โครงการ YSEALI จัดประชุมในไทยเรื่องความยั่งยืน เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่อาเซียน - National Geographic Thailand

โครงการ YSEALI จัดประชุมในไทยเรื่องความยั่งยืน เพื่อพัฒนาคนรุ่นใหม่อาเซียน

โครงการ YSEALI ที่ส่งเสริมความร่วมมือให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่จากประเทศในอาเซียน โดยรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ได้จัดการประชุมสุดยอดในเรื่อง การส่งเสริมความมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืนในประเทศไทย เมื่อวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2562

คงไม่จำเป็นต้องเอ่ยถึง ความสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่มีต่อโลกในปัจจุบัน ด้วยขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก เป็นแหล่งพลังสร้างสรรค์ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม และคุณภาพทางการศึกษาที่ทำหน้าที่เสมือนหนึ่งในแหล่งความรู้สำคัญของโลกด้วยมหาวิทยาลัยชั้นนำซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงบทบาทผู้นำการเมืองในเวทีโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่ชาวโลกจำนวนมากมุ่งแสวงหาความร่วมมือทางด้านต่างๆ จากสหรัฐอเมริกา ทั้งด้านการศึกษา การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และแนวคิดเพื่อการพัฒนาโลกในด้านต่างๆ

และเป็นเวลานานมาแล้วเช่นกันที่สหรัฐอเมริกาได้ก่อตั้งโครงการความร่วมมือด้านต่างๆ กับนานาประเทศ ทั้งในระดับประเทศและบุคคลทั่วไป เพื่อส่งเสริมการพัฒนาระหว่างกัน โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน เป็นอีกภูมิภาคที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ

โครงการ YSEALI เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาที่ได้ให้ประชาชนจากอาเซียนเข้ามามีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนแนวความคิดเพื่อการพัฒนาสังคม

โครงการ YSEALI
เจ้าหน้าที่จากรัฐบาลสหรัฐอเมริกากล่าวสุนทรพจน์ในการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการของโครงการ YSEALI ในหัวข้อ การส่งเสริมความมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน (Advancing Partnership for Sustainability) ที่จังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2562
โครงการ YSEALI
ภาพบรรยากาศในประชุมเชิงปฏิบัติการของโครงการ YSEALI เรื่องการส่งเสริมความมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน

โครงการ YSEALI คืออะไร

ชื่อโครงการ YSEALI ย่อมาจากชื่อเต็มว่า Young Southeast Asian Leaders Initiative ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและสร้างเครือข่ายผู้นำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านโครงการ การมีส่วนร่วม และร่วมมือทางด้านการศึกษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาสังคมร่วมกัน ซึ่งเน้นไปที่การสร้างผู้นำรุ่นใหม่ในภูมิภาคดังชื่อโครงการ

โครงการ YSEALI ได้จัดกิจกรรมความร่วมมือหลัก 4 โครงการด้วยกัน

1. YSEALI Professional Fellows Program โครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี ได้ไปศึกษาและเรียนรู้การทำงานกับภาคธุรกิจหรือหน่วยงานรัฐบาลในสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 5 สัปดาห์ ซึ่งมีการศึกษาแบ่งตามหัวข้อต่อไปนี้

– การมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง (Civic Engagement)
– การเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจ (Economic empowerment)
– การวางนโนบายและสังคม (Governance and Society)
– ธรรมชาติและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development and the Environment)

*โครงการที่ 1 กำลังรับสมัครผู้เข้าร่วม ประจำปี 2019 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน นี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://asean.usmission.gov/yseali/yseali-professional-fellows/ 

2. YSEALI Academic Fellows Program โครงการที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือผู้ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาอายุระหว่าง 18 – 25 ปี ไปศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัยหรือวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 5 สัปดาห์ ตามหัวข้อต่อไปนี้

– การมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง (Civic Engagement)
– การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (Environment and natural resources management)
– การพัฒนาด้านความเป็นผู้ประกอบการและเศรษฐกิจ (Entrepreneurship and economic development)

3. การส่งเสริมเงินทุน (Grant Funding) เปิดโอกาสให้บรรดาผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เสนอโครงการแข่งขันเพื่อรับเงินทุนในการพัฒนาสังคม ชุมชน หรือประเทศ ตามหัวข้อที่ได้กล่าวมาข้างต้น

4. การประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับภูมิภาค (Regional Workshop) YSEALI ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการในด้านต่างๆ ที่มีการสร้างเครือข่าย การฝึกสอน แนะนำ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เพื่อเป็นผู้นำสังคมในด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การศึกษา การมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง ซึ่งเป็นแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับสหรัฐอเมริกาและผู้คนจากประเทศในกลุ่ม YSEALI ทั้ง 11 ประเทศ ได้แก่บรูไน กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม

โครงการประชุมสุดยอด YSEALI ที่จัดขึ้นในประเทศไทย ประจำปี 2019โครงการ Yseali

ด้วยโครงการ YSEALI ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จึงมีเครือข่ายผู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ที่มีอายุตั้งแต่ 18-35 ปี จาก 11 ประเทศดังกล่าวอยู่จำนวนมาก มีบุคคลจากโครงการนี้จำนวนไม่น้อยที่ได้ไปมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศและสังคมของตัวเองในด้านต่างๆ จึงได้มีการจัดประชุมสุดยอด YSEALI ประจำปี 2019 (YSEALI Summit 2019) เพื่อรวมตัวบุคคลเหล่านี้ และมีการประชุมเชิงปฏิบัติการในระดับภูมิภาค (Regional Workshop) เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต ในวันที่ 29 กันยายน – 3 ตุลาคม 2562

ภูเก็ตเป็นสถานที่ซึ่งมีความเหมาะสมในการจัดการประชุมเนื่องด้วยเป็นสถานที่ซึ่งเปี่ยมไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่สวยงาม รวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำนวนมาก เป็นสถานที่ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และมีความพยายามในการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้ได้นำผู้เข้าร่วมโครงการ YSEALI กว่า 150 คน เข้าร่วมประชุมในแนวคิด การส่งเสริมความมีส่วนร่วมเพื่อความยั่งยืน (Advancing Partnership for Sustainability) ซึ่งมีจุดประสงค์ให้ผู้เข้าร่วมได้มีส่วนร่วมในการพูดคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นในระดับภูมิภาคต่างๆ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนภาคพลเมือง การพัฒนาอย่างยั่งยืน การศึกษา และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โครงการ YSEALI

โครงการ YSEALI
ภาพบรรยากาศการลงชุมชนเพื่อการเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนของผู้เข้าร่วมโครงการ YSEALI

โดยกิจกรรมในการประชุมมีทั้งการสัมมนาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ กิจกรรมปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างทักษะ การมีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อสังคม และการบริการชุมชน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสเข้าถึงและหาทางพัฒนา หรือหาทางออกของปัญหา และแสดงแนวความคิดไปพร้อมกับความเป็นผู้นำเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัญหาอันกดดันและซับซ้อนทั้งประเด็นในทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ

เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย (ออนไลน์) ได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมสุดยอดในครั้งนี้ และจะนำเสนอเรื่องราวและผลลัพธ์ที่น่าสนใจจากผู้เข้าร่วมการประชุมนี้ในโอกาสต่อไป

ติดตามรายละเอียดโครงการ YSEALI ได้ที่

Facebook https://www.facebook.com/yseali

Twitter: twitter.com/yseali 

Website : https://asean.usmission.gov/yseali/

โครงการ YSEALI


อ่านเพิ่มเติม วัฒนธรรมใหม่ของ การเดินป่า ที่ยั่งยืน

เรื่องแนะนำ

ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านรอบออดิชั่น

กลุ่มคนที่มีความสนใจด้านการทำธุรกิจเพื่อสังคมได้มารวมกันในรายการ Win Win WAR Season 2 เพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดธุรกิจแบ่งปัน และเงินรางวัล 2 ล้านบาท ที่จะนำไปต่อยอดหรือสร้างธุรกิจเพื่อสังคมให้เกิดขึ้นได้จริง สัปดาห์นี้ ผู้เข้าแข่งขันที่ 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบออดิชั่น จะนำเสนอแผนธุรกิจและตัวอย่างผลิตภัณฑ์หรือบริการ ต่อคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ซึ่งภายในสัปดาห์นี้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 4 ทีม ล้วนแล้วแต่มีรูปแบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความเท่าเทียมในสังคม ทีมที่ 1 Heartist – วริศรุตา ไม้สังข์ ธุรกิจที่นำผ้าทอจากกลุ่มบุคคลพิเศษมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งกระเป๋าถือ รองเท้า ผ้าพันคอ และเสื้อผ้า โดยผ้าทอที่นำมาผลิตสินค้าเกิดจากกิจกรรมทอผ้าเพื่อบำบัดบุคคลพิเศษ ปัจจุบัน สังคมไทยมีผู้เป็นบุคคลพิเศษที่ต้องได้รับการบำบัดอยู่จำนวนมาก แต่ยังขาดกิจกรรมที่เหมาะสม และค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง คุณวริศรุตาจึงอยากทำให้เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และจัดกิจกรรมบำบัดขึ้นเพื่อกลุ่มคนพิเศษเหล่านี้ โดยนำกิจกรรมการทอผ้ามาเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบำบัด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง และยังเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับกลุ่มคนพิเศษด้วย รวมถึงเป็นกิจกรรมที่สร้างการรับรู้ให้คนในสังคมเห็นว่า กลุ่มคนพิเศษสามารถประกอบอาชีพได้ แผนงานที่หวังไว้ คุณวริศรุตากล่าวว่า อยากนำงบประมาณส่วนนี้ไปสร้างพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้สนใจ และกลุ่มคนพิเศษ รวมถึงเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้า และทำให้เกิดการจ้างงานที่ขยายวงกว้างออกไปมากขึ้น ทีมที่ 2 […]

Activity สุดมันส์ ต้องมาสักครั้งในชีวิต ที่หาดป่าตอง!

National Geographic จะพาไปพักผ่อนหย่อนกายเที่ยวให้สนุกทำกิจกรรมกันที่ภูเก็ต! อีกหนึ่งหาดที่มาถึงภูเก็ตแล้วไม่มาถือว่ามาไม่ถึง นั่นก็คือ หาดป่าตอง หาดชื่อดังสุดครึกครื้นแทบจะ 24 ชั่วโมงของเมืองภูเก็ต นอกจากเป็นแหล่งเดินเที่ยวยามค่ำคืน และบีชบาร์ให้มาพักผ่อนแล้ว ยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์ตรีมให้นักท่องเที่ยวได้มาปล่อยความสนุกกันแบบมันส์สุดๆ หนึ่งในนั้นก็คือ  PARACHUTE หรือ PASASAILING กิจกรรมยอดฮิตที่จะทำให้คุณได้ขึ้นไปลอยบนอากาศ โดยการ “โดดร่มริมชายหาด” บนความสูงเกินตึก 5 ชั้น แต่ถ้าใครหวั่นใจ ลังเล หรือไม่กล้า ก็ไม่ต้องพะวงไป เพราะว่าในการเล่นทุกครั้งจะมีเจ้าหน้าที่ช่วยดูแลความปลอดภัยเสมอ ในการขึ้นแต่ละครั้งสามารถขึ้นได้มากสุดสองคน แต่ทั้งนี้ก็ต้องประเมินน้ำหนักตามความเหมาะสมด้วย เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้วจะได้เห็นวิวบรรยากาศของทะเลทั้งหมด เป็นภาพที่น่าประทับใจทีเดียว สำหรับราคาการขึ้นต่อคนอยู่ที่ครั้งละ 1,500 บาท เท่านั้น ถ้าเทียบกับประสบการณ์ที่ท้าทาย ถือว่าคุ้มค่ามากๆ หรือถ้าใครอยากสัมผัสน้ำทะเล กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดอีกอย่าง นั่นคือการเล่น SURFBOARD ที่หาดป่าตองตลอดทั้งชายหาดจะมี Surfboard ให้เช่า และมีบริการพร้อมสอนไปในตัว คลื่นจะมีความสูงไม่มากนัก ซึ่งผู้ดูแลจะสอนในระดับ Begining เท่านั้น ส่วนราคาแล้วแต่เจ้า โดยส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่300บาท หรือหากใครอยากมานั่งชิล ดื่มด่ำกับพระอาทิตย์ท่ามกลางเสียงคลื่นแบบสไตล์ Beach Bar […]

เปิดตัวกำแพงรูป LAIMO คาแร็กเตอร์สมเสร็จสุดน่ารักจากไต้หวัน เพื่อโปรโมตการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวไต้หวันเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูป LAIMO (ไหลโหม่) คาแร็กเตอร์สมเสร็จยอดฮิตกับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไต้หวัน และเชิญชวนให้มาชม และสอบข้อมูลการท่องเที่ยวกันได้ เราเชื่อว่าแต่ละประเทศต่างมีคาแร็กเตอร์หรือตัวการ์ตูนสุดฮิตซึ่งเป็นที่นิยมของคนในประเทศ ถ้าเป็นประเทศญี่ปุ่น ก็คงจะเป็นโดราเอมอน แต่ถ้าพูดถึงเกาะไต้หวัน หนึ่งในคาแร็กเตอร์ที่ได้รับความนิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ก็คงเป็นเจ้า ‘ไหลโหม่’ (LAI MO) คาแร็กเตอร์สมเสร็จหน้านิ่ง รูปร่างอ้วนกลม มาดยียวนนิดๆ โดดเด่นด้วยลักษณะนิสัยที่เหมือนมนุษย์ คือมีทั้งด้านสดใส แต่ที่มีมากไม่แพ้กันคือบุคลิกด้านลบ โดยคาแร็กเตอร์สมเสร็จตัวนี้สามารถแสดงออกถึงความขี้อิจฉา ขี้เกียจ ไม่ชอบสิ่งใดหรือรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาตรงๆ ซึ่งทำให้ผู้ที่มีโอกาสรู้จักไหลโหม่ต่างชื่นชอบในบุคลิกที่แสดงออกมาได้ไม่เหมือนคาแร็กเตอร์อื่นๆ ที่เน้นแสดงออกถึงความสดใสน่ารักแต่เพียงอย่างเดียว ความดังของเจ้าไหลโหม่ทำให้มันได้มีโอกาสไปร่วมมือกับแบรนด์สินค้าชื่อดังต่างๆ ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งไปถึงการโปรโมตท่องเที่ยวไต้หวันในประเทศต่างๆ หรือแม้แต่งานนอกประเทศอย่างการรถไฟของประเทศญี่ปุ่นก็เคยร่วมงานกันมาแล้ว ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ (Taiwan Tourism Bureau Bangkok) ได้จัดงานเปิดตัวภาพวาดบนกำแพงรูปไหลโหม่กับบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังทั่วเกาะไต้หวัน โดยในงานได้รับเกียรติจากคุณ Cherng ศิลปินชาวไต้หวันผู้ให้กำเนิดไหลโม่เดินทางมาเปิดตัวภาพวาดกำแพงนี้ด้วยตัวเอง คุณ Cherng เล่าถึงแรงบันดาลใจในการสร้างเจ้าไหลโหม่ขึ้นมาว่า ตัวสมเสร็จไม่ได้เป็นสัตว์ที่ทุกคนในไต้หวันรู้จักหรือคุ้นเคยมากนัก ส่วนตัวเขาเป็นที่ไม่ชอบสร้างสรรค์สิ่งที่ซ้ำกับคนอื่น จึงเลือกสมเสร็จมาทำเป็นคาแร็กเตอร์ไหลโหม่ และได้พูดถึงภาพวาดบนกำแพงนี้ว่า ในภาพได้รวบรวมทุกสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง รวมไปถึงเอกลักษณ์ของแต่ละเมืองในไต้หวันเอาไว้บนกับแพงนี้แล้ว ด้านเจ้าหน้าที่จากสำนักการท่องเที่ยวไต้หวันก็ได้เชิญชวนให้ทุกคนมาถ่ายรูปกับกำแพงสุดน่ารักนี้ ซึ่งอยู่ภายในสำนักงาน ณ อาคารจามจุรี สแควร์ […]

ชีวิตติดชลธาร

แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับตามระลอกคลื่น เรือหางยาวลอยอยู่ใกล้ๆ ดงต้นจาก ชีวิตสองฝั่งริมแม่น้ำบางปะกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา ภาพถ่าย นันทิยา บุษบงค์ วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยอาศัยและใช้ประโยชน์จากสายน้ำมายาวนาน จนถึงปัจจุบันนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ไม่สามารถขาดปัจจัยเรื่องน้ำไปได้ ดังนั้น การบริหารทรัพยากรน้ำจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้นำต้องพิจารณาเพื่อรองรับการพัฒนา เมื่อความเจริญของเมืองเติบโตมากยิ่งขึ้น การดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนแปลงตาม เมื่อครั้งอดีต การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นการทำเกษตรในครัวเรือน คือทำนาปลูกข้าวเพื่อบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็แบ่งขายกันต่อไป ต่างจากปัจจุบันที่เน้นการทำเกษตรเพื่อส่งขายตลาด ปริมาณของผลผลิตจึงเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการทำเกษตรเพื่อการจำหน่าย เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาด นั่นหมายถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่ที่หลายหน่วยงานเข้ามาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรที่อยู่โดยรอบ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2550 ระบุว่า ผลจากการรุกตัวของน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่ชลประทานบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง จากปัญหาดังกล่าว หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งผู้แทนชุมชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดคุณภาพน้ำเพื่อวัดค่าความเค็มตามจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำบางปะกง และกำหนดค่าความเค็มที่สามารถสูบน้ำได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมแต่ละประเภท ที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำเพื่อทำการเกษตรกำหนดค่าความเค็มที่ 2 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 1 และ 0.5 กรัมต่อลิตร […]