ชีวิตติดชลธาร - National Geographic Thailand

ชีวิตติดชลธาร

แสงแดดยามเช้าตกกระทบผิวน้ำ ระยิบระยับตามระลอกคลื่น เรือหางยาวลอยอยู่ใกล้ๆ ดงต้นจาก ชีวิตสองฝั่งริมแม่น้ำบางปะกงกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา

เรื่อง ฉัตรดนัย สุขทองสา

ภาพถ่าย นันทิยา บุษบงค์

วิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวไทยอาศัยและใช้ประโยชน์จากสายน้ำมายาวนาน จนถึงปัจจุบันนี้ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ก็ไม่สามารถขาดปัจจัยเรื่องน้ำไปได้ ดังนั้น การบริหารทรัพยากรน้ำจึงเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผู้นำต้องพิจารณาเพื่อรองรับการพัฒนา เมื่อความเจริญของเมืองเติบโตมากยิ่งขึ้น การดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมก็เปลี่ยนแปลงตาม เมื่อครั้งอดีต การทำการเกษตรส่วนใหญ่จะเป็นการทำเกษตรในครัวเรือน คือทำนาปลูกข้าวเพื่อบริโภคให้เพียงพอกับสมาชิกในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็แบ่งขายกันต่อไป ต่างจากปัจจุบันที่เน้นการทำเกษตรเพื่อส่งขายตลาด ปริมาณของผลผลิตจึงเป็นแรงผลักดันให้ชาวบ้านเปลี่ยนการทำเกษตรแบบดั้งเดิม มาเป็นการทำเกษตรเพื่อการจำหน่าย เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก และพึ่งพาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อป้อนผลผลิตเข้าสู่ท้องตลาด นั่นหมายถึงการใช้น้ำเพื่อการเกษตรเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงเป็นพื้นที่ที่หลายหน่วยงานเข้ามาทำการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้น เนื่องจากลุ่มน้ำบางปะกงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและประชากรที่อยู่โดยรอบ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2550 ระบุว่า ผลจากการรุกตัวของน้ำเค็ม ทำให้พื้นที่ชลประทานบางแห่งในจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำจืดเพื่อผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง

จากปัญหาดังกล่าว หน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งผู้แทนชุมชนในพื้นที่ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดคุณภาพน้ำเพื่อวัดค่าความเค็มตามจุดต่างๆ ตลอดลำน้ำบางปะกง และกำหนดค่าความเค็มที่สามารถสูบน้ำได้ตามความเหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ในกิจกรรมแต่ละประเภท ที่แตกต่างกันไป เช่น น้ำเพื่อทำการเกษตรกำหนดค่าความเค็มที่ 2 กรัมต่อลิตร ส่วนน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและอุปโภคบริโภคอยู่ที่ 1 และ 0.5 กรัมต่อลิตร ตามลำดับ โดยกำหนดจุดวัดน้ำที่อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งของโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา แต่เมื่อปีก่อน ได้พิจารณาย้ายจุดวัดน้ำไปที่อำเภอเมืองฯ จังหวัดฉะเชิงเทราแทน ซึ่งมีระยะห่างจากปากแม่น้ำประมาณ 60 กิโลเมตร เพื่อความเหมาะสมในการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำเพื่อการผลักดันน้ำเค็มของกรมชลประทาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในปีนั้นๆ ทั้งนี้การใช้น้ำจากแม่น้ำบางปะกงส่วนใหญ่จะอยู่เหนือจุดตรวจวัดดังกล่าวขึ้นไป นั่นแสดงว่า การสูบใช้น้ำเพื่ออุตสาหกรรม และอุปโภคบริโภคจะสามารถทำได้ในกรณีที่แม่น้ำบางปะกงมีปริมาณน้ำจืดมากพอที่จะผลักดันน้ำเค็มบริเวณอำเภอเมืองฯ ลงไปได้ กติกานี้เกิดขึ้นจากการตกลงร่วมกันของทุกฝ่ายเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน นับเป็นการบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดในช่วงหน้าแล้งได้อย่างบูรณาการ เพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้าถึงแหล่งน้ำสาธารณะได้อย่างทั่วถึงตามลำดับความสำคัญและจำเป็นต่อการดำรงชีวิต

และอีกหนึ่งการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน ในกรณีเกิดสถานการณ์น้ำทะเลหนุนเข้ามาในแม่น้ำบางปะกงเร็วกว่าปกติคือ การปล่อยน้ำจืดมาผลักดันน้ำเค็มที่รุกเข้ามา เป็นการชะลอน้ำเค็มให้ขึ้นมาถึงจุดใช้น้ำเพื่อผลิตน้ำประปาได้ช้าลง “แต่ระดับขีดความสามารถการชะลอน้ำเค็มทำได้สูงสุดเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น” นายธเนศ ปลื้มคิด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา กล่าวและเสริมว่า “เราต้องสำรองน้ำจืดสำหรับการอุปโภคและบริโภคไว้เป็นหลัก ส่วนการใช้น้ำเพื่อรักษาสมดุลทางระบบนิเวศนั้นเป็นเรื่องรองลงมา”

นอกจากนี้ ทางกรมชลประทานพยายามเข้าถึงชาวบ้านด้วยวิธีการที่สะดวกและง่ายขึ้น เช่น การใช้แอปพลิเคชั่นไลน์ในโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสื่อกลางในการให้ข้อมูลของคุณภาพน้ำส่งไปถึงผู้นำชุมชน กลุ่มผู้ใช้น้ำ หรือในกรณีที่ชาวบ้านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงาน ก็สามารถสื่อสารถึงเจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้โดยตรง

การบริหารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้งของจังหวัดฉะเชิงเทราได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งชาวบ้านในพื้นที่ ภาครัฐ และภาคเอกชน ส่งผลให้พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรามีน้ำอุปโภคและบริโภคอย่างเพียงพอ หนึ่งในการจัดการที่มีประสิทธิภาพคือ ความร่วมมือระหว่างสำนักงานประปาจังหวัดฉะเชิงเทรา และบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ โดยการสูบเก็บน้ำจากแม่น้ำบางปะกงในช่วงน้ำหลากไปพักไว้ที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี แล้วนำน้ำที่เก็บไว้มาผลิตน้ำประปาในช่วงหน้าแล้ง นับเป็นหนึ่งในความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการน้ำเป็นอย่างมาก

การเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้มีความต้องการใช้ทรัพยากรน้ำเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังส่งมลพิษลงสู่แม่น้ำบางปะกงด้วย ในปี 2555 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์กรมหาชน) รายงานผลการสำรวจความต้องการใช้น้ำทั้งลุ่มน้ำบางปะกง พบว่า การใช้น้ำเพื่อการเกษตรมีปริมาณสูงที่สุดมีค่า 2,718.77 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี รองลงมาคือการใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรมมีค่า 54.66 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ในด้านมลพิษทางน้ำ กรมควบคุมมลพิษรายงานสถานการณ์มลพิษทางน้ำเมื่อปี 2547 สรุปได้ว่า น้ำในตอนล่างของพื้นที่ลุ่มน้ำพบการปนเปื้อนของสารปฏิกูล สารอินทรีย์ รวมทั้งจุลชีพต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการไหลผ่านพื้นที่ชุมชน แหล่งปศุสัตว์ และแหล่งอุตสาหกรรม ทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม

จากข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษยังระบุอีกว่า พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกงขณะนี้กำลังเผชิญกับปัญหาความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ สภาพป่าต้นน้ำลดลงทำให้การกักเก็บน้ำในช่วงฤดูฝนทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยเมื่อพิจารณาแผนที่การใช้ที่ดินในสภาพปัจจุบันของลุ่มน้ำบางปะกงพบว่า ที่ดินถูกถือครองและพัฒนาไปเป็นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำการเกษตรไปแล้ว จากการลดลงของพื้นที่ป่า ทำให้เกิดเครือข่ายป่าชุมชนรอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ซึ่งมีแนวร่วมที่เข้มแข็งจากคนในชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักการจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และภาคเอกชนอย่างอีสท์ วอเตอร์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าให้กลับคืนสู่พื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ความร่วมมือของทุกภาคส่วนกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำให้คงอยู่ และฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง จึงเป็นหนึ่งในการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ในระยะยาว

ในปี 2549 กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำยุทธศาสตร์บริหารจัดการลุ่มน้ำและทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง เพื่อมุ่งเน้นการบริหาร จัดการ อนุรักษ์ ฟื้นฟู พัฒนา และแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมขององค์กรการปกครองท้องถิ่น ชุมชน เครือข่ายภาคเอกชน รวมถึงทุกภาคส่วนของสังคม เพื่อนำทรัพยากรน้ำที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ ในการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่จะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนในลุ่มน้ำบางปะกง

 

แม่น้ำบางปะกงเป็นสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาอย่างยาวนาน เป็นแหล่งอาหารและอาชีพให้กับผู้คนริมสองฝั่ง การรักษาแม่น้ำให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของการใช้ทรัพยากรน้ำ

ขอขอบพระคุณบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) ที่นำพาเราไปดูการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา คุณธเนศ ปลื้มคิด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานฉะเชิงเทรา ที่ให้ข้อมูลที่มีคุณค่า และอธิบายให้เราเห็นถึงการพัฒนาร่วมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

 

อ่านเพิ่มเติม : ผู้พิทักษ์ท้องทะเลคืนป่าให้ชีวิต ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจตัดขาดของมนุษย์กับธรรมชาติ

เรื่องแนะนำ

Jurassic Plastic : ไดโนเสาร์จากของเล่นพลาสติก

บนข้อเท็จจริงที่ว่า พลาสติก ผลิตมาจากกระบวนการปิโตรเลียม ซึ่งนักเคมีค้นพบว่า น้ำมันเหลือทิ้งจากโรงกลั่นสามารถนำมาผลิตเป็นมอนอเมอร์ (monomer) เพื่อสร้างพอลิเมอร์ใหม่ๆ ทดแทนพอลิเมอร์จากธรรมชาติอย่างยางพารา ผลิตได้ง่ายกว่า ในต้นทุนราคาที่ต่ำกว่า ทำให้ในระยะเวลาเพียงร้อยกว่าปี พลาสติก กลายเป็นวัสดุที่ครองโลกได้อย่างรวดเร็ว และกลายเป็นขยะในช่วงเวลาเพียงพริบตา บนข้อเท็จจริงที่ว่า น้ำมันดิบ ต้นเรื่องของพลาสติก เกิดจากเศษซากของไดโนเสาร์ที่เคยยิ่งใหญ่และครองโลกในยุคดึกดำบรรพ์มานั้น แม้วันนี้จะสูญพันธุ์ไปสิ้น แต่เศษซากที่กลายเป็นพลังงานธรรมชาติให้โลกนั้นยังคงอยู่ เพียงแต่เศษซากส่วนหนึ่งของไดโนเสาร์ที่กลับมาครองโลกอีกครั้งเป็นรูปแบบพลาสติก พร้อมกับพลังทำลายล้างที่ต้องรอวันย่อยสลายถึง 450 ปี วันที่ไดโนเสาร์กลับมาครองโลกอีกครั้ง วันนี้ พลาสติกที่ผลิตขึ้นชิ้นแรกของโลกยังไม่ย่อยสลาย ความตระหนัก บวกกับความกังวลใจในข้อเท็จจริงดังกล่าว เกิดเป็นคำถามที่คละด้วยความวิตกของ ฮิโรชิ ฟูจิ ศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่โลกผลิตพลาสติกออกมาอย่างมหาศาล เพียงช่วงเวลา 100 กว่าปี สิ่งของทุกอย่างทำมาจากพลาสติก และมนุษย์ต่างใช้พลาสติกเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ศิลปินกล่าวว่า ในปีที่เขาเกิดคือปี 1960 เป็นยุคที่เขายังไม่ได้รู้จักกับพลาสติก แต่พอเขาโตขึ้น ทุกคนก็หันมาใช้กันอย่างมากมาย ทำให้เกิดข้อคำถามที่ว่า หากเขาหยุดใช้พลาสติกจะเป็นอย่างไร คำถามเชิงทดลองเริ่มที่ครอบครัวของเขา ก่อนจะค้นพบว่ามันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อทุกคนบนโลกยังคงใช้กันอยู่ เช่นเดียวกับ “ของเล่น” ที่อยู่ในความทรงจำของเด็กๆ พลาสติกที่เคยเป็นที่รัก แต่มีอายุอันสั้นเพราะความเบื่อหน่าย หรือชำรุดตามสภาพ ฟูจิและภรรยาของเขาจึงเริ่มก่อตั้งตลาดแลกเปลี่ยนของเล่นขึ้นชื่อว่า คาเอโกะ บาซาร์ เริ่มต้นในปี […]

เป้ อารักษ์ ส่งต่อแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดเทพนิมิตร

ใครจะคิดว่าศิลปินมาดเซอร์อย่างหนุ่ม เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ ที่เก่งทั้งเรื่องแต่งเพลง ร้องเพลง รวมถึงเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างหลากหลาย ก็มีมุมรักการอ่านจนถึงขั้นติดหนังสือกับเขาเหมือนกัน โดยเมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมหนุ่มเป้ได้มาแชร์ประสบการณ์ดีๆ และส่งต่อแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือให้กับน้องๆ โรงเรียนวัดเทพนิมัตร จังหวัดภูเก็ต ในโครงการ The Happy Read ส่งความรู้สร้างความสุข โครงการดีๆ จากทางบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด มหาชน และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้สุดฯ ขอพาทุกคนล่องใต้ไปจังหวัดภูเก็ตกัน เพราะทางโครงการ The Happy Read มีกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยส่งเสริมการอ่านให้กับน้องๆ นักเรียนโรงเรียนวัดเทพนิมิตรเพียบ เริ่มต้นความสนุกด้วยเสียงกีต้าร์ที่บรรเลงโดยศิลปินมากความสามารถอย่างหนุ่มเป้ อารักษ์ อีกทั้งยังได้ผู้ฟังเป็นน้องๆ นักเรียนที่น่ารักช่วยกันร้อง ช่วยกันปรบมือ เรียกว่าแฮปปี้ทั้งคนเล่นคนฟังเลยทีเดียว หลังจากที่ฟังเพลงกันพอหอมปากหอมคอแล้ว น้องๆ ก็เป็นฝ่ายพาหนุ่มเป้ไปเยี่ยมชมห้องสมุดของโรงเรียนเทพนิมิตรบ้าง เมื่อเดินมาถึงห้องสมุดน้องๆ ที่นั่งรออยู่ในห้องต่างพากันตื่นเต้น ขอเก็บภาพหนุ่มเป้เป็นที่ระลึกกันไปหลายช็อต จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่ช่วงพูดคุยถึงแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือ ซึ่งใครจะไปรู้ว่าหนุ่มเป้ ที่ภายนอกดูเป็นหนุ่มเซอร์ นิสัยติสท์ จริงๆ […]

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน

สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 “CDTI Academic Activity Study & Work Showcase 2019” สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดบ้านวิชาการเรียนคู่งาน 2562 พร้อมเสวนาในหัวข้อ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” รวมไปถึงนิทรรศการจากคณะบริหารธุรกิจ คณะเทคโลโลยีอุตสาหกรรม คณะเทคโนโลยีดิจิทัล และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 ณ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ภายหลังที่วิทยาลัยเทคโนโลยีจิตรลดา และโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ ดำเนินงานและจัดการเรียนการสอนร่วมกันภายใต้ชื่อ “สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา” ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นมา ส่งผลให้สถาบันฯ ขยายตัวด้านการเรียนการสอน องค์ความรู้ การเปิดหลักสูตรใหม่ที่รองรับตลาดแรงงานในปัจจุบัน รศ.ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดี กล่าวและเสริมว่า สถาบันฯ ได้เพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับแผนยุทศาสตร์ชาติ 20 ปี และตรงกับความสนใจของนักเรียน นักศึกษายุคใหม่ ภายในงาน มีกิจกรรมที่น่าสนใจได้แก่ การเสวนาเชิงวิชาการ “เรียนอย่างไรให้ได้งานทำ” […]

NGThaiNatureCalling2018

NGThaiNatureCalling2018 กลับมาอีกครั้งสำหรับโครงการประกวดภาพถ่าย NGThaiNatureCalling2018  ปีนี้มาในตอน เพื่อนซี้รู้ดีสุด ขอเชิญชวนผู้สนใจส่งผลงานภาพถ่ายธรรมชาติในมุมมองของคุณกับเพื่อนซี้  ลุ้นรับของรางวัลและเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการภาพถ่ายในงาน Explorers Fair 2018 ระหว่างวันที่ 8-12 สิงหาคม 2561 ณ ไบเทคบางนา   กติกา 1. ถ่ายภาพตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ของกลุ่มเพื่อนสนิทหรือเพื่อนใหม่ท่ามกลางธรรมชาติ 2. ไม่จำกัดเทคนิค วิธีการ และอุปกรณ์ถ่ายภาพ 3. โพสต์ภาพลงบนเฟซบุ๊กหรืออินสตาแกรม พร้อมคำบรรยายสั้นๆ ติด #NGTxCHANG และตั้งค่าเป็นสาธารณะ   การคัดเลือก 1. ทุกวัน บรรณาธิการภาพจะคัดเลือกภาพ “Photo of The Day” 1 ภาพ และโพสต์ลงเฟซบุ๊ก National Geographic Thailand 2. ทุกสัปดาห์ บรรณาธิการภาพจะคัดเลือกภาพที่ดีที่สุด 1 ภาพ เป็น “Best of […]