ขอต้อนรับสู่เมืองหลวงแห่ง โดนัท ในสหรัฐอเมริกา - National Geographic Thailand

ขอต้อนรับสู่เมืองหลวงแห่งโดนัทในสหรัฐอเมริกา

ลูกค้าขับรถลอดรูปปั้น โดนัท ขนาดยักษ์อันเป็นสัญลักษณ์ของร้านโดนัทโฮล์ในเมืองลาปวนเต มลรัฐแคลิฟอร์เนียเพื่อสั่งโดนัท


มาถลำลึกไปกับแป้งทอดรูปวงกลมมีรูตรงกลางเคลือบน้ำตาลที่อร่อยเกินห้ามใจอย่าง โดนัท ในลอสแอนเจลิส

อย่าให้อาหารเพื่อสุขภาพอย่างสลัดหรือผลไม้แห้งอบใส่ถ้วยมาขัดขวางการกินอาหารที่น่าหลงใหลอย่าง โดนัท

ลอสแอนเจลิสเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านักแสวงหาโดนัท ที่นี่มีร้านโดนัทที่บริหารงานอย่างอิสระเกือบ 1,500 แห่ง ให้บริการขนมแป้งทอดรสหวาน นั่นหมายความว่า ในเมืองนี้มีโอกาสในการแสวงหาความหวานจากโดนัทมากกว่าเมืองอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา

แอล.เอ. กลายเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรมโดนัทเมื่อ เท็น งอย (Ten Ngoy) ผู้อพยพชาวกัมพูชาได้เดินทางมาที่แคลิฟอร์เนียในช่วงทศวรรษที่ 1970 หลังจากที่ได้เริ่มต้นธุรกิจร้านขายของหวานเป็นของตัวเองแล้ว เขาก็ช่วยให้บรรดาผู้อพยพเพื่อนร่วมชาติที่หลบหนีมาจากการปกครองของเขมรแดงได้มีอาณาจักรขนมอบเป็นของตัวเอง ร้านของงอยเป็นเจ้าแรกที่ทำแพ็กเกจ โดนัทกล่องสีชมพูสว่าง ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ที่แพร่หลายของร้านโดนัททั่วไปเสียแล้ว

คนเชื้อสายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้สร้างวัฒนธรรมแห่งโดนัทให้เกิดขึ้นในเมืองนี้ และตำนานในเรื่องนี้ยังคงอยู่ ร้านโดนัทส่วนใหญ่ของเมืองยังคงมีคนอเมริกันเชื้อสายกัมพูชาเป็นเจ้าของ

“ร้านโดนัทเป็นสิ่งที่คนเชื้อสายกัมพูชาสามารถทำได้ในอเมริกา และเป็นกุญแจสู่โอกาสที่ดีในชีวิต” เมย์ลี เทา (Mayly Tao) ผู้บริหารและเจ้าของร้านโดนัทดีเค กล่าวและเสริมว่า “ฉันชอบโดนัทตรงที่มันสามารถหลอมรวมชุมชนโดยไม่เกี่ยวข้องกับดินแดน เชื้อชาติ จะชอบกินที่ร้าน หรือชอบสั่งกลับบ้าน”

เช่นเดียวกับประชากรที่อยู่ในลอสแอนเจลิส โดนัทก็มีการพัฒนาทางวัฒนธรรมในแบบของตัวเอง โดนัทเริ่มจากการเคลือบน้ำตาล โดนัทแบบปราศจากโปรตีนกลูเตน โดนัทสอดไส้แยม ไปจนถึงโดนัทแบบสอดไส้คุกกี้เนย

การเพลิดเพลินไปกับโดนัทกลายเป็นสิ่งที่เปรียบเทียบได้กับกิจกรรมทางศาสนาในเมืองแห่งเทพธิดา (ฉายาของเมืองลอสแอนเจลิส) แห่งนี้ ซึ่งต้องยกเครดิตให้กับชาวอเมริกันเชื้อสายกัมพูชา และในฐานะที่พวกเขาทำให้โดนัทเป็นดาวเด่นของเมืองแห่งนี้

โดนัท
โดนาส์ คือหนึ่งในร้านโดนัทยอดนิยมประจำลอสแอนเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย
โดนัท, ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ
สวนสนุก ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอในฮอลลีวูดมีโดนัทขนาดยักษ์จำหน่าย

โดนัท, ลอสแอนเจลิส

โดนัท, ลอสแอนเจลิส
การสร้างสรรค์ประติมากรรมที่นำเสนอสินค้าภายในร้านซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงทศวรรษ 1950 ทั้งของร้านโดนัทคิง ในเมืองการ์เดนา และร้านเดล โดนัทในเมืองคอมพ์ตัน ได้ดึงดูดค้าด้วยรูปปั้นโดนัทที่มีรูปทรงใหญ่อย่างน่าประหลาด ซึ่งทำมาจากเหล็ก ปูนพ่น ซีเมนต์ผสม น้ำ และทราย
โดนัท, ลอสแอนเจลิส
ในเมืองอิงเกิลวูด จะมีร้านแรนดี้ที่เสิร์ฟโดนัทให้ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง
โดนัท, ลอสแอนเจลิส
หลังจากอพยพมาจากกัมพูชาในช่วงการปกครองของเขมรแดง เจนนี และ บรูซ บู ได้เปิดร้าน แด๊ดโดนัท ในเมืองเบอร์แบงค์
โดนัท
เมย์ลี และ ฌอน เทา คือทายาทรุ่นที่สองของครอบครัวเชื้อสายกัมพูชาเพื่อดำเนินกิจการร้านโดนัทดีเคในเมืองซานตา โมนิกา
โดนัท, ร้านโดนัท, ลอสแอนเจลิส
ชายคนหนึ่งกำลังผ่อนคลายในร้านโดนัทเอบีซีที่ลอสแอนเจลิส
โดนัท, ร้านโดนัท, ลอสแอนเจลิส
ร้านดีเคโดนัทในซานตาโมนิกาขายโดนัทในแบบทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็นโดนัทรูปดอกไม้ หรือโดนัทที่ทำจากโปรตีนผง
โดนัท, ลอสแอนเจลิส, พิพิธภัณฑ์
ผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์ ชีทเดย์แลนด์ (Cheat Day Land) ในลอสแอนเจลิส กำลังโพสท่าถ่ายรูปกับอุปกรณ์รูปโดนัท
โดนัท
ภาพการทอดโดนัทโกลเดนกลอรี่ ในร้านโดนัทแมน ที่เมืองเกล็นดอรา แคลิฟอร์เนีย
โดนัท, คนเชื้อสายกัมพูชา, ลอสแอนเจลิส
วูติ คนอบขนมปังในร้าน คลาสสิกโดนัทคอฟฟี่แอนด์ครัวซองต์ มักพูดคุยกับครอบครัวที่อยู่กัมพูชา บ้านเกิดของเขาระหว่างเข้างานกะกลางคืน
โดนัท, ลอสแอนเจลิส, คนเชื้อสายกัมพูชา
พนักงานเก็บเงินยื่นหน้าทางที่เคาน์เตอร์ร้านโดนัทแบบไดร์ฟทรูที่ชื่อว่าแรนดี้

เรื่องโดย HANNAH SHEINBERG
ภาพโดย THEO STROOMER


อ่านเพิ่มเติม 10 เมืองแห่ง อาหาร ที่ดีที่สุดในโลก

เรื่องแนะนำ

แค่แตะมูลค้างคาวอาจถึงตาย

ระหว่างการทำงานที่ได้รับมอบหมายในถ้ำที่เต็มไปด้วยค้างคาวและงู ช่างภาพคิดว่าเขารู้จักอันตรายทั้งหมด แต่ภัยคุกคามต่อชีวิตที่แท้จริงมาถึงเมื่อเขาก้าวออกจากถ้ำ

ชมภาพอันน่าขนลุกภายในเมืองร้างกลางทะเลทรายที่นามีเบีย

ทะเลทรายนามิบในสภาพที่แห้งแล้งยังคงรักษาการตกแต่งของเมืองในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เอาไว้ได้ แต่กองทรายที่ถาโถมเข้ามาในเมืองได้กลืนกินสิ่งต่างๆ ที่หลงเหลืออยู่ ที่ประเทศ นามีเบีย ในเมืองโคลมานสค็อพ (Kolmanskop) ทรายที่ปกคลุมตึกรามบ้านช่องที่เคยเป็นเหมืองเพชรเก่าดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพัน วอลเปปอร์สีสันสดใสหลุดร่อนออกจากผนัง กองทรายไหลท่วมบรรดาซากบ้านเรือนที่ปรักหักพัง นี่คือภาพของเมืองโคลมานสค็อพ เมืองร้างกลางทะเลทรายนามิบในบริเวณแอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม “เขตต้องห้าม” ในประเทศ นามีเบีย โดยสาเหตุที่ทำให้โคลมานสค็อพมีสภาพเช่นนี้ก็เป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเช่นเดียวกับสภาพของเมืองในปัจจุบัน เรื่องราวของเมืองที่แสนเจ็บปวดและน่าประหลาด เย็นวันหนึ่งในปี 1908 ในขณะที่คนงานการรถไฟชาว นามีเบีย นาม Zacherias Lewala กำลังขุดดินเพื่อปรับเส้นทางรางรถไฟและเกลี่ยเนินทราย เขาได้พบก้อนหินจำนวนหนึ่งเปล่งประกายในยามที่แสงธรรมชาติรอบตัวของเขามืดสลัว นายจ้างชาวเยอรมันของ Lewala บอกว่านี่คือเพชร อัญมณีที่มีมูลค่า แต่ Lewala ก็ไม่ได้รับรางวัลใดๆ จากการบอกข่าวดีนี้ให้กับเจ้านายของเขา เวลาต่อมา บรรดาผู้สำรวจแร่ได้แห่กันเข้ามาที่เมืองนี้ ในปี 1912 เมืองนี้ก็เจริญขึ้น และสามารถผลิตเพชรได้นับล้านกะรัตต่อปี ซึ่งเป็นอัตราส่วนร้อยละ 11.7 ของการผลิตเพชรทั้งหมดบนโลกในเวลานั้น โคลมานสค็อพกลายเป็นเมืองหรูหรากลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ภายในเมืองมีทั้งร้านขายเนื้อ ร้านขายขนมอบ ที่ทำการไปรษณีย์ และโรงน้ำแข็งที่ผลิตจากน้ำสะอาดที่ขนส่งมาทางรถไฟ คนยุโรปมากมายย้ายเข้ามาทำงานในเมืองนี้และบริโภคพลังงานไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง นอกจากนี้มีเรื่องเล่าว่า ครอบครัวหนึ่งได้เลี้ยงนกกระจอกเทศเพื่อข่มขวัญชาวเมือง และใช้มันลากรถลากเลื่อนบนหิมะในคืนวันคริสต์มาส แต่ความเจริญของเมืองนั้นไม่ยั่งยืน […]