ปอยต้นธี เสาศักดิ์สิทธิ์ วิถีแห่งความเชื่อ

ปอยต้นธี เสาศักดิ์สิทธิ์ วิถีแห่งความเชื่อ

เสาศักดิ์สิทธิ์หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ต้นธี” มีความเชื่อเกี่ยวกับต้นหว้าที่เปรียบเสมือนความอุดมสมบูรณ์และความผูกพันธ์กับป่า หนึ่งปีจะมีการปลูกต้นศักดิ์สิทธิ์ิ์ เพื่อนำไปประกอบพิธีขอฝน และทำนายดวงชะตาของหมูบ้านในรอบปี ด้วยการคาดคะเนจากลักษณะของกระดูกขาไก่

ปอยต้นธีเป็นงานบุญปีใหม่ที่มีญาติพี่น้องมิตรสหายจากต่างถิ่นที่มาเยี่ยมเยียน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเรื่องราวที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความเชื่อ ความผูกพันธ์ต่อธรรมชาติ และของสองชนเผ่าที่มีต่อกันมายาวนานของชาวกะเหรี่ยงคอยาวและกะเหรี่ยงแดง

เรื่องและภาพ จิตรภณ ไข่คำ

รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2013 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย

คณะสำรวจหาไม้ตองตึงแห่กันพร้อมบรรเลงเครื่องดนตรี ขึ้นไปอันเชิญไม้ศักดิ์สิทธ์ เพื่อนำไม้มาประกอบพิธีกรรมบวงสรวงตามความเชื่อของชนเผ่า (เดิมทีเป็นต้นหว้า เพราะปัจจุบันหายาก)
กลุ่มสตรีนำน้ำส้มป่อยที่เตรียมมาพรมต้นธีตั้งแต่ยอดจรดปลายต้นธี พร้อมกับกลุ่มสุภาพบุรุษที่ทำความสะอาดลานพิธีและประดับตกแต่งยอดปราสาทซึ่งจะเป็นที่สถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์
กลุ่มศิลปินชาวบ้านห้วยเสือเฒ่าซักซ้อมบทเพลงและท่าเต้นรำเพื่อการประกวดการแสดงของกลุ่มแม่บ้าน เด็กและเยาวชน ที่ได้รับเชิญจากเจ้าภาพหมู่บ้านในสอย
ภายใต้แสงเทียนหญิงสาว เด็กและเยาวชน เตรียมพร้อมเพื่องานแสดงรวมทั้งมีการละเล่นเต้นรำรอบต้นธีของหมู่บ้านต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมงานต้นธีในยามค่ำคืน
ชาวบ้านล้มวัวเลี้ยงของตนเพื่อขายเนื้อส่วนต่างๆ ให้แก่คนในหมู่บ้านได้เตรียมอาหารไว้รองรับแขกญาติพี่น้องในวันงาน
ชายหนุ่มตัวแทนจากหมู่บ้านต่างๆ เต้นรำรอบต้นธีเพื่อเป็นการขอฝน เรียกดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ให้ลงมาสถิตอยู่ที่ยอดปราสาทของต้นธีเพื่อปกป้องคุ้มครอง
หมอดูผู้เชี่ยวชาญพยากรณ์ดวงการทำมาหากิน สุขภาพ รายได้ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับชุมชน ในรอบปีให้ทราบ โดยเสี่ยงทายจากลักษณะของกระดูกขาไก่สองท่อนที่เสียบด้วยก้านไม้ไผ่จากไก่ที่ชาวบ้านนำมาบูชายัญ
หญิงวัยชราชาวกะเหรี่ยงคอยาว เป็นผู้ยืนยันว่าประเพณีปอยธีนี้ได้สืบเนื่องมาแต่สมัยผู้เฒ่าผู้แก่
สายน้ำปาย ที่หมู่บ้านห้วยปูแกง เด็กชาวกะเหรี่ยงแดงและกะเหรี่ยงคอยาวเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
ดีหม่า หญิงสาวชาวกะเหรี่ยงแดง ยืนคู่กับเพื่อนสาวกะเหรี่ยงคอยาวที่มาจากจังหวัดเชียงรายสวมใส่เสื้อผ้าแฟชั่นทันสมัย

อ่านเพิ่มเติม ก่อนหมดสิ้น… สับขาลาย

สับขาลาย

เรื่องแนะนำ

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน

โฮป: ความหวัง บนลาน กระเรียน ในบันทึกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้กล่าวถึงการพบเห็นนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวนนับพันนับหมื่นตัวมาทำรังวางไข่ที่ทุ่งมะค่า จังหวัดนครราชสีมา ครั้น 40 ปีให้หลังมีบันทึกการพบฝูงนกกระเรียนบินผ่านน่านฟ้าไทยเมื่อ พ.ศ. 2488 ที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย นั่นคือการพบเห็นนกกระเรียนบินเป็นฝูงครั้งสุดท้าย นกกระเรียนพันธุ์ไทยถูกขึ้นบัญชีในสถานะสัตว์ป่าที่สูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติของไทยนานแล้ว แต่ที่น่าแปลกคือ ประเทศเพื่อนบ้านของเรากลับยังมีนกกระเรียนเดินทางและอาศัยอยู่ตามแหล่งธรรมชาติ   ข้อมูลจาก ดร.จอร์จ ดับเบิลยู. อาร์คิบาลด์ ผู้เชี่ยวชาญจากมูลนิธิอนุรักษ์นกกระเรียนสากล ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ลงพื้นที่ติดสัญญาณตามนกกระเรียนพันธุ์ไทยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2541 ระบุว่า มีนกกระเรียนทำรังวางไข่และหากินอยู่บริเวณลุ่มนํ้าอิรวดีทางตอนกลางของประเทศเมียนมาร์ (พม่า) รวมทั้งที่ลาว เวียดนามและพื้นที่ชุ่มนํ้าในประเทศกัมพูชา ทั้ง ๆ ที่นกพวกนี้เป็นนกกลุ่มเดียวกัน เพราะเหตุใดจึงไม่เลือกพื้นที่ในไทย ทั้ง ๆ ที่ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางของเส้นทางโคจร โครงการคืนนกกระเรียนสู่ธรรมชาติของไทย เริ่มจากการรับบริจาคลูกนกที่จับได้ในเขตชายแดนไทย-กัมพูชา โดยประชาชนผู้ครอบครองได้นำมามอบให้สวนสัตว์นครราชสีมาเป็นผู้ดูแลและเพาะเลี้ยง วันชัย สวาสุ หัวหน้าโครงการนกกระเรียนของสวนสัตว์นครราชสีมา เล่าว่า การขยายพันธุ์ในช่วงแรกไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะประสบผลสำเร็จต้องใช้เวลามากกว่าเจ็ดปีจึงได้ลูกนกสองตัวแรกเมื่อปี 2540 และจากนก 27 ตัว ในเวลาต่อมาได้เพาะขยายพันธุ์เป็นพ่อแม่พันธุ์ทั้งสิ้น 98 […]

ถ่ายภาพ ด้วยใจ

ถ่ายภาพ ด้วยใจ ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าอย่างในปัจจุบัน รวมไปถึงเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพด้วย การมีกล้องสักตัว หรือกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียว ทำให้เราสามารถเก็บภาพที่เห็นได้อย่างละเอียดและสวยงาม ทุกคนสามารถเข้าถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะพวกเราใช้และเข้าใจเทคโนโลยีนี้ไม่ต่างจากข้าวของอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน แต่หากพูดถึงการถ่ายภาพโดยผู้พิการทางสายตาหรือคนตาบอดนั้น หลายคนอาจนึกภาพไม่ออกว่า การทำในสิ่งที่สวนทางกัน ระหว่างการใช้สายตาที่ไม่สามารถมองเห็น กับการถ่ายทอดสิ่งที่สายตามองเห็นออกมาในรูปภาพถ่ายนั้นสามารถทำได้อย่างไร ผมจึงอยากนำเสนอเรื่องราวของ “การถ่ายภาพด้วยใจ จากผู้พิการทางสายตา” เพื่อเป็นการหยิบยื่นโอกาสและแบ่งปันความสุขแก่ผู้พิการ ทางสายตาให้สามารถใช้ภาพถ่ายเป็นเครื่องมือสื่อสารกับสังคม เรื่องและภาพ บุญเชษฐ ช่วงสุวนิช รางวัลชมเชย จากโครงการประกวดสารคดีภาพ “10 ภาพเล่าเรื่อง” ปี 2012 โดยนิตยสาร เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย                 อ่านเพิ่มเติม ภาพวาดอันน่าทึ่งจากศิลปินออทิสติก

จักรยาน … ทาง… ชีวิต

จักรยาน … ทาง… ชีวิต จักรยาน อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน ดังเช่นที่เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) เล่าไว้เมื่อครั้งอบรมนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่สำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2483 ว่า ”สมัยหนึ่งราว ร.ศ. 117-118 ในกรุงเทพฯ เล่นรถจักรยานกันมาก จนถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงและเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ซึ่งเป็นคนอ้วนใหญ่ก็ยังถีบรถจักรยาน การเป็นดังนี้จะไม่สนุกใหญ่อย่างไร…” จากคำกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่า ในสมัยก่อนจักรยานได้รับความนิยมอย่างมาก จนเมื่อมีการนำรถจักรยานยนต์และรถยนต์เข้ามามากขึ้น และสร้างระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ทำให้จักรยานมีบทบาทน้อยลงเรื่อยมา ทางเลือกของคนใช้จักรยานมีหลากหลายตามการใช้งาน ตั้งแต่การปั่นออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ถึงขนาดที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลงทุนสร้างสนามสุวรรณภูมิ (Suvanabhumi Cycle Track) หรือที่เรียกกันติดปากว่า ”ทางเขียว„ เพื่อให้นักปั่นจักรยานมีพื้นที่ปั่นมากขึ้น ไปจนถึงการปั่นเพื่อเดินทางในเมือง ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะปัญหานํ้ามันแพงและรถติด เมื่อมีคนปั่นเพิ่มขึ้น ทางจักรยานก็เพิ่มตามถนนหลายสายได้รับการปรับปรุงให้เหมาะกับจักรยาน โรงงานผลิตจักรยานหลายโรงเริ่มผลิตจักรยานพับได้ เพื่อตอบสนองกระแสการใช้จักรยานกับระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ เช่น รถไฟและรถไฟฟ้า วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันเริ่มหวนกลับมาใช้จักรยานมากขึ้น ทุกบ้านเริ่มมีจักรยานอย่างน้อยหนึ่งคัน เราเห็นพนักงานส่งเอกสารในชุดนักปั่นตามตรอกซอกซอยในเมืองหลวง เห็นกลุ่มอาสาสมัครปั่นจักรยานช่วยผู้ประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้แต่พระสงฆ์ยังใช้จักรยานในการบิณฑบาตและเผยแผ่ศาสนา ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า จักรยานให้คุณค่า มากกว่า […]

สร้างพระใหญ่

สร้างพระใหญ่ ปัจจุบันการสร้างศาสนวัตถุ “องค์พระใหญ่” มีมากขึ้นจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่เชื่อว่า การสร้างพระพุทธรูปนั้นได้อานิสงส์มาก พวกเขาจึงไม่รีรอเมื่อมีโอกาสร่วมบุญในลักษณะการสร้างพระที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ และด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทำให้การก่อสร้างแทบไม่มีข้อจำกัด การสร้างพระใหญ่มีประเด็นหลักอยู่ที่งบประมาณ องค์พระใหญ่ที่วัดม่วง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ใช้งบประมาณการก่อสร้าง 106 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 16 ปีจึงแล้วเสร็จ การก่อสร้างองค์พระใหญ่จัดเป็นงานอาคารสาธารณะที่ต้องมีการออกแบบและก่อสร้างตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ที่วัดเขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี กำลังมีการก่อสร้างองค์พระใหญ่เชียงแสน ความสูง 70 เมตร หน้าตักกว้าง 45 เมตร ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงจากระดับพื้นดิน 92 เมตร เป็นโครงการก่อสร้างที่ต้องมีการควบคุมอย่างถูกต้องและรัดกุม เมื่อมีการสร้างพระใหญ่จึงเห็นการระดมทุนหลายวิธี โดยเฉพาะตามงานบุญประเพณีต่าง ๆ ที่บ้านหนองปลิง ตำบลโคกม่วง จังหวัดหนองบัวลำภู ชาวบ้านช่วยกันเรี่ยไรหาเงินปัจจัยสมทบทุนก่อสร้างพระเจ้าใหญ่ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 19 เมตร สูง 35 เมตร ในขณะเดียวกันแรงศรัทธานี้อาจกลายเป็นช่องให้มิจฉาชีพหลอกลวงชักชวนให้ผู้ใจบุญตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ดังเหตุการณ์ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิได้สั่งระงับการก่อสร้างโครงการพระใหญ่ชัยภูมิที่มีความสูง 199 เมตร หน้าตักกว้าง 99 เมตร โดยมีความกังวลเรื่องความโปร่งใสในเงินบริจาค 3.2 แสนล้านบาท ณ […]