รวมภาพถ่าย สงครามเวียดนาม จากนักข่าวหญิงสหรัฐฯ คนแรกที่เสียชีวิตในหน้าที่

รวมภาพถ่าย สงครามเวียดนาม จากนักข่าวหญิงสหรัฐฯ คนแรกที่เสียชีวิตในหน้าที่

ดิกกีย์ แชเพลล์ หนึ่งในนักข่าวสงครามที่กล้าหาญที่สุดในโลก และเป็นสตรีชาวสหรัฐฯ คนแรกที่เสียชีวิตในหน้าที่ใน สงครามเวียดนาม

ในช่วงเวลาของเธอ แชเพลล์คือหนึ่งในนักข่าวหญิงที่กล้าหาญที่สุด และแน่นอนว่ามีประสบการณ์สูงที่สุด ใน สงครามเวียดนาม เธอเดินทางไปกับเหล่าทหารเวียดนามและสหรัฐฯ ในที่ซึ่งนักข่าวคนอื่นๆ ไม่กล้าไปเหยียบกรายและยืนยันว่าจะรายงานถึงเรื่องที่เธอเห็นได้กับตาตนเองเท่านั้น

กระนั้น เป็นสมรภูมิในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้เป็นความขัดแย้งครั้งสุดท้ายที่นักข่าวสาวเพียงผู้เดียวผู้เดียวที่ได้รับอนุญาตให้กระโดดร่มลงในการยุทธกับเหล่าทหารเพื่อไปรายงานข่าว จากการเธอถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำคอจากกับดักลวดสะดุดของฝ่ายเวียดนามเหนือ และใด้จบชีวิตลงในเฮลิคอปเตอร์อพยพ ทำให้เธอเป็นเหยี่ยวข่าวหญิงชาวสหรัฐฯ คนแรกที่เสียชีวิตในหน้าที่ หลายปีต่อมา นักข่าวคนอื่นรายงานว่าเหล่าพลร่มเวียดนามใต้ยังคงย้อนความถึงหญิงสาวปากกล้าร่างเล็กที่ได้กระโดดร่มกับพวกเขา

สตรีผู้มีชื่อเดิมว่าจอร์เจ็ตต์ เมเออร์ ขายบทความแรกชื่อว่า “เหตุที่เราอยากบิน (Why We Want to Fly)” ให้กับนิตยสาร U.S. Air Service เมื่ออายุได้ 14 ปี และได้เข้าเรียนในเอ็มไอที (MIT) พร้อมกับนักศึกษาหญิงคนอื่นอีกหกคนเมื่อเธออายุ 16 ปี อีกหกปีถัดมา เธอได้แต่งงานกับโทนี แชเพลล์ ช่างภาพของกองทัพเรือผู้มีอายุ 40 ปี และเป็นผู้ที่กลายเป็นคู่หูรายงานข่าวของเธอในเวลาไม่นาน

“จงแน่ใจว่าคุณจะได้เป็นผู้หญิงคนแรกในที่ไหนสักแห่ง” บรรณาธิการผู้หนึ่งในนิวยอร์กให้คำแนะนำต่อเธอเมื่อครั้งเธอเพิ่งเริ่มอาชีพผู้รายงานข่าว

เเชเพลล์ทำสิ่งนี้สำเร็จในปี 1942 เมื่อเธอได้เป็นหนึ่งในผู้หญิงคนแรกซึ่งทางกองทัพให้การรับรองในฐานะนักข่าว และการรับรองที่เธอสูญเสียมันไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากการเดินทางติดตามเหล่านาวิกโยธินขึ้นบนเกาะโอกินาวา ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งห้ามนักข่าวหญิงเข้าพื้นที่สู้รบ

 ช่างภาพ, ช่างภาพหญิง
แชเพลล์เดินลุยผ่านโคลนกับหน่วยนางแอ่นทะเล หรือ Sea Swallows กลุ่มติดอาวุธของผู้อพยพชาวจีนซึ่งอยู่ฝ่ายรัฐบาลเวียดนามใต้ เมื่อเธอเสียชีวิตลง ไม่มีสตรีคนอื่นใดที่ทำข่าวสงครามที่อันตรายและสร้างความแบ่งแยกในเวียดนามอีกเลย

ชีวิตแห่งสงคราม

ครั้งหนึ่ง แชเพลล์เคยเขียนว่าเรื่องราวที่เธอรายงานครั้งแล้วครั้งเล่าคือเรื่องราวของ “เหล่าผู้คนที่กล้าหาญพอที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเสรีภาพจากทรราชย์” และเป็นมุมมองจากแนวหน้านี้เองที่ทำให้เธอเป็นตำนาน เมื่อคราที่ยังมีสตรีเพียงน้อยนิดอยู่ในห้องส่งข่าว และน้อยนิดยิ่งกว่าที่อยู่ในสนามรบ

แต่เพศของแชเพลล์ไม่ได้ทำให้เธอมีสิทธิพิเศษในฐานะนักข่าวแต่อย่างใด “ไม่มีสักครั้งที่ท่านนายพลจะใช้รูปร่างขาวสวยของฉันมาแลกกับปฏิบัติการลับ และถ้านี่ฟังดูเหมือนฉันกำลังบ่น ฉันก็คิดว่ามันมีส่วนถูกค่ะ” “เธอเขียนถึงผู้ตีพิมพ์ขณะที่เธอกำลังเขียนอัตชีวประวัติซึ่งมีชื่อเดิมว่า “ปัญหาที่ฉันถามหา The Trouble I’ve Asked For)” และออกวางจำหน่ายในนาม “ผู้หญิงมาทำอะไรที่นี่? (What’s a Woman Doing Here?)” ซึ่งมาจากคำพูดที่เธอได้ยินอยู่เป็นนิจในสนามรบ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 1962 แชเพลล์ฉลองการทำงานครบรอบ 20 ปีในฐานะผู้สื่อข่าวสงครามด้วยการเดินทางร่วมไปกับหน่วยเฮลิคอปเตอร์ซึ่งกำลังดำเนินสงครามบนน่านฟ้าของเวียดนาม และในปีเดียวกันนั้น เธอเป็นสตรีคนที่สองที่ได้รับรางวัลจอร์จโพล์ก (George Polk Memorial Award) ซึ่งเป็นรางวัลขั้นสูงสุดสำหรับความกล้าหาญจากสมาคมสื่อโพ้นทะเลแห่งสหรัฐฯ (Overseas Press Club of America) ในงานแถลงข่าว เธอกล่าวว่า เธอผ่านการปะทะมามากกว่าชาวอเมริกันคนใดๆ ในความขัดแย้งครั้งนี้โดยการเข้าร่วมปฏิบัติการรบมาทั้งหมดกว่า 17 ครั้ง และเสริมว่า “ความสำคัญของภาพที่เธอถ่ายในเวียดนามตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงว่าพวกมันถูกถ่ายในที่ซึ่งไม่มีผู้ใดไป—นั่นคือที่ที่สายโทรเลขและถนนหนทางไปไม่ถึง

ช่างภาพหญิง, ช่างภาพสงคราม
ช่างภาพ ดิกกีย์ แชเพลล์ ถือกล้องขณะที่เธอกำลังปฏิบัติงานในเวียดนาม เธอรายงานข่าวความขัดแย้งมามากมายตั้งแต่เธอยังไม่ได้เหยียบย่างมายังประเทศที่ถูกทำลายด้วยสงครามแห่งนี้ PHOTOGRAPH COURTESY NAT GEO IMAGE COLLECTION

เมื่อวันที่ 4 พฤษจิกายน 1965 ใกล้กับเมือง Chu Lai แชเพลล์กำลังรายงานข่าวของวันที่สองของปฏิบัติการแบล็กเฟอร์เรต (Operation Black Ferret) ซึ่งเป็นปฏิบัติการค้นหาและทำลายของนาวิกโยธิน เมื่อเกือบแปดโมงเช้า เธอได้เดินผ่านค่ายพักและไปร่วมแถวกับหน่วยลาดตระเวน แต่เพียงอึดใจต่อมาหน่วยดังกล่าวได้สะดุดกับดักระเบิดของฝ่ายเหนือ ยังผลให้เธอต้องจบชีวิตลง

ครั้งหนึ่ง แชเพลล์กล่าวกับผู้สัมภาษณ์ว่า “ไม่ต้องถามเลย” ว่าสงครามไม่ใช่ที่ของผู้หญิง และกล่าวต่อว่า “มันมีอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ไม่ควรอยู่ในสงคราม นั่นคือผู้ชาย แต่ตราบใดที่ผู้ชายยังคงสู้รบ ฉันคิดว่าทั้งชายและหญิงจะต้องถูกส่งเพื่อไปเฝ้าดูค่ะ”

สงครามเวียดนาม, แม่น้ำโขง, เวียดนามใต้
ทหารเวียดนามใต้ปฏิบัติการอยู่บนเรือปืนในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
สงครามเวียดนาม, เวียดกง, กองทัพเรือสหรัฐ
เรือเอกจากกองทัพเรือยิงปืนใส่ทหารเวียดกงจากดาดฟ้าเรือปืนบัญชาการของเขาบนแม่น้ำแม่โขง ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
ทหารสหรัฐ, เวียดนาม
ทหารราบสหรัฐฯ สาธิตการใช้ที่หยอดยาให้สตรีผู้หนึ่ง ที่เมือง Cai Nhum ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
สงครามเวียดนาม, เวียดนามเหนือ
กองกำลังคอมมิวนิสต์จากเวียดนามเหนือทิ้งร่องรอยการทำลายล้างไว้ที่ Vinh Quoi ซึ่งเป็นหมู่บ้านของผู้สนับสนุนรัฐบาลฝ่ายเวียดนามใต้ ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
เฮลิคอปเตอร์, กองทัพบกสหรัฐ, ทหารสหรัฐ,
เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกสหรัฐฯ ลำเลียงเฮลิคอปเตอร์ลำเล็กกว่า เหนือทุ่งบนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำและคลองที่คดเลี้ยว ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
สงครามเวียดนาม, หมู่สอดแนม, เวียดนามใต้
หมู่สอดแนมเตรียมพร้อมอาวุธบนเฮลิคอปเตอร์ซึ่งบินอยู่เหนือน่านฟ้าเวียดนามใต้ ต่อมาในวันเดียวกัน พวกเขาพบว่าศูนย์บัญชาการของเขตพื้นที่ถูกเผาลงจากการโจมตีของข้าศึก ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
พลร่ม, ทหารเวียดนาม, สงครามเวียดนาม
เหล่าพลร่มเวียดนามเขม็งตึงขณะกำลังอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงก่อนเริ่มการจู่โจม
ทหารบาดเจ็บ, ทหารเวียดนาม
ภรรยาอุ้มขาของสามีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีด้วยระเบิดมือ ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
ทหารเวียดนามหญิง, ทหารหญิง, ทหารเวียดนาม,
มารดาอุ้มลูกทารกขณะพวกเธอชมการฝึกทหารสำหรับสตรี ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
งานศพ, เวียดนาม
ผู้ไว้ทุกข์ขณะคร่ำครวญในงานศพขนาดใหญ่สำหรับผู้เสียชีวิต 30 คน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งหนึ่งในเมือง Binh Hung ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
สงครามเวียดนาม, เฮลิคอปเตอร์
ชายผู้ถูกปิดตาด้วยธงของตนเองถูกเฮลิคอปเตอร์นำตัวไปสอบสวนที่ศูนย์บัญชาการ ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
เวียดกง
เชลยศึกเวียดกงที่ถูกพบตัวพร้อมกับโฆษณาชวนเชื่อของคอมมิวนิสต์เดินนำหน้าทหารผู้จับกุม ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION
เวียดนามใต้, เวียดกง, เชลยศึก,
เชลยเวียดกงสร้างแนวป้องกันซึ่งทำจากโคลนรอบๆ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเวียดนามใต้ ภาพถ่ายโดย DICKEY CHAPELLE, NAT GEO IMAGE COLLECTION

เรื่อง NINA STROCHLIC

ภาพ DICKEY CHAPELLE

แปล ภาวิต วงษ์นิมมาน / เรียบเรียง เกียรติศักดิ์ หมื่นเอ 


อ่านเพิ่มเติม สหรัฐฯ กับการยิงนักศึกษาประท้วงต้านสงครามจนเสียชีวิต ช่วงสงครามเวียดนาม

ยิงนักศึกษา, สหรัฐอเมริกา, สลายการชุมนุม, สงครามเวียดนาม

เรื่องแนะนำ

ภาพเก่าหาชมยากของราชวงศ์ทั่วโลก

เจ้าชายแฮร์รี พระราชนัดดาในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชวงศ์อังกฤษกำลังจะเข้าพิธีเสกสมรสในวันเสาร์ที่จะถึงนี้แล้ว มาย้อนชมภาพถ่ายเก่าของราชวงศ์ต่างๆ ทั่วโลกในคลังของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกกัน

‘ป่าโบสถ์’ โอเอซิสอันเขียวชอุ่มของเอธิโอเปีย

ในเอธิโอเปีย โบสถ์เป็นมากกว่าสถานที่ทางศาสนาแต่เป็นศูนย์รวมจิตใจและความหวังในการอนุรักษ์ป่า ที่ปัจจุบันกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ จากการรุกคืบของเกษตรกรรม

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านของผู้อพยพ

เปลี่ยนห้องขังที่ว่างเปล่าให้เป็นบ้านผู้อพยพ เมื่อวิกฤติการณ์ผู้อพยพในยุโรปเริ่มขึ้นเมื่อปี 2015 มุฮัมมัด มุเฮเซน ช่างภาพของสำนักข่าวเอพี ตัดสินใจรอคอยบนชายหาดในประเทศกรีซ เฝ้ามองคลื่นผู้ลี้ภัยหลั่งไหลมาจากซีเรีย ตะวันออกกลาง และบางส่วนของแอฟริกาที่ย่อยยับจากสงคราม “คนส่วนใหญ่คิดว่า เมื่อผู้ลี้ภัยมาถึง เรื่องราวก็จบสิ้นลง แต่สำหรับผม นั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวครับ” เขาบอก มุเฮเซนเน้นการเก็บภาพในเนเธอร์แลนด์ ประเทศที่ทั้งเต็มใจจะรับผู้อพยพและกำลังลดระดับอาชญากรรมลง ห้องขังว่างเปล่าจำนวนมากทำให้รัฐบาลเนเธอร์แลนด์มองหาวิธีใช้ประโยชน์อื่นๆ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มให้ผู้อพยพเข้าไปอยู่ในนั้น ที่เรือนจำ Bijlmerbajes ในกรุงอัมสเตอร์ดัม เมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์ ผู้ลี้ภัยที่เหนื่อยล้ากว่า 600 คนได้รับเตียงนอน อาหารอุ่นๆ และหลังคาคุ้มศีรษะ ทั้งหมดเป็นสิ่งชั่วคราว จนกว่าพวกเขาจะได้ที่อยู่อาศัยในเนเธอร์แลนด์ ได้อยู่ในบ้านที่แท้จริง และมีงานทำ (ผลการศึกษาใหม่ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะยิ่งขับให้วิกฤติผู้อพยพย่ำแย่ลง) ตลอดปีที่ผ่านมา มุเฮเซนกลับไปเรือนจำ Bijlmerbajes เป็นครั้งคราวเพื่อถ่ายภาพชีวิตครอบครัวในนั้น ทั้งช่วงเวลาที่เคร่งเครียด ช่วงเวลาเล่นสนุก และการหมดความอดทนในการรอคอยการตัดสินใจครั้งต่อไปของรัฐบาลที่จะทำให้พวกเขามีชีวิตใหม่ ล้วนเผยให้เห็นเบื้องหน้ากล้องถ่ายภาพของเขา สิ่งเดียวที่ดูเหมือนไม่ได้สร้างปัญหาให้ใครเลยก็คือสถานที่ “เราไม่สนใจหรอกค่ะ” หญิงคนหนึ่งบอกเขาถึงการใช้ชีวิตในที่ซึ่งเคยเป็นเรือนจำ “สิ่งสำคัญก็คือเราปลอดภัย” เรื่อง แดเนียล สโตน ภาพถ่าย มุฮัมมัด มุเฮเซน