"บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018" ครั้งแรกของไทยกับศิลปะยิ่งใหญ่ระดับโลก - National Geographic Thailand

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” ครั้งแรกของไทยกับศิลปะยิ่งใหญ่ระดับโลก

“บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” ครั้งแรกของไทยกับศิลปะยิ่งใหญ่ระดับโลก

ครั้งแรกของกรุงเทพมหานคร กับความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่จะเนรมิตกรุงเทพฯ สู่เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก กับการจัดเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018(Bangkok Art Biennale) ที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ 2 ปี ด้วยการนำผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 200 ผลงาน ของ 75 กลุ่มศิลปินชั้นนำระดับโลกจาก 34 ประเทศ ภายใต้แนวคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” หรือ Beyond Bliss ที่จะนำมาจัดแสดงบนสถานที่สำคัญของกรุงเทพมหานครกว่า 20 แห่ง ได้แก่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร / วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร / วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร / ศูนย์การเรียนรู้ธนาคารแห่งประเทศไทย / โอ พี เพลส / โรงแรมเพนนิน   ซูล่า / โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล / อาคาร อีสต์ เอเชียติก / หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร / สกายวอล์ค / สยามดิสคัฟเวอรี่ / สยามเซ็นเตอร์ / สยามพารากอน / เซ็นทรัลเวิร์ล / เซ็นทรัล เอ็มบาสซี /บ้านปาร์คนายเลิศ /สมาคมฝรั่งเศสกรุงเทพ / วัน แบงค็อก / ดิ เอ็มควอเทียร์ และ เธียเตอร์ ออฟ อินดัลเจนซ์  ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2561 จนถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

คุณวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018 ถือเป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่มีความยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่จะทำให้กรุงเทพมหานคร กลายเป็นศูนย์กลางความเชื่อมโยงแห่งเมืองศิลปวัฒนธรรม และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางจากทั่วทุกมุมโลกให้ต้องเดินทางมาเที่ยวชม ทั้งงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” รวมไปถึงแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานที่สำคัญซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าอีกมากมาย โดยเฉพาะ “วัดโพธิ์” หนึ่งในสถานที่ ที่จะมีการจัดแสดงงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” ที่เพิ่งถูกโหวตจาก “ทริปแอดไวเซอร์” เว็บไซต์ท่องเที่ยวรายใหญ่ที่สุดในโลกให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญยอดนิยมของโลกอันดับที่ 17 และอันดับที่ 3 ในภูมิภาคเอเชีย ขยับจากอันดับที่ 4 แซงหน้ากำแพงเมืองจีนที่เคยครองแชมป์อันดับที่ 3 มาโดยตลอด และก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอันดับ 1 ของประเทศไทย เป็นเรื่องน่ายินดีที่งานนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของหลายภาคส่วน โดยมีภาคเอกชนที่เป็นหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท  ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และอีกหลายองค์กร ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้ว มาช่วยเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการจัดงานครั้งนี้

เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่างาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” นอกจากจะช่วยสร้างสีสันในด้านการท่องเที่ยว และสร้างความตื่นตัวให้กับคนในแวดวงศิลปะได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ตัวเลขเศรษฐกิจในด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยเติบโตขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มมากขึ้น และก่อให้เกิดรายได้แก่ประชาชน ทั้งในแง่ของการค้าขาย และบริการ ที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยสานสัมพันธภาพอันดีในระหว่างประเทศต่าง ๆ จากทั่วโลกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย 

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในนามประธานกรรมการ ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” เราตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงในด้านการท่องเที่ยวในเชิงศิลปะ และวัฒนธรรมไทย โดยงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” หรือ BAB  ถือเป็นโครงการสำคัญที่จัดขึ้นมาเพื่อเนรมิตให้กรุงเทพมหานครกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยว  ที่สำคัญทางด้านศิลปะร่วมสมัยในอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นจุดหมายของนักเดินทางผู้รักงานศิลปะจากทั่วโลก ซึ่งถือเป็นการจัดขึ้นครั้งแรกของกรุงเทพมหานคร ที่เกิดขึ้นจากการผสานความร่วมมือครั้งสำคัญทั้ง จากภาครัฐ และเอกชน ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สถานทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย  และเครือข่ายพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ร่วมสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ 

โดยจากเป้าหมายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ตั้งเป้ารายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2561 ถึง 3 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ในภาพรวมตั้งแต่ชุมชนคนรักศิลปะไปจนถึงเศรษฐกิจฐานรากในชุมชนบริเวณโดยรอบของพื้นที่จัดงานอีกด้วย เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุน และทำให้ภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถบรรลุเป้าหมายรายได้การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2561 ถึงช่วงต้นปี 2562 ได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในทุกมิติให้ประจักษ์แก่สายตานักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติ เพื่อร่วมกันบอกเล่าความเป็นไทยไปทั่วโลกว่า “กรุงเทพมหานคร คือ เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก”

นอกจากนี้ ยังขอแนะนำ BAB BOX ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และOne Bangkok โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นศูนย์รวมการจัดงาน และข้อมูลข่าวสารหลักเกี่ยวกับการจัดงาน “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศิลปิน ชิ้นงานศิลปะ การเดินทางชมงาน พื้นที่ติดตั้งแสดงผลงาน ฯลฯ  พร้อมพบกับผลงานศิลปะร่วมสมัยกว่า 10 ผลงาน ที่จะถูกติดตั้งบนพื้นที่แห่งนี้อีกด้วย”

ทางด้าน  ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการศิลป์บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่  ให้ข้อมูลว่า เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018” หรือ BAB จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด “สุขสะพรั่ง พลังอาร์ต” หรือ “Beyond Bliss” ซึ่งหมายถึงการค้นหาความหมายของความสุขที่แตกต่างกันไป ตามประสบการณ์ของแต่ละคน บนพื้นที่ที่มีประวัติความเป็นมา และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมการถ่ายทอดความสุขทางกายทางใจ หรือ แม้กระทั่งการแสวงหาวิธีกำจัดทุกข์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ รวมทั้งการแสดงความคิดเห็น สะท้อน สังคม และ ปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านชิ้นงานเหล่านี้

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำหรับผู้ที่สนใจในศิลปะอย่าง “DEK BAB” ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มคนอาสาตั้งแต่ระดับนิสิตนักศึกษา และบุคคลทั่วไปได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการจัดงานทำหน้าที่คล้ายกับทูต ที่เชื่อมต่อระหว่างศิลปินกับผู้ชมซึ่งมีทั้งคนไทย และต่างประเทศเชื่อมงานศิลปะระดับโลกกับบริบทของกรุงเทพฯ เสมือนว่า DEK BAB คือองค์ประกอบที่เติมเต็มให้งานเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่” ล่าสุดมีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 500 คนโดย DEK BAB จะได้รับประสบการณ์จริงที่สามารถเติมเต็มความรู้ความเข้าใจความคิดทางด้านศิลปะ และสามารถถ่ายทอด     สู่ผู้อื่นได้อีกด้วย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018”  จะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยว และ ผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะ ให้ทุกท่านได้รับแรงบันดาลใจแห่งความสุข ผ่านมุมมองของศิลปะจากทั่วโลกตลอดการจัดงานในครั้งนี้”    

สามารถติดตามข่าวสาร และตารางการจัดกิจกรรมของงาน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ “บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2018(Bangkok Art Biennale) เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก หรือเว็บไซต์

เรื่องแนะนำ

เมื่อคลื่นลมพัดพาขยะขึ้นฝั่ง ความร่วมมือจึงเกิดขึ้น

ชุมชนมดตะนอยเคยมีปัญหาเรื่องขยะ SCG จึงเข้ามาสนับสนุนองค์ความรู้ ทำหน้าที่เป็นเหมือนพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำแนวทางการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน

ชีวิตติดชลธาร

แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับตามระลอกคลื่น เรือหางยาวลอยอยู่ใกล้ๆ ดงต้นจาก ชีวิตสองฝั่งริมแม่น้ำบางปะกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา ภาพถ่าย นันทิยา บุษบงค์ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยอาศัยและใช้ประโยชน์จากสายน้ำมายาวนาน จนถึงปัจจุบันนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ไม่สามารถขาดปัจจัยเรื่องน้ำไปได้ ดังนั้น การบริหารทรัพยากรน้ำจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้นำต้องพิจารณาเพื่อรองรับการพัฒนา เมื่อความเจริญของเมืองเติบโตมากยิ่งขึ้น การดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนแปลงตาม เมื่อครั้งอดีต การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นการทำเกษตรในครัวเรือน คือทำนาปลูกข้าวเพื่อบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็แบ่งขายกันต่อไป ต่างจากปัจจุบันที่เน้นการทำเกษตรเพื่อส่งขายตลาด ปริมาณของผลผลิตจึงเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการทำเกษตรเพื่อการจำหน่าย เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาด นั่นหมายถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่ที่หลายหน่วยงานเข้ามาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรที่อยู่โดยรอบ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2550 ระบุว่า ผลจากการรุกตัวของน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่ชลประทานบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง จากปัญหาดังกล่าว หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งผู้แทนชุมชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดคุณภาพน้ำเพื่อวัดค่าความเค็มตามจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำบางปะกง และกำหนดค่าความเค็มที่สามารถสูบน้ำได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมแต่ละประเภท ที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำเพื่อทำการเกษตรกำหนดค่าความเค็มที่ 2 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 1 และ 0.5 กรัมต่อลิตร […]

กล้องถ่ายรูปกับการบันทึกแรงบันดาลใจโดยโซนี่

ในวันที่เรากำลังมองหาแรงบันดาลใจ หรือต้องการออกไปแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่ การออกเดินทางไปยังที่ที่ไม่คุ้นเคยคงเป็นเรื่องที่นำพาความแปลกใหม่มาสู่ชีวิตได้ไม่น้อย ช่วงเวลาที่สำคัญเหล่านั้นถูกบันทึกผ่านการถ่ายภาพ สำหรับผม ภาพถ่ายคือตัวแทนมุมมองและความคิดของผมในขณะที่ผมกำลังมองช่วงเวลานั้นอยู่ กล้องถ่ายรูปเป็นเครื่องมือที่ช่วยหยุดความรู้สึกของผมไว้ได้ ผมไม่ใช่คนที่ถ่ายรูปสวยมากมายนักหรอก ช่างภาพคู่หูของผมคอยบอกอย่างนั้นเสมอ แต่ฉันผมไม่ได้ต้องการภาพถ่ายสวยงามมาประดับโปรไฟล์บนชีวิตออนไลน์อย่างที่เป็นกระแส ผมเพียงต้องการบันทึกความรู้สึกของผมที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่ผมพาตัวเองไปอยู่จุดนั้น ผมเห็นพัฒนาการของกล้องตั้งแต่ยังเป็นกล้องฟิล์ม จนมาถึงในยุคที่เป็นกล้องดิจิทัล ทุกอย่างดูง่ายดายไปเสียหมด จนบางครั้งฉันผมก็รู้สึกทึ่งในภาพถ่ายของตัวเอง กล้องโซนี่  เป็นหนึ่งเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปที่ผ่านกระบวนการคิดและพัฒนามาอย่างดี ตอบโจทย์ในการใช้งานที่หลากหลาย ความสุขหนึ่งของผมเมื่อออกเดินทาง คือการได้นั่งสังเกตวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่นั้นๆ กล้องรุ่นนี้สามารถช่วยผมบันทึกจังหวะชีวิตของผู้คนในขณะนั้นไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสูงถึง 10fps ผนวกกับการปรับโฟกัสอัตโนมัติให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผมจึงไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหวที่ผมต้องการหยุดเวลานั้นเอาไว้ ผมเข้ามาทำงานกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ในฐานะบรรณาธิการออนไลน์ก็จริง แต่งานของผมก็ไม่วายต้องไปข้องแวะกับเรื่องการถ่ายภาพ คุณไมเคิล ยามาชิตะ ช่างภาพที่ร่วมงานกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก มากว่าสามสิบปี ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับภาพถ่ายบุคคลของเขาว่า “สำหรับผม อารมณ์มักแฝงอยู่ในดวงตาเสมอ นั่นคือองค์ประกอบเดียวที่สำคัญที่สุดในการจับภาพของการถ่ายภาพบุคคล” ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวของยามาชิตะ ในกล้องโซนี่  มีโหมด Eye Auto Focus ที่ช่วยจับดวงตาของบุคคล ไม่ว่าตัวบุคคลจะเคลื่อนไปทางไหน กล้องก็ยังสามารถจับดวงตานั้นได้อย่างคมชัดเสมอ ตัว R ของกล้องโซนี่รุ่น  ย่อมาจาก Resolution (ความละเอียดของภาพ) แม้ว่าภาพที่ผมใช้งานจะปรากฏบนสื่อออนไลน์ แต่เรื่องความละเอียดของภาพก็เป็นเรื่องสำคัญ […]

ผลงานศิลปะบนเรือนร่างในงาน “Artist Playground by Pullman”

ผลงานศิลปะบนเรือนร่างในงาน “Artist Playground by Pullman” เปลี่ยนร่างกายให้เป็นศิลปะกับงาน “Living canvas Artist Playground” ที่จะพาทั้งศิลปินและศิลปะมาสื่อสารให้กับผู้ชมในรูปแบบของงานบอดี้เพ้นท์ ซึ่งครั้งนี้เดินทางมาถึงครั้งที่ 5 ด้วยความร่วมมือของมิสเตอร์จอร์จ ร็อกซัสและเพื่อนศิลปิน หากกล่าวถึงงานบอดี้เพนต์ (Body Paint) เรามักจะคุ้นเคยกับลวดลายศิลปะที่ถูกวาดลงบนร่างกายมนุษย์ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากชนเผ่าเพื่อใช้สื่อความหมายในวาระที่ต่างกันออกไป Living canvas นอกจากจะเป็นการรังสรรค์ศิลปะขึ้นมาแล้ว ยังใช้สื่อความหมายและบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของศิลปินได้เป็นอย่างดี ภายในงานได้เปิดให้เข้าชมฟรี ที่โรงแรม PULLMAN BANGKOK GRANDE SUKHUMVIT เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2561 ซึ่งแขกและลูกค้าของทางโรงแรมจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่เหล่านี้ อีกทั้งยังได้สัมผัสทั้งรสชาติของอาหาร เครื่องดื่ม และรสนิยมของเสียงดนตรีรวมไปถึงการแสดงร่วมสมัยจากศิลปินรับเชิญที่ทางโรงแรมได้เตรียมไว้อีกด้วย ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม Pullman Bangkok Grande Sukhumvit โทร : 0-2204-4020 หรือเยี่ยมชมเว็บไซด์ของโรงแรมได้ที่นี่ www.pullmanbangkokgrandesukhumvit.com