นักวิจัยไทย ยกระดับคุณภาพงานวิจัยด้วยการส่งชุดการทดลองไปทดลองบนสถานีอวกาศ

นักวิจัยไทย นำการทดลองไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

ครั้งแรกของ นักวิจัยไทย ที่ยกระดับงานวิจัยของชาติโดยการส่งชุดการทดลองเชื้อไข้มาลาเรียไปทดลองบนสถานีอวกาศนานาชาติ

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า นำการทดลองเกี่ยวกับเชื้อไข้มาลาเรียของ นักวิจัยไทย ขึ้นไปทดลองในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงที่สถานีอวกาศนานาชาติ

เมื่อปี 2017 ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกพบว่า ประชากรทั่วโลกเสียชีวิตจากโรคไข้มาลาเรียประมาณ 435,000 คน ในประเทศไทย จากรายงานของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 16 สิงหาคม 2019 พบผู้ป่วยโรคไข้มาลาเรียแล้ว 3,747 คน ในจำนวนนี้มี 7 รายที่เสียชีวิต

ไข้มาลาเรียเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อโปรโตซัวพลาสโมเดียม ซึ่งเป็นเชื้อโรคที่อาศัยในเลือด ไข้มาลาเรียมีความชุกชุมตามบริเวณที่เป็นป่าเขาและมีแหล่งน้ำ ในปัจจุบันถือเป็นโรคประจำถิ่นที่ยังเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุข ซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของประชาชน

ไข้มาลาเรีย, นักวิจัยไทย
วงจรชีวิตของเชื้อไข้มาลาเรีย: วงจรชีวิตของเชื้อที่เจริญอยู่ในยุงก้นปล่อง (เส้นสีแดง) วงจรชีวิตที่เป็นเชื้อก่อโรคในมนุษย์ (เส้นที่น้ำเงิน) / รูปภาพประกอบ : National Center for Biotechnology Information

ไข้มาลาเรียติดต่อโดยยุงก้นปล่องตัวเมียเป็นพาหะนำเชื้อมาลาเรียจากผู้ป่วยไปสู่คนอื่นๆ โดยเริ่มจากยุงก้นปล่องกัดผู้ป่วยที่เป็นไข้มาลาเรีย แล้วดูดเลือดที่มีเชื้อมาลาเรียเข้าไป หลังจากนั้น เชื้อมาลาเรียจะใช้เวลาเจริญเติบโตอยู่ในตัวยุงประมาณ 10 วัน จนอยู่ในระยะที่ทำให้เกิดโรค เมื่อยุงที่มีเชื้อมาลาเรียไปกัดคน ก็จะปล่อยเชื้อมาลาเรียจากต่อมน้ำลายเข้าสู่คน จึงทำให้คนที่ถูกยุงกัดเป็นไข้มาลาเรีย โดยทั่วไปอาการเริ่มแรกของไข้มาลาเรียเกิดขึ้นหลังจากถูกยุงก้นปล่องกัดประมาณ 10 ถึง 14 วัน

กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุลทางการแพทย์ สวทช. ศึกษาและวิจัยเกี่ยวโรคเวชศาสตร์เขตร้อนมาเป็นเวลานาน และเข้าใจถึงกระบวนการเกิดโรคมาลาเรียเป็นอย่างดี ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบในช่วงที่ผ่านมา คือการดื้อยาของเชื้อก่อโรค คณะวิจัยจึงจำเป็นต้องพัฒนาตัวยาที่มีความเฉพาะเจาะจง และมีประสิทธิภาพในการรักษาโรคมากขึ้น

ในปัจจุบัน หลักการทำงานของยารักษาโรคไข้มาลาเรีย คือการเข้าจับกับโปรตีนของเชื้อมาลาเรียในตำแหน่งเฉพาะ “เราจึงจำเป็นต้องศึกษาโครงสร้างโปรตีน เพื่อให้เข้าใจถึงโครงสร้างที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น” ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ นักวิจัยอาวุโสและผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย กล่าวและเสริมว่า “ในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงเราอาจเห็นผลการทดลองที่แตกต่างออกไป” ในส่วนนี้ จิสด้าจึงเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนในส่วนงานขนส่งชุดการทดลองไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ โดยได้รับความร่วมมือในระดับสากลจากองค์การวิจัยและพัฒนาการสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)

ผลึกโปรตีน

“เราหวังว่าเมื่อได้ผลการทดลองแล้ว จะเห็นโครงสร้างโปรตีนที่แตกต่างออกไปจากที่เราทำการทดลองบนพื้นโลก” ดร.ชัยรัตน์ บอกและอธิบายว่า “เพื่อนักวิจัยจะนำข้อมูลที่ได้ไปพัฒนาตัวยารักษาโรคมาลาเรียที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น” งานวิจัยครั้งนี้นับเป็นความร่วมมือของหน่วยงานชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เป็นก้าวแรกของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศของประเทศไทย ที่มีการส่งเสริม ผลักดัน และสนับสนุน นวัตกรรมและเทคโนโลยทางอวกาศที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับฐานงานวิจัยต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน เกิดการต่อยอดออกมาเป็นรูปธรรมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยเป็นวงกว้าง

ดร.ชัยรัตน์ อุทัยพิบูลย์ นักวิจัยอาวุโสและผู้อำนวยการกลุ่มวิจัย

“อย่างน้อย ถึงแม้ว่าผลการทดลองที่ได้ อาจไม่สามารถนำมาพัฒนายาได้ในเร็ววันนี้ แต่ผมเชื่อว่า การทดลองครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยเห็นว่า คนไทยทำเรื่องเหล่านี้ได้ เราพัฒนายาเองได้” ดร.ชัยรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องแนะนำ

จิสด้า ผุดโปรเจคใหม่ชวนคนไทยออกไอเดีย “ใช้ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม”

จิสด้า ผุดโปรเจคใหม่ชวนคนไทยออกไอเดียใช้ ” ประโยชน์จากภาพถ่ายดาวเทียม “ ปัจจุบัน ภาพถ่ายดาวเทียมเป็นเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญที่จะทำให้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้ครอบคลุมในภาพเพียงภาพเดียว ซึ่งจะทำให้สามารถตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ในทุกมิติ โดยเฉพาะมิติทางสังคมเพื่อการวางแผนพัฒนาประเทศด้านต่างๆ เช่น การบริหารจัดการเกษตร การบริหารจัดการภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่ง การวางผังเมืองและการใช้ประโยชน์จากที่ดิน สิทธิ์ในที่ทำกิน และสภาพแวดล้อม เป็นต้น เพราะความสำคัญดังกล่าว จึงทำให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า เปิดโอกาสให้คนไทยได้นำเสนอแนวคิดและออกไอเดียสุดบรรเจิดว่า “ถ้าเรามีภาพถ่ายจากดาวเทียมในพื้นที่ใดก็ได้ เราจะสามารถคิด วิเคราะห์ เพื่อสร้างประโยชน์อะไรได้บ้างจากภาพที่เรามีอยู่” ภายใต้ concept “เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” หรือ “For Better Living” ซึ่งก็หมายความว่า “เมื่อคิดและทำแล้วจะทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมดีขึ้นนั่นเอง “จิสด้า มีความต้องการจะส่งเสริมการใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมในกลุ่มผู้ใช้งานอื่น นอกเหนือจากกลุ่มปัจจุบัน ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐด้วยกัน เพราะภาพจากดาวเทียมมีประโยชน์และมีมูลค่ามากกว่านั้น สามารถนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้มากมาย” นางกานดาศรี ลิมปาคม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาธุรกิจและเครือข่ายพันธมิตรของจิสด้า กล่าวและเสริมว่า “เราอยากให้มีภาคธุรกิจที่มีการนำภาพไปวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อสนับสนุนงานในภาคต่างๆ เพื่อให้มีข้อมูลที่ดีขึ้น แม่นยำขึ้นหลากหลายขึ้น การเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วขึ้น เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์ของ วท. […]

ประมวลภาพบรรยากาศโครงการอบรมถ่ายภาพกับ Olympus season 2

เสร็จสิ้นกันไปแล้วกับโครงการอบรมการถ่ายภาพครั้งใหญ่ประจำปี ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาจากทั่วประเทศได้มีโอกาสเข้ามาเรียนรู้เทคนิคและวิธีการถ่ายภาพจากช่างภาพมืออาชีพผู้เชี่ยวชาญ มาชมบรรยากาศ Olympus Photography Workshop (อบรมถ่ายภาพพื้นฐาน) ที่จัดขึ้นเมื่อเมื่อวันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม 2560 กัน และบรรยากาศกิจกรรม Olympus One-Day Photography Workshop & Trip ที่จเปิดโอกาสให้น้องๆ นักศึกษาเข้าถ่ายภาพในชุมชนและเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของจังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม 2560   อ่านเพิ่มเติม : ประมวลบรรยากาศการคัดเลือกภาพถ่ายโครงการ Olympus season 2

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ

“แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราณบ้านเชียงอายุ 3500 ปี ได้อย่างแม่นยำ นักวิจัยไทยใช้เทคโนโลยี “แสงซินโครตรอน” พิสูจน์วัตถุโบราน เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงอายุกว่า 3500 ปี เป็นของปลอมหรือจริงได้อย่างแม่นยำ โดยใช้เทคนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ร่วมกับเทคนิคการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของเนื้อดินและสี นำไปสู่วิธีการแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้หรือเทียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการวิจัยของไทยมีความก้าวหน้าอย่างมาก และเทคโนโลยีเหล่านั้น ก็ได้นำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์มากมาย ไม่เพียงแต่ในวงการวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่รวมถึงเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนเผยแพร่ข้อมูลการตรวจวิเคราะห์วัตถุโบราณในแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี เพื่อแยกแยะเครื่องปั้นดินเผาของแท้ กับเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ “ปัจจุบัน ได้มีการนำแสงซินโครตรอนมาใช้ในการวิจัยด้านโบราณคดีอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรป เนื่องจาก เทคนิคการตรวจวิเคราะห์โดยใช้แสงซินโครตรอน สามารถบอกได้ถึงองค์ประกอบและโครงสร้างของวัตถุ โดยชิ้นตัวอย่างไม่ได้รับความเสียหายจากขั้นตอนการเตรียมตัวอย่าง” ดร.ประพงษ์ คล้ายสุบรรณ์ รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าว เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียงมีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับให้เป็น “แหล่งมรดกโลก” จึงนำไปสู่การทำเครื่องปั้นดินเผาเลียนแบบ เพื่อจูงใจนักสะสมทั้งหลาย การทำเลียนแบบเหล่านี้พัฒนาเทคนิคจนสามารถทำให้ดูเหมือนของแท้ รวมไปถึงการทำให้ดูเก่าด้วย ซึ่งการพิสูจน์ความเป็นของแท้นั้นทำได้ยาก และต้องอาศัยประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น กรมศิลปากรจึงร่วมมือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ศึกษาคุณสมบัติเฉพาะของเครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ทั้งการวิเคราะห์ทั้งเนื้อดิน องค์ประกอบทางเคมี และสีที่เขียนเป็นลวดลาย โดยใช้เทคนนิคการเรืองรังสีเอ็กซ์ และการการดูดกลืนรังสีเอ็กซ์ […]

บูธการท่องเที่ยวไต้หวันในงาน เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก

เชิญชวนนักเดินทางทุกท่านมาร่วมงานท่องเที่ยวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ในงาน “เที่ยวทั่วไทย ไปทั่วโลก” ครั้งที่ 26 (Thai International Travel Fair 2020, TITF#26) ระหว่างวันที่ 16-19 มกราคม 2563 ณ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี  เตรียมพบกับข้อมูลการท่องเที่ยวไต้หวันล่าสุดแห่งปี 2020 และโปรโมชั่นสุดพิเศษ รวมถึงกิจกรรมพิเศษภายในงานที่บูธ การท่องเที่ยวไต้หวัน ความเป็นไต้หวัน นำเสนอเป็นภาพความประทับใจเกี่ยวกับไต้หวันด้วยสีสันอันสดใส สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายวัฒนธรรมไต้หวัน เนื่องในโอกาสช่วงเทศกาลตรุษจีน บูธ การท่องเที่ยวไต้หวัน จึงจัดเตรียมกิจกรรม  DIY การทำโคมลอยและโคมไฟจากผ้าลายดอกไม้สไตล์จีนแคะ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลตรุษจีนก่อนใคร รวมถึงการระบายสีบนร่มกระดาษและถุงรักษ์โลกลายใบไม้ ผ่านกิจกรรมการสอนระบายสีดอกไม้ของไต้หวัน เช่น ดอกเหมยและกล้วยไม้สกุลฟาแลนนอปซิส (Phalaenopsis) แสดงถึงศิลปะดั้งเดิมของไต้หวัน ที่สะท้อนถึงสุนทรียภาพอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้เชิญคณะนักแสดงวง Fun To Art ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของศาสนา วัฒนธรรมจีนแคะ และวัฒนธรรมอาหารผ่านการร้องเพลงและเต้นรำ ในขณะเดียวกันภายในงานยังได้จัดเตรียม ชาฟักเขียวไข่มุกให้คุณได้ลิ้มรสกับเครื่องดื่มต้นตำหรับยอดนิยมของไต้หวันอีกด้วย เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับไต้หวัน สำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน (Taiwan […]