เมื่อ สงครามกลางเมือง จบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

เมื่อสงครามกลางเมืองจบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

เมื่อ สงครามกลางเมือง จบ หมู่บ้านแห่งนี้เหลือเพียงผู้หญิงและเด็ก

ณ หมู่บ้าน La Puria ในเทือกเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านของชนพื้นเมืองชาวอินเดียน Emberá Katío จำนวนหลายร้อยคน ในภาษาของพวกเขา emberá มีความหมายว่าการเป็นมนุษย์, ชนพื้นเมือง หรือผู้ชาย

แต่น่าเศร้าที่ในความเป็นจริงแล้วหมู่บ้านแห่งนี้ปราศจากผู้ชาย

ผลกระทบจากสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นในโคลอมเบียมานานหลายสิบปีและกัดกินชีวิตของผู้คนในหมู่บ้าน La Puria ผู้ชายบางคนจากที่นี่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมกับกองกำลังปฏิวัติติดอาวุธโคลอมเบีย หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่ากบฏฟาร์ก (FARC) หรือเข้าร่วมกับกลุ่ม ELN หรืออีกชื่อหนึ่งคือกองกำลังปลดแอกแห่งชาติ ทั้งคู่คือขบวนการต่อต้านรัฐบาลโคลอมเบียที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ พวกเขาดำเนินการรบแบบกองโจรซึ่งสร้างความเสียหายและผลกระทบรุนแรงแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งในที่นี้รวมไปถึงกลยุทธ์อย่างการลักพาตัวเรียกค่าไถ่, ค้ายาเสพติด ไปจนถึงบุกรุกที่ดินเพื่อทำวางกับระเบิด เป็นต้น

ณ ตอนนี้ทั้งหมู่บ้าน La Puria เหลือเพียงแค่ผู้หญิง เด็กๆ และคุณแม่วัยสาวเท่านั้น รายงานจาก Ivan Valencia ช่างภาพข่าวชาวโคลอมเบียผู้ใช้เวลาร่วมเดือนในการบันทึกสารคดีเกี่ยวกับหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อปี 2017

ก่อนหน้านี้ผู้ชายเป็นฝ่ายมีหน้าที่เดินเท้าเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์และหาอาหาร แต่เมื่อสงครามกลางเมืองสิ้นสุดลงหน้าที่เหล่านี้กลายเป็นความรับผิดชอบของเด็กสาวแทน พวกเธอพกมีดมาเชเต้กระเตงลูกเข้าป่าด้วย โดยมีหัวหน้าหมู่บ้านคนปัจจุบันเป็นหญิงสาววัย 26 ปี แม่ของลูกสี่คน เด็กๆ เล่นสนุกไปมารอบบ้านที่บรรดาพวกแม่ๆ ช่วยกันสร้างขึ้นเอง เด็กๆ เหล่านี้มีหลายคนที่เกิดจากเด็กสาววัยรุ่นผู้ถูกนักรบของกลุ่มกองโจรท้องถิ่นข่มขืน

เด็กๆ เหล่านี้คือร่องรอยบาดแผลจากสงคราม เมื่อปีที่ผ่านมาระหว่างกิจกรรมศิลปะช่วยเยียวยาที่จัดขึ้นโดยนักเคลื่อนไหว ภายในโรงเรียนของหมู่บ้าน พวกเขาพบว่าเด็กแทบทุกคนวาดภาพสีเทียนเป็นรูปผู้คนที่กำลังถือปืน…

สงครามกลางเมือง
วัยรุ่นสาวชาวพื้นเมืองเดินออกมาจากบ้านที่เธอปลูกขึ้นด้วยตนเอง
สงครามกลางเมือง
สะพานหลักที่เชื่อมต่อหมู่บ้านเข้ากับถนน
สงครามกลางเมือง
ผู้อาวุโสแบ่งสรรปันส่วนอาหารให้แก่สมาชิกในหมู่บ้าน แม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาของความขัดแย้งจะมีชาวบ้านจำนวนมากที่หลบหนีไป แต่สุดท้ายพวกเขาหวนคืนถิ่นเมื่อสงครามสิ้นสุดลง
สงครามกลางเมือง
คุณแม่วัยใสและลูกๆ ที่ยังเล็ก ในจำนวนนี้มีเด็กหลายคนที่ป่วยด้วยโรคขาดสารอาหาร

เจรจาเพื่อสันติภาพ

นับเป็นครั้งแรกหลังสงครามกลางเมืองอุบัติขึ้นในทศวรรษ 1960 ที่ในที่สุดความขัดแย้งก็สิ้นสุดลง แม้ว่าในปี 2016 ที่ผ่านมา ในการลงประชามติเพื่อเจรจาสันติภาพระหว่างกลุ่มกบฏฟาร์กและรัฐบาลโคลอมเบียจะถูกปฏิเสธตกไปก็ตาม อีกหลายเดือนต่อมาในที่สุดข้อตกลงก็ได้รับการปรับปรุงแก้ไข และนำไปสู่สนธิสัญญาการหยุดยิงและลดอาวุธระหว่างทั้งสองกลุ่ม ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งยิ่งใหญ่ แม้ว่าถนนสู่สันติภาพจะยังคงไม่แน่นอนก็ตาม

แม้สงครามจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้คนเหล่านี้กลับ “ถูกทอดทิ้งโดยรัฐบาล” Valencia กล่าวถึงชาวบ้านในหมู่บ้าน La Puria เนื่องจากว่าผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องอาศัยอยู่โดยปราศจากความช่วยเหลือจากรัฐบาลสำหรับการหางานทำหรือการดูแลสุขภาพ ชาวบ้านเผชิญกับภาวะขาดแคลนสารอาหาร และความยากลำบากอื่นๆ ที่เกิดขึ้นกำลังสะท้อนว่าชนบทในโคลอมเบียมีสภาพเป็นอย่างไร ในยุคหลังสงครามกลางเมือง “ผมกำลังเรียนรู้ถึงผลกระทบจากสงครามว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป”

อย่างไรก็ดียังพอมีแสงทอประกายอยู่บ้าง ตลอดระยะเวลาของการบันทึกสารคดี Valencia ยังคงจดจำภาพอันแจ่มใสของชาวบ้านเอาไว้ “หลังการเดินป่าเป็นเวลานาน ผมจำได้ว่าเราไปเจอกับสถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสัน มีชาวพื้นเมืองจำนวนมากเลือกใส่สีสันสดใส” และสำหรับชาว Embera ที่พูดภาษาท้องถิ่น กับช่างภาพหนุ่มผู้นี้ที่พูดภาษาสเปน นั่นทำให้มีเพียงภาษากายเท่านั้นที่พวกเขาสามารถใช้สื่อสารกันได้  “เราสื่อสารกันผ่านกล้องครับ” เขากล่าว “เราเป็นคนแปลกหน้าผู้มาจากโลกของตนเอง แต่เราต้องเคารพซึ่งกันและกันในภาษาและวิถีชีวิตของแต่ละคน”

เรื่อง Rachel Brown

ภาพถ่าย Ivan Valencia

สงครามกลางเมือง
เด็กๆ เล่นกันเองหรือเล่นกับลาในหมู่บ้าน เมื่อมีของเล่นให้เล่นไม่มากนัก ชาวพื้นเมือง Embera เหล่านี้อาศัยอยู่ตามอ่าวแปซิฟิกในโคลอมเบียและปานามา
สงครามกลางเมือง
ศิลปะที่เด็กๆ แสดงออกมาเต็มไปด้วยภาพของทหารและเฮลิคอปเตอร์ สงครามกลางเมืองในโคลอมเบียนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2 แสนคน และอีกมากกว่า 5 ล้านคนต้องกลายมาเป็นผู้พลัดถิ่น ประชาชนราว 4,000 คนต้องเสียชีวิตจากความรุนแรงและกับระเบิดของกลุ่มกบฏฟาร์ก
สงครามกลางเมือง
เด็กน้อยกำลังดูดนมของผู้เป็นแม่
สงครามกลางเมือง
Rosalina วัย 26 ปีเป็นหัวหน้าหมู่บ้าน La Puria ปัจจุบันเธอตั้งครรภ์ลูกคนที่สี่ โดยที่เธอไม่เล่าเรื่องของสามีให้ฟัง
สงครามกลางเมือง
Maria คุณแม่วัยรุ่นเดินกับลูกของเธอ ส่วนผู้เป็นพ่อหายตัวไปนานแล้ว

 

อ่านเพิ่มเติม

นี่ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่คือสะพานต้นไม้จริงที่ปลูกในอินเดีย

เรื่องแนะนำ

กองขยะอายุ 1,500 ปี เผยข้อมูลน่าทึ่งเกี่ยวกับการล่มสลายของเมือง

นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เมืองเอลูซา อันเป็นศูนย์กลางการค้าไวน์อันโด่งดังยุคโรมันล่มสลายลงเนื่องจากอิทธิพลของอิสลาม แต่กองขยะจำนวนมหาศาลที่พบกลับเผยเหตุผลที่แตกต่างออกไป

ใครคือผู้หญิงที่มีอำนาจมากที่สุดในประวัติศาสตร์

จากการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเด็น #MeToo ที่กลายเป็นกระแสไปทั่วโลก เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกพูดคุยกับนักประวัติศาสตร์โลก ให้พวกเขาช่วยบอกว่าใครกันคือผู้หญิงที่มีอำนาจที่สุด

สุขเมื่อได้กลับบ้านของชาวฟิลิปปินส์ในวันคริสต์มาส

สำหรับคนงานฟิลิปปินส์ในต่างแดน การกลับบ้านช่วงคริสต์มาสถือเป็นเวลาแห่งความสุข ซึ่งมักผ่านไปเร็วเสมอ เนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกบันทึกภาพแห่งความประทับใจนี้ไว้

สำรวจอาชีพแปลก : คนเล่นงิ้ว

สำรวจอาชีพแปลก : คนเล่นงิ้ว ที่ไหนมีศาลเจ้า ที่นั่นมีงิ้ว อุปรากรนี้เป็นมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมของชาวจีนที่สืบทอดกันมานานหลายพันปี  มีจุดเริ่มต้นจากการแสดงในราชสำนักของจีนที่ต่อยอดพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นหนึ่งในภาพแทนวัฒนธรรมหลัก ปัจจุบันงิ้วไม่ได้เล่นให้คนในราชสำนักดูอีกต่อไป หากเป็นการแสดง การละเล่นสำคัญที่เชื่อกันว่าจะทำให้เทพเจ้าที่สถิติอยู่ในศาลเจ้านั้นๆ ได้รับความเพลิดเพลิน พร้อมคาดหวังว่าเทพเจ้าจะนำพาซึ่งความสุขความเจริญกลับมาให้ การแสดงงิ้วเข้ามาสู่ประเทศไทยพร้อมๆ กับการหลั่งไหลเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวจีน งิ้วกลายเป็นเครื่องแสดงถึงซึ่งการเฉลิมฉลองในงานเทศกาลตามศาลเจ้าต่างๆ  ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5 ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่เฟื่องฟูที่สุดของงิ้ว มีนักแสดงงิ้วชาวจีนเดินทางเข้ามาเปิดการแสดงในไทยจำนวนมาก ธัชชัย อบทอง ผู้จัดการและนักแสดงจากคณะงิ้วไซ้ ย่ง ฮง เล่าให้ฟังว่า ในสมัยก่อนจะมี “เด็กงิ้ว” คือเด็กที่พ่อแม่นำมาฝากไว้กับโรงงิ้วด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ฐานะยากจน  เด็กๆ เหล่านี้จะกินอยู่หลับนอนที่โรงงิ้ว พร้อมฝึกฝนวิชาไปในตัวจากบรรดาอาจารย์ และเมื่อมีความสามารถพอที่จะแสดงหน้าโรงได้แล้วก็จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน  ปัจจุบันในประเทศไทยไม่มีอาจารย์สอนงิ้วรุ่นใหม่ๆ แล้ว สร้างความกังวลว่าศิลปะการแสดงงิ้วอันเป็นมรดกตกทอดของชาวจีนนี้กำลังเสี่ยงต่อการเลือนหายไปด้วยหลายปัจจัย ทั้งการขาดนักแสดงและผู้ชมรุ่นใหม่ๆ ไปจนถึงการไม่มีโรงเรียนสอนศาสตร์วิชางิ้วอย่างเป็นทางการอย่างที่นาฏศิลป์ไทยมีหลักสูตรการเรียนรู้ระบุไว้ให้เด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย  ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่คนไทยมองว่าการแสดงงิ้วนั้นไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมของไทยเอง คนเล่นงิ้วรุ่นเก่าหวังอยากให้คนไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ๆ ช่วยกันสืบทอดวัฒนธรรมนี้ให้ยังคงอยู่ต่อไป ในขณะเดียวกันคณะงิ้วเองก็จำต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบไปตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน มองไปที่เวที ผู้ชมจะเห็นท่าทางอันแสนพลิ้วไหว ได้ยินเสียงก้องดังกังวานไพเราะ  แต่กว่าจะมาเป็นนักแสดงงิ้วไม่ใช่เรื่องง่าย  ศาสตร์การเล่นงิ้วจำต้องใช้พลังในร่างกายอย่างมหาศาล ทั้งยังต้องฝึกร้อง ฝึกพูดและฝึกท่าทางอยู่หลายปีกว่าจะได้โอกาสแสดงจริง แต่ในมุมของนักแสดงแล้วสิ่งเหล่านี้คุ้มค่าเมื่อแลกกับการมีสถานะเป็นดั่งดาราโทรทัศน์ในสายตาของแฟนๆ งิ้ว และยังได้เดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ–หากคณะที่เขาหรือเธออยู่นั้นโด่งดังและมีงานทั้งปี นักแสดงงิ้วเหล่านี้เป็นใคร? มีจุดเริ่มต้นอย่างไรจึงมาทำอาชีพคนเล่นงิ้วได้? […]