หายนะแห่ง สงครามซีเรีย - National Geographic Thailand

หายนะแห่งสงครามซีเรีย

หายนะแห่ง สงครามซีเรีย

พอถึงปลายปี 2013 สงครามซีเรีย นองเลือดส่งผลให้ชายหญิงและเด็กราวเก้าล้านคนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ แม้ว่าพวกเขาส่วนใหญ่จะโยกย้ายไปยังพื้นที่ที่มีปัญหาน้อยกว่าในประเทศ แต่ราวหนึ่งในสี่ตัดสินใจหนีออกนอกประเทศ การอพยพที่ไม่หยุดหย่อนนี้ก่อเกิดวิกฤติการณ์ด้านมนุษยธรรมในประเทศเพื่อนบ้านทั้งยังลามไปสู่ยุโรปและที่อื่น ๆ เมื่อความขัดแย้งกำลังล่วงเข้าสู่ปีที่สาม ก็ยังไม่มีวี่แววทางออกของปัญหา (แต่ละประเทศรับผู้อพยพเป็นจำนวนเท่าไหร่บ้างดูได้ ที่นี่)

(สรรพสัตว์ในสวนสัตว์ซีเรียเอาตัวรอดจากเมืองที่ล่มสลายอย่างไร?)

ลินซีย์ แอดดารีโอ บันทึกภาพการดิ้นรนต่อสู้ของผู้พลัดถิ่นในซีเรียและอีกสี่ประเทศที่แบกรับคลื่นมนุษย์ไว้มากที่สุด ชายในภาพเปิดเป็นหนึ่งในผู้คนหลายล้านเหล่านั้น ภาพนี้ถ่ายหลังจากเขาข้ามพรมแดนไปยังตอนเหนือของอิรักเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และนั่งรอน้องชายท่ามกลางสัมภาระและขยะที่ผู้คนซึ่งมาถึงก่อนหน้าทิ้งไว้ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติระบุว่า ประชาชนราว 3,000 ถึง 6,000 คนลี้ภัยออกจากซีเรียทุกวัน ทว่ามาตรการตามแนวชายแดนที่เข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้แหล่งพักพิงที่ปลอดภัยหายากขึ้นทุกที

เรื่อง แคโรลิน บัตเลอร์

ภาพถ่าย ลินซีย์ แอดดารีโอ

สงครามซีเรีย

ตุรกี: หลังระเบิดจากการโจมตีทางอากาศของรัฐบาลกระหนํ่าลงมา ผู้คนต่างพาครอบครัวหนีออกจากเมืองเราะส์อัลอัยน์ในซีเรียที่ซึ่งกองทัพปลดปล่อยซีเรีย (Free Syrian Army) ซึ่งเป็นฝ่ายต่อต้าน สู้รบกับทหารฝ่ายรัฐบาลและชาวเคิร์ดในซีเรีย ชาวบ้านหนีข้ามไปยังเมืองเจย์ลันปีนาร์์ ในตุรกี ปัจจุบัน ประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ขึ้นทะเบียนแล้วกว่าห้าแสนคน ราวหนึ่งในสามอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 21 แห่ง และคาดว่ายังมีผู้ลี้ภัยอีกกว่า 150,000 คนในประเทศที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน

สงครามซีเรีย

ตุรกี: คนงานลำเลียงกระสอบแป้งขึ้นรถบรรทุกส่งไปยังซีเรีย ปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินจากนานาชาติราว 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐส่งไปช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมแก่ซีเรีย และอีก 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับช่วยเหลือผู้ลี้ภัยและประเทศเพื่อนบ้านในรูปของเสบียงอาหารเร่งด่วน ยารักษาโรค การศึกษา และอื่นๆ  เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์กังวลว่า ความขาดแคลนบริการด้านสาธารณสุขพื้นฐาน การศึกษา จิตวิทยา และบริการอื่นๆ อาจสร้างผลกระทบร้ายแรงแก่ซีเรียและภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมด

สงครามซีเรีย

อิรัก: ครอบครัวชาวเคิร์ดครอบครัวนี้หลับอยู่กลางแจ้งเพื่อหลีกหนีความร้อนอบอ้าวในเต็นท์ที่ค่ายกาเวร์กอสก์ นอกเมืองอาร์บิล ทางเหนือของอิรัก ผู้ลี้ภัยเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของคลื่นมนุษย์ 60,000 คนที่มาถึงเมื่อเดือนสิงหาคม ในช่วงที่จุดผ่านแดนทั้งสองจุดระหว่างซีเรียกับอิรักเปิดเป็นเวลาหนึ่งเดือน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ทุกวันนี้ ชายแดนต่างๆ มีการตรวจตราอย่างเข้มงวดอีกครั้ง

(รูปถ่ายที่ผู้อพยพชาวซีเรียพกติดตัว)

สงครามซีเรีย

เลบานอน: รออิดาห์ วัย 15 ปี สูญเสียดวงตาข้างหนึ่งหลังถูกสะเก็ดระเบิดใกล้บ้านในเมืองอะเลปโปของซีเรีย ปัจจุบันเธอช่วยพ่อแม่ดูแลน้องชายชื่อ คาลิด ในเต็นท์เช่าที่ไร่ใกล้เมืองสอัดนาเยล ประเทศเลบานอน เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์วิตกกังวลกับชะตากรรมของเด็กๆ ชาวซีเรียที่ต้องพลัดถิ่นหรือถูกบังคับให้หนีออกนอกประเทศ พวกเขาได้รับการศึกษาอย่างจำกัดหรือไม่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้เลย และอาจถูกบังคับให้เป็นแรงงานเด็ก รวมทั้งอาจต้องแต่งงานตั้งแต่วัยเยาว์ และถูกแสวงหาประโยชน์ทางเพศรูปแบบอื่นๆ

สงครามซีเรีย

จอร์แดน:  ผู้ชายและเด็กชายชาวซีเรียเข้าแถวรับขนมปังรายวันที่ค่ายผู้ลี้ภัยเซอะตะรี  ซึ่งเปิดเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2012  โครงการอาหารโลกของสหประชาชาติแจกจ่ายขนมปังราว 25 ตันทุกเช้า  ในฐานะค่ายผู้ลี้ภัยชาวซีเรียที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง  ที่นี่เป็นบ้านของผู้คนกว่า 100,000 คน  ภายในมีตั้งแต่รถพ่วง  เต็นท์  โรงเรียน  โรงพยาบาล และคลินิกผดุงครรภ์  เรื่อยไปจนถึงธุรกิจมากมายที่เริ่มโดยผู้ลี้ภัยในค่ายด้วยกันเอง  กระนั้น  ผู้ลี้ภัยจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาสุขอนามัยและไฟฟ้า  ทั้งยังต้องต่อกรกับแก๊งอันธพาลและตลาดมืดที่เฟื่องฟู

สงครามซีเรีย

เลบานอน: หญิงผู้ลี้ภัยในเมืองสอัดนาเยลเตรียมอาหารสำหรับพิธีศพของญาติ ซึ่งเป็นนักรบของกองทัพปลดปล่อยซีเรียที่ถูกสังหารในเมืองอะเลปโปของซีเรีย จำนวนผู้ลี้ภัยในประเทศเล็กๆ แห่งนี้เพิ่มจาก 100,000 คนเป็น 800,000 คนเพียงชั่วข้ามปี รัฐบาลเลบานอนยังไม่ได้จัดตั้งค่ายพักพิงอย่างเป็นทางการ ผู้ลี้ภัยจึงมักขออาศัยอยู่กับคนท้องถิ่น แต่ราวหนึ่งในสามต้องใช้โรงรถ ตึกร้าง และที่พักอาศัยอื่นๆ ซึ่งไม่ปลอดภัยเป็นที่ซุกหัวนอน  นีเนตต์ เคลลีย์  ผู้แทนองค์การสหประชาชาติ บอกว่า  “มีตัวอย่างนับพันๆ ที่แสดงถึงความโอบอ้อมอารีที่ชาวเลบานอนมีต่อผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอย่างที่ฉันไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่ยิ่งผู้ลี้ภัยทะลักเข้ามามากเท่าไร ความตึงเครียดก็มากขึ้นตามไปด้วย”

 

อ่านเพิ่มเติม

ชีวิตท่ามกลางซากปรักหักพังของเมืองโมซูล

เรื่องแนะนำ

ความงามที่เปลี่ยนแปลงไปของชนเผ่าอะปาตานี

หากคุณผู้อ่านเกิดเป็นผู้หญิงใน ชนเผ่าอะปาตานี ที่อาศัยอยู่ตามหมู่บ้านในรัฐอรุณาจัลประเทศ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียถ้าคุณอยากเป็นคนสวย คุณต้องเจาะจมูก เจาะหู สวมใส่ดุมขนาดใหญ่ ตลอดจนสักที่ใบหน้า เพราะวัฒนธรรมเหล่านี้คือความงามในสายตาของชาวอะปาตานี แต่หลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปตลอดระยะเวลาช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันผู้คนในหมู่บ้านปฏิเสธการเจาะ บ้างก็ไปศัลยกรรมลบรอยสักที่ใบหน้าออก พวกเขาสวมใส่เสื้อผ้าสมัยใหม่แทนที่จะสวมเสื้อผ้าที่ทอมือขึ้นเองตามวัฒนธรรมของหมู่บ้าน เสียงจาก  Bullo Dith หญิงชราประจำหมู่บ้าน Ziro จะบอกเล่าให้คุณผู้อ่านฟังว่าตัวเธอรู้สึกอย่างไรบ้างกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป   อ่านเพิ่มเติม : ภาพถ่ายโบราณเผยความสวยงามของเจ้าสาวจากทั่วโลก, เบื้องหลังการตามหาหญิงสาวชาวอัฟกานิสถาน เจ้าของดวงตาอันเปี่ยมมนตร์สะกด

สำรวจโลก : ดอกไม้สวยไม่ต้องนำเข้า

เรื่อง ลินด์ซีย์ เอ็ม. โรเบิร์ตส์ เมื่อปี 1991 สหรัฐฯ พยายามหยุดยั้งการผลิต ยาเสพติดในประเทศแถบเทือกเขาแอนดีส ด้วยการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ถูกฎหมาย เช่น การปลูกดอกไม้ โดยให้สิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษีนำเข้า จากนั้นดอกกุหลาบ ดอกคาร์เนชั่น ดอกเบญจมาศ และดอกกล้วยไม้ ก็หลั่งไหลเข้าสู่สหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมไม้ตัดดอกในประเทศ ข้อตกลงทางการค้านี้หมดอายุลงนับแต่นั้นมาและอุตสาหกรรมไม้ตัดดอกของสหรัฐฯ ก็ฟื้นตัวขึ้น มีการส่งเสริมให้ผู้บริโภคเลือกซื้อดอกไม้ ที่ปลูกในท้องถิ่นมากขึ้น “ยิ่งผู้บริโภคชาวอเมริกันตระหนักว่าดอกไม้มาจากแหล่งไหน ผลดีก็จะตกอยู่กับพวกเรามากขึ้นเท่านั้น” แอนเดรีย แกกนอน เกษตรกรผู้ ปลูกดอกไม้ในเมืองเกนส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย บอก “ก็เหมือนกับการถามว่า มะเขือเทศนี่ปลูกในท้องถิ่นใช่ไหม และตอนนี้คนจะถามได้ว่า ดอกรักเร่นั่นปลูกในแถบนี้ใช่ไหม”   อ่านเพิ่มเติม : สำรวจโลก : ปลูกเพื่อสันติ, สำรวจโลก : สาหร่ายทะเลกำลังมาแรง

ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา

ชาวญี่ปุ่นใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา Ukai คือชื่อเรียกของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวประมงญี่ปุ่นที่ใช้นกกาน้ำช่วยจับปลา พวกเขาจะคล้องเชือกไว้กับตัวนก และปล่อยให้พวกมันดำน้ำลงไปจับปลาตามธรรมชาติ เมื่อได้ปลาแล้วตามพฤติกรรมของนกกาน้ำ พวกมันจะเก็บสะสมปลาที่จับได้ไว้ในคอ ชาวประมงจะใช้มือดันให้พวกมันยอมคายออกมา ทุกวันนี้ธรรมเนียมดังกล่าวกลายมาเป็นการแสดงโชว์ประจำท้องถิ่น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดีมีหลายคนที่ไม่เห็นด้วยและมองว่าวัฒนธรรมเช่นนี้เป็นการทรมานสัตว์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง   อ่านเพิ่มเติม ลิงกังญี่ปุ่นแช่น้ำร้อนเพื่อคลายเครียด

Follow Me

NATIONAL GEOGRAPHIC ASIA

Contact

เว็บไซต์ : ngthai.com

บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)

Tel : 02-422-9999 ต่อ 4244

© COPYRIGHT 2018 AMARIN PRINTING AND PUBLISHING PUBLIC COMPANY LIMITED.