชีสไม่ได้รับการสนับสนุนให้มีการจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ แต่ยังคงมีการจัดการแข่งขันต่อไปตามกระแสความสนใจของผู้คนทั่วโลก   อ่านเพิ่มเติม โฮลี: เทศกาลแห่งสีสันแดนภารตะ

แก้ปัญหากลิ่นฉี่ในที่สาธารณะแบบชาวปารีส

แก้ปัญหากลิ่นฉี่อย่างไรให้อยู่หมัด? เมื่อกรุงปารีสไม่ห้าม แต่กำหนดให้ผู้คนฉี่ในที่สาธารณะให้เป็นที่ ด้วยอุปกรณ์แบบพิเศษที่จะเปลี่ยนฉี่เป็นปุ๋ย

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2019 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.