ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กับสุดยอด "เทคนิคถ่ายภาพ" ต้นไม้ให้ ว้าว! - National Geographic Thailand

ช่างภาพเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก กับสุดยอด “เทคนิคถ่ายภาพ” ต้นไม้ให้ ว้าว!

ภาพ : ไดแอน คุก, เลน เจนเชล
เรื่อง : อเล็กซา คีฟ

ไม่มีใครต้องกังวลว่าต้นไม้จะยุกยิก เปลี่ยนท่า ทำหน้าหงิก หรือถึงช่างภาพต้องหามุมงามๆ ต่างเวลาอยู่นานเป็นวัน ต้นไม้ก็จะไม่บ่นเพราะยืนเมื่อย  แต่ว่าเราถ่ายภาพต้นไม้ได้ง่ายๆ จริงๆ หรือ  เลน เจนเชล หัวเราะแล้วบอกว่า “ได้ในความฝัน”  เจนเชลกับคู่หูช่างภาพ ไดแอน คุก ร่วมทีมถ่ายภาพภูมิทัศน์ด้วยกันมานาน 25 ปี สร้างงานที่ทั้งเล่าเรื่องเชิงสารคดีและมีคุณค่าเชิงศิลปะ  ทั้งคู่เดินทางทั่วโลกนาน 2 ปีถ่ายภาพต้นไม้เพื่อเล่าถึงความสำคัญของต้นไม้ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และเพิ่งตีพิมพ์ลง เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทยเดือนมีนาคม 2560  เราจะถ่ายภาพต้นไม้ให้งามๆ ได้อย่างไร ลองฟัง 7 สุดยอดเทคนิคถ่ายภาพต้นไม้ของคุกและเจนเชลดู

เทคนิคถ่ายภาพ
ซุ้มลวดช่วยเพิ่มคุณค่าทางศิลปะของภาพต้นซากุระ ที่โตเกียว ญี่ปุ่น
  1. ค้นคว้าๆๆๆๆๆๆๆๆ

คำถามแรกตั้งแต่เริ่มถ่ายต้นไม้ไม่ใช่แค่จะถ่ายภาพสวยที่สุดได้อย่างไร แต่ภาพนั้นจะสื่อถึงความสำคัญของต้นไม้แต่ละต้นได้อย่างไรด้วย  เจนเซลแนะว่ามันเชื่อมโยงกับฤดูกาล คุณค่าทางวัฒนธรรม และลมฟ้าอากาศที่ต้นไม้จะออกดอกสะพรั่งสุด  อย่างภาพต้นแอ๊ปเปิ้ลของนิวตัน ทั้งคู่ต้องอีเมลไปมาถึงผู้เชี่ยวชาญหลายรอบเพื่อหาว่าตอนไหนแอ๊ปเปิ้ลจะแดงที่สุด แถมยังใช้เครื่องมืออย่างกูเกิลเอิร์ทดูว่าพื้นที่รอบๆ เป็นอย่างไร และตารางดูตำแหน่งดวงอาทิตย์เพื่อหาว่าแสงเวลาไหนที่ดีที่สุด  ทั้งหมดนี้ทำก่อนออกไปถ่าย

เทคนิคถ่ายภาพ
จะถ่ายต้นแอ๊ปเปิ้ลของนิวตันที่ลิงคอร์นเชอร์ อังกฤษ สิ่งสำคัญคือต้องอยู่ถูกที่ถูกเวลา ตอนผลแอ๊ปเปิ้ลมีสีแดงสดที่สุด ก่อนจะร่วงหล่นจากต้น
  1. ตามด้วยอดทนๆๆๆๆๆๆๆๆ

การเดินดูรอบๆ ต้นไม้ในเวลาที่ต่างกันไปเป็นเรื่องจำเป็น  คุกกับเจนเชลให้เวลากับต้นไม้แต่ละต้นอย่างน้อยสองวัน  เพราะรู้สึกว่าทุกต้นถ่ายยากสุด แต่เวลาจะช่วย “เผยความลับ” ให้  ต้นเชอรีที่ไทดัลเบซินตอนที่งามน่าประทับใจที่สุด ก็มีคนมาดูล้นหลามที่สุดด้วย  ถึงทั้งคู่จะตื่นแต่ตีสามเพื่อลุกมาถ่ายภาพ แต่ที่ต้นเชอรีก็มีขาตั้งของช่างภาพกางจองเต็ม  สิ่งที่สองคนทำคือเลือกจุดที่ต้องการ รอจนสว่างเพื่อถ่ายตอนแสงสวยที่สุด และเพิกเฉยกับคำบ่นจากข้างหลัง

เทคนิคถ่ายภาพ
ทุกๆ ปี คนเป็นพันๆ จะแห่ไปชมความงามต้นเชอรี่ที่ไทดัลเบซิน วอชิงตันดีซี การหาจุดปลอดคนเป็นเรื่องอาศัยความเพียร
  1. ถ่ายให้เหมือนถ่ายภาพบุคคล

ไม่ว่าจะเป็นคนหรือต้นไม้ ช่างภาพต้องอยากรู้สิ่งที่ตัวเองจะถ่ายภาพให้มากที่สุด ก็เหมือนพอร์เทรตที่อาจเป็นภาพเต็มตัว ครึ่งตัว หรือรายละเอียดอื่นๆ ที่สื่อถึงแก่นของบุคคลนั้นได้ดี  ตอนเห็นต้นมอนเทซูมาไซเปรส ที่เม็กซิโก ก็รู้ว่าไม่มีทางเก็บภาพทั้งหมดด้วยเลนส์มุมกว้าง ซึ่งจะทำให้ภาพบิดเบี้ยวไปด้วย  ทั้งคู่จึงเลือกส่วนโดดเด่นที่สุดคือเส้นรอบวงของต้นแทน  “เหมือนถ่ายภาพใครสักคนที่ตามีเสน่ห์ แค่สนใจแต่ส่วนนั้นพอ”

เทคนิคถ่ายภาพ
. เด็กประถมหกจากโรงเรียนโกเลเคียมโนโตลีนีอาเดอันเตเกรายืนเรียงแถวหน้าต้นสนมอนเทซูมาไซเปรส เส้นรอบวง 36 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 11.5 เมตร ค้ำจุนเรือนยอดที่แผ่กว้างเกือบเท่าสนามเทนนิสสองสนาม

เรื่องแนะนำ

วิสกี้ : ดวงดาราจากก้นแก้วสุรา

วิสกี้จะเกี่ยวข้องกับงานศิลปะได้อย่างไร... ช่างภาพเจ้าของไอเดียบรรเจิดคนหนึ่งมีคำตอบ และคุณจะต้องทึ่งเมื่อพบว่า สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในแก้ววิสกี้ที่ดื่มหมดแล้ว สามารถสร้างทัศนียภาพเหนือโลกและดวงดาราอันน่าอัศจรรย์ได้

เยือนมัสยิดอันงดงามที่สุดในโลก

ตั้งแต่นครทิมบักตูไปจนถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ศาสนสถานอันงดงามตระการตาเหล่านี้เป็นหลักฐานของเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเหตุการณ์ทางศาสนาอันอัศจรรย์ ขอเชิญคุณผู้อ่านร่วมเดินทางไปเยือนมัสยิดแสนงามจากทั่วโลกพร้อมกันกับเรา

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า

ชีวิตครึ่งเดียว แต่คุ้มค่า อารอน วอลลิน เป็นชายผู้มีสองบทบาท บนเวทีเขาคือคนบ้าระห่ำที่ตัวเล็กที่สุด จากฉายา Short E. Dangerously ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการทำให้คนดูตื่นเต้นและเบิกบาน เขาทรงตัวบนลูกโบวลิ่ง, ขว้างมีดและเดินบนแผ่นกระจกด้วยมือของเขา แต่นอกเวที เขาคว้าหมวกคาวบอยมาสวม ตัวตนที่แท้จริงของเขาถูกแสดงออกมา “คุณจำเป็นต้องมีปุ่มเปิดและปิด” วอลลินกล่าว “คุณต้องแยกตัวตนทั้งสองแบบออกจากกันให้ได้ มิฉะนั้นมันจะเป็นปัญหา” วอลลินสูญเสียขาทั้งสองข้างของเขาไปเมื่ออายุได้ 2 ขวบครึ่ง จากโรค Sacral Agenesis ตัวเขาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจเพื่อความบันเทิงมานานกว่า 20 ปี และสำหรับ 5 ปีที่ผ่านมา วอลลินเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในคณะละครสัตว์ Hellzapoppin ที่เปิดทำการแสดงแบบโรดโชว์ “ผมใช้ชีวิตแบบร็อกแอนด์โรลที่ผู้คนทั่วไปฝันถึง” เขากล่าว สำหรับไบรอัน เลห์มัน ช่างภาพ ไม่ใช่ลักษณะทางกายภาพของเขาที่ทำให้เลห์มันสนใจ แต่คือตัวตนของวอลลินเมื่ออยู่นอกเวทีต่างหาก ที่ทำให้เลห์มันตัดสินใจติดตามเขาอย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลา 2 ปี “เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์” เลห์มันกล่าว “แต่ผมไม่สามารถถ่ายภาพได้ ถ้าผมไม่ได้เข้าไปอยู่ในชีวิตของเขา” วอลลินเปิดประตูให้ช่างภาพผู้นี้เข้ามาในชีวิต ในฐานะเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง “เขาเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงของผม” วอลลินกล่าว “ผมไม่ได้ปิดบังอะไรเลย” ผลที่ได้คือภาพถ่ายอันใกล้ชิดอันทรงพลังจากชายผู้น่าจดจำเป็นอย่างยิ่ง […]