เปิดลายมือคุณพี่หมื่นตัวจริง จากเอกสาร “ต้นทางฝรั่งเศส” - National Geographic Thailand

เปิดลายมือคุณพี่หมื่นตัวจริง จากเอกสาร “ต้นทางฝรั่งเศส”

เปิดลายมือคุณพี่หมื่นตัวจริง จากเอกสาร “ต้นทางฝรั่งเศส”

กระแส “คุณพี่หมื่น” จากละครบุพเพสันนิวาสมาแรงฉุดไม่อยู่จริงๆ หากนาทีนี้ไม่เอ่ย “ออเจ้า” กับเขาบ้างก็คงเชยน่าดู ว่าแต่แฟนละครทราบกันหรือไม่ว่าคุณพี่หรือ “หมื่นสุนทรเทวา” ตัวละครหลักจากบุพพสันนิวาสนี้หาใช่ตัวละครสมมุติแต่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์และมีความสำคัญในฐานะราชทูตไทยที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรียังประเทสฝรั่งเศส ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์เลยทีเดียว

หมื่นสุนทรเทวาเป็นบุตรชายของ พระโหราธิบดี มีอาชีพรับราชการให้แผ่นดินอยุธยา ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น “ขุนศรีวิสารวาจา” และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในสามของราชทูตไทยคนสำคัญที่เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรียังประเทศฝรั่งเศส โดยมี “ออกพระวิสุทธสุนทร” หรือโกษาปาน เป็นราชทูต “ออกหลวงกัลยาราชไมตรี” เป็นอุปทูต และ “ออกขุนศรีวิสารวาจา” เป็นตรีทูต โดยท่านเป็นทูตที่มีอายุน้อยที่สุดในการเดินทางครั้งนี้  ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านเองก็เคยเดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับจักรวรรดิโมกุล (อนุทวีปอินเดียในปัจจุบัน) มาแล้ว แต่ภายหลังกลับจากฝรั่งเศสไม่ปรากฏหลักฐานอื่นใดว่าได้เดินทางไปยังประเทศอื่นอีกหรือไม่ จึงคาดว่าออกขุนศรีวิสารวาจาน่าจะยังคงรับราชการตามเดิม

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 1 บันทึกเกี่ยวกับการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเทวดาให้ช่วยอวยพรให้การเดินทางครั้งนี้ปลอดภัยพ้นจากอันตราย

สำหรับเอกสารเก่าชุดนี้ต้องขอขอบคุณ นายปรีดี พิศภูมิวิถี นักศึกษาหลักสูตรปริญญามหาบัณฑิต สาขาฝรั่งเศสศึกษา จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้พบต้นฉบับของเอกสารภายในแผนกภาษาตะวันออก ของหอสมุดแห่งชาติ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และได้คัดลอก รวมถึงขอถ่ายภาพจากต้นฉบับไมโครฟิล์มส่งกลับมาให้แก่กรมศิลปากร ประเทศไทย

ต้นฉบับของเอกสารนี้เป็นสมุดไทยดำ เขียนด้วยดินสอสีขาว บอกชื่อเรื่องในหน้าแรกว่า “ต้นทางฝรงงเสษ” ภายในเขียนด้วยลายมือหวัดแกมบรรจง รูปตัวอักษรเป็นแบบที่นิยมในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเขียนขึ้นในสมัยนั้น สำหรับเนื้อความบรรยายไปตามขนบของนิราศ คือการบอกเล่าสิ่งต่างๆ ที่พบเห็นระหว่างทาง และพรรณาถึงหญิงที่รัก แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกาพย์ทั้งหมด

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 2 บันทึกเกี่ยวกับการเดินทางมุ่งหน้าลงใต้ ผ่านเกาะมากมายไม่ว่าจะเป็นเกาะสีชัง เกาะมัน เกาะไผ่

จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชื่อว่าเอกสารชุดนี้ถูกเขียนโดย ออกขุนศรีวิสารวาจา เนื่องจากภายในนิราศบรรยายถึงที่ตั้งของเกาะและทิศทางได้อย่างถูกต้อง แสดงว่าผู้เขียนต้องเคยมีประสบการณ์เดินทางผ่านเส้นทางนี้มาก่อน ซึ่งออกขุนศรีวิสารวาจาเองเคยเดินทางไปยังอาณาจักรโมกุลด้วยเส้นทางนี้มาแล้ว นอกจากนั้นอีกหนึ่งหลักฐานยืนยันก็คือ ในบางบทของนิราศบรรยายว่าผู้เขียนเป็นผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ เช่น เมื่อตอนที่คณะราชทูตเดินทางถึงเมืองแบรสต์แล้ว ได้เข้าพักยังตึกใหญ่ที่มีการตกแต่งประดับประดาอย่างวิจิตร ดังนั้นแล้วผู้เขียนจะต้องเป็นหนึ่งในราชทูตคนสำคัญอย่างแน่นอน

คุณพี่หมื่น
ภาพเขียนของออกขุนศรีวิสารวาจา หรือหมื่นสุนทรเทวา

คณะราชทูตไทยเริ่มออกเดินทางเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ปี 2228 โดยล่องเรือลงใต้ไปยังหมู่เกาะชวา จากนั้นเดินทางไปทางทิศตะวันตกจนถึงแหลมกู๊ดโฮป และล่องขึ้นเหนือผ่านภูมิภาคแอฟริกาตะวันตกจนไปถึงยังเมืองแบรสต์ เมืองท่าทางตะวันตกของฝรั่งเศสในวันที่ 15 มิถุนายน 2229 รวมระยะเวลาการเดินทางราว 5 เดือนกว่า

ตลอดช่วงเวลาของการเดินทางนั้น ภายในเอกสาร “ต้นทางฝรั่งเศส” ได้บันทึกวิถีชีวิต ตลอดจนสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองที่คณะทูตไทยพบเจอ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนต่างชาติพันธุ์ สัตว์หรือพืชต่างถิ่น ทั้งยังมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นมหาอำนาจของฮอลันดาในช่วงเวลานั้น เมื่อหมู่เกาะน้อยใหญ่ที่คณะทูตไทยเดินทางผ่านล้วนเป็นของฮอลันดาทั้งสิ้น นอกจากนั้นยังสะท้อนความคิดและความเชื่อของคนไทยในสมัยนั้น ดังเช่นตอนหนึ่ง ที่เรือเผชิญเข้ากับพายุและน้ำวน แต่ด้วยเวทมนต์คาถาของพระอาจารย์ที่เดินทางไปด้วย จึงช่วยให้ทั้งคณะรอดชีวิตมาได้ หรือตอนที่คณะทูตไทยพบเข้ากับชาวพื้นเมืองแอฟริกัน ซึ่งบรรยายไว้ว่า “เป็นพวกหัวพริก” เนื่องจากเส้นผมหยิกหยอยและสีผิวดำ ดูแล้วไม่สะอาดตา เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก หนังสือ ย้อนรอยโกษาปาน “ต้นทางฝรั่งเศส” นิราศสยามต่างแดนเล่มแรก

คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 4 เดินทางถึงช่องแคบปังกา ต้องใช้ระยะเวลาห้าวันกว่าจะผ่านไปได้
คุณพี่หมื่น
ตัวอย่างเอกสารจาก “ต้นทางฝรั่งเศส” หน้า 5 เดินทางถึงบริเวณหมู่เกาะชวา ตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพอันงดงามและเกาะแก่งจำนวนมากมาย

 

อ่านเพิ่มเติม

รวมแผนที่เก่าของคาบสมุทรเกาหลี

 

แปลเอกสารคลิกที่นี่ 

เรื่องแนะนำ

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์หลายแห่งเสี่ยงต่อเหตุร้ายแบบเดียวกับ นอเทรอดาม

นักดับเพลิงดับไฟที่กำลังลุกไหม้ในวิหารนอเทรอดาม ในปารีส ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2019 ภาพถ่ายโดย BENOIT TESSIER, REUTERS บรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สถานที่ทางวัฒนธรรมหลายร้อยแห่งอันเป็นที่รักทั่วโลก ไม่เคยเตรียมรับมือกับเหตุเพลิงไหม้และอุบัติเหตุอย่างเดียวกับที่ นอเทรอดาม ประสบ ในขณะที่อาสนวิหารชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศสเกิดไฟไหม้ ผู้คนรอบโลกนิ่งตะลึงด้วยความสะเทือนขวัญต่อภาพเพลิงไหม้ครั้งหายนะ ขณะนี้ ทุกคนโล่งอกหลังรู้ว่าว่าบรรดานักดับเพลิงสามารถรักษาส่วนใหญ่ของ นอเทรอดาม เอาไว้ได้ไม่น้อย แต่เพลิงครั้งนี้ได้จุดประกายการถกเถียงที่มีมาอย่างยาวนาน ถึงวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องแหล่งมรดกวัฒนธรรม ที่มักขาดการป้องกันจากหายนะหลายประเภท “แหล่งมรดกโลกหลายแห่งไม่มีนโยบาย แผน หรือกระบวนการเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ” เอกสารของ UNESCO กล่าว “สิ่งนี้ทำให้แหล่งทางมรดกหลายร้อยแห่งเผชิญกับความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดขึ้นเป็นอย่างมาก” ภัยพิบัติเหล่านั้น ซึ่งมีตั้งแต่เพลิงไหม้และน้ำท่วม ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและความขัดแย้ง ได้ทำลายสมบัติทางวัฒนธรรมหลายแห่งของโลกในช่วงหลายปีมานี้ เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของบราซิลถูกเพลิงไหม้จนวอดวาย และส่งผลให้วัตถุต่างๆ เช่นโบราณวัตถุด้านอิยิปต์วิทยา (Egyptology) ซึ่งถูกรวบรวมไว้ และบันทึกเสียงภาษาพื้นเมืองที่สาบสูญไปแล้ว กลายเป็นเถ้าถ่าน เมื่อปี 2016 กองกำลังรัฐอิสลามได้ทำลายประตู Mashki และ Adad ในโบราณสถานในบริเวณนิเนเวห์ (Nineveh) ในอิรัก และเมื่อปี 2015 […]

หายนะแห่งสงครามซีเรีย

วันที่ 15 มีนาคมนี้ถือเป็นวันครบรอบ 8 ปีของ สงครามซีเรีย แม้ว่าความรุนแรงในสงครามจะลดน้อยลง ทว่าผู้ลี้ภัยก็ยังมีจำนวนมหาศาล

น้ำท่วมกรุงเทพ พุทธศักราช 2485

กรุงเทพฯ หรือบางกอกเมื่อเกือบ 80 ปีก่อน ไม่มีฝุ่นควันไอเสียระดับ PM 2.5 อย่างในทุกวันนี้ เพราะยวดยานยังน้อย ไม่มีการก่อสร้างอะไรมากมาย ภัยที่คนกรุงมักประสบอย่างหนึ่งคือน้ำท่วม แต่ก็ดูเหมือนชาวกรุงในยุคนั้นสามารถปรับตัวให้เข้ากับความยากลำบากของชีวิตได้เป็นอย่างดี

ฮ่องกง : ย้อนรอยประวัติศาสตร์แห่งการต่อสู้

การประท้วงในฮ่องกงย่างเข้าสู่สัปดาห์ที่ 13 และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเหตุปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจ ท่ามกลางความวิตกกังวลต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจและความเป็นไปได้ที่ทางการจีนจะเข้าแทรกแซง ทว่าการประท้วงระลอกล่าสุดนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เรามาย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ทางการเมืองและสังคมของฮ่องกง เพื่อเข้าใจถึงรากเหง้าและความเป็นมาของฮ่องกงในสารคดีที่ถ่ายทอดผ่านรูปประกอบเรื่องนี้กัน