อลหม่านการบิน - National Geographic Thailand

อลหม่านการบิน

อลหม่านการบิน

ความตื่นเต้นหลงใหลที่เรามีต่อเครื่องบินเริ่มลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น แต่ไม่ใช่สำหรับ Mike Kelley ช่างภาพจากนครลอสแอนเจลิส ผู้ใช้เวลาสองปีในการบันทึกภาพของเครื่องบินที่กำลังเทคออฟจากรันเวย์ หรือก่อนที่จะแลนดิ้งลงยังสนามบินหลายแห่งที่พลุกพล่าน แต่ภาพของเขาต่างออกไปจากภาพถ่ายธรรมดา เพราะ Kelley อยากทราบว่าหน้าตาของรันเวย์จะเป็นอย่างไร หากเครื่องบินในตารางทั้งหมดเทคออฟพร้อมกัน

ในการบันทึกภาพที่ท่าอากาศยานเจเอฟเค Kelley ใช้เวลาบนรันเวย์ 31R นานถึง 8 ชั่วโมง ส่วนในรันเวย์ 09L ของท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์เขาใช้ไป 3 ชั่วโมง จากนั้น Kelley ใช้โปรแกรมโฟโต้ช็อปผนวกผลงานที่ได้เข้ารวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือชุดภาพเหล่านี้ที่จะพาคุณผู้อ่านย้อนวัยไประลึกถึงความตื่นเต้นครั้งแรก เมื่อได้ขึ้นเครื่องบิน เพราะในความรู้สึกของเด็กทุกคนแล้ว มันช่างมหัศจรรย์จริงๆ ที่บินได้

เรื่อง Austin Merrill

ภาพถ่าย Mike Kelley

ภาพถ่ายของรันเวย์ 09L ในท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ ระหว่างเวลา 7 นาฬิกาถึง 10 นาฬิกา ช่วงเช้าของสนามบินแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุด เพราะมีเครื่องบินจากสายการบินในเอเชียและอเมริกาเหนือมากมายที่เดินทางมายังลอนดอน
เครื่องบินรอซ่อมบำรุงในสนามบินเมือง Victorville ของรัฐแคลิฟอร์เนีย
บรรยากาศของรันเวย์ 8R ในสนามบินมิวนิค แสดงให้เห็นถึงเที่ยวบินมากมายในแต่ละชั่วโมง
ความวุ่นวายของเครื่องบินที่ลงจอดยังสนามบินเจเอฟเค ถูกถ่ายทอดผ่านภาพที่ได้รับการโฟโต้ช็อป
เครื่องบินโบอิ้ง 737 ของสายการบินเซาธ์เวสต์ แอร์ไลนส์ กำลังรออยู่ที่เทอร์มินอล 1 ของท่าอากาศยานนานาชาติลอสแอนเจลิส
ยามเช้าของสนามบินมิวนิค เครื่องบินจำนวนมากเดินทางมาถึงสนามบินในระดับความสูงที่ต่างกัน
เครื่องบินจอดเรียงรายเป็นเส้นตรงในสถานที่เก็บเครื่องบินของสนามบินเมืองVictorville รัฐแคลิฟอร์เนีย
ชิ้นส่วนและเครื่องบินหมดอายุภายในสถานที่เก็บเครื่องบินของสนามบินเมือง Mojave รัฐแคลิฟอร์เนีย
เครื่องบินที่ไม่ใช้แล้วถูกถอดเป็นชิ้นๆ ในสถานที่เก็บเครื่องบินของสนามบินเมืองVictorville รัฐแคลิฟอร์เนีย

 

อ่านเพิ่มเติม

บินทะยานไปกับแอร์โครยอ สายการบินเกาหลีเหนือ

เรื่องแนะนำ

ภาพความกลัวจากในบ้านผีสิงเหล่านี้ ทำอดขำไม่ได้

เรื่อง เรเชล บราวน์ กล้องดักถ่ายภาพเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับบรรดานักวิทยาศาสตร์ผู้ทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสัตว์ป่า พวกเขามักจะติดตั้งกล้องเหล่านี้ไว้ตามเส้นทางเดินของสัตว์ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายตามธรรมชาติของมัน กล้องเหล่านี้ถูกควบคุมด้วยรีโมทเซ็นเซอร์ระยะไกล จึงใช้ได้ดีกับผู้ล่าอันตรายอย่างเสือจากัวร์ หรือใช้ในการติดตามพฤติกรรมโดยไม่ต้องรบกวนสัตว์ เช่นการรุมกินซากสัตว์ของฝูงอีแร้ง และเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีนี้กำลังถูกนำมาใช้จับภาพความหวาดกลัวของผู้คน ที่บ้านผีสิง The Nightmares Fear Factory บ้านผีสิงชื่อดังในเมืองไนแอการาฟอลส์ ของแคนาดา ผู้เปิดให้บริการความขนหัวลุกมานานกว่า 30 ปี ในกลางทศวรรษที่ 20 Frank LaPenna เจ้าของกิจการได้แรงบันดาลใจจากกล้องถ่ายภาพบนรถไฟเหาะ เขาจึงตั้งใจว่าจะนำไอเดียเดียวกันนี้มาบันทึกภาพความหวาดกลัวของบรรดาลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเอาไว้ “ในตอนแรกผมยืนอยู่ในความมืด มีกล้องดิจิตอลตัวจิ๋วในมือคอยจับภาพผู้คนที่กำลังหวาดกลัว” เขาอธิบาย “จากนั้นผมจะวิ่งลงไปที่ลอบบี้ เอาเมมการ์ดออกจากกล้องเสียงเข้าคอมพิวเตอร์ และโชว์ภาพที่ถ่ายได้ขึ้นจอมอนิเตอร์ให้คนที่เพิ่งออกมาจากบ้านผีสิงได้เห็น” LaPenna ทำแบบนี้จนเมื่อเขาได้รู้จักกับเทคโนโลยีใหม่นั่นคือกล้องดักถ่ายภาพ ซึ่งจะบันทึกภาพอัตโนมัติ ด้วยเซนเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสัตว์ตัวนั้นๆ เดินผ่านอินฟาเรดที่ดักไว้ เขาออกแบบในรูปแบบที่คล้ายกันเพียงแต่ว่าเปลี่ยนจากอินฟาเรดเป็นปฏิกิริยาของผู้คนที่ตกใจเป็นสิ่งกระตุ้นให้กล้องทำงานแทน ด้วยวิธีนี้ช่วยให้เขาได้ภาพถ่ายของผู้คนกว่า 550 ภาพต่อวัน และบ้านผีสิงนี้เปิดทุกวันฉะนั้นในแต่ละปีเขาจึงมีภาพถ่ายที่รวบรวมเอาไว้หลายแสนภาพเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2011 ภาพถ่ายเหล่านี้ถูกอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ของบ้านผีสิง เพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจอยากลิ้มลองความสยองขวัญให้เข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น แม้ว่าจะแตกต่างจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ที่ให้ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดดูอีกที มองไปที่รูปถ่ายเหล่านี้ เราทุกคนล้วนคือสัตว์ที่เมื่ออะดรีนาลีนพลุ่งพล่านจากความกลัว ปฏิกิริยาที่แสดงออกมาผ่านภาพถ่ายจึงเป็นสัญชาตญาณล้วนๆ […]

หยัดยืนขึ้นอีกครั้ง หลังพายุพัดถล่ม

ตั้งแต่มหาพายุแซนดีพัดถล่มบ้านเรือนตามแนวชายฝั่งนิวเจอร์ซีย์เมื่อหลายปีก่อน ชาวบ้านที่นั่นไม่เพียงสร้างบ้านขึ้นใหม่ แต่ยังยกระดับให้สูงขึ้นด้วย