15 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

15 ภาพถ่ายประวัติศาสตร์ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 12. แม้จะทรงมีภาพลักษณ์ว่าเคร่งขรึมดังปรากฏในสื่อสาธารณะต่างๆ  ทว่าสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองทรงเป็นที่รู้จักในหมู่คนใกล้ชิดว่า  ทรงมีพระอารมณ์ขันอย่างเป็นธรรมชาติ ในภาพนี้ทรงพระเกษมสำราญขณะทอดพระเนตรการแข่งขันวิ่งกระสอบในมหกรรมการแข่งขัน Braemar Gathering ในสกอตแลนด์เมื่อปี 2012 (ภาพถ่าย: Russell Cheyne, Reuters)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 213. ในภาพถ่ายเมื่อปี 2007 ภาพนี้  สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเสด็จฯ ออกจากอาคารรัฐสภา หลังเสด็จฯ มาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดประชุมรัฐสภา ทรงสวมพระมหามงกุฎเพชรที่สร้างขึ้นเมื่อปี 1820 โดยพระเจ้าจอร์จที่สี่แห่งราชวงศ์ฮาโนเวอร์ (ภาพถ่าย: Toby Melville, Reuters)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 214. ปี 1992 คือปีแห่งความเลวร้ายของราชวงศ์อังกฤษที่เผชิญมรสุมข่าวร้ายจากชีวิตสมรสอันล้มเหลวของสมาชิกหลายพระองค์ ตามมาด้วยโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับเจ้าหญิงไดแอนาในอีกห้าปีต่อมา ยังไม่รวมถึงเหตุอัคคีภัยร้ายแรงที่พระราชวังวินเซอร์ และความนิยมในราชวงศ์วินเซอร์ที่ตกต่ำถึงขีดสุดโดยสาธารณชนมองว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองไม่ทรงออกมาแสดงความเสียพระทัยอย่างทันท่วงที หลังการสิ้นพระชนม์อย่างกะทันหันของเจ้าหญิงไดแอนา ผู้ทรงได้ฉายาว่า “เจ้าหญิงของปวงชน” (People’s Princess) ทั้งหมดนี้ช่างตรงข้ามกับภาพครอบครัวที่กลับมามีความสุขอีกครั้งด้วยสมาชิกพระราชวงศ์รุ่นใหม่ๆ ในภาพถ่ายเมื่อปี 2014 ภาพนี้  (ภาพถ่าย: Facundo Arrizabialanga, EPA)

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 215. สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองประทับที่โต๊ะทรงงานในห้องหมายเลข 1844 ภายในพระราชวังบักกิงแฮม หลังทรงบันทึกเทปอำนวยพรแด่พสกนิกรในวันคริสต์มาส (ภาพถ่าย John Stillwell, Pool Photo/AP)

 

อ่านเพิ่มเติม

๙ ช่างภาพสารคดีกับในหลวงรัชกาลที่ ๙

เรื่องแนะนำ

ดาวินชี : 500 ปี มรณกาลอัจฉริยะก้องโลก

แม้จะอำลาโลกนี้ไปแล้วถึง 500 ปี แต่ความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดกับวิสัยทัศน์ล้ำยุคทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวิศวกรรมศาสตร์ ของเลโอนาร์โด ดาวินชี ยังทำให้โลกตื่นตะลึงได้เสมอ

13 ภาพน่าทึ่งทางโบราณคดี

การค้นพบทาง โบราณคดี ได้รับความสนใจจากมนุษย์ในทุกยุคสมัย ซึ่งเห็นได้จากชุดภาพถ่ายที่น่าทึ่งเหล่านี้ ***แปลและเรียบเรียงโดย ปุณยวีร์ เฉลียววงศ์เจริญ โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย อ่านเพิ่มเติม : นักโบราณคดีตกตะลึงหลังค้นพบถ้ำสำหรับประกอบพิธีกรรมของชาวมายาที่ไม่เคยมีใครแตะต้องมาก่อน

ศิลปวัตถุของอาสนวิหารนอเทรอดามที่ยังคงอยู่และมอดไหม้ไปแล้ว

อัคคีภัยแห่งอาสนวิหารนอเทรอดามนำพาความโศกเศร้ามายังมนุษยชาติ เนื่องจากศิลปวัตถุซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาของคนยุคก่อนและวัตถุศักดิ์สิทธิ์อันประเมินค่ามิได้ต้องสูญสลายไป แต่ยังมี สมบัติแห่งนอเทรอดาม หลายชิ้นที่รอดมาได้โดยผู้คนที่ยินดีฝ่ากองเพลิงเพื่อรักษาเอาไว้ การสูญเสียสิ่งก่อสร้างที่เป็นมรดกโลกซึ่งมีอายุมานานกว่า 850 ปีอย่างอาสนวิหารนอเทรอดาม นำพาความโศกเศร้ามาสู่คนทั่วไป เพราะอาสนวิหารแห่งนี้มิใช่แหล่งท่องเที่ยวอันสวยงามที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงปารีสและฝรั่งเศสเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสถานที่ซึ่งแสดงถึงความสามารถทางสถาปัตยกรรมที่ต้องอาศัยความเพียรพยายามในการสร้างสรรค์ รวมไปถึงการเป็นที่เก็บรักษางานศิลปะและสมบัติหลายชิ้นที่ไม่อาจประเมินค่าได้ ทั้งงานศิลปวัตถุโบราณ เครื่องดนตรี รูปปั้น งานไม้ และวัตถุศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่เก็บรักษาไว้มาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ได้มีประชาชนที่เห็นความสำคัญของวัตถุและ สมบัติแห่งนอเทรอดาม ที่อยู่ภายในอาสนวิหารได้ทั้งพนักงานดับเพลิง บาทหลวง ตำรวจ และคนทั่วไปรวมตัวกันสร้างโซ่มนุษย์ และบางคนก็ยืนกรานเข้าไปในพื้นที่อันตรายเพื่อจะนำสมบัติและศิลปวัตถุเหล่านี้ออกมาให้จงได้ จนให้มีสมบัติล้ำค่าจำนวนมากรอดจากอัคคีภัยครั้งนี้ แต่ก็มีวัตถุบางส่วนที่ไม่สามารถระบุชะตากรรมได้ว่าเป็นอย่างไร หรือบางชิ้นก็ได้รับการระบุว่าสูญสลายไปในกองเพลิงไปโดยสิ้นเชิงแล้ว นี่คือข้อมูลของ สมบัติแห่งนอเทรอดาม ที่ยังเหลือรอด ไม่ทราบสถานะ และถูกทำลายไปแล้ว สมบัติที่เก็บรักษาไว้ได้ มงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Crown of Thorns) เป็นหนึ่งในสมบัติทางศาสนาที่ตกทอดมาอย่างยาวนานซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในอาสนวิหารนอเทรอดาม โดยมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์นี้เชื่อกันว่าถูกวางไว้บนศีรษะของพระเยซูในขณะที่พระองค์ถูกตรึงกางเขน แต่เดิมนั้นอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม และได้ถูกมอบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ผู้สร้าง Sainte-Chappelle ในกรุงปารีส และต่อมาได้กลายเป็นนักบุญ Louis เป็นผู้เก็บรักษาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 13 โดยมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์นี้ถูกส่งต่อมาที่นอเทรอดามในภายหลัง […]