ภาพถ่ายขาวดำโบราณของบรรดา แมลง และเหล่าแมงมุมหลากหลายสายพันธุ์

ภาพถ่ายโบราณของบรรดาแมลงและเหล่าแมงมุมหลากหลายสายพันธุ์

ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION

ภาพถ่ายโบราณของบรรดา แมลง และเหล่าแมงมุมหลากหลายสายพันธุ์

ต่อไปนี้คือภาพถ่ายโบราณของบรรดาแมลง และแมงมุมสายพันธุ์ต่างๆ ที่ถ่ายทอดความน่าเกรงขามผ่านสีขาวดำได้อย่างลงตัว

แมลง จัดเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อยู่คู่กับเรามาเป็นเวลาหลายพันปี โดยมีลักษณะเด่นคือ มีตัวเป็นปล้อง ลำตัวทั้งด้านซ้ายและขวามีขนาดที่เท่ากัน ลำตัวมีเปลือกที่ห่อหุ้มด้วยสารไคติน ปราศจากขน บางสายพันธุ์สามารถหายใจทางเหงือกได้ แต่บางประเภทก็สามารถหายใจทางรูหายใจได้ และแมลงหลายชนิดมีอวัยวะในการรับรู้ที่ดีมาก บางครั้งอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าประสาทสัมผัสของมนุษย์อีกด้วย

และนี่คือภาพถ่ายของแมลงและแมงมุม ที่ทางเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก รวบรวมมาให้ผู้อ่านได้รับชม

แมลง
แมงมุมสุนัขป่าแคโรไลนา (Carolina wolf spiders) เป็นสายพันธุ์แมงมุมที่มีขนาดมหึมาที่สุด ซึ่งมันมักปรากฏตัวออกมาในยามค่ำคืนเพื่อล่าเหยื่อ (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
ตั๊กแตน (Grasshoppers) เป็นแมลงที่มีสายพันธุ์อย่างน้อย 18,000 ชนิดกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก จุดเด่นของพวกมันคือ ขากรรไกรที่แข็งแรงเพื่อใช้สำหรับเคี้ยวอาหาร (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
The twig pruner, คือด้วงงวงช้างที่อาศัยอยู่ในแถบอเมริกาเหนือ และพวกมันยังเป็นศัตรูพืชตัวฉกาจที่ชอบโจมตีต้นโอ๊กอีกด้วย (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
แมลงวันผึ้ง (Bee fly) เป็นแมลงที่แพร่กระจายไปทั่วทุกทวีป ไม่ว่าจะเป็นทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย โดยแมลงชนิดนี้มีลักษณะเช่นเดียวกับผึ้งสายพันธุ์ต่างๆ ซึ่งเป็นแมลงที่ผสมเกสรได้อย่างน่ามหัศจรรย์ (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
สามารถค้นพบสายพันธุ์ แมงมุมใยกลม (Orb-weaving spiders) จำนวนกว่า 4,000 ชนิดกระจายอยู่ทั่วโลก โดยพวกมันมักอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีความชื้น เพื่อสร้างใยไว้ดักจับเหยื่อ (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
จากจำนวนสายพันธุ์แมงมุมราวๆ 37,000 ชนิดนั้น มีเพียงแค่ 25 สายพันธุ์เท่านั้นที่มีพิษร้ายแรงต่อมนุษย์ และจุดประสงค์หลักในยามที่มันพ่นพิษคือ ต้องการทำให้เหยื่อสลบหรือถึงขั้นฆ่าแมลงตัวอื่นเพื่อนำมาเป็นอาหารอันโอชะ (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
ตั๊กแตนเป็นแมลงที่มีชื่อเสียงในเรื่องการสร้างบทเพลงอันไพเราะ โดยท่วงทำนองนั้นขับขานโดยขาหลังของพวกมันที่ถูเข้าด้วยจนเกิดเป็นเสียงดนตรี (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
ด้วงดิน (Ground beetles) เป็นแมลงที่มีสีสันหลากหลาย แต่ส่วนมากมักมีลำตัวสีดำเป็นมันเงา เช่นเดียวกับสายพันธุ์ในรูปภาพ แต่บางสายพันธุ์นั้นมีลำตัวเป็นสีรุ้ง สีเขียว สีเหลือง หรือสีส้ม เป็นต้น (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
แมงมุมกระโดด (Jumping spiders) เป็นสายพันธุ์ที่มีความหลากหลายทางสีสัน และวิธีการผสมพันธุ์ของพวกมันก็มีความซับซ้อน นอกจากนี้ แมงมุมกระโดดยังถูกจัดให้เป็นแมงมุมที่มีระบบสายตาดีที่สุด เพราะมันสามารถมองเห็นวัตถุเป็นภาพด้วยดวงตาอันกลมโต ในขณะที่แมงมุมทั่วไปมองเห็นได้เพียงแค่เงามืด หรือเงาพร่ามัวเท่านั้น (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
มวนนักกล้าม (Leaf-footed bugs) ชื่อของมันตั้งตามส่วนที่ยื่นออกมาจากขาหลัง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับใบไม้ และถูกจัดให้เป็นศัตรูพืชในแถบอเมริกาเหนือ (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
ผึ้งบัมเบิลบี (Bumblebees) เป็นแมลงผสมเกสรที่สำคัญสำหรับพืชผลของมนุษย์ รวมไปถึงบลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ และมะเขือเทศ (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
ชาวอเมริกันจำนวนมากคงคุ้นเคยกับ มวนง่ามสีน้ำตาล (the Brown marmorated stinkbug) เป็นแมลงสายพันธุ์เอเชียที่ชอบรุกรานพื้นที่เพื่อทำลายพืชผล และทำลายบ้านเรือนทั่วสหรัฐอเมริกา (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
มดคันไฟในทวีปยุโรป (the European fire ant) เป็นมดแดงที่สามารถพบได้ทั่วไปทางอเมริกาเหนือ มดเหล่านี้มักมีความก้าวร้าว โดยพวกมันจะกัดผู้บุกรุกทันทีหากถูกคุกคาม (ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

แมลง
มวนน้ำเต้า (Squash bugs) พบได้ทั่วไปในประเทศสหรัฐอเมริกา อาหารโปรดของพวกมันคือพืชจำพวกฟักทอง
(ภาพถ่ายโดย DAVID G. FAIRCHILD, NAT GEO IMAGE COLLECTION)

 

***แปลและเรียบเรียงโดย กุลธิดา ปัญญาเชษฐานนท์
โครงการนักศึกษาฝึกงาน กองบรรณาธิการ นิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก ฉบับภาษาไทย


อ่านเพิ่มเติม

แมงมุม

คุณกลัวแมงมุมไหม? มาชม 10 ภาพของสัตว์มีพิษอันน่าอัศจรรย์นี้กัน

เรื่องแนะนำ

การเดินทางแสนทรมานของคุณแม่ผู้ลี้ภัย

เรื่อง เมโลดี ราวเวลล์ ภาพถ่าย เมอร์โต ปาปาโดปูลอส เมื่อคุณได้ยินเรื่อง “วิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัย” คุณอาจนึกถึงภาพถ่ายเรือลำน้อยล่องลอยอยู่บนน่านน้ำมืดมิดและแออัดไปด้วยผู้คนที่สวมเสื้อชูชีพสีส้มสะท้อนแสง คุณอาจคิดถึงภาพมือที่ยื่นออกมาหาบุคคลอันเป็นที่รัก ภาพชายแดนที่มีผู้ชายถือปืนกลเฝ้ารักษาการณ์ หรือภาพเต็นท์ชั่วคราวในค่ายผู้ลี้ภัยที่ครอบครัวคนไร้บ้านอยู่กันอย่างเบียดเสียดยัดเยียด ภาพที่เรานึกถึงเหล่านี้มีพลัง วุ่นวายสับสน และเปี่ยมชีวิตชีวา ภาพถ่ายของช่างภาพข่าวชาวกรีก เมอร์โต ปาปาโดปูลอส กลับต่างออกไป ภาพถ่ายเหล่านี้ดูเงียบงัน นิ่งสงบ และลึกซึ้ง ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนเป็นแม่ บางคนกำลังตั้งครรภ์ บางคนกำลังอุ้มลูก ปาปาโดปูลอสบันทึกภาพวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยมาตั้งแต่ปี 2010 ตอนที่ใช้เวลาอยู่ที่ค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศกรีซ เธอสังเกตเห็นว่า พวกผู้หญิงมักจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังพร้อมกับลูกๆ ขณะที่สามีของพวกเธอออกไปค้นหาชีวิตใหม่ในยุโรป “ฉันรู้สึกว่าพวกผู้หญิงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และเป็นคนที่ทนทุกข์ทรมานอย่างแท้จริงค่ะ” ปาปาโดปูลอสบอก “และในทางกลับกัน ฉันรู้สึกว่าพวกเธอทำให้ผู้คนเหล่านี้ยังคงมุ่งหน้าต่อไป พวกเธอและลูกๆคือเหตุผลที่ทำให้การเดินทางยังดำเนินต่อไปค่ะ” และสำหรับผู้หญิงเหล่านี้ การเดินทางเป็นเรื่องยากลำบากอย่างเหลือเชื่อ บางคนคลอดบุตรระหว่างการเดินทาง ปาปาโดปูลอสเล่าว่า เธอเห็นพวกผู้หญิงกำลังเดินเท้าขณะอุ้มลูกที่เพิ่งเกิดได้แค่สิบวัน แม่บางคนแท้งลูกเองเนื่องจากสภาพธรรมชาติที่ทารุณ บางคนต้องทำแท้ง และอีกหลายคนต้องทนทุกข์จากความตายของลูกน้อย มีองค์กรพัฒนาเอกชนในค่ายผู้ลี้ภัยบางแห่งที่ช่วยพยาบาลทั้งก่อนและหลังคลอด และจัดการคุมกำเนิดแบบต่างๆเมื่อทำได้ แต่โดยรวมแล้ว การตั้งครรภ์หรือการเป็นแม่ที่มีลูกเยาว์วัยทำให้ความยากลำบากที่ผู้ลี้ภัยทุกคนต้องเผชิญเพิ่มมากขึ้น เธอขอให้ผู้หญิงเหล่านี้แต่ละคนแบ่งปันประสบการณ์ของตนเอง เรื่องราวของพวกเธอ  มาพร้อมกับภาพถ่ายบุคคลด้านล่าง ปาปาโดปูลอสบอกว่า ยิ่งสถานการณ์ยากลำบากเท่าไร แม่หลายคนก็มองลูกๆของตนเป็นดังแรงจูงใจสำคัญมากเท่านั้น […]

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก

เมืองไทยในอดีต : บอกลาเวนิสตะวันออก เมืองไทยในอดีต ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ วิถีสัญจรของบางกอกส่วนใหญ่ฝากไว้กับสายน้ำ ภูมิประเทศแบบที่ลุ่มอุดมไปด้วยลำคลองหนองบึงของกรุงเทพฯ หล่อหลอมให้ชีวิตชาวเมืองผูกผสานกลมกลืนไปกับสายน้ำ เรือสารพัดประเภทสะท้อนภาพความหลากหลายและรสนิยมละเมียดละไมแห่งวิถีชโลธร เช่นเดียวกับพัฒนาการของ “เมืองน้ำ” ซึ่งชาวเมืองส่วนใหญ่ลงหลักปักฐานบนเรือแพสองฝากฝั่ง ทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและลำคลองสาขา เนื่องจากใช้เป็นเส้นทางสัญจรและขนส่งสินค้าเกษตรได้สะดวก ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นยังมีการขุดคูคลองขึ้นมากมาย อาทิ คลองคูเมือง (คลองบางลำพูหรือ คลองโอ่งอ่าง ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) และคลองผดุงกรุงเกษม (ขุดในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) อันเป็นผลจากพระบรมราโชบายในการสร้างแนวป้อมปราการป้องกันเมืองและธรรมเนียมการสร้างเมือง คลองหลอดเปรียบเสมือนทางด่วนลัดคลองมหานาคขุดเพื่อเป็นแหล่งบันเทิงยามหน้าน้ำและเชื่อมไปยังปริมณฑล คลองแสนแสบขุดเพื่อเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ในการศึก คลองภาษีเจริญขุดเพื่อลำเลียงน้ำตาลจากสมุทรสาครเข้ามา นอกจากนี้ยังมีคลองซอยมากมายที่ใช้สัญจรเสมือนถนนในปัจจุบัน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีถนนที่สร้างขึ้นในเขตพระบรมมหาราชวัง (ถนนอมรวิถี ถนนจักรีจรัล และถนนเขื่อนขัณฑ์นิเวศน์) แต่ยังไม่มีผลต่อการพัฒนาการของเมืองเนื่องจากใช้สัญจรในพระราชวังเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ถนนซึ่งสร้างล้อมรอบพระราชวังเพื่อเป็นแนวป้องกันพระราชวังกับบ้านเรือนราษฎรจากเพลิงไหม้และเป็นเครื่องประดับพระราชวังตามคติเดิม (ถนนหน้าพระลาน ถนนท้ายวัง ถนนมหาราช และถนนสนามไชยในปัจจุบัน) ก็เป็นปฐมบทแห่งวิถีบก และมีราษฎรนิยมมาเดินเล่นจนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องสั่งห้าม แล้วใครต้องการถนนกันเล่า ผลของสนธิสัญญาเบาว์ริงระหว่างสยามกับอังกฤษเมื่อปี พ.ศ.2398 เปรียบได้กับการเปิดประเทศครั้งใหญ่ สถานกงสุลผุดขึ้นทางใต้พระนครมากขึ้นเช่นเดียวกับจำนวนชาวตะวันตกในกรุงเทพฯ พวกเขานำวิทยาการและวัฒนธรรมใหม่เข้ามาด้วย หนึ่งในนั้นคือรสนิยมชอบขี่ม้าเพื่อหย่อนใจเช่นเดียวกับวิทยาการใหม่อย่าง “รถม้า” ทว่าในสมัยนั้นถนนยังขรุขระและเหมาะสำหรับย่ำด้วยเท้าเปล่า พวกเขาจึงไม่มีถนนสำหรับห้อม้าหรือแล่นรถ บ่อยครั้งที่พวกเขารุกล้ำลานกว้างหน้าพระที่นั่งสุทไธสวรรย์หรือที่เรียกว่าท้องสนามไชยซึ่งเป็นที่โล่งกว้างสำหรับพระเจ้าลูกยาเธอหัดทรงม้าทรงช้าง สร้างความขุ่นเคืองพระราชหฤทัย จนพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวต้องตรัสปลอบประโลมว่า “เขาเป็นชาวต่างชาติไม่รู้ขนบธรรมเนียมกฏหมายไทย” ด้วยเหตุนี้ […]